หลังจากที่นางติ๋มมาเป็คนใช้ที่บ้าน นพเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรประหลาดๆ ที่เปลี่ยนไปของแม่ตัวเองมากขึ้น หลายๆ ครั้งเวลารับประทานข้าวค่ำด้วยกัน มานพเห็นคุณราตรีแม่ตัวเองหลับตาปี๋ นั่งหนีบขาแน่น แถมมักจะหน้าแดงซ่านขึ้นมาเองอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“แม่....แม่...แม่ครับ แม่เป็อะไรมั้ย”
“อะ...อะไรนะนพ”
“แม่เป็อะไรน่ะแม่ ผมเห็นพักหลังๆ นี้แม่นิ่วหน้าบ่อยมากเลยนะฮะ”
“มะ ไม่เป็ไรหรอกนพ มะ...แม่แค่เจ็บท้องเมนส์หน่อยนึงเท่านั้นเองแหละ ไม่ต้องห่วงหรอกลูกแม่”
เมื่อถามแล้วคุณแม่ก็ยืนยันอย่างนั้นมานพเลยไม่พูดอะไรต่อ แต่มานพดูสีหน้าแม่ตัวเองเค้าก็รู้ว่าคุณแม่พยายามเต็มที่ที่จะเก็บอาการไว้ มือที่คุณแม่จับช้อนอยู่จับช้อนเกร็งแน่น แต่ในที่สุด คุณราตรีก็ทานอาหารเสร็จจนได้ แล้วพอเสร็จแล้วคุณราตรีก็รีบเดินขึ้นบ้าน เข้าห้องนอนตามเคย
“คุณแม่นี่พักหลังๆ เค้าเป็อะไรครับป้าติ๋ม ผมเห็นแม่ผมเป็อย่างนี้บ่อยแล้วนะ”
“ฮะๆๆ ไม่มีอะไรหรอกคุณนพ อาการของผู้หญิงน่ะ” นางติ๋มพูดพลางก้มๆ เงยๆ เช็ดถูตามโต๊ะ ตู้ตามประสา
“เค้าเจ็บท้องประจำเดือนเหรอ” มานพถาม
นางติ๋มไม่ตอบ พลางอมยิ้มแล้วทำงานต่อไป มานพี้เีที่จะเซ้าซี้ถาม ได้แต่มองก้นกอยที่อวบอัดของป้าติ๋ม จริงอยู่ว่าป้าติ๋มเป็หญิงมีอายุแล้ว แต่ร่างกายของป้าติ๋มก็อวบอัดคับแน่นดึงดูดสายตาของหนุ่มน้อยอย่างมานพยิ่งนัก ยิ่งป้าติ๋มชอบใส่กางเกงรัดรูปขายาว ก้นมหึมาของเธอยักย้ายส่ายล่อตาล่อใจมานพเป็ที่สุด มานพอดแอบมองเรือนร่างป้าติ๋มไม่ได้ หลายครั้งเ้าตัวอดสูใจที่แอบมองร่างกายของคนแก่รุ่นแม่ที่เป็แค่คนรับใช้ในบ้านตัวเอง แถมยังเรียกได้ว่าเป็คนที่ไม่ได้เรียกว่าสะสวยอะไรเลยแม้แต่น้อย นี่ถ้าใครๆ รู้ว่ามานพแอบมองป้าติ๋มอยู่เสมอๆ มานพต้องโดนหัวเราะเยาะแน่ๆ
“เอ้า คุณนพ ทานเสร็จแล้วป้าให้ดูทีวีแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นนะคะ”
“โธ่...ป้า นี่เพิ่งสองทุ่มครึ่งเท่านั้นเองนะครับ แล้วคืนนี้มีบอลคู่เด็ดด้วย”
“ไม่ได้ค่ะ ป้ารับปากคุณราตรีไว้ว่าจะช่วยดูแลคุณนพ ถ้าคุณนพอยากดูคุณนพก็ดูทางเนตทีหลังได้นี่” ป้าติ๋มพูดพลางก้มหน้าเก็บจานชาม แน่นอนว่าภาพของร่องอกที่อัดอยู่ในเสื้อผ้าของป้าติ๋มก็ไม่ได้เล็ดรอดสายตาซุกซนของนพด้วยเช่นกัน
“งั้นนพไม่ดูทีวีก็แล้วกัน ขอเล่นเกมส์แทนได้มั้ยป้า”
“ไม่ได้ค่ะ” ป้าติ๋มมองหน้ามานพเขม็ง “คุณนพเล่นเกมส์ได้แค่เสาร์อาทิตย์แค่นั้น หรือไม่ก็คุณนพก็อ่านหนังสือการ์ตูนก็ได้ แต่ป้าไม่ให้คุณนพจับเครื่องคอมรึแท็บเล็ตแน่ๆ”
มานพถอนหายใจ อันที่จริงก่อนป้าติ๋มเข้ามาเป็คนใช้ที่บ้าน ไม่เคยมีกฏแบบนี้ แต่นี่เป็เื่ที่แม่ตัวเองเห็นชอบและเอาด้วยที่จะมีป้าติ๋มมาช่วยดูแลนพอีกแรง ดังนั้นอะไรๆ ที่ป้าติ๋มพูดมานั้นคุณแม่เห็นดีเห็นงามด้วยหมดทุกอย่าง นี่ถ้าป้าติ๋มไม่ได้ทำงานบ้านล่ะก็ป้าติ๋มคงเป็เ้าบ้านไปแล้ว เพราะดูเหมือนเดี๋ยวนี้นพจะทำอะไรก็ต้องผ่านความเห็นชอบของป้าติ๋มทุกๆ ครั้ง
นพหยิบหนังสือรายสัปดาห์ขึ้นมาอ่านที่โซฟา แต่ในใจนั้นนพอดสงสัยไม่ได้ คิดเื่ที่บ้านต่างๆ นานา เดี๋ยวนี้คุณแม่พอกินข้าวเสร็จก็มักจะขึ้นไปขลุกอยู่บนห้องนอนโดยที่ป้าติ๋มจะตามขึ้นไปนวดให้ทุกๆ คืน นพเห็นความเปลี่ยนแปลงในบ้านหลายอย่าง อย่างเื่ที่ป้าติ๋มเ้ากี้เ้าการนพแม้กระทั่งเวลานอนและเวลาตื่น เมื่อก่อนนี้ก่อนป้าติ๋มเข้ามาในชีวิตก็ไม่เคยเกิดขึ้น แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อคุณแม่แก็ก็เห็นดีด้วย แถมยังบอกกับนพซะอีกว่าแม่มอบหมายหน้าที่ช่วยดูแลนพให้ป้าติ๋มแล้ว แต่เื่นี้ยังพอทำเนา แต่ที่นพสงสัยที่สุดคือการที่ป้าติ๋มต้องขึ้นไปนวดให้คุณแม่ในห้องนอนทุกๆ คืนนั้น นพสงสัยว่าจะนวดอะไรกันนักหนา หรือว่าป้าติ๋มแกนวดดีจริงๆ จนแม่ติดใจ คิดถึงตรงนี้ประจวบกับป้าติ๋มเข้ามากวาดบ้านพอดี นพถึงได้ถามขึ้นมาว่า
“ป้าติ๋ม ทำไมป้าติ๋มต้องนวดให้แม่ทุกคืนด้วย”
“ก็คุณนายเค้าชอบ ป้าก็นวดให้สิคะ”
“อืมมมมม เหรอ งั้นป้านวดให้ผมบ้างได้มั้ยครับ”
“ฮึๆๆ คุณนพยังเด็กอยู่ ตอนนี้ป้ายังนวดให้ไม่ได้หรอกค่ะ” ป้าติ๋มหันมายิ้มให้นพ
“มันสบายมากเลยเหรอป้า”
“สบายสิคะ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ อีกซักหน่อยป้าจะนวดให้คุณนพแน่ๆ ฮึๆๆ” ป้าติ๋มตอบพลางส่งยิ้มให้กับนพ รอยยิ้มและสายตาของป้าติ๋มทำเอามานพรู้สึกว่าป้าแกมีอะไรในใจแน่ๆ แต่นพก็ไม่กล้าพูดอะไรมากไปกว่านี้ได้แต่นั่งอ่านหนังสือต่อ
จนกระทั่งป้าติ๋มถูบ้านทำความสะอาดจนเสร็จแล้ว จนเวลาสามทุ่มครึ่งได้เวลาที่นพต้องเข้านอน ป้าติ๋มก็พูดขึ้นมาว่า
“คุณนพ เข้านอนได้แล้วค่ะ เดี๋ยวป้าจะต้องอาบน้ำแล้วไปนวดให้คุณผู้หญิงต่อ ป่านนี้เธอรอป้าแล้วมั้ง”
“ครับๆ ป้าติ๋ม ผมไปนอนละ”
มานพถึงได้เข้านอน แล้วก็ได้ยินเสียงป้าติ๋มเข้าห้องอาบน้ำที่ชั้นล่าง จนเสียงป้าติ๋มอาบน้ำหายไป แล้วมานพก็ได้ยินเสียงป้าติ๋มเดินขึ้นมาแล้วก็ตามด้วยเสียงเปิดประตูห้องนอนของคุณแม่ ซึ่งมันก็เหมือนกับทุกๆ คืนที่ผ่านมา มานพนอนไปซักพักก็รู้สึกปวดท้องฉี่ขึ้นมาจึงเดินออกมาหวังจะเข้าห้องน้ำ แต่พอมานพเปิดประตูห้องนอน มานพก็พบว่ามีแสงไฟทาบออกมาจากประตูห้องนอนของคุณแม่ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นมานพจึงอดไม่ได้ที่จะเดินย่องไปที่ประตูและพอยิ่งเดินเข้าไปใกล้มานพก็ได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมา มันเป็เสียงแม่ตัวเอง เสียงแม่ตัวเองที่ร้องครวญครางอย่างทรมาณ มานพจึงค่อยๆ แนบสายตามองไปที่ช่องประตูที่แง้มออกมานั้นอย่างตื่นเต้น และมานพก็พบภาพที่ทำให้ตนเองใจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น....