My Sweet Heart สะดุดรักยายแว่นสุดโหด

    บทที่ 2

    “ไม่คิดจะปลุกกันเลยนะครับ”เสียงที่ดังตรงหน้าทำให้ฉันที่กำลังตั้งใจก้มหน้าก้มตากินข้าวกลางวันถึงกับหยุดชะงัก ก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของเสียง พบว่าเขากำลังวางจานข้าวลงบนโต๊ะเดียวกันกับฉันและนั่งลงในฝั่งตรงกันข้าม ทั้งๆที่ฉันยังไม่ได้เอ่ยอนุญาตแม้แต่นิดเดียว เฮอะ หมอนี่ช่างไร้มารยาทจังแฮะ“เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ”ฉันว่าพลางก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อโดยไม่สนใจคนตรงหน้า“คนอะไรไร้น้ำใจชะมัด”เสียงพูดลอยๆของเขาดังขึ้นเข้าสู่โสตประสาทของฉัน ก่อนที่ฉันจะเงยหน้ามองหน้าเขาแวบหนึ่ง“เฉพาะกับนายเท่านั้นแหละย่ะ อีกอย่าง…ไม่ทราบว่าใครอนุญาตให้นายนั่งโต๊ะเดียวกันกับฉันหา”ฉันเอ่ยถามอย่างเอาเรื่อง แต่มีหรือที่หมอนี่จะยอม“โธ่ เจ๊ หักมีน้ำใจซะบ้างสิครับ”เขาว่าก่อนจะตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆราวกับเด็ก“เจ๊บ้านแกสิ…ใครเป็นเจ๊แกย่ะ”ฉันอดที่จะแหวใส่เขาไม่ได้“อ้าว ถ้าไม่ให้ผมเรียกว่าเจ๊ แล้วจะให้ผมเรียกว่าอะไรล่ะครับ ผมยังไม่รู้ชื่อเจ๊เลยนะ”เขาว่าก่อนจะส่งสายตาปริบๆราวกับกำลังจะอ้อนให้ฉันยอมบอกชื่อของตัวเองไป หึ เรื่องอะไรที่ฉันต้องบอกด้วยล่ะ จริงมั้ย!“นาย…ชื่ออะไรแล้วนะ”ฉันไม่ได้ตอบคำถามของเขาแต่กลับเป็นฝ่ายตั้งคำถามกับเขาแทน เมื่อเช้าตอนเขาแนะนำตัวเองฉันไม่ได้สนใจที่จะฟังสักเท่าไรเลยทำให้ลืมชื่อหมอนี่ไปเสียสนิท“อะไรกัน นี่เจ๊เป็นอัลไซเมอร์แล้วเรอะ โถ่…น่าสงสารจัง ยังไม่ทันแก่สักหน่อย”เขาว่าพร้อมแสดงสีหน้าราวกับกำลังเห็นใจฉันเผียะ เมื่อหมอนี่เริ่มพูดจากวนบาทาฉันจึงตบหัวเขาเบาๆไปทีนึงด้วยความหมั่นไส้“โอ๊ย เจ๊ตบหัวผมทำไมเนี่ยมันเจ็บนะ”เขาเอ่ยพร้อมลูบหัวที่โดนตบเมื่อสักครู่ไปด้วย“สำออย”ฉันเอ่ยออกไปด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหยิบแก้วขึ้นมาดื่มน้ำแก้กระหาย“ผมเปล่าสำออย มันเจ็บจริงๆนะ”เขายังคงไม่เลิกเล่น ทำหน้าทำตาราวกับเด็กโดนผู้ใหญ่รังแก ฉันถอนหายใจอย่างเอือมระอา ก่อนจะลุกจากโต๊ะเดินไปเก็บจานเมื่อกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่วายหันไปมองยังโต๊ะเดิมก่อนที่สายตาจะประสานเข้ากับดวงตาคู่คมของเขาที่กำลังจับจ้องฉันอยู่ก่อนหน้านี้ฉันเดินออกจากโรงอาหารก่อนจะตรงขึ้นห้องเรียนทั้งๆที่ยังมีเวลาเหลือเฟือสำหรับพักกลางวันแต่ฉันกลับเดินขึ้นห้องทันทีเมื่อกินข้าวเสร็จและมันก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้งตั้งแต่ที่ฉันมาเรียนที่นี่ การขึ้นมานั่งบนห้องเรียนถือเป็นกิจวัตรประจำวันของฉันไปแล้ว เพราะฉันไม่รู้จะไปสถิตอยู่ที่ไหนนั่นเอง เมื่อเดินเข้ามาในห้องเรียนเป็นที่เรียบร้อยฉันจึงทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะของตัวเอง ก่อนจะหยิบหนังสือที่เก็บไว้ใต้โต๊ะขึ้นมาเปิดอ่านคั่นเวลาความเงียบที่ปกคลุมทั่วทั้งบริเวณทำให้ฉันมีสมาธิจดจ่ออยู่กับหนังสือตรงหน้า เนื่องจากเวลานี้ยังอยู่ในช่วงพักกลางวันทำให้นักเรียนทุกคนต่างสถิตอยู่ด้านล่าง ไม่ค่อยมีใครอยากจะขึ้นมาบนห้องเรียนในช่วงนี้หรอก ถ้ายังไม่ถึงเวลาเรียน“แฮร่”เสียงที่ดังขึ้นตรงหน้าทำให้ฉันที่กำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือตรงหน้าถึงกับถอนหายใจด้วยความเซ็ง เมื่อรับรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใครเผียะ ฉันปิดหนังสือในทันที ก่อนจะหยิบหนังสือขึ้นมาฟาดคนตรงหน้า“โอ๊ย อีกแล้วนะเจ๊ เป็นพวกชอบใช้กำลังหรือไงครับ”เสียงร้องอย่างไม่จริงจังนักดังขึ้น ฉันได้แต่มองด้วยสายตาเขียวปั๊ด ก่อนที่เขาจะนั่งลงที่โต๊ะเรียนของตัวเองซึ่งก็คือข้างๆตัวฉันนั่นเอง“เรื่องของฉัน ทำไม นายมีปัญหาหรือไง”ฉันว่าก่อนจะเอ่ยถามเขาอย่างเอาเรื่อง“ไม่มีคร๊าบ ใครจะอยากมีปัญหากับเจ๊แว่นสุดโหดกันละครับ จริงมั้ย?”เขาว่าก่อนจะยักคิ้วอย่างยียวน“นาย…อยากตายหรือไงวะ”“โอ๋ๆ ไม่เอาน่าเจ๊ ใจเย็นๆผมยังหาแฟนไม่ได้เลย ไว้ผมหาได้เมื่อไรเจ๊ค่อยฆ่าผมทีหลังนะ”เขายิ้มอย่างทะเล้นก่อนเอื้อมมือลูบผมฉันราวกับจะปลอบใจอย่างถือวิสาสะ“แน่?”ฉันเอ่ยถามเขาเพื่อความมั่นใจ ก่อนจะปรายตามองมือเขาที่ยังคงวางอยู่บนศีรษะของฉัน ก่อนที่เขาจะยอมลดมือลง“ครับ แต่ถ้าเจ๊อยากฆ่าผมตอนนี้ผมมีข้อเสนอนะ”แววตาเจ้าเล่ห์ของผู้ชายตรงหน้าทำให้ฉันไม่ไว้วางใจเท่าไรนัก“ข้อเสนอ?อะไร?”ฉันเอ่ยถามขณะจ้องตาเขาไม่กระพริบ“ถ้าเจ๊ยอมตกลงเป็นแฟนผมตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ผมยอมให้เจ๊ฆ่าผมเลยเอ้า”นั่นไง ว่าแล้วเชียว เจ้าเล่ห์เสียจริงผู้ชายคนนี้“หึ คิดจะจีบฉันหรือไง”ฉันเอ่ยถามอย่างมั่นอกมั่นใจ จะไม่ให้มั่นใจได้ยังไงในเมื่อฉันสวยขนาดนี้ ถึงแม้ว่าฉันจะมีนิสัยแปลกๆที่ผู้ชายมักจะไม่ชอบก็เถอะ“ถ้าตอบว่าใช่ เจ๊จะตกลงมั้ยละครับ”“ไม่มีทาง!”ฉันว่าก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกทาง“เจ๊”เสียงเรียกที่ดังทำให้ฉันต้องหันขวับสบตากับเขา“อะไร?”“ผมยังไม่รู้ชื่อเจ๊เลยนะ”เขาว่าก่อนจะเท้าคาง กระพริบตาอย่างอ้อนๆ“เรื่องของนายสิ มาบอกฉันทำไม”“ก็ผมอยากรู้นี่ หรือจะให้ผมเรียกเจ๊ไปตลอด”เขาเอ่ยอย่างดื้อดึงอยากจะรู้ชื่อฉันให้ได้ ถ้าอยากรู้ขนาดนี้ทำไมไม่ถามเพื่อนๆในห้องวะ โง่ชิบ“จะเรียกอะไรก็แล้วแต่นายสิ”ฉันว่าก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย ขณะที่ค่อยๆเอื้อมมือเปิดหนังสือออกมาอ่าน“งั้น…ขอเรียกเมียได้มั้ย”เขาว่าก่อนจะฉีกยิ้มกว้างโชว์ฟันเรียงสวยเป็นแถว ฉันได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินคำพูดของเขาเผียะ“ทะลึ่ง”ฉันเอื้อมมือฟาดแขนเขาอย่างแรงก่อนจะเปล่งเสียงออกมาหลังจากที่รู้สึกตัว“ไม่เห็นจะทะลึ่งตรงไหนเลย จริงมั้ยจ๊ะ เมียจ๋า”เขายังคงสนุกที่ได้กลั่นแกล้งฉัน ให้ตายสิ หมอนี่ทำไมถึงได้กวนบาทาฉันได้ขนาดนี้นะ“เมียจ๋างั้นเหรอ”เผียะฉันตีแขนเขาอีกทีนึงด้วยข้อหาทำตาน่ามั่นไส้ ถ้าไม่เกรงใจฉันคงใช้ตีนยันปากเขาไปแล้ว“โอ๊ย เจ็บนะ!”เขาร้องออกมาเสียงดังพร้อมลูบแขนป้อยๆ“สมน้ำหน้า”ฉันเอ่ยด้วยสีหน้าสะใจสุดๆ“ผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเจ๊เป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงเป็นชีวิตจิตใจ”“รู้อย่างนี้ก็อยู่ห่างๆฉันซักสิ”“ไม่เป็นไรครับ ผมยอม ผมชอบเป็นผู้ถูกกระทำ”เขาว่าก่อนจะยักไหล่อย่างไม่แยแสเผียะ“อะไรอีกเจ๊”เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัยที่อยู่ฉันฟาดลงบนแขนเขาอีกครั้ง“อ้าว นายบอกฉันเองว่าชอบเป็นผู้ถูกกระทำ ฉันก็สนองให้แล้วไง”“ผมพูดเล่น ไม่เห็นต้องจริงจังเลย”เขาเอ่ยออกมาเสียงอ่อย“แต่ฉันเอาจริงยะ”ฉันว่าก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกทาง“โอ๋ๆ อย่างอนเลยนะ ดีกันๆ”เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มก่อนจะยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้า พยายามง้อฉันสุดฤทธิ์“ใครงอน ฉันเปล่างอนสักหน่อย”ฉันว่าก่อนจะสนใจหนังสือตรงหน้าโดยไม่ได้สนใจนิ้วก้อยของเขาที่ยื่นมาให้“ไม่ก็ไม่ครับ เรื่องจีบผมพูดจริงนะ”“ฉันไม่มีทางเชื่อหรอกย่ะ”“ผมจะพิสูจน์ให้เจ๊ดูว่าผมพูดจริง ทำจริง”เขาเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง จนฉันอดคิดไม่ได้ว่าหมอนี่จะทำจริงอย่างที่เขาบอก“เหรอ?”“คอยดูแล้วกัน ผมจะทำให้เจ๊ยอมตกลงเป็นแฟนผมให้ได้”พูดจบเขาจึงหยิบหูฟังในกระเป๋าก่อนจะเสียบเข้ากับโทรศัพท์มือถือและกดเข้าโปรแกรมเพลง ฉันละสายตาจากเขาก่อนจะสนใจหนังสือตรงหน้าแทน เมื่อนั่งอ่านได้สักพักอาจารย์ประจำรายวิชาต่อไปจึงเข้ามาสอนเนื้อหาซึ่งเกี่ยวข้องกับวิชาคณิตศาสตร์