ตอนที่ 30 ไม่ธรรมดา (2)
ฟางขุยได้ยินดังนั้นก็หัวเราะลั่นออกมาทันที เขามองคนตรงหน้าด้วยสายตาไม่ยี่หระ
ในสายตาของเขา กัวเทียนเป็นเพียงเกษตรกรที่ไร้การศึกษา ไม่อย่างนั้นทำไมถึงทำงานที่ทั้งสกปรกทั้งเหนื่อยในวัยแค่นี้กัน
ต่อให้คนคนนี้รู้ชื่อเขาและรู้จักบ่อนแห่งนี้แล้วยังไงล่ะ ไม่แน่ว่าอาจไปถามมาจากที่ไหนสักที่ก็ได้ ไม่ใช่เรื่องยากสักหน่อย
เขาลุกขึ้น เดินอย่างเชื่องช้าไปหยุดตรงหน้ากัวเทียน ใบหน้าแต้มรอยยิ้มเย้ยหยัน
“เจ้าหนุ่ม อย่ามาทำตัวกร่างที่นี่ ถ้ารู้จักมองสถานการณ์ก็รีบไสหัวออกไปตอนนี้ ไม่อย่างนั้น ขืนบรรดาบอดี้การ์ดของฉันออกโรง แล้วไม่เหลืออะไรไว้ที่นี่บ้างละก็ นายคงไม่มีทางได้กลับออกไป”
ฟางขุยสูงไม่เท่ากัวเทียนด้วยซ้ำ ซึ่งหลังจากเขาพูดประโยคนี้จบ กลับรู้สึกถึงแรงกดดันจากตัวกัวเทียนอย่างไม่ทราบสาเหตุ
แปลกจริง ชาวไร่ชาวนาไร้การศึกษาคนหนึ่งก็มีบารมีขนาดนี้ด้วยเหรอ รู้สึกไปเองละมั้ง…
กัวเทียนมองฟางขุยด้วยใบหน้าไร้อารมณ์พลางกล่าว “ครั้งสุดท้ายนะ จะคืนผักหรือคืนเงิน”
โดนไม่ไว้หน้าขนาดนี้ ฟางขุยเดือดจัด สีหน้ายิ่งเย็นชาลงไปอีก
หลังเหล่าบอดี้การ์ดเห็นสีหน้าฟางขุยก็อดสะดุ้งไม่ได้ แต่ละคนต่างไว้อาลัยให้กัวเทียนในใจ
เจ้าบ้องตื้นคนนี้โผล่มาจากไหนกันถึงบังอาจเสียมารยาทกับเถ้าแก่ของพวกเขาขนาดนี้!
เป็นที่รู้กันดีว่าคนในแวดวงนี้ต่างเกรงใจเถ้าแก่ของพวกเขากันทั้งนั้น แต่เจ้าหนุ่มนี่กลับกล้าใช้น้ำเสียงแบบนี้กับเถ้าแก่ของพวกเขา นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!
ฟางขุยไม่อยากมัวยืดเยื้อกับกัวเทียนที่นี่ จึงยกมือให้บอดี้การ์ดข้างกายเข้ามา สั่งให้เหล่าบอดี้การ์ดสั่งสอนกัวเทียนสักหน่อย ดูซิว่าเขายังกล้าทำตัวกร่างที่นี่อีกไหม!
แต่ว่า...บอดี้การ์ดยังไม่ทันเข้าใกล้ ฟางขุยก็ถูกกัวเทียนต่อยจนล้มลงกับพื้น จากนั้นตอนที่เขายังไม่ทันตั้งสติ เท้าของกัวเทียนก็เหยียบไปบนศีรษะเขาด้วยท่วงท่าว่องไวปราดเปรียว กว่าเหล่าบอดี้การ์ดจะรู้สึกตัว ฟางขุยก็ถูกกัวเทียนกำราบแล้ว
“ถ้าไม่คืน ผมจะเอาชีวิตคุณ”
กัวเทียนกัดฟันเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม
ฟางขุยสั่นเทิ้มไปทั้งตัว สยบให้กับรัศมีที่แผ่ออกจากตัวกัวเทียน
มะ...หมอนี่...หมอนี่เป็นแค่เกษตรกรจริงเหรอ ทำไมถึงไม่เหมือนสักนิดเลยล่ะ
ทั้งความโหดเหี้ยม น้ำเสียง แล้วก็มาดของเขา เหมือนชาวไร่ชาวนาที่ไม่รู้แม้แต่ตัวหนังสือเสียที่ไหน
บอดี้การ์ดทั้งหลายเห็นก็รีบปราดเข้ามาหากัวเทียน เขายกปืนกระบอกหนึ่งเล็งไปยังบอดี้การ์ดที่พุ่งเข้ามาคนแรก หลังบอดี้การ์ดคนนั้นเห็นรูดำๆ เล็งมาที่ตัวเองก็ชูสองมือแล้วชะงักทันที
ฟางขุยเห็นปืนในมือกัวเทียนก็รีบเอื้อมมือไปแตะช่วงเอวตัวเอง ก่อนจะพบว่าปืนของเขาถูกอีกฝ่ายเอาไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ และเวลานี้กำลังอยู่ในมือกัวเทียน
นี่เขามองพลาดไป เจ้าหนุ่มนี่ไม่ได้ดาษดื่นอย่างที่เขาคิดหรอกเหรอ!
“ฉันจะคืนเงิน!” ฟางขุยบอกทันที
กัวเทียนยังไม่เบี่ยงปืนออกไป เขาก้มหน้ามองฟางขุยที่โดนเขาเหยียบอยู่พลางเอ่ย
“เอามาทั้งหมดสามหมื่นสองพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบสามหยวนสองเหมา[1]”
“ไอ้หนุ่ม จะคิดให้แม่นยำขนาดนั้นไปทำไม ปัดให้เป็นสามหมื่นสามพันเลย” ฟางขุยทำเป็นบอกอย่างใจกว้าง
กัวเทียนเอ่ยเสียงเย็น “ผมจะเอาไปเฉพาะที่ผมควรได้ ไม่เอาที่มากกว่าหรือน้อยกว่าทั้งนั้น”
ฟางขุยชะงัก แค่นเสียงเย็นในใจ ‘ไอ้เด็กเวร โอหังเข้าไปเถอะ แกคิดว่าเงินของฟางขุยคนนี้เอาไปได้ง่ายๆ เหรอ’
แม้ในใจจะคิดแบบนั้น แต่ต่อหน้าฟางขุยยังแสร้งทำเป็นให้ความร่วมมือ เขาเอ่ย “อาหลาง ให้ฝ่ายการเงินโอนเงินให้เขา จริงสิ นายใช้เลขบัญชีอะไร”
เลขบัญชีที่กัวเทียนเคยเขียนให้เขาครั้งนั้นถูกเขาโยนออกไปนอกรถแล้ว ตอนนี้ย่อมไม่มีหมายเลขบัญชีเป็นธรรมดา
รอให้ไอ้หนุ่มนี่ให้เลขบัญชีกับเขา เขาก็จะส่งคนไปสืบดูว่าไอ้หนุ่มนี่มีภูมิหลังอย่างไร
ขณะที่ฟางขุยกำลังวางแผนในใจ ก็ได้ยินกัวเทียนเอ่ยขึ้น “ผมต้องการเงินสด เร็วหน่อย ไม่ชอบรอโว้ย”
‘แม่งเอ๊ย!’ ฟางขุยอดสบถในใจไม่ได้
ไอ้หนุ่มนี่เป็นใครมาจากไหนกัน ทำไมถึงหัวใสอย่างนี้ ฟางขุยรู้สึกได้รางๆ ว่าคนคนนี้ไม่ธรรมดา
กัวเทียนมองฟางขุยด้วยสายตาเย็นยะเยือก ถ้าวันนี้ไอ้เวรนี่ไม่ยอมคายเงินออกมา เขาจะทำลายบ่อนแห่งนี้ซะ!
ขณะกำลังใช้ความคิด จู่ๆ เขาก็ถูกใครบางคนผลัก จากนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหูเขา
“เฉินข่ายถูกใส่ร้าย เขาไม่ได้เล่นพนัน เห็นแก่ที่มาจากหมู่บ้านเดียวกัน นายช่วยเขาทีนะ เขาอยู่ที่ห้องใต้ดิน”
แววตากัวเทียนมืดครึ้มลง เขาเงยหน้ามองฉับพลัน แต่คนที่มาบอกเดินห่างไปแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นใคร
ใส่ร้ายเหรอ
กัวเทียนประหลาดใจ
ไม่คิดเลยว่าเรื่องราวจะหักมุมแบบนี้
เชิงอรรถ
^ เหมา เป็นค่าเงินของจีน โดย 1 เหมาเท่ากับ 0.1 หยวน