"เป็เ้านั้นเอง พ่อหนุ่มพวกเราพบกันอีกแล้วนะ.." วู่เทียนหลางแย้มยิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้น
"เหตุใดท่านถึงมาอยู่ตรงนี้ตามลำพัง.? แล้วนั่น…ชาวเมืองที่ยังเหลือรอดกระนั้นรึ.." ห่าวหรานกล่ามถามพร้อมชะโงกหน้ามามองดู พ่อแม่ลูกทั้งสามด้วยความสงสัย
"ใช่แล้ว พ่อหนุ่ม ข้าพึ่งจะช่วยชีวิตของเขาทั้งสามเอาไว้ จากนั้นเ้าก็ปรากฏตัวออกมาพอดี"
"เป็แบบนี้นี่เอง…เช่นนั้นข้าว่าพวกเราพาสามคนนี้ไปยังที่ปลอดภัยกันก่อนจะดีกว่า อยู่ตรงนี้นานอาจจะไม่ปลอดภัย" ห่าวหราน มองสามพ่อแม่ลูก แล้วส่งยิ้มให้ ก่อนจะหันไปสบตากับวู่เทียนหลาง
"เป็ความคิดที่ไม่เลว หากพวกมันปรากฏตัวขึ้นมาอีก ข้าคงต่อสู้แบบห่วงหน้าพะวงหลังเป็แน่.." วู่เทียนหลางพยักเห็นด้วยกับความคิดของห่าวหราน ดังนั้นมันทั้งสองจึงคิดที่จะพาสามคนพ่อแม่ลูกไปยังที่ปลอดภัย ทว่า…ดูเหมือน เด็กหญิงตัวเล็กจะมีท่าทางหวาดกลัว และงอแงไม่ยอมไปจากจุดนี้สักเท่าไหร่ แม้ว่าพ่อกับแม่ของนางจะพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมสักเพียงใด
"อย่าดื้อสิ หนิงหนิงพวกเรารีบไปกันเถอะอย่างอแงอีกเลย" ผู้เป็บิดาของนางพยายามพูดหว่านล้อม
"ใช่แล้ว ลูกแม่ อย่าได้หวาดกลัวไปเลย ตรงนี้มียอดฝีมืออยู่ถึงสองคนพวกเราจะต้องปลอดภัยเป็แน่…" มารดาของนางเองก็ส่งยิ้มอ่อนโยน และเอ่ยขึ้นด้วย เมื่อนั้นเด็กหญิงตัวเล็ก จะจึงหยุดงอแง และยอมตาม วู่เทียนหลาง กับ ห่านหรานไปยังที่ปลอดภัย
"นางยอมไปแล้ว พวกท่านพาเราสามคนเข้าไปหลบในสำนักเถิด" ผู้เป็มารดากล่าวขึ้น ทว่า…ห่าวหรานนั้นกลับยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน จนผู้เป็บิดาของเด็กหญิงตัวเล็กถึงกับ ขมวดมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง ก่อนจะเอ่ยปากถาม
"อ้าว ท่านจอมยุทธ์น้อยเหตุใดจึงไม่ไปอีกเล่า ท่านรีรออันใดอยู่กระนั้นรึ.? "
ห่าวหรานนิ่งเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะมองหน้ามันกลับ แล้วตอบว่า " จะว่าไปพวกเ้าสามคน นี่ก็นับว่าน่าแปลกยิ่งนัก"
"แปลกอันใด..? " มันย้อนถาม ซึ่งห่าวหรานเองก็แย้มยิ้ม ด้วยแววตาแข็งกร้าวก่อนจะเอ่ยตอบ
"เมื่อสักครู่ ภรรยาของเ้าเอ่ยกับบุตรสาวว่า 'ตรงนี้มียอดฝีมืออยู่สองคน' คนหนึ่งย่อมหมายถึงผู้าุโไม่ผิดแน่ ท่านเป็ถึงเ้าสำนักใหญ่ ไม่แปลกที่ใคร ๆ จะรู้จัก ทว่า…ข้านั้นเป็เพียงเด็กหนุ่มตาบอดคนหนึ่ง ภรรยาท่านมองออกได้อย่างไร ว่าข้านั้นเป็ยอดฝีมือ แถมตัวท่านเองก็เรียกข้าว่า จอมยุทธ์น้อยเช่นกัน ท่านเห็นข้าแสดงฝีมือตอนไหนรึ…? แล้วอีกประการ ดูเหมือนข้ายังมิได้บอกเลยว่าจะพาพวกเ้าสามคนไป หลบที่ใด จู่ ๆ ภรรยาของเ้าก็รบเร้าให้ พวกเราพาไปหลบในสำนัก ทั้งหมดนี่ยังดูไม่แปลกอีกรึ…"
คำกล่าวของห่าวหรานทำเอาพวกมันสองผัวเมียถึงกับ นิ่งอึ้งใบหน้าพลันถอดสี คล้ายแผนการบางอย่างที่วางมาถูกเปิดโปงจนหมดสิ้น แต่พวกมันก็มิวายพยายามจะแก้ตัวด้วยเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ก่อนที่จะมีเสียง เสียงหนึ่งตวาดดังลั่น
"พวกเ้าพอได้แล้ว…!!" เสียงนั้นหาใช่ของ วู่เทียนหลาง หรือ ห่าวหรานไม่ หากแต่เป็เสียงของเด็กหญิงตัวเล็ก ยามนี้ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวน่าเกลียด แถมเสียงที่เปล่งออกมาก็ทุ้มหนา พังดูน่ากลัว ผิดกับรูปลักษณ์ภายนอกเป็ยิ่งนัก
"ตาแหลมดีนี่ ไอ้หนูที่มองแผนการของพวกข้าออก แต่ข้าจะบอกให้ว่า จริง ๆ นางก็มิได้ล่วงรู้หรอกว่าเ้าใช่ยอดฝีมือหรือไม่ เพียงแค่พวกเราจับตามองเ้าอยู่นานแล้วต่างหากั้แ่ตอนที่เ้าสังหารพวกสัตว์อสูรฟ้าดินของเรา ก็เลยคาดเดาว่าเ้าคงมีวรยุทธ์ร้ายกาจพอตัว" เด็กหญิงผู้มีเสียงทุ้มหนาเอ่ยขึ้น จากนั้นชายผู้เล่นเป็บิดาของมันจึงเอ่ยขึ้นมาบ้าง
"ทีแรกคิดที่จะจัดการกับเ้าแก่นี่ตอนที่มันเผลอ มิคาดคิดเลยว่าเ้าจะโผล่ออกมาด้วย แถมยังทำลายแผนของพวกข้าอีก เช่นนั้นก็คงต้องกำจัดเ้าทิ้งไปด้วยซะแล้ว…."
"ที่แท้เ้าทั้งสามก็เป็คนของพรรคหมื่นมารนี่เอง มิน่าเล่าจึงทำตัวแปลก ๆ ข้านั้นโง่เขลานักที่มองไม่ออก ไม่เหมือนผู้หนุ่มผู้นี้ ที่มองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง นับว่ามีความเฉลียวฉลาด ยิ่งนัก"
"ผู้าุโกล่าวเกินไปแล้ว ข้ามิได้เฉลียวฉลาดอันใดดอก เพียงแค่วิเคราะห์ตามสถานการณ์ บวกกับเ้าพวกนี้มันรีบร้อนจนเสียแผนเอง ข้ามิได้เก่งกาจอันใดเลย"
"ไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอก หากเ้าไม่ปรากฏตัวออกมา บางทีข้าอาจจะชักศึกเข้าบ้าน จนเกิดเื่ใหญ่โตก็เป็ได้" วู่เทียนหลางแย้มยิ้ม ก่อนจะลูบเคราขาว แล้วเอ่ยขึ้น
พวกมันสองคน สนทนากันอย่างสบายอกสบายใจ โดยมิได้สนใจ เ้าพรรคหมื่นทั้งสามเลยแม้แต่น้อย
"หน็อย…พวกเ้าทำแบบนี้แปลว่าไม่เห็นพวกข้าทั้งสามอยู่ในสายตาเลยสินะ เช่นนั้นก็ย่อมได้ งั้นข้าจะช่วยให้พวกเ้าไปสนทนากันต่อในนรกให้พอใจเลย…."
ชายผู้เล่นเป็บิดาของเด็กหญิงเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางเดือดดาล ก่อนที่มันจะหยิบอาวุธ มีดสั้นสองเล่มที่ใบดาบโค้งงอออกมา อีกสองคนก็เช่นกัน หญิงสาวที่เล่นเป็มารดา สะบัดชายเสื้อก่อนจะพลันปรากฏแส้หนามโลหะสีดำขึ้นในมือ ส่วนเด็กหญิงตัวเด็กนั้นหยิบของบางอย่างออกมาสวมที่มือทั้งสองข้าง ซึ่งมันก็คือกรงเล็บสีเงินคมกริบส่งประกายแวววาว
"โอ้ ดูจากอาวุธที่ใช้ พวกเ้าน่าจะเป็ สามนักฆ่าเงาทมิฬ ที่ชอบทำงานสกปรกเพื่อเงินสินะ…" วู่เทียนหลางหรี่ตามองพวกมันก่อนจะกล่าวออกมาด้วยท่าทางสบายใจ
"สามนักฆ่าเงาทมิฬรึขอรับผู้าุโ? พวกมันเป็พวกไหนกัน มิใช่คนของพรรคหมื่นมารรึ.."
ห่าวหรานเอยถามด้วยความสงสัย
วู่เทียนหลางส่ายศีรษะเบา ๆ ก่อนตอบกลับว่า "ไม่ใช่หรอก พ่อหนุ่ม พวกมันทั้งสามไม่ใช่คนของพรรคมาร หากแต่ถูกจ้างมาโดยเงินเพื่อเล่นงานข้า..ผู้ชายที่ถือมีดมีนามว่า กงเยี้ยน สมญานาม มีดสั้นโค้งเก้าสังหาร สตรีพูดน้อยนางนั้นมีนามว่า เหม่ยชุนฮวง สมญานาม แส้มรณะพันศพ ส่วนแม่หนูตัวเล็ก ไม่สิ เ้าเฒ่าทารกที่อยู่ในร่างของเด็กหญิงนั่นมีนามว่า อึ้งชางกวงซิน สมญานาม นักฆ่าทมิฬหมื่นโฉม"
"เช่นนั้น ก็แปลว่า ผู้ควบคุมสัตว์อสูรก็ยังอยู่ในเมือง"
"ใช่แล้ว แต่เื่นั้นเ้าไม่ต้องไป มันผู้นั้นหลบซ่อนตัวได้อีกไม่นานหรอก อีกไม่นานคนของสำนักข้าจะต้องพบตัวมันเป็แน่ ยามนี้เรามาเล่น กับเ้าสามคนนี้เพื่อยืดเส้นยืดสายกันเถิด…" พอห่าวหรานได้ยินเช่นนั้นมันก็ยิ้มตอบวู่เทียหลางก่อนจะพยักหน้ารับ ทว่า….ในตอนนั้นเอง ก็ได้มีเงาร่างสีดำร่างหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาหาห่าวหรานด้วยความรวดเร็ว "ตายชะ…!!" มันคืออึ้งชางกวงซิน นั้นเอง…
กรงเล็บคมกริบเฉือนตัดร่างของห่าวหรานรวดเร็วว่องไวจนมิอาจหลบพ้น และถึงแม้ว่าจะเป็ผู้มีขั้นการฝึกฝนอยู่ในระดับนภาชั้นต้น ก็ยากที่จะรอด ทว่า…นั้นคงจะเป็กับคนอื่นหาใช่เด็กหนุ่มผู้นี้ สิ่งที่อึ้งชางกวงซิน ตัดก็เป็เพียงแค่ภาพติดตาของห่าวหรานเท่านั้น
"หลบกรงเล็บเหล็กคร่าิญญาของข้าได้รึ..!"
"เื่แบบนั้น มันก็แน่นอนอยู่แล้ว กรงเล็บแมวของเ้าเชื่องช้าอืดอาดถึงเพียงนี้ ผู้ใดบ้างจะหลบไม่ได้.." เสียงของห่าวหรานเอ่ยขึ้นในขณะที่มันกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ เหนือหัวของ อึ้งชางกวงซินขึ้นไปพอสมควร แถมห่าวหรานยังตั้งท่าเตรียมจะพุ่งกายลงมาเหยียบกรงเล็บของอึ้งชางกวงซินให้แหลกอีกด้วย
"กวงซินระวังตัว..!" เสียงของกงเยี้ยนร้องะโ ก่อนที่มันจะสะบัดมีดสั้นโค้งสองเล่ม บินพุ่งตรงมาหาห่าวหราน ด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
แรกเห็น ห่าวหรานมิได้หวั่นเกรงเท่าไหร่เพราะคิดว่ามีดสั้นโค้ง ๆ ที่หมุนวนไปมาสองเล่มจะทำอะไรมันได้ แต่แล้วดูเหมือนห่าวหรานจะคิดผิดถนัด เพราะจู่ ๆ เ้ามีดสองเล่มนั้นก็พลันแยกตัวกลายเป็ 9 เล่มสมชื่อของมัน แถมยังกระจายมาจู่โจมจากรอบด้านอีกด้วย
"แย่แล้ว…! ข้าหลบไม่พ้นแน่" ห่าวหรานดวงตาเบิกกว้างก่อนจะร้องออกมาด้วยความใ ทว่า…ในยามนั้นเอง มีดสั้นของกงเยี้ยนที่กำลังจะบินมาถึงตัวทั้งหมดก็โดน ใครบางคนโผล่มาขวางเอาไว้เสียก่อน พร้อมใช้แขนเสื้อสะบัดใส่ทีเดียว จนพวกมันกระเด็นลอยกลับไปหากงเยี้ยนผู้ที่ส่งมา มิใช่ใครอื่นวู่เทียนหลางนั้นเอง…!
"อย่าเล่นลอบกัดสิ ทำแบบนั้น มันดูไม่ใช่ลูกผู้ชายเอาซะเลยนะกงเยี้ยน…"
วู่เทียนหลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่า…ห่าวหราน กลับรู้ได้ถึงพลังบางอย่างอันรุนแรงที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของปรมาจารย์าุโเฒ่าเ้าสำนักผู้นี้…
จบบทที่ 20