เจียงฟางหลานปล่อยให้คนดูพูดคุยกันไป ส่วนตนเองก็จุดไฟบนเตาแก๊สปิกนิค เทน้ำซุปสำเร็จรูปใส่หม้อ รอให้น้ำซุปเดือดก็แกะห่อเกี๊ยวรวมใส่หม้อ จบขั้นตอน ที่เหลือก็คอยคนๆ และต้มอีกสักพัก
[ทุกคน : ...]
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : นี่มันคือของวิเศษอันใดกัน? ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย]
[ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : นี่สตรีมเมอร์ทำอาหารเสร็จแล้วหรือเ้าคะ? แค่นี้?]
[อ้วนแล้วหนักหัวใคร : ทำไมทุกคนไม่สนใจกลิ่นหอมๆ นี่ล่ะ? มันหอมมากเลยนะ! มันกินได้หรือยังน่ะสตรีมเมอร์? แค่ได้กลิ่นเงินโดเนทก็ปลิวแล้ว! <อ้วนแล้วหนักหัวใคร> โดเนทให้คุณ 1 เหรียญเงิน]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : ช่างเป็ของวิเศษที่สะดวกสบายดีจริงๆ เ้าขายหรือไม่?]
[ชอบส่องสาวงาม : เ้าก็จะซื้อทุกอย่างจริงๆ แบ่งให้ผู้อื่นบ้างสิ!]
[แม่นางปากสีชาด : แม้จะยังไม่เห็นหน้าสตรีมเมอร์ และการทำอาหารก็เรียบง่ายยิ่งนัก แต่ก็ถือว่าทำอาหารได้ สนใจมาอยู่กับพี่สาวไหมจ๊ะ? <แม่นางปากสีชาด> โดเนทให้คุณ 1 เหรียญเงิน]
ถามว่าเสร็จแล้วเหรอ? ใช่ครับ เสร็จแล้ว นี่คืออาหารเช้าแบบง่ายๆ สำเร็จรูปฉบับหนุ่มออฟฟิศทั้งสองชาติ ถามจริง คิดว่าเขาจะเอาเวลาที่ไหนไปทำอาหาร? ตื่นเช้าเลิกงานดึกทุกวันๆ แค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ไม่มีเวลามาทำอาหารกินเองหรอกครับ แล้วมานั่งทำอาหารในป่า เอ๊ย! ในสวนแบบนี้ จะประดิดประดอยอะไรได้มากมายล่ะครับ เอาไว้ครัวเสร็จเมื่อไหร่ ผมจะหมั่นฝึกฝีมือเชฟกระทะปลิวให้ทุกคน
เจียงฟางหลานไม่ได้ตอบ แต่เอ่ยอธิบายอาหารที่ทำ “ทุกคนครับ เมนูที่ผมทำเรียกว่าเกี๊ยวน้ำครับ เนื่องจากสถานที่ยังไม่พร้อม ผมก็เลยมาพบทุกคนในสวนแบบนี้ เรามาทำอะไรกินง่ายๆ ก่อนนะครับ เกี๊ยวเป็ไส้รวม มีสามไส้ มีเกี๊ยวหมู เกี๊ยวกุ้งและเกี๊ยวปลา เดี๋ยวถ้าเสร็จแล้วพวกเรามาลองชิมด้วยกันเถอะครับ รับรองว่าอร่อยและไม่มีรสขมแน่นอน”
ไม่ว่าจะของกินอะไรก็ตาม ในโลกลมปราณจะมีรสขมเท่านั้น ต่อให้กลิ่นหอมขนาดไหน หน้าตาน่ากินเท่าไหร่ เข้าปากไปเป็ต้องกระอักเืหมอบกราบต่อความขม ดูๆ แล้วก็น่าสงสารพวกเขาเหมือนกันนะ...
[ผู้กล้าสามดาบ : ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ แต่ผิงกั่วหวานฉ่ำเมื่อวานก็อุดปากอยู่...]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : ไม่ว่าสตรีมเมอร์ทำอะไรข้าก็กินทั้งนั้น]
[ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : ...ยังตะกละไม่เลิก]
“เอาล่ะ ตอนนี้น้ำซุปเดือดแล้ว” เขาปิดเตาแก๊ส ตักเกี๊ยวและน้ำซุปใส่ถ้วย ใช้ช้อนตักเกี๊ยวและน้ำซุปขึ้นมาเป่าให้หายร้อน “น่าจะหายร้อนแล้ว พวกเรามาชิมกันเถอะ” ว่าแล้วเขาก็เอาใส่ปาก
“ฟู่วๆ ร้อน!” เจียงฟางหลานสูดลมเข้าออกปากอย่างรีบเร่ง เกี๊ยวชิ้นใหญ่ แม้จะเป่าแล้วแต่ก็ยังร้อนอยู่ดี เขารีบเคี้ยว
“เหมือนเกี๊ยวชิ้นนี้จะเป็เกี๊ยวกุ้งแฮะ อร่อยดี” เขาเอ่ยหลังจากเคี้ยวหมดปาก แล้วดูผลตอบรับจากคอมเมนต์ของคนดูว่ามีปฏิกิริยากันยังไงบ้าง
[ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : ร้อนมาก! แต่รสชาติเช่นนี้คืออันใดกัน อร่อยยิ่งนักเ้าค่ะ!]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : ของอร่อยๆ ทำไมมีอยู่ที่สตรีมเมอร์คนเดียว? สตรีมเมอร์อยู่ที่ไหนข้าจะรีบเหาะไป! <พี่ใหย่ตาเดียว> โดเนทให้คุณ 1 เหรียญเงิน]
[ปีศาจแมวเก้าร้อยปี : เ้ายาจก รู้จักแต่เหาะ ไม่มีของวิเศษเดินทางได้อย่างกระบี่บินสินะ?]
[นักรบพเนจร : รสชาติเช่นนี้ข้าไม่เคยลิ้มรสมาก่อนเลย สตรีมเมอร์สุดยอดมาก! <นักรบพเนจร> โดเนทให้คุณ 1 เหรียญเงิน]
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : ถ้วยนี้ขายหรือไม่... <คุณหนูรองเ้าเสน่ห์> โดเนทให้คุณ 1 เหรียญเงิน]
[แม่นางปากสีชาด : ค่าตัวเท่าไหร่จ๊ะ? <แม่นางปากสีชาด> โดเนทให้คุณ 1 เหรียญเงิน]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : สตรีมเมอร์ไม่ได้ขายตัว!]
เจียงฟางหลาน : “...ขอบคุณสำหรับการโดเนทนะครับ” เขานั่งซดน้ำซุปและกินเกี๊ยวอยู่เงียบๆ ไม่รู้จะคุยอะไรดี อาชีพสตรีมเมอร์นี่ก็ยากเหมือนกันนะ คนดูก็บันเทิงกันจริงๆ เขานั่งกินไปก็คิดไป ถึงเขาจะพูดไม่ค่อยเก่ง แต่ดูแนวทางแล้วเขาไม่จำเป็ต้องพูดเยอะก็ได้นี่นา
[อ้วนแล้วหนักหัวใคร : กินไปนิดเดียวเอง! ทำอีกถ้วยได้หรือไม่! <อ้วนแล้วหนักหัวใคร> โดเนทให้คุณ 10 เหรียญเงิน]
“ผมอิ่มแล้วครับ” เจียงฟางหลานตอบ
[นอกไลฟ์] อ้วนแล้วหนักหัวใคร : ...แต่ข้ายัง...
“วันนี้ผมจะขายผิงกั่วหวานฉ่ำอีก มีใครสนใจไหมครับ? ลูกละ 100 เหรียญเงินนะครับ” เขาเอ่ยถาม
[ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : สนเ้าค่ะ!]
[อ้วนแล้วหนักหัวใคร : สน!]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : สนๆๆๆ]
[...]
เมื่อเห็นเสียงตอบรับดี เจียงฟางหลานก็ยิ้มกริ่มอยู่ในใจ “วันนี้ผมจะขายสิบลูกนะครับ หนึ่งคนต่อหนึ่งลูก ใครจะได้รับสิทธิ์ซื้อผิงกั่วหวานฉ่ำบ้าง?
ผมจะใช้ระบบสุ่มนะครับ ถ้าสุ่มไปที่ใคร คนนั้นก็ซื้อได้ครับ แต่ถ้าไม่มีเงิน จะสละสิทธิ์ก็ได้ครับ” เขาอธิบาย
[อ้วนแล้วหนักหัวใคร : คนละหนึ่งลูกเองหรือ? มันน้อยเกินไป!]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : ข้ารวบรวมเหล่าพี่น้องของข้ามารอสุ่มแล้ว ทุกคน! ใครได้สิทธิ์หรือขายสิทธิ์ให้ข้า ข้าจะสอนวรยุทธ์1วัน!]
[แม่นางปากสีชาด : ใครอยากให้เ้าสอนกัน!]
[ชอบส่องสาวงาม : โอ้! พี่ใหญ่ตาเดียวเป็ปรมาจารย์สอนวรยุทธ์รึ?]
[ผู้กล้าสามดาบ : ใช้วิธีนี้ก็ได้รึ ข้าทำบ้าง เรียกรวมพลด่วน!]
[นอกไลฟ์] คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : ม่านม่าน ไปบอกทุกคนในเรือน ไม่สิ ในตระกูลให้เข้าไลฟ์เดี๋ยวนี้!
“...อึก เฮ้อ เตรียมตัวกันพร้อมหรือยังครับ ผมจะสุ่มแล้วนะ” เจียงฟางหลานดื่มน้ำไปครึ่งขวด แล้วถอนหายใจกับความเล่นใหญ่ของทุกคนในโลกลมปราณ ก่อนจะให้เป่าเปาเปิดการสุ่ม
“ติ๊ดๆ แคร่กๆ ...อะแฮ่ม ได้ผู้โชคดีแล้วนะครับ ได้แก่ [แม่นางปากสีชาด] [ส้มหล่น] [เหนือสุดแดนั] [บ่าวมิกล้า] [ข้ากลัวผีแม่ม่าย] [ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน] [...] ” เขาเอ่ยรายชื่อสิบรายชื่อครบก็เตรียมจะปิดการไลฟ์
“ทุกคนที่มีรายชื่อช่วยทักมาหาผมและจ่ายเงินด้วยนะครับ เมื่อได้เงินแล้วผมจะส่งผิงกั่วหวานฉ่ำไปให้ทันที ขอบคุณที่ติดตามรับชมนะครับ ส่วนเื่อาหาร ไว้ผมจะลองคิดดูนะครับ” เจียงฟางหลานหมายถึงที่คนดูถามว่าเขาไม่ขายอาหารหรือ
“พรุ่งนี้พบกันใหม่นะครับ พรุ่งนี้ก็จะขายผิงกั่วเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือขาย20ลูก เตรียมตัวกันดีๆ นะครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ” เจียงฟางหลานปิดไลฟ์ทันทีโดยไม่อยู่ฟังเสียงโวยวายจากคนอื่นๆ
“เสร็จไปอีกหนึ่งงาน” เขาเอ่ยขณะเรียกเก็บของต่างๆ เข้าไปในช่องเก็บของ ค่อยไปล้างที่บ้าน ไม่ได้รับรู้เลยว่า ผู้คนในโลกลมปราณกำลังเต็มไปด้วยเสียงบ่นระงม
เจียงฟางหลานเดินกลับไปที่บ้าน ล้างถ้วยชามเสร็จก็เอาเก็บไว้ในช่องเก็บของเหมือนเดิม เขายังไม่ได้เอาอะไรออกมามากมาย มีแค่ที่นอนและของใช้ส่วนตัวเล็กน้อยเท่านั้น เขามองดูเวลา เพิ่งจะแปดโมงเช้าเท่านั้นเอง ยังเช้า แต่ก็เป็เวลาที่ผู้คนเริ่มทำงานกันแล้ว ตัวเขาเองก็จะเข้าเมืองไปติดต่อช่างมาซ่อมบ้านเหมือนกัน แต่ก่อนอื่น เขาเรียกเป่าเปาให้สรุปยอดเงินของวันนี้ก่อน
.....
[สรุปโดยเป่าเปา] 02/01/xxxx
เงินโดเนท = 16 เหรียญเงิน = 1,600 YC
เงินจากการขายผิงกั่วหวานฉ่ำ = 1,000 เหรียญเงิน = 10 เหรียญทอง หรือ 100,000 YC
รวมกับ ของเมื่อวานที่เหลืออยู่ 88 เหรียญเงิน กับเงินอีก ประมาณ 15,000 YC
.....
เจียงฟางหลานเดินโซซัดโซเซไปนั่งเก้าอี้ สองมือทำท่ากุมใจ สีหน้าเหม่อลอย แต่สมองกลับกำลังคิดคำนวณจำนวนเงิน
[ในใจ] เจียงฟางหลาน : พระเ้า! นี่เท่ากับว่าตอนนี้เขามีเงินสดประมาณแสนนิดๆ เงินเยอะมาก! เกิดมาไม่เคยได้เงินก้อนเยอะขนาดนี้มาก่อน ชาติที่แล้วโบนัสของเขายังไม่ได้เท่านี้เลย เกิดใหม่จงเจริญ!
‘ยอดรวมเงินโดเนทได้ 18 เหรียญเงิน 50 ตำลึง ยังขาดอีก 81 เหรียญเงิน 50 ตำลึง เหลือเวลาอีก 28 วัน พยายามเข้านะครับโฮสต์!’
“ยังขาดอีกเยอะเหมือนกันนะ” เจียงฟางหลายพึมพำ แต่นี่เพิ่งจะไลฟ์ครั้งที่สองเอง เขาเชื่อว่าเขาสามารถได้ภารกิจนี้ให้สำเร็จได้แน่นอน
“เข้าเมืองกันเถอะ วันนี้เรายังมีหลายอย่างให้ทำกัน” เขาบอกเป่าเปา
เมื่อวานเขาใช้เงินไปเยอะมาก อารมณ์เหมือนแม่บ้านได้เงินเดือนจากสามีมาช็อปปิ้ง จึงซื้อของไปเยอะเกิน ยังดีที่ช่องเก็บของเป็มิติกาลเวลา ของที่ใส่เข้าไปจะถูกหยุดเวลาไว้ ของสดที่เขาซื้อไปจึงไม่เน่าเสีย แต่ใส่ของมีชีวิตไม่ได้
เจียงฟางหลานใช้บริการขนส่งเป่าเปาวาปมาที่ซอยเล็กๆ ในเมืองเหมือนเมื่อวาน เมื่อเดินออกจากซอยก็ตรงไปที่ธนาคารก่อนเลย เขานำเงินหนึ่งแสนไปฝากธนาคาร เผื่อทำธุรกรรมต่างๆ เขามองดูรถที่ขับผ่านไปมา ตอนนี้เขายังไม่มีความคิดที่จะซื้อรถเลย ในเมื่อเขามีเป่าเปาที่สะดวกสบายกว่า ค่าเดินทางที่จ่ายก็เท่ากัน คนฉลาดก็ต้องเลือกทางที่ดีกว่าอยู่แล้วสิใช่ไหม ส่วนความคิดที่จะปลูกผักแล้วเอาของมาขาย... สภาพสวนยังเป็ป่ารกขนาดนั้น แผนนี้คงอีกนานแหละ
ตอนนี้เขาเหลือเหรียญเงิน 80 กว่าเหรียญนั่นไว้ในระบบ เพื่อเป็ค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกนั้นก็แปลงเป็เงินสดหมดแล้ว เงินสดที่เขามีก็เอาใส่ไว้ในช่องเก็บของ เวลาควักจ่ายก็ทำท่าดึงออกมาจากกระเป๋าสตางค์ ต่อให้มีขโมยมาขโมยไป ก็จะไม่ได้อะไรเลยนอกจากกระเป๋าเปล่าๆ เพราะของทุกอย่างเขาเอาไว้ในช่องเก็บของหมดแล้ว ฮ่าๆ
เนื่องจากยังเช้าและไม่รีบ เจียงฟางหลานจึงนั่งรถโดยสารประจำทางแทนการนั่งรถแท็กซี่ ใช้เวลาสักพักก็มาถึงที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง สาเหตุที่เขาเลือกมาที่นี่ หนึ่งเป็เพราะ เมื่อคืนเขาหาข้อมูลดูแล้ว พบว่าบริษัทแห่งนี้เป็บริษัทขนาดค่อนข้างใหญ่และได้มาตรฐานดีมากในเมืองลวี่ซาน สองเป็เพราะบริษัทแห่งนี้รับทำทั้งก่อสร้างและตกแต่ง รวมถึงจัดการเื่ต่างๆ จิปาถะได้ด้วย แทนที่เขาจะไปการประปา การไฟฟ้า เขาก็มาที่นี่ที่เดียว แล้วให้พวกเขาช่วยติดต่อดำเนินเื่ให้จะง่ายกว่า แค่เพิ่มเงินค่าจัดการเท่านั้น
เื่เงินสำหรับเจียงหางหลานไม่มีปัญหา เขากลัวเื่ยุ่งยากมากกว่า เขาอยากใช้ชีวิตสบายๆ แบบนั่งกินนอนกินน่ะ
บริษัทหลงลวี่ซาน (ัเขียวั์) ชื่อช่างยิ่งใหญ่อลังการ สมกับเป็บริษัทรับเหมาก่อสร้างอันดับหนึ่งของเมืองลวี่ซาน ไม่รู้เ้าของี้เีตั้งชื่อหรือเปล่า แต่ก็จำง่ายดี
“ยินดีต้อนรับครับ คุณลูกค้ามีเื่อะไรให้เราช่วยเหรอครับ?” เมื่อเจียงฟางหลานเดินพ้นประตูเข้ามา ก็เจอพนักงานคนหนึ่งปรี่เข้ามาต้อนรับ
เฉาฮั่น เป็พนักงานของหลงลวี่ซาน อันที่จริงเขาไม่ใช่พนักงานต้อนรับ แต่เขาเป็สถาปนิกน้องใหม่ไฟแรง ที่ถูกพ่อเตะโด่งให้มาเรียนรู้งานการต้อนรับลูกค้าทั้งๆ ที่เป็สถาปนิก เฉากวงผู้เป็พ่อบอกว่า นี่เป็ด่านแรกของการทำงานให้ประสบความสำเร็จ วันนี้เขาเริ่มงานวันแรก หลังจากเที่ยวเล่นหลังเรียนจบเป็ปี เขาอยากจะบอกพ่อว่าเขาไม่ได้ไม่อยากทำงาน แต่หลังเรียนจบก็ขอพักก่อนไม่ได้หรือไง พักแค่ปีเดียวก็อายัดเงินในบัตรของเขาซะแล้ว
เฉาฮั่นตื่นเต้นที่ได้เริ่มทำงาน แม้เขาจะไม่ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้เกียรตินิยมอันดับสองด้วย ได้แค่เกรดนิยมเหมือนนักศึกษาร้อยละ 95 แต่เขามีความกระตือรือร้น มีความมุ่งมั่น มีความกล้าและชอบความท้าทาย (คิดเอาเอง) ดังนั้นเมื่อเห็นลูกค้าคนแรกเดินเข้ามา เขาจึงรีบยิ้มแย้มและเข้าไปทักทายทันที
........................................
[รับสมัครชื่อไอดีคนดูไลฟ์] (คนดูอยู่โลกลมปราณนะคะ ขอชื่อแนวๆนี้)
เผื่อใครอยากสนุก ร่วมเป็ส่วนหนึ่งในนิยายของซุนกวงิ เสนอชื่อมากันเยอะๆนะคะ
ปล.เนื่องจากในเว็บนี้เราลงนิยายช้ากว่าที่อื่นๆ ดังนั้นไอดีที่ทุกคนร่วมสนุกกัน อาจจะปรากฎในบทหลังๆนะคะ รอติดตามได้ค่ะ