บทที่1 พรแห่งตี้เทียน
“กรี๊ซซซซ” ทุกครั้งที่กระบี่หักครึ่งท่อนของหลินเมิ่งฟาดฟันไปยังลำตัวของปีศาจเสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปของพวกมันจะโหยหวนดังออกมาหลังจากนั้นร่างของพวกมันจะสลายออกไปคลายเป็ควันหวนลงสู่นรกเบื้องล่าง
รูปร่างของพวกปีศาจแม้แต่หลินเมิ่งเองยังไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดแต่เมื่อมองไปแล้วสามารถบอกได้ทันทีว่านี่คือปีศาจพวกมันไม่เหมือนมนุษย์ร่างกายสีดำตลอดทั้งตัวั์ตาเเดงฉานราวกับโลหิต สูงราว2เมตรพวกมันตัวใหญ่กว่ามนุษย์มากเเม้ว่าพลังต่อสู้ของพวกมันยังอ่อนด้อยกว่าทหารทั่วไปเเต่สิ่งที่น่ากลัวของพวกมันก็คือจำนวนมหาศาลที่ฆ่าฟันอย่างไม่มีวันหมดสิ้นเเม้ว่าพวกทหารจะฆ่าไปมากเท่าไหร่เเต่จำนวนของปีศาจยังคงมากมายราวกับงอกเงยขึ้นมาทันที ในไม่ช้าทหารรอบกายหลินเมิ่งค่อยๆล้มลงทีละคนอย่างช้าๆ คลื่นปีศาจล้อมรอบกลุ่มของหลินเมิ่งไว้
“อ๊าก! แด่จักรวรรดิเทียนถัง” ทหารนายหนึ่งแลกชีวิตกับปีศาจเบื้องหน้ายามที่เขาล้มลงฝูงปีศาจกลุ้มรุมขย้ำกัดกินเืเนื้อของเขาอย่างโอชะในยามที่เขาตกตายลงใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างน้อยวาระสุดท้ายในชีวิตของเขายังลากพาปีศาจตายตามเขาเพิ่มมากอีกหนึ่งตัวแม้จะเป็เพียงแค่หนึ่งตัวก็ตาม
“ทุกคนล้อมกันเป็วงกลมหันหลังชนกันไว้” หลินเมิ่งสั่งการกองทหารรอบกายเขาที่หลงเหลือไม่กี่สิบคน
“ทุกคนวาระสุดท้ายใกล้เขามาแล้วแต่จงสู้อย่างเต็มที่ฆ่าพวกปีศาจให้หมด”
“ฆ่า!”
กระบี่ของหลินเมิ่งกวาดไปยังเบื้องหน้าปีศาจ3ตัวตายตกในทันที การที่หลินเมิ่งฝึกฝนเพลงกระบี่มากว่า20ปี แม้แต่ปีศาจยังคงไม่อาจเอาชนะเขาได้โดยง่าย
ทันใดนั้นมีปีศาจที่น่าหวาดกลัวราวกับอสูรกายกรีดกงเล็บมายังหลินเมิ่ง
“ปัง”
ด้วยสัญชาตญาณอันแหลมคมหลินเมิ่งใช้กระบี่ครึ่งท่อนรับไว้ได้แต่เขายังคงถอยหลังไป3ก้าวแสดงให้เห็นถึงพละกำลังของปีศาจที่ปรากฎกายขึ้นมา
ดวงตาของหลินเมิ่งจับจ้องไปยังปีศาจ
“นี่มันไม่ใช่ปีศาจธรรมดามันมีเขางอกบนหัวแสดงว่านี่คือจ้าวปีศาจ”
หลิวเมิ่งถึงกับหวาดหวั่นหากเป็ยามปกติเขาคงต่อสู้กับจ้าวปีศาจได้อย่างสูสีแต่หลังจากที่เขากรำศึกมากว่า3วันในตอนนี้พละกำลังของเขาแทบไม่เหลือแล้ว หลินเมิ่งกวาดสายตาไปรอบข้างมีเพียงเขายืนอยู่คนเดียวทหารรอบกายเขาตายหมดแล้ว มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ยังรอดชีวิตอยู่
“ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า”
หลินเมิ่งหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ฮ่าฮ่าฮ่าสุดท้ายข้ากลายเป็คนสุดท้ายที่มีชีวิตรอดอยู่หรือนี่”
ปีศาจจำนวนมากมายนับอนันต์รายล้อมหลินเมิ่งไว้ต่อให้เขามีอีก10ชีวิตก็อย่าหวังที่จะหลบหนีออกไปได้
“์ทำไมท่านถึงทำร้ายพวกเราเช่นนี้ทำไมท่านถึงปล่อยให้พวกปีศาจยึดครองโลกใบนี้ ์ท่านไม่มีตา”
เปรี้ยงสายฟ้าฟาดลงมาทั่วทิศราวกับตอบรับคำพูดของหลินเมิ่ง ฝนตกลงมายังเบื้องล่าง สมรภูมิรบในตอนนี้เต็มไปด้วยสายฝน
จ้าวปีศาจที่จ้องมองหลินเมิ่งอ้าปากที่แฝงไปด้วยกลิ่นไอเย็นะเื
“มนุษย์เอยนับว่าเป็เกียรติที่เ้าจะได้ตายด้วยน้ำมือข้าผู้นี้ตอนนี้เ้าเป็มนุษย์คนสุดท้ายที่เหลือรอดบนโลกใบนี้ เคี้ยก เคี้ยก”
หลินเมิ่งตอบกลับทันที
“จ้าวปีศาจแม้ข้าจะต้องตายในวันนี้ข้าจะต้องลากเ้าไปลงนรกกับข้า”
จบคำหลินเมิ่งพุ่งออกไปอย่างไม่ลังเลเขาทุ่มพลังทั้งหมดที่มีอยู่ใส่ไว้ในกระบี่ครึ่งท่อนหมายที่จะเอาชีวิตจ้าวปีศาจ
“มนุษย์เ้าดูถูกข้ามากเกินไปแล้ว”
คลื่นพลังสีดำก่อตัวขึ้นในมือของจ้าวปีศาจก่อนจะพุ่งผ่านทะลุลำตัวของหลินเมิ่งอย่างรวดเร็ว
เคร้ง กระบี่ครึ่งท่อนตกลงสู่พื้นโลหิตไหลซึมออกจากปากของเขา ลำตัวของหลินเมิ่งในยามนี้เป็หลุมลึกขนาดใหญ่
หลินเมิ่งจ้องมองขึ้นไปยังท้องฟ้า เขาพูดอย่างตัดพ้อ
“์ท่านไม่มีตา”
เขารู้ตัวเองดีนี่เป็วาระสุดท้ายในชีวิตของเขาแล้วเขาสู้รบกับปีศาจมาทั้งชีวิตแต่ก็ต้องมาจบชีวิตลงทั้งที่ยังไม่ได้แก้แค้น
“เป็เช่นนี้ก็ดีข้าเหนื่อยมามากแล้ว”
ร่างของหลินเมิ่งค่อยๆทรุดลงและไม่นานสติของเขาค่อยๆเลือนหายไป
‘เตีย เหนียง ลูกคนนี้จะไปพบท่านใน์แล้ว’ ความเ็ปขยายไปทั่วทั้งร่างกายสุดท้ายหลินเมิ่งก็ปิดตาลงเวลาผ่านไปเนิ่นนานแต่สติของเขากลับไม่เลือนหายไป
“เอ๊ะ! เหตุใดข้าถึงยังไม่ตาย แม้กระทั่งความเ็ปก็เหมือนจะหายไป”
หลินเมิ่งตัดสินใจลืมตาขึ้นและสิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้เขานั้นพูดไม่ออก
“ที่นี่มันที่ไหนข้าจำได้ว่าข้าสู้กับจ้าวปีศาจที่กำแพงเมือง เหตุใดข้าถึงมาอยู่ตรงนี้”
รอบกายของหลินเมิ่งคือทุ่งหญ้าขนาดใหญ่สุดประมาณมีพืชพรรณนานัปการกลิ่นอายเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงบสุขราวกับว่าที่นี่ไม่ใช่โลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยการนองเื
หลินเมิ่งค่อยๆยันกายตัวเองขึ้นมาเขาถึงกับประหลาดใจแผลบนลำตัวของเขาหายสนิทราวกับว่าเขาไม่เคยได้รับาเ็มาก่อน
หลินเมิ่งเอ่ยอย่างประหลาดใจ
“ที่นี่ไม่ใช่โลกมนุษย์อย่าบอกนะว่าเป็์”
ฉับพลันนั้นมีเสียงดังก้องกังวานแต่ไม่รู้สึกเสียงดังฟังแล้วสบายหูยิ่งนัก
“ถูกแล้วที่นี่คือแดน์ผู้ที่มีกายเนื้อไม่อาจเหยียบย่างมายังที่นี่ได้ดวงจิตของเ้านั้นเป็ข้านำพามาเอง”
หลินเมิ่งได้ยินเช่นนั้นเขาหลังกลับไปยังต้นเสียงทันทีสิ่งที่เขาเห็นนั่นคือชายชราที่มีเครายาวจรดพื้นสวมชุดสีขาวเปล่งประกายรัศมีที่จักรพรรดิยังไม่อาจเทียบเท่าหลินเมิ่งรู้ทันทีว่าเขาคือใคร
“ท่านคือองค์เทพ?” หลินเมิ่งถาม
ชายชรานั้นตอบกลับมาทันที
“ถูกแล้วข้านั้นคือสิ่งที่พวกเ้าเรียกกันว่าองค์เทพข้าคือตี้เทียนผู้ปกครอง์”
ร่างกายของหลินเมิ่งถึงกับสั่นสะท้านสิ่งที่เขาพบเจอนั้นไม่ใช่เทพธรรมดาสามัญทั่วไปแต่คือตี้เทียน
นามตี้เทียนนั้นสะท้านทั่วทั้งสามโลกตี้เทียนคือผู้ปกครอง์ทั้งมวลมีตำนานกล่าวไว้ว่า เมื่อล้านปีที่แล้วตี้เทียนเบิก์สรรสร้างมนุษย์ และแต่งตั้งตนเองเป็ผู้ปกครอง์ ตี้เทียนจึงนับเป็เทพเหนือเทพทั้งมวล
ยามที่หลินเมิ่งรู้ว่าที่เขาพบนั้นคือตี้เทียนตัวตนอันสูงส่งแต่ก็ไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อยเขากลับจ้องมองอย่างอาจหาญ
“เหตุใดตี้เทียน”
หลินเมิ่งเอ่ยถามออกมา
“เหตุใดตี้เทียนผู้ยิ่งใหญ่ท่านถึงละทิ้งมวลมนุษย์ปล่อยให้เผ่าพันธุ์ที่ท่านเป็ผู้สรรสร้างต้องสูญสิ้นไปจากโลกเหตุใดกันตี้เทียนท่านบอกข้ามา”
ตี้เทียนปล่อยให้หลินเมิ่งระบายออกมาแม้ว่าการกระทำเช่นนี้จะเป็การดูิ่องค์เทพแต่ตี้เทียนไม่ถือสา
“แล้วยามนี้ท่านกลับเรียกข้ามาแล้วทำไมท่านถึงไม่ช่วยมนุษย์ เพราะเหตุใดตี้เทียน”
หลินเมิ่งฟุบหน้าลงกับพื้นใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยน้ำตาเขาล้วนคิดคำนึงถึงคนที่ตกตายไปอย่างโหดร้าย ์ที่ไร้เมตตายืนดูมนุษย์ประสบชะตากรรมอย่างเดียวดายเขานึกแค้นเทพที่เขาเคารพบูชา
ตี้เทียนที่นิ่งเงียบจ้องมองการกระทำของหลินเมิ่งจากนั้นกล่าวว่า
“เด็กเอย แม้ว่าข้าตี้เทียนจะมีอำนาจเหลือล้นแต่โลกมนุษย์ย่อมมีกฎของมันข้าไม่อาจฝ่าฝืน”
หลินเมิ่งเงยหน้าขึ้นมอง
“เหอะตี้เทียนท่านชมดูพวกปีศาจกัดกินพวกเราจากข้างบนอย่างไม่แยแสแล้วยามนี้ท่านจะพูดขอความเห็นใจเช่นนั้นหรือ”
ตี้เทียนที่ได้ยินเช่นนั้นส่ายหน้าก่อนพูดว่า
“ข้าไม่ได้พูดขอความเห็นใจแต่ถ้าหากเทพแทรกแซงโลกมนุษย์ย่อมมีผลตามมา อย่างที่เ้าไม่อาจคาดคิดได้การที่เทพจะช่วยมนุษย์ได้ต้องมีเงื่อนไขที่เหมาะสม”
หลินเมิ่งงุนงงเล็กน้อย
“เงื่อนไขที่เหมาะสมเช่นนั้นคือสิ่งใด”
หลินเมิ่งถามไปอย่างมีความหวังไม่แน่ว่าตี้เทียนอาจจะช่วยเหลือเขาได้
“เทพจะต้องสละกายทิพย์และสูญหายไปตลอดกาลนั่นคือค่าใช้จ่าย” ตี้เทียนตอบ
หลินเมิ่งถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นเมื่อได้ยินสิ่งที่ตี้เทียนกล่าว
“ตี้เทียนท่าน....” หลินเมิ่งไม่ทันกล่าวจบ ตี้เทียนก็ขัดขึ้นมาก่อน
“ข้านั้นนึกเสียใจมาตลอดเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็สิ่งที่ข้ารักราวกับลูกของตนเอง ยามที่เ้าสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ข้าเองก็เสียใจไม่น้อยตอนนี้ข้าคิดว่าถึงเวลาแล้วแม้ข้าจะสูญหายและกลายเป็ส่วนของวัฏสงสารก็ตามหลินเมิ่งเ้า้าโอกาสหรือไม่”
“โอกาสเช่นนั้นหรือ”
หลินเมิ่งหยุดพูดเล็กน้อยและเขาก็ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
“ตี้เทียนข้านั้น้าโอกาสที่ท่านจะมอบให้ข้า”
“ดีมาก เช่นข้าจะใช้พลังนี้บิดเบือนมิติเวลาส่งเ้ากลับไปยังอดีตความทรงจำของเ้าจะไม่สูญหาย แน่นอนว่าเ้านั้นจะต้องใช้ประสบการณ์ที่เ้ามีให้เกิดประโยชน์สูงสุดไปเถอะเด็กน้อยจงรับพรแห่งตี้เทียนนี้ไป”
ไม่มีแม้กระทั่งเวลากล่าววาจาสติของหลินเมิ่งดับวูบไปทันทีห้องอากาศพลันบิดเบือนอย่างน่าสะพรึงกลัวจากนั้นร่างของหลินเมิ่งก็หายไปในมิติที่บิดเบือน
ตี้เทียนจ้องมองไปยังจุดที่ร่างหลินเมิ่งหายไป
“หวังว่าเ้าจะทำสำเร็จไม่ทำให้ข้านั้นผิดหวัง”
ร่างกายของตี้เทียนค่อยๆส่องแสงสว่างกลายเป็ละอองแสงหายไปตลอดกาล