บทที่ 12 ข้าจะเผยความชั่วของนางเอง
หานเสี่ยว์ลุกขึ้นยืนทอดสายตามองไปด้านนอกหน้าต่างตอบคำถามที่ลู่ฟางได้เอ่ยถาม
“ใช่ ! ข้าเองไม่อยากจะให้นางต้องมาเลี้ยงดูเด็ก ๆ อีกต่อไป ตลอดเวลาที่นางแต่งเข้ามาข้าเองก็ไม่ได้มีใจให้นางเลย และไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางรังแกเด็ก ๆ จนกระทั้งตอนที่นางตกน้ำจากการผลักของลู่เอ๋อร์ ข้าก็ได้รับรู้เื่ราวที่ผ่านมาข้าเป็พ่อที่ไม่เอาไหนเสียจริงปล่อยให้นางรักแกลูกของตนเองได้” เขาเอ่ยออกมาอย่างเ็ปไม่รู้เื่ที่ลูก ๆ ของเขาต้องทนทุกข์ทรมานใจเช่นนี้
“แล้วทำไมท่านพี่ถึงได้ไม่ลงโทษฮูหยินของท่านล่ะเ้าคะเด็ก ๆ น่าสงสารเสียจริง”ลู่ฟางใบหน้าเศร้าสลดทำท่าทีสงสารเด็ก ๆ แสร้งว่าตนเองนั้นไม่รู้เื่ทั้ง ๆ ที่นางเองก็รับรู้เื่นี้มานานแล้ว แต่นางไม่อยากจะบอกเหิงเยว์เพราะนางอยากให้เหิงเยว์ได้รับรู้ด้วยตนเอง และหย่าพร้อมไล่หานเสี่ยว์ออกจากเรือนนี้ไปส่ะ หลังจากนั้นนางจะเข้ามาแทนที่เอง
“เ้าก็รู้ว่าท่านพ่อของนางเป็ขุนนางที่มีอำนาจ แค่นางยอมหย่าให้ข้าก็ดีมากแล้ว ในตอนแรกนางบอกจะหย่าให้แท้ ๆ แต่จู่ ๆ ก็มีท่าทีเปลี่ยนไปไม่ยอมหย่าเสียอย่างนั้น ข้าเองจึงไม่รู้จะทำอย่างไร อีกอย่าง่นี้ดูเหมือนว่าลู่เอ๋อร์กับเลี่ยงเฟิงเองก็อยากอยู่ใกล้ชิดนางมากกว่าแต่ก่อน” เขาได้บอกกล่าวกับลู่ฟาง นางเองครุ่นคิดได้แต่เคลือบแคลงใจ ในคำพูดของท่านพี่เหิงเยว์หากนางจะหย่าเหตุใดถึงทำดีกับเด็ก ๆ เช่นนั้น
“ท่านพี่อย่าหาว่าข้ายุ่งวุ่นวายกับเื่ในเรือนของท่านเลยนะเ้าคะ เมื่อครู่ข้าเข้ามาข้าเห็นเด็ก ๆ อยู่กับฮูหยินของท่านที่ศาลาด้านนอก นางน่าจะแสร้งทำดีจนเด็ก ๆ วางใจ ท่านพี่เหิงเยว์รู้ใช่มั้ยเ้าคะว่าคนเราไม่น่าจะเปลี่ยนไปราวคนละคนเช่นนั้นได้ ข้าคิดว่านางน่าจะมีแผนอันใดแน่ ๆ ที่ข้าเอ่ยออกมาเพราะเป็ห่วงเด็ก ๆ” ลู่ฟางทำทีเห็นใจและสงสารเด็ก ๆ
“ข้าไม่อยู่เฉยแน่หากนางคิดจะทำอันใดเด็ก ๆ ส่วนเ้าวันนี้หมดธุระแล้วก็กลับเถิด ข้าเองก็มีเื่ที่ต้องทำอีกมากมาย ฝากขอบน้ำใจท่านป้าด้วย”
“ได้เ้าค่ะ วันหน้าข้าจะมาหาท่านพี่และหลานใหม่ ท่านพี่ดูแลตนเองด้วยนะเ้าคะ” ลู่ฟางลุกขึ้นมาก้มโค้งลงก่อนจะเดินออกไปอย่างเสียดาย ที่เหิงเยว์ไม่เคยมองนางเป็อื่นเลย แต่อย่างไรนางเองก็ไม่ย่อท้อ นางจะทำทุกทางให้เหิงเยว์จัดการไล่หานเสี่ยว์ออกจากเรือนของเขาไปส่ะ
“คิดว่าทำดีแล้วท่านพี่จะมองท่านเปลี่ยนไปงั้นหรือ ข้าจะเปิดโปงความชั่วช้าของท่านเอง ”ลู่ฟางเดินออกจากเรือนของเหิงเยว์พร้อมเอ่ยออกมาอย่างแ่เบา นางจะหาทางให้หานเสี่ยว์ต้องออกไปจากที่นี่
ฝั่งด้านหานเสี่ยว์เมื่อกลับมาห้องก็ให้เข่อซิงเล่าเื่ของลู่ฟางให้นางฟังทั้งหมด ก็ได้รู้ว่าลู่ฟางนั้นเป็ผู้ใดและนางจะไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะไม่อยากมีเื่ราว แค่ได้สนทนากันในวันนี้ก็พอรู้นิสัยของนางว่าไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว
“เฮ้อ ! ข้าจะทำอย่างไรไม่ต้องพบเจอนางดีนะเทพ์บัลดาลให้ข้าทะลุมิติมาที่นี่ทำไมต้องให้ข้ามาพบเจอเื่เช่นนี้ด้วย ” หานเสี่ยว์พึมพำอยู่เพียงลำพังไม่นานนักเวลาก็ล่วงเลยมาถึงตอนค่ำอีกแล้ว
“ท่านแม่เ้าคะ ข้ามาแล้ววันนี้ข้ามีของมามอบให้แก่ท่านด้วยเ้าค่ะ ”เสียงเล็กแหลมที่วิ่งเข้ามาหาหานเสี่ยว์ได้ถือของซุกซ้อนอยู่ด้านหลังใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“เ้ามีอันใดให้ข้าหรือ ตื่นเต้นเสียจริงอยากรู้แล้วสิ” หายเสี่ยว์ที่นั่งอยู่เก้าอี้ในห้องของตัวเองก็ทำท่าทางตื่นเต้นอยากรู้ว่าเด็กน้อยนี้มีอันใดมาให้นาง
“ท่านแม่ต้องชอบมาก ๆ แน่ ๆ เ้าค่ะ " ลู่เอ๋อร์ยื่นผ้าเช็ดหน้ามอบให้แก่หานเสี่ยว์นางรีบรับมาดูก็ต้องตื้นตันหัวใจ
“นี่เ้าปักชื่อของข้าด้วยตนเองหรือ” หานเสี่ยว์ลูบตัวอักษรที่ปักเป็ชื่อนางก็อดที่จะดีใจไม่ได้แม้ตัวอักษรจะยังไม่สวยงามเพราะลู่เอ๋อร์ยังเด็กแค่นี้นางก็รู้สึกดีมาก ๆ
“เ้าค่ะ ข้าถามจากท่านพี่ว่าชื่อของท่านแม่เขียนเช่นไรจึงตั้งใจปักผ้าเช็ดหน้ามาให้ท่านแม่ "
“งดงามมาก ๆ อย่างนี้ข้าต้องตอบแทนเสียแล้ว” หานเสี่ยว์ดึงตัวของลู่เอ๋อร์มากอดพร้อมหอมที่แก้มแดงระเรื่อของเด็กหญิงฟอดใหญ่
“คุณหนูเ้าคะถึงเวลาอาหารเย็นแล้วเ้าค่ะ” เข่อซิงได้เข้ามาตามนายหญิงของตนเองไปทานอาหารที่ห้องโถงก็ได้พบภาพที่อบอุ่นหัวใจ อย่างไม่เคยเห็นมาก่อน นางก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นหัวใจ
“เราไปกินอาหารเย็นกันเถอะแล้วเลี่ยงเฟิงล่ะไม่มากับเ้าด้วยหรือ” หานเสี่ยว์ลุกขึ้นจับมือของลู่เอ๋อร์ก่อนจะถามหาเด็กชายตัวน้อย
“ท่านพี่เลี่ยงเฟิงน่าจะไปรออยู่ที่ห้องโถงแล้วเ้าค่ะ” หานเสี่ยว์พยักหน้ารับรู้พร้อมเดินไปที่ห้องโถง
เมื่อมาถึงก็พบว่าตอนนี้มิใช่แค่เลี่ยงเฟิงที่นั่งรอนางอยู่แต่มีเหิงเยว์ที่นั่งรอทั้งสองเช่นกัน
“พวกเ้าจะให้ข้ารอถึงเมื่อไหร่เหตุใดถึงนานมาเหลือเกิน " มาถึงก็ต้องเจอกับคำถามที่น่าชวนปวดหัว นางไม่คิดอยากจะร่วมโต๊ะกับเขาด้วยซ้ำเหตุใดวันนี้เขาต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย
“แล้วทำไมท่านไม่กินก่อนล่ะ ปกติท่านไม่เคยมาร่วมโต๊ะด้วยซ้ำ"
“ท่านพ่อขอรับอย่างไรท่านแม่ก็มาแล้วอีกอย่างท่านพ่อเองก็พึ่งมาถึงเมื่อครู่อย่าต่อว่าท่านแม่เลย" เลี่ยงเฟิงกระตุกแขนเสื้อของท่านพ่อเพราะไม่อยากให้ทั้งสองต้องมาต่อว่ากันด้วยเื่เท่านี้ หานเสี่ยว์มองหน้าเหิงเยว์อย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามเขาโดยมีลู่เอ๋อร์กับเลี่ยงเฟิงนั่งคั่นระหว่างกลาง
สาวใช้ก็ได้จัดเตรียมมาวางจนเต็มโต๊ะ หานเสี่ยว์ก็รีบกินอาหารให้เสร็จเร็ว ๆ เพราะไม่อยากอยู่ร่วมโต๊ะกับเหิงเยว์เท่าไหร่นัก
“เ้าดูแลเรือนให้ดีข้าจะไม่อยู่ที่เรือนนี้สองวัน " จู่ ๆ เหิงเยว์ก็ได้พูดขึ้นทำให้ความเงียบบนโต๊ะอาหารได้ดังขึ้น
“ทำไมต้องบอกข้าด้วย ท่านจะไปไหนข้าไม่ได้อยากรู้เสียหน่อย”
“ที่ข้าต้องบอกเพราะหากข้าไม่อยู่ที่เรือนมีเื่อันใดเ้าตัดสินใจเองได้เลย " หานเสี่ยว์พยักหน้าเพื่อรับรู้ ก่อนจะตั้งใจกินอาหารต่อ
“ท่านพ่อให้ข้าไปด้วยได้หรือไม่ขอรับ” เลี่ยงเฟิงได้เอ่ยถามเพราะคิดว่าท่านพ่อของตนนั้นไปเที่ยวเล่นต่างแคว้น
“ข้าไม่ได้ออกไปท่องเที่ยวแต่มีเื่ที่ต้องไปจัดการ หากวันหน้าข้าว่างจะพาเ้าทั้งสองไปเที่ยว” เลี่ยงเฟิงมีใบหน้าที่สลดเล็กน้อยแต่ก็เข้าใจท่านพ่อของตนเอง
“เช่นนั้นท่านพ่ออย่าลืมซื้อขนมอร่อย ๆ มาฝากข้าด้วยนะเ้าคะ” ลู่เอ๋อร์เองก็ได้พูดขึ้นมาเวลาที่นางเอ่ยเื่ของกินแววตาของนางก็ส่องประกายแวววาว ทำให้หานเสี่ยว์ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ด้วยความเอ็นดูนาง
“ได้สิเดี๋ยวข้าจะซื้อมาฝากพวกเ้าทั้งสอง”เขาลูบหัวของลู่เอ๋อร์พร้อมรับปากนาง
“ทั้งสองได้อย่างไรขอรับ ท่านพ่อต้องซื้อมาฝากท่านแม่ด้วยนะขอรับ” เลี่ยงเฟิงที่มีคติเปลี่ยนไปแล้วก็ได้เอ่ยให้ท่านพ่อซื้อของมาฝากท่านแม่ด้วย
“ก็ได้ พวกเ้าอิ่มกันแล้วก็รีบพากันกลับห้องเถิดข้ามีเื่จะคุยกับหานเสี่ยว์สักครู่”
“ได้อย่างไรกันเ้าคะ ท่านแม่สัญญาว่าจะไปส่งข้ากับท่านพี่เข้านอนทุกวัน “
“เช่นนั้นไปส่งพวกเ้าทั้งสองแล้วค่อยคุยกัน ”
เหิงเยว์ลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารจะพาเด็ก ๆ ไปส่ง ทำให้หานเสี่ยว์อึดอัดยิ่งไปกันใหญ่
“มีเื่อันใดเอ่ยมาตอนนี้มิได้หรืออย่างไร เหตุใดต้องรอเด็ก ๆ ไปที่อื่นก่อนด้วยเล่า มันเสียเวลา” เมื่อนางไม่อยากอยู่เหิงเยว์เพียงลำพังก็ได้เอ่ยขึ้นมา
“เื่ที่ข้าจะพูดคุยกับเ้าเป็เื่ที่เด็ก ๆ ไม่ควรมารับรู้”
“ฮึ ฮึ แล้วแต่ท่านเถอะเลี่ยงเฟิงลู่เอ๋อร์ไปกันเถอะข้าจะไปส่งพวกเ้าเข้านอน ” หานเสี่ยวเคล้นหัวเราะออกมาจากในลำคอก่อนจะพาเด็ก ๆ ไปส่งที่ห้องโดยมีเหิงเยว์พร้อมกับเข่อซิงเดินตามหลังมา เมื่อส่งเด็ก ๆ เข้านอนเสร็จแล้วหานเสี่ยว์ก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ยถามเื่ที่เขาอยากจะพูดคุยกับนาง