ตอนที่ 24 ฉันไม่ได้ร้องไห้
“แฮ่ก! แฮ่ก!”ซ่งเจิงที่เหงื่อท่วมตัวมองแมวกลายพันธุ์ตรงหน้าอย่างตกตะลึงเขาคงตายไปแล้วหากไม่ใช่เพราะการโจมตีจากพี่ใหญ่กุ้ยและลิงผอมเมื่อครู่ แมวกลายพันธุ์ลำตัวยาวกว่าครึ่งเมตรย่างเท้าไปมาและเลียาแตรงอุ้งเท้าั์ตาสีแดงสดที่จับจ้องมายังคนทั้งสามฉายแววขี้เล่นซุกซน
“เมี้ยว…”แมวกลายพันธุ์มองดูรอยแผลบนร่างของตนอย่างไม่สบอารมณ์มันรู้ดีว่าสู้พวกเขาไม่ได้จึงหันหลังกลับไปในเงามืดอย่างไม่เต็มใจนัก
ดวงตาสีแดงเพลิงที่จ้องเขม็งมาทำให้ทั้งสามเหงื่อตกซ่งเจิงปาดเหงื่อด้วยท่าทีไม่แน่ใจ “แมวกลายพันธุ์ขั้นหนึ่งงั้นเหรอ…”
ลิงผอมกำดาบยาวแน่นพลางมองมันด้วยสายตาเ็า“กลัวว่าจะเป็ขั้นสองน่ะสิ หรือไม่ก็วิวัฒนาการใกล้ขั้นสองเต็มทีแล้ว…”
พี่ใหญ่กุ้ยพูดขึ้น “ฉันเพิ่งเคยเห็นแมวกลายพันธุ์ที่มีหัวคิดแบบนี้เป็ครั้งแรก”
ลิงผอมเสริม “ก่อนนายจะหันหลังกลับมาพวกเราไม่เห็นเลยว่ามันอยู่แถวนี้ด้วย”
พี่ใหญ่กุ้ยเตือน“การหันหลังให้ศัตรูเป็การกระทำที่โง่เง่าที่สุด ถ้าพวกฉันไม่อยู่ตรงนี้ล่ะก็นายได้เป็มื้อค่ำของแมวไปแล้ว”
ซ่งเจิงกระชับกระทะเหล็กในมือแน่นขณะพยายามรวบรวมสติเย็นไว้… ต่อให้เป็มนุษย์พันธุ์ใหม่ก็ยังมีเื่ที่ต้องเรียนรู้อีกมาก
เมื่อฝูงซอมบี้ที่หลบอยู่ไกล ๆเห็นว่าสิ่งมีชีวิตขั้นสูงกว่าอย่างแมวกลายพันธุ์จากไปแล้วจึงรีบพุ่งตรงมาทางคนทั้งสามน้ำลายไหลเยิ้มและดวงตาแดงก่ำด้วยความหิวโหย
จู่ ๆซ่งเจิงก็รู้สึกฮึกเหิมโดยไม่มีเหตุผลและยกกระทะเหล็กขึ้นเส้นใยพลังจิตแกว่งไกวไปมาในอากาศจิตสำนึกรุนแรงแล่นไปตามเส้นใยเข้าสู่สมองทำให้เขารู้สึกกระหายการฆ่าขึ้นมาทันที
ซอมบี้หลายตัวถูกเส้นใยพลังจิตของซ่งเจิงหยุดเอาไว้หลังพุ่งมาได้เพียงครึ่งทางเด็กหนุ่มควงกระทะเป็วงกลมก่อนฟาดลงบนหัวของพวกมันอย่างไร้ความปรานี
“เป็อย่างที่คิดจริงด้วยกระทะเหล็กช่วยดูดซับพลังสินะ!”
เส้นใยพลังจิตที่มองไม่เห็นงอกขึ้นอีกสามเส้นแววตาของซ่งเจิงเป็ประกายสีแดงฉาน เขาเหยียดแขนไปข้างหน้าและโน้มตัวลงต่ำ “รับไปกินซะ!”กระทะเหล็กกลายสภาพเป็อุกกาบาตพุ่งเข้าชนฝูงซอมบี้ทันที!
ร่างกายส่วนบนของซอมบี้ที่ถูกมัดรวมกันะเิเป็เสี่ยงๆ ราวกับถังไม้ที่แตกออกซ่งเจิงคลายเส้นใยพลังจิตออกและกำหมัดแน่นขณะมองดูเหล่าซอมบี้พุ่งเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
‘ใกล้สองตัว ไกลหนึ่งตัว’
ซ่งเจิงะโถีบซอมบี้ตัวหนึ่งกลางอากาศซอมบี้ตัวข้าง ๆหันมามองอาหารของมันที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ฟุตพลางส่งเสียงขู่คำรามแต่อาหารของมันกลับเหวี่ยงกำปั้นเข้าใส่จนกระเด็นไปในอากาศด้วยพลังหมัดรุนแรง!
ฝูงซอมบี้ที่อยู่ห่างออกไปเริ่มไล่ตามซ่งเจิงเช่นกันเขาคว้าแขนของซอมบี้ตัวหนึ่งไว้และกระแทกเข่าเข้ากับหัวของมันพอดิบพอดี “กร๊อบ!”คอของมันหักคาที่ หัวอัปลักษณ์ห้อยต่องแต่งอยู่กับตัวอย่างน่าเวทนา
บรรดาซอมบี้ที่ถูกจัดการร่วงหล่นลงบนพื้นทีละตัวหางตาของซ่งเจิงเหลือบไปเห็นอีกตัวพุ่งมาจากด้านข้างจึงวาดเท้าซ้ายเตะสมองเน่าเฟะของมันด้วยความโมโหเืสีแดง ขาว และดำสาดกระเซ็นไปทั่วราวกับเม็ดฝน
‘เหลืออีกหนึ่ง’
ซ่งเจิงก้าวเท้าขวาถอยหลังไปตั้งหลักเมื่อเห็นว่าซอมบี้ตัวที่ถูกเตะโซซัดโซเซมาทางเขาและเล็งเป้าหมาย...
เด็กหนุ่มยิ้มเหี้ยมเกรียมขณะมองดูซอมบี้โง่เง่าตัวนั้นด้วยความสมเพช
“ไปลงนรกซะเถอะ!”พลังของมนุษย์พันธุ์ใหม่ปะทุขึ้น!
“เปรี้ยง!”เท้าขวาเตะเข้ากลางหว่างขาอย่างไร้ความปรานี… ซ้ำแล้ว… ซ้ำเล่า...
พี่ใหญ่กุ้ยและลิงผอมกลั้นหายใจสองมือกุมเป้าตัวเองโดยอัตโนมัติ
ใบหน้าของซ่งเจิงกระตุกเล็กน้อยขณะมองดูซอมบี้ล้มลงหมัดสุดท้ายเสยเข้าปลายคางส่งมันกลับบ้านเกิดในทันที...
ซ่งเจิงพิจารณาร่างของมันอย่างละเอียดอีกครั้งดูเหมือนว่ามันจะเป็ผู้ชาย… หลับให้สบายนะเพื่อน...
เขาใช้ชายเสื้อเช็ดมือเช็ดหน้าก่อนหันกลับมามองที่ประตูซ่งเจิงยืนนิ่งเมื่อเห็นว่าสหายอีกสองคนยืนกุมเป้าด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
‘ในที่สุด… ก็โผล่หัวมาแล้วเหรอ?’
ซ่งเจิงยิ้มมุมปากด้วยท่าทีเ้าเล่ห์เมื่อเหลือบไปเห็นแมวกลายพันธุ์ก่อนกลิ้งตัวไปคว้ากระทะเหล็กและปล่อยเส้นใยพลังจิตไปรัดร่างของมันไว้
‘แผนเดิม ๆ ฉันไม่หลงกลอีกแน่!’
ความคิดรุนแรงผุดขึ้นในสมองอีกครั้ง‘เอาหน่อย! พลังจิตของฉันเร็วพออยู่แล้ว! แค่หยุดแมวกลายพันธุ์ขั้นหนึ่ง…ฉันทำได้น่า’
แมวกลายพันธุ์แยกเขี้ยวขู่อย่างบ้าคลั่งความตายที่คืบคลานเข้ามากระตุ้นประสาทรับรู้ในสมองของมันให้ตื่นตัวและดิ้นรนอย่างสิ้นหวังนาทีนี้ ‘เหยื่อ’ กลับกลายเป็ ‘ผู้ล่า’ อย่างคาดไม่ถึง!
ซ่งเจิงกัดฟันยืดแขนออกไปพร้อมกับโน้มตัวลงอีกครั้ง
“ตาย!” อุกกาบาตั์พุ่งออกไป...
ั์ตาของเขาพร่ามัวเส้นใยพลังจิตเกือบจะคลายออก
เห็นดังนั้นพี่ใหญ่กุ้ยและลิงผอมจึงพุ่งเข้าใส่แมวกลายพันธุ์สุดชีวิตมีโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น! พวกเขาต้องคว้าเอาไว้ให้ได้!
พี่ใหญ่กุ้ยขว้างมีดสปาร์ตาออกไปส่วนลิงผอมก็ปากริชใส่แมวกลายพันธุ์เช่นกัน
การโจมตีของทั้งสามไปถึงตัวของสัตว์ร้ายพร้อมกัน!
“ตู้ม! ฉัวะ! สวบ!”
เสียงปะทะทั้งสามดังผสมปนเปจนแยกไม่ออกเสียงแรกคือเสียงกระทะเหล็กปะทะเข้ากับหัวของแมวกลายพันธุ์ตามคาดเสียงที่สองคือเสียงมีดสปาร์ตาถากร่างของมันเป็แผลยาวและเสียงที่สามคือเสียงกริชของลิงผอมปักลึกเข้าที่ดวงตาอย่างแม่นยำ!
ทั้งสามถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นแมวกลายพันธุ์ค่อยๆ ล้มลงบนพื้น แต่พวกเขาก็ยังไม่วางใจ
‘ได้รับน้ำยาวิวัฒนาการระดับต่ำสุดแปดส่วนระดับสูงสุดหนึ่งส่วน’
ซ่งเจิงล้มตัวลงนอนบนพื้นพร้อมยกนิ้วทำท่าโอเคเมื่อเสียงรายงานในหัวดังขึ้น
อีกสองคนปาดเหงื่อเย็นเฉียบบนใบหน้าพี่ใหญ่คว้าร่างของซ่งเจิง ลิงผอม และแมวกลายพันธุ์กลับเข้าไปในคฤหาสน์หลังเล็กลิงผอมไม่ลืมที่จะปิดประตูแ่าตามหลัง
พี่ใหญ่กุ้ยมองดูซ่งเจิงที่นอนหมดเรี่ยวแรงบนพื้นทรายและยกนิ้วโป้งให้“นายมันลูกผู้ชายตัวจริง!”
ลิงผอมที่กำลังชำแหละซากแมวกลายพันธุ์ตบบ่าซ่งเจิงและทิ้งรอยฝ่ามือเปื้อนเืเอาไว้บนบ่า
ซ่งเจิงหัวเราะลั่น“สัตว์ประหลาดก็ยังเป็แค่สัตว์ประหลาดอยู่วันยังค่ำ เพราะมันไม่มีสมอง! นี่ลิงผอมสมองของพวกมันคงถูกไวรัสกินไปหมดแล้วนายว่าไหม?”
ลิงผอมหัวเราะตาม “ดูนี่สิแมวตัวนี้ก็ไม่มีสมองเหมือนกัน” เขายกกะโหลกแมวขึ้นอวดพลางหัวเราะไม่หยุด
พี่ใหญ่กุ้ยกุมท้อง“แมวตัวนี้เลี้ยงคนทั้งครอบครัวได้เป็เดือนนายออกไปล่าเนื้อมาเพิ่มอีกสักสองสามอย่างสิเพื่อน ฮ่าๆๆ!”
ซ่งเจิงและลิงผอมพร้อมใจกันกลอกตาและยกนิ้วกลางให้อีกฝ่าย“ไอ้ตะกละเอ๊ย!”
ซ่งเจิงจ้องมองเพดานหลังหัวเราะได้พักหนึ่ง“นี่ นายว่าความฝันของพวกนายคืออะไรกัน?”
พี่ใหญ่กุ้ยตอบตามตรง “อาหาร!”เขาแลบลิ้นเลียปากขณะมองดูซากแมวบนพื้น
ลิงผอมชะงักมือที่กำลังจัดการซากแมวอยู่“ฉันไม่มีหรอก…”
พี่ใหญ่กุ้ยมีสีหน้าเปลี่ยนไปเขาหันไปมองลิงผอมโดยไม่พูดอะไร
บรรยากาศภายในห้องหม่นหมองลงทันที...
ลิงผอมพึมพำกับตัวเอง“ฉันเป็คนเดียวในครอบครัวที่เหลืออยู่… พ่อแม่ของฉันก็ถูกซอมบี้ฆ่าตาย…ตอนนี้ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อชดใช้หนี้บุญคุณของหัวหน้าเท่านั้น…”
ซ่งเจิงอ้าปากแต่ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี
แววตาของพี่ใหญ่กุ้ยฉายแววหดหู่ เขาเม้มปากแน่นโดยไม่ปริปากเช่นกัน
ลิงผอมก้มหน้าลงจึงไม่สามารถมองเห็นสีหน้าของเขาในตอนนี้ได้
ซ่งเจิงได้แต่มองเ้าลิงผอมหยวนเหิงเงียบ ๆ
“เสียใจด้วยนะ…”
ลิงผอมไม่ตอบเขาแยกส่วนซากแมวต่อไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง
ไม่ว่าจะต้องเศร้าโศกเสียใจอีกกี่ครั้งแต่วันเวลาจะช่วยชะล้างความเ็ปออกไปครั้งแล้วครั้งเล่าการจากไปของผู้ให้กำเนิดที่เขารักทิ้งาแที่ไม่มีใครเข้าใจไว้ในหัวใจของลูกกตัญญูคนนี้
ซ่งเจิงกลับไปจ้องมองเพดานอย่างว่างเปล่าพลางเช็ดหัวตาแ่เบา“โอ๊ะ... ฝุ่นมันเข้าตาน่ะ”