เช้าวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครกลับมืดครึ้มไปด้วยเมฆฝนตระหง่าน บรรยากาศอึดอัดหนักอึ้งชวนอึดอัดราวกับพายุร้ายระลอกใหญ่กำลังตั้งเค้า 'พราว' พยายามรวบรวมสติทำตัวตามปกติ เธอพยายามฝืนยิ้มและนั่งทานอาหารเช้าร่วมกับสามีและพี่สาวบนโต๊ะอาหารยาว ทว่าบรรยากาศกลับเงียบงันจนน่าประหลาด มีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบจานเบา ๆ พราวสังเกตเห็นว่ามารุตมือสั่นเล็กน้อยยามเทน้ำส้มคั้นส่งให้เธอ ขณะที่แพรวนั่งจิบกาแฟอย่างสงบนิ่ง แต่แววตาคู่คมกลับปรายมองมารุตด้วยประกายสายตาบางอย่างที่พราวััได้ พราวรู้สึกอึดอัดใจเหมือนตัวเองกลายเป็คนนอกในบ้านหลังนี้
หลังมื้ออาหาร พราวเอ่ยปากบอกมารุตว่าเธอจำเป็ต้องรีบออกไปส่งเอกสารเสนอราคาและการออกแบบรีสอร์ทตัวจริงที่สำนักงานบริษัทพาร์ทเนอร์ในตัวเมืองเพื่อเตรียมประมูลงานบ่ายนี้
"พราวต้องรีบไปส่งแบบก่อสร้างและเอกสารประมูลโครงการที่บริษัทคู่ค้าค่ะมารุต น่าจะใช้เวลาประชุมและคุยรายละเอียดประมาณสามสี่ชั่วโมงค่ะ" พราวเอ่ยพูดพลางหยิบกระเป๋าสะพายและแฟ้มเอกสารเตรียมตัวเดินทาง
"ครับพราว... เดินทางดี ๆ นะครับ ฝนตกถนนลื่นขับรถระมัดระวังด้วยนะ เดี๋ยวตอนเย็นผมเตรียมมื้อค่ำอร่อย ๆ ไว้รอนะครับ" มารุตเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงที่พยายามแสดงออกว่าห่วงใยและโล่งอกปนกันเมื่อเห็นภรรยาเดินก้าวออกจากประตูบ้านไป
ทันทีที่เสียงรถยนต์ของพราวแล่นพ้นจากรั้วคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ไป ความโล่งอกปนความเครียดสะสมที่พยายามปิดกั้นมาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาก็ะเิออกมารวมกัน มารุตทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังห้องรับแขกถอนหายใจยาวปานจะขาดใจ ทว่าแพรวที่ยืนมองอยู่จากมุมห้องนั่งเล่นกลับเดินกรีดกรายมาหยุดยืนตรงหน้า สบตามารุตด้วยสายตาเ็าและท้าทายจารีต
"โล่งอกมากเลยสินะคะมารุต... พอพราวเดินพ้นประตูบ้านไป คุณก็กลับมาเป็ผู้ชายขี้ขลาดคนเดิมที่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ หลบเลี่ยงความจริง" แพรวเอ่ยกระซิบน้ำเสียงสบประมาทหยันสู้ "พี่เกลียดท่าทางผลักไสปฏิเสธของมารุตบนเตียงนอนเมื่อคืนที่สุดเลยค่ะ ทำเหมือนพี่เป็ตัวประหลาดสกปรกโสโครก ทั้งที่ตอนร่วมรักป่าเถื่อนกันมารุตก็กอดพี่แน่นและกระแทกกระทั้นรุนแรงจนแทบขาดใจแท้ ๆ"
คำท้าทายและสบประมาทขยี้ศักดิ์ศรีความเป็ชายของมารุตจนแทบคลั่ง อารมณ์รักและแรงดึงดูดดิบเถื่อนที่พยายามกดทับเอาไว้ตลอดเช้าปะทุขึ้นมาจุกแน่นที่อก มารุตสลัดสำนึกศีลธรรมและขอบเขตศีลธรรมทิ้งไปหมดสิ้นในพริบตา เขาหยัดกายลุกขึ้นคว้าจับข้อมือบางของแพรวบีบแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยวสะกดตัณหาข่มขู่ "ผมไม่ได้ขี้ขลาดครับพี่แพรว! และผมจะพิสูจน์ให้พี่เห็นว่าผมไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น!"
มารุตดึงรั้งร่างบางกระชากกึ่งลากเดินขึ้นบันไดชั้นสองตรงไปยังห้องนอนใหญ่ส่วนตัวของเขากับพราวทันที แพรวยกยิ้มกว้างสะใจในชัยชนะเมื่อเห็นน้องเขยพ่ายแพ้ต่อตัณหาอารมณ์และคำท้าทาย ทั้งสองคนโถมกายเข้าหากันบนเตียงกว้างใหญ่ของพราวอย่างบ้าคลั่งไร้ขอบเขต มารุตปลดเปลื้องเสื้อผ้าเดรสสายเดี่ยวของแพรวออกอย่างไร้ความเกรงใจโยนทิ้งลงพื้น แพรวช่วยรูดซิปเปลื้องกางเกงและเสื้อของมารุตออกจนเรือนร่างเปลือยเปล่าเผชิญหน้ากัน บทรักรุนแรงและเร่าร้อนปะทุขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวบนเตียงนอนใหญ่ มารุตกระแทกกระทั้นขยับสะโพกสอบสอดประสานถี่รัว ลึกซึ้ง และดุดันข่มเหง แพรวร้องครางสะท้านแอ่นรับััร้อนแรงหวาดเสียวลั่นห้องนอนใหญ่ลืมเลือนภัยพิบัติที่กำลังคืบคลานเข้ามาในคฤหาสน์
---
ขณะเดียวกัน พราวขับรถยนต์ออกไปได้เพียงไม่ถึงยี่สิบนาที เธอก็ต้องเบรกรถข้างทางด้วยความใเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอลืมแฟ้มเอกสารสำคัญราคาประมูลและแฟลชไดรฟ์เก็บข้อมูลสำรองแบบโครงสร้างอาคารทั้งหมดไว้บนโต๊ะทำงานในห้องแต่งตัว ข้อมูลสำคัญนี้ห้ามขาดหายเด็ดขาดในการประชุมยื่นประมูลบ่ายนี้ พราวตัดสินใจหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถขับตรงกลับคฤหาสน์หรูในทันทีเพื่อหยิบของสำคัญ
เมื่อรถยนต์แล่นกลับเข้ามาจอดเงียบ ๆ พราวรีบก้าวลงจากรถและไขกุญแจประตูบ้านเดินเข้าสู่ภายในตัวบ้าน ความเงียบงันประหลาดปกคลุมไปทั่ว ทว่าเมื่อเธอก้าวเดินขึ้นบันไดไม้ชั้นสองอย่างช้า ๆ ตรงมายังห้องนอนใหญ่ เสียงแ่เบาประหลาดที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนใหญ่บานประตูที่แง้มเปิดทิ้งไว้ทำให้พราวชะงักฝ่าเท้า หัวใจของเธอเต้นกระตุกแรงด้วยกระแสความรู้สึกเย็นเยือกแล่นพล่านในช่องท้อง
เสียงครางกระเส่าเสียงหลงเย้ายวนที่เป็น้ำเสียงของแพรวพี่สาวแท้ ๆ ดังระงมสลับกับเสียงลมหายใจหอบถี่หน่วงหนักของสามีอันคุ้นเคย และเสียงผิวเนื้อกระทบกันในจังหวะถี่กระชั้นรวดเร็วรุนแรงดังชัดเจนก้องหู
พราวรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ร่างกายเย็นวาบชาไปทุกอณูเนื้อประหนึ่งโดนสายฟ้าฟาดเข้ากลางหัวใจและจิติญญา สองมือที่ถือกระเป๋าสั่นเทาจนแทบไม่มีแรงกำ พราวขยับกายช้า ๆ ก้าวเท้าเข้าใกล้บานประตูห้องนอนใหญ่ที่เปิดแง้มไว้ เลื่อนสายตามองผ่านช่องว่างส่องมองเข้าไปด้านในห้องนอนที่เธอเคยนอนหลับฝันดี
ภาพที่ปรากฏอยู่บนเตียงนอนสมรสกว้างใหญ่ของเธอคือ ร่างเปลือยเปล่าสีน้ำผึ้งของแพรวพี่สาวแท้ ๆ กำลังนอนแอ่นกายยกเรียวขาพาดบ่ากว้างของมารุตสามีสุดที่รักของเธอ มารุตกำลังขยับสะโพกสอบกระแทกกระทั้นสอดใส่รุนแรง เร่าร้อน และป่าเถื่อนเข้าสู่กายของแพรวอย่างลุ่มหลงเมามัว ทั้งสองคนกอดก่ายกระชับร่างระเลงตัณหาข้ามขอบเขตศีลธรรมบนเตียงนอนของเธออย่างไร้ความผิดชอบชั่วดี ตุ้มหูเงินอีกข้างตกอยู่บนปลอกหมอนยับย่นเด่นชัด
น้ำตาเม็ดใสร่วงไหลอาบแก้มพราวพรั่งพรูดั่งสายเขื่อนแตก ความเ็ปร้าวรานบดขยี้หัวใจสถาปนิกสาวจนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี มือบางพลั้งเผลอทำแฟ้มเอกสารและพวงกุญแจรถร่วงหล่นลงกระทบพื้นไม้เสียงดังลั่นเพล้งสะท้อนก้อง
เสียงวัตถุตกกระทบพื้นไม้ทำให้บทรักอันเร่าร้อนบนเตียงหยุดชะงักกึก มารุตสะดุ้งสุดตัวหันมามองที่ประตูห้องทันที แววตาของเขาเปลี่ยนเป็หวาดวิตกเกรงกลัวสุดชีวิตเมื่อเห็นดวงหน้าหวานอาบน้ำตาของพราวจ้องมองอยู่ มารุตรีบขยับถอนตัวตนออกพัลวันหยิบผ้าห่มขึ้นมาพันกายลนลานตัวสั่น "พราว!... พราวครับ! ฟังผมก่อน... มันไม่ใช่แบบนั้นนะพราว! พี่แพรวเธอเข้ามาหาผมเองนะพราว!" มารุตะโเรียกเสียงสั่นเครือพยายามจะวิ่งตามออกมา
ทว่าแพรวกลับหยัดกายลุกขึ้นยืนบนเตียงอย่างไม่แยแสความเปลือยเปล่า สายตาของเธอมองพราวด้วยความหยิ่งทนงและแค่นยิ้มบาง "จะแก้ตัวทำไมคะมารุต ในเมื่อมารุตก็ชอบและตักตวงความสุขจากตัวพี่ไปตั้งหลายรอบแล้ว ยอมรับความจริงเถอะค่ะพราว"
พราวส่ายหน้าสะอื้นร้องไห้โฮ จ้องมองคนทั้งสองด้วยความรู้สึกสมเพชและผิดหวังปานจะขาดใจ "สารเลวที่สุด!... พวกคุณสองคนทำเื่สกปรกแบบนี้บนเตียงของพราวได้ยังไง! มารุต... ที่บ้านกลิ่นลาเวนเดอร์ฟุ้งและน้ำยาถูพื้นใหม่ ๆ เพราะคุณตั้งใจทำลายหลักฐานใช่ไหมคะ! คุณรู้ตัวตลอดเวลาว่าคุณกำลังหักหลังพราว!" พราวะโก้องก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารที่เหลือทิ้งและหันหลังวิ่งก้าวลงบันไดอย่างบ้าคลั่ง เสียงร้องสะอื้นระทมดังสะท้อนกังวานทั่วคฤหาสน์หรู พราววิ่งตรงไปที่รถยนต์สตาร์ทเครื่องยนต์และเหยียบคันเร่งขับรถยนต์แล่นพ้นรั้วบ้านหลบหนีไปท่ามกลางสายฝนที่เริ่มเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งประหนึ่งหลั่งน้ำตาและพิพากษากรรมไปพร้อมกับความเ็ปอันย่อยยับของเธอ
พราวขับรถยนต์ไปร้องไห้โฮสั่นสะอื้นจนตัวโยน สายตาพร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำตาและหยาดฝนโถมใส่กระจกรถ มือบางที่สั่นระริกเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาหมายเลขเดียวที่เธอนึกถึงในยามที่โลกทั้งใบพังทลายลง... หมายเลขของ 'ดาริน'
"พี่ดารินคะ... ฮึก... ช่วยพราวด้วยค่ะ... พราวไม่เหลือใครแล้วค่ะพี่ดาริน... พราวจับได้... ฮึก... มารุตกับพี่แพรว... ฮึก..." พราวร้องไห้สะอื้นเสียงสั่นพร่าบอกปลายสายด้วยดวงใจที่แหลกสลายไม่มีชิ้นดี
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ก่อนเสียงทุ้มอบอุ่นของดารินจะดังขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลและเด็ดขาด "พราวคะ! ตั้งสติขับรถระมัดระวังนะจ๊ะ ขับรถตรงมาที่คอนโดของพี่ดารินเดี๋ยวนี้เลยนะ พี่จะลงไปรอรับพราวที่ล็อบบี้ด้านล่างค่ะ ไม่ต้องกลัวนะพราว พี่อยู่ข้างพราวเสมอ"
พราวขับรถฝ่าสายฝนอันเ็าตรงดิ่งเข้าหาความอบอุ่นของดารินทันที เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าล็อบบี้คอนโดหรู ดารินที่ยืนสวมชุดเดรสลำลองสีเข้มรออยู่รีบวิ่งกางร่มมารับพราวในทันที ดารินเปิดประตูรถดึงร่างบางที่เปียกฝนและสั่นเทาเข้ามาสวมกอดแน่น ดารินประคองพราวเข้าสู่ลิฟต์ขึ้นตรงไปยังห้องพักส่วนตัวโดยไม่ปล่อยมือ พราวซบหน้ากับบ่ากว้างของดารินร้องไห้โฮสะอื้นจนตัวสั่นระริก
เมื่อเดินก้าวเข้ามาภายในห้องชุดเพนต์เฮาส์สุดหรูหรา ดารินรีบประคองพราวที่เปียกปอนหนาวสั่นเทาไปนั่งพักบนโซฟาเบาะนุ่มหนาสีครีม เธอจัดแจงหยิบผ้าขนหนูเนื้อนุ่มสะอาดมาบรรจงซับตามไรผมและช่วยเช็ดหยาดฝนปนคราบน้ำตาตามดวงหน้าหวานอย่างอ่อนโยนประคับประคองที่สุด ดารินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงข้างกายพราว กุมสองมือที่เย็นเฉียบของพราวไว้แนบอกพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมอุ่นแสนช้ำกระซิบปลอบประโลมเสียงเบาหวิวละมุนละไม
"พราวคะ... พราวปลอดภัยแล้วนะจ๊ะคนดี อยู่ในที่ของพี่ดารินแล้ว ไม่มีใครทำร้ายหรือทำลายจิตใจของพราวได้อีกแล้วนะจ๊ะ... ร้องไห้ออกมาเถอะค่ะ ร้องระบายความทุกข์ระทมในใจออกมาให้หมดเลยนะ พี่ดารินจะคอยอยู่กอดปลอบใจและดูแลพราวเองค่ะ"
คำพูดกังวานอบอุ่นและััโอบกอดเนื้อนุ่มชื้นอุ่นของดาริน ค่อย ๆ ทลายกำแพงความกลัวและชำระล้างละลายความเหน็บหนาวร้าวรานของพราวลงไปทีละน้อยในอ้อมอกนี้ ทว่าาแในใจที่ถูกเหยียบย่ำจนแหลกสลายจากคนในครอบครัวทั้งสองคนยังคงกรีดร้องและฝังลึก ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังของศีลธรรมและความสัมพันธ์ของพวกคนบาปที่จะนำพาทุกชีวิตเข้าสู่มรสุมพินาศอย่างแท้จริงนับั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป