บทที่ 5 1/2
ศัตรูหัวใจ
ความเดิมตอนที่แล้ว
“เมนิลา ฉันไม่คิดมาก่อนเลยนะ ว่าหัวหน้าอย่างเธอจะบกพร่องในหน้าที่แบบนี้… "
คุณละเอียดหันมาตำหนิเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เพราะฉะนั้น ฉันขอสั่งเลื่อนพิจารณาตำแหน่งไกด์ outbound ออกไปอย่างไม่มีกำหนด”
กลับไม่ใช่เตชินทร์ที่โดนคาดโทษเสียอย่างนั้น!!
----------------------------------------------------------------
หลังสิ้นสุดคำประกาศก้องของผู้จัดการใหญ่ ความเงียบก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องทันที เตชินทร์ได้แต่กะพริบตาปริบๆและแปลกใจว่าทำไมคนที่ทำให้ทีมปั่นป่วนถึงไม่ถูกลงทัณฑ์ แต่กลับเป็หัวหน้าอย่างเมนิลาที่ถูกคาดโทษแทนเสียอย่างนั้น
เมื่อเขาปรายสายตามองไปยังเธอที่อยู่ข้างๆก็พบว่าเมนิลาอยู่ในอาการนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่เพียงแค่นั้นเขายังเห็นการสั่นไหวของริมฝีปากอันอวบอิ่มนั่นด้วย ก่อนเธอจะเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อเก็บพยายามซ่อนความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แม้แต่กันต์เองก็อึ้งไม่ต่างจากเมนิลาด้วยเช่นเดียวกัน
“มีอะไรข้องใจหรือเปล่าเมย์?” คุณละเอียดถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ไม่มีค่ะ…” เมนิลาตอบนิ่งๆ
คุณละเอียดจึงหันไปหากันต์ “ส่วนนาย ถ้าเกิดปัญหาขึ้นอีกแค่ครั้งเดียว ก็เก็บของไปทดลองงานที่อื่นได้เลย”
กันต์พยักหน้ารับอย่างไม่มีขัด
จากนั้นเธอก็หันไปมองเตชินทร์ “นายเองก็เหมือนกัน ฉันขอหักเงินเดือนเธอเป็เวลาสามเดือน”
บทลงโทษของเธอทำเอาเตชินทร์แสดงอาการผิดหวังออกมาอย่างเห็นได้ชัด คุณละเอียดเห็นสีหน้าของเขาจึงเพิ่มโทษให้อีกหนึ่งกระทง
“ไม่พอใจอะไร งั้นอดโบนัสปีนี้ด้วยก็แล้วกัน”
เตชินทร์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็อ้าปากค้าง เพราะสิ่งที่เขาอยากได้จริงๆ คือการออกจากบริษัททัวร์เส็งเคร็งนี้ต่างหาก!
แต่ก็ทำได้เพียงตัดพ้อโชคชะตาตัวเองอยู่ในใจ…นอกจากจะต้องอดทนทำงานที่นี่ต่อแล้ว เขายังจะต้องประหยัดมากกว่าเดิมเพราะถูกยัยป้าผู้จัดการหักเงินอีกหรือเนี่ย!
“ถ้าไม่มีอะไร ก็แยกย้ายกันได้แล้ว”
เมนิลาและกันต์ยกมือไหว้ลาคุณละเอียดก่อนจะออกจากห้องไป เตชินทร์เองก็เดินตามออกไปโดยที่ไม่ได้ทำความเคารพเธอเช่นเดิม
ภายนอกบริษัททัวร์ในยามโพล้เพล้นี้เต็มไปด้วยรถเข็นขายของจอดเรียงกันเป็แถบ พ่อค้าแม่ขายต่างส่งเสียงร้องเรียกลูกค้าที่กำลังเดินจับจ่ายซื้อของอย่างเซ็งแซ่
กันต์เดินถือจานลูกชิ้นตรงมานั่งข้างริมฟุตบาท
“ถามไรหน่อยสิ” เตชินทร์เอ่ยถามในขณะที่ยื่นมือไปหยิบไม้ จิ้มลูกชิ้นในมือกันต์เข้าปาก
“ว่าไงพี่”
กันต์กำลังจะจิ้มลูกชิ้นขึ้นมากินบ้างแต่ก็ชะงักเพราะถูกเตชินทร์ขัดเสียก่อน
“ไอ้ตำแหน่งไกด์ outbound อะไรเนี่ย มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ”
กันต์ขมวดคิ้วอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเพราะไม่คิดว่าอดีตหัวหน้าอย่างเตชินทร์จะถามในเื่ที่ใครต่างก็รู้ดี
“โทษนะ พี่ถูกใครลบความทรงจำมาป้ะเนี่ย”
“กูถามมึงอยู่นะ ไม่ได้ให้มึงมาถามกูกลับ” เตชินทร์ทำท่าจะโบกกันต์ เขาจึงยกมือขึ้นป้อง
“ใช้ความรุนแรงฉิบหายเลย” เขาบ่นอุบ
กันต์ส่ายหน้าอย่างระอาก่อนจะถอนหายใจแล้วอธิบายให้เตชินทร์ฟังว่าตำแหน่งนั้นคือความใฝ่ฝันของคนที่ทำอาชีพไกด์ เพราะหากได้ตำแหน่งนั้นมาครองก็จะสามารถนำลูกทัวร์เดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศได้ทั่วทุกทวีป
อีกทั้งยังเป็สิ่งที่ได้มายากเพราะต้องอาศัยประสบการณ์ที่ค่อนข้างสูงและต้องแสดงศักยภาพของตัวเองให้บริษัทไว้วางใจให้ได้ เพราะการนำทัวร์ออกนอกประเทศแต่ละครั้งเป็เื่ที่ค่อนข้างใหญ่ ผู้นำเที่ยวจึงต้องรับผิดชอบชีวิตลูกทัวร์มากกว่าเดิมเป็เท่าตัว ดังนั้น ภายในบริษัททัวร์เหล่านี้จึงมีการแข่งขันกันระหว่างไกด์ด้วยกันเองอยู่ตลอดเวลา
ในขณะที่นั่งฟัง เตชินทร์ก็จิ้มลูกชิ้นในจานของกันต์เข้าปากลูกแล้วลูกเล่า
เขาพึมพำ “ถึงว่า…ทำไมเมย์ดูเครียดๆ ตอนยัยป้า…เอ้ย ผู้จัดการสั่งเลื่อน”
กันต์พูดขึ้น “อย่าว่าแต่พี่เมย์เลย เป็ผมนะ ป่านนี้ยืนร้องไห้เป็พระเอกเอ็มวีอยู่แถวสี่แยกไฟแดงแล้ว”
“อ๋อ…” เขาพยักหน้าเหมือนเริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น
“ว่าแต่พี่เหอะ ถามทำไมเนี่ย?”
เตชินทร์ไม่ตอบทำเพียงแค่ยักไหล่ “เปล่า ไม่มีอะไร”
พูดจบก็ลุกขึ้นปัดเศษฝุ่นออกจากก้นตัวเอง “เจอกันพรุ่งนี้” แล้วเดินจากไป
กันต์พยักหน้าให้เตชินทร์ก่อนจะหันกลับมาจิ้มลูกชิ้นกินต่อ แต่กลับพบว่าบนจานกระดาษที่เขากำลังถืออยู่...เหลือเพียงน้ำจิ้มลูกชิ้นและแตงกวาผ่าแว่นแค่หนึ่งชิ้นเท่านั้น!
กันต์ขบกรามแน่น มองตามหลังเตชินทร์ที่กำลังเดินอยู่ไหวๆ
“มึงเนียนมากเลยนะครับพี่!”
ใน่เวลาพักกลางวัน เหล่าพนักงานบริษัททัวร์ต่างหยุดกิจกรรมตรงหน้าแล้วแยกย้ายกันออกไปหาอะไรกินข้างนอก เมนิลาเองก็ละมือจากแผนท่องเที่ยวที่ต้องทำเสนอคุณละเอียดภายในพรุ่งนี้ด้วยเช่นกัน ก่อนจะลุกจากที่นั่งแล้วเดินตรงไปยังร้านอาหารเ้าประจำที่อยู่ข้างบริษัท
แต่ในขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น เธอก็รับรู้ได้ว่ามีใครบางคนแอบเดินตามหลังอยู่เป็ระยะ จนเธอเริ่มรู้สึกรำคาญ
“เมื่อไรนายจะเลิกเดินตามฉันมาสักที”
เมนิลาหยุดเดินแล้วหันมาพูดกับเตชินทร์อย่างหงุดหงิด เพราะั้แ่เธอออกจากออฟฟิศ เขาก็เดินตามหลังเธออย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
เตชินทร์ออกอาการเลิ่กลั่ก “ฉันไม่ได้เดินตามเธอสักหน่อย”
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นตู้ขายของอัตโนมัติขนาดเล็กที่ถูกทาสีปิดอย่างมิดชิดเข้าพอดี เตชินทร์จึงชี้ไปที่ตู้นั้น
“ฉ..ฉันแค่เดินมาซื้ออะไรกินต่างหากเล่า”
พูดจบก็ทำทีควานหาเศษเหรียญในกระเป๋ากางเกงตัวเอง
เมนิลาหรี่ตามอง “นี่นายไม่มีอะไรกิน ถึงขั้นต้องกินผ้าอนามัยแล้วเหรอ?”
ทันทีที่ได้ยินดังนั้น เตชินทร์ก็เอะใจแล้วรีบหันขึ้นไปมองข้างบน ก่อนจะเห็นป้าย ‘ผ้าอนามัย’ ติดอยู่ข้างบนสุดของตู้ เขาจึงอ้าปากค้างพยายามจะแก้ตัว
“เอ่อ….”
ทว่า เมนิลาก็ไม่ได้สนใจเขาแล้วหันกลับไปเดินต่อ เตชินทร์จึงออกเดินตามเธออีกครั้ง แต่คราวนี้เมนิลาทนไม่ไหวจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วขึ้นเสียงใส่เตชินทร์
“นายมีธุระอะไรก็พูดมา!”
เตชินทร์สะดุ้ง “เอ่อ…คือ…”
เมนิลาชักสีหน้าไม่พอใจ “อ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ได้ น่ารำคาญ”
“ขอโทษนะ!”
ประโยคนั้นทำเอาเมนิลาถึงกับเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเพราะคาดไม่ถึงว่าคนอย่างเตชินทร์จะยอมเอ่ยปากขอโทษ เพราะเท่าที่จำความได้ เธอไม่เคยได้ยินคำพูดนี้ออกจากปากชายหน้ามึนคนนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ส่วนเตชินทร์เอง ถึงแม้ว่าจะชังน้ำหน้าเมียตัวเองแค่ไหน แต่พอรู้ว่าตัวเขาคือต้นเหตุที่ทำให้ฝันของเมนิลาต้องพังลงไม่เป็ท่า เขาก็รู้สึกผิดและละอายแก่ใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
“เอาเวลาที่จะมาขอโทษฉัน ไปปรับปรุงตัวเองน่าจะดีกว่าเนอะ”
แต่ก็ไม่วายถูกแม่ตัวดีจิกกัดเอาจนได้…นี่ชาติที่แล้วเธอเกิดเป็ไก่หรืออย่างไร แม้อยากจะถามใจจะขาดแต่ก็ต้องเก็บไว้ในใจ เขาหรืออุตส่าห์รวบรวมความกล้าอยู่นาน นั่งคิดนอนคิดอยู่ตลอดทั้งคืนว่าควรจะขอโทษเธอดีหรือไม่ แต่เขาดันได้รับคำพูดเหน็บแนมอย่างไม่รักษาน้ำใจแบบนี้กลับคืนมาเสียอย่างนั้น
คราวนี้แหละ นาย เตชินทร์ วิวัฒนาชัยจะขอปฏิญาณตนว่า ต่อไปนี้ข้าพเ้าจะเลิกสนใจและไม่เข้าใกล้นางสาวเมนิลา สิริโชติ อีกเป็อันขาด!
แต่ทว่า…
“อ้าวเมย์ ผมว่าจะโทรหาอยู่พอดีเลย”
เสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นมา เมนิลาจึงหันไปตามเสียงเรียกเมื่อเห็นว่าเป็คนรู้จักก็ยิ้มทักทาย
“ว่าไงคะ พี่ชรัญ”
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งปรากฏตัวขึ้น เขาแต่งกายด้วยชุดสูทสีน้ำตาลอ่อนที่ดูเป็ทางการ แต่ถูกปรับลดความเนี้ยบให้ดูชิลขึ้นด้วยการปลดกระดุมสูทและดันแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้น ไหนจะผมทรง Two Block ยอดฮิตนั่นอีกยิ่งขับให้เขาดูเป็พระเอกเกาหลีสุดอบอุ่นขึ้นมาทันที
“เดี๋ยวเราไปกินข้าวเที่ยงกัน”
เพราะเสียงอันนุ่มทุ้มและรอยยิ้มอันอ่อนโยนของชรัญทำเอาบรรยากาศรอบข้างดูฟุ้งกระจายเหมือนหลงเข้าไปอยู่ในซีรีส์เกาหลีอยู่ชั่วขณะหนึ่ง เตชินทร์ที่เกือบจะถูกกลืนเข้าไปถึงกับรีบสะบัดหัวตัวเองให้ออกจากภาพมายาแทบไม่ทัน
เมื่อได้สติ เขาก็จ้องเขม็งไปยังพ่อหนุ่มโอป้าที่กำลังล่อลวงแม่ยอดยาหยีอย่างไม่เห็นหัวเตชินทร์ที่กำลังยืนหัวโด่อยู่ข้างๆอย่างไม่วางตา
คำปฏิญาณที่เพิ่งประกาศออกไป…ขอยกเลิกก่อนก็แล้วกัน!
โปรดติดตามตอนต่อไป
-----------------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น:
เอาแล้ววว จบจากเสี่ยเปรม ยังมาเจอคุณชรัญอีกเหรอเนี่ยเฮียชิน
แต่ดูเหมือนเขาจะสนิทกันนะเฮีย แบบนี้ยอมได้ซะที่ไหน!!