(จบ) ทะลุมิติมาเป็นหวานใจจอมวายร้ายยุค 70

    บทที่ 40 เกิดเรื่องหมางใจจนแตกกัน (รีไรต์)

    บทที่ 40 เกิดเรื่องหมางใจจนแตกกัน (รีไรต์)


    ความวุ่นวายในตอนเช้าก็ผ่านไปทั้งอย่างนี้ เปาเซี่ยงตั่งไปแบ่งเขตที่ดินให้หลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนานด้วยความเดือดดาล


    พวกสะใภ้ใหญ่หลี่ว์ต่างตามกันไป หัวหน้าหมู่บ้านไล่พวกเธอให้ไปทำงาน พวกเธอบอกว่าจะไม่ทำให้งานล่าช้า ส่วนงานที่ต้องทำจะทำให้พออยู่แล้ว ต่อให้ทำไม่พอก็ไม่โลภคะแนนงานในกองพล แล้วจะกลัวอะไร?


    เปาเซี่ยงตั่งเกิดไฟโทสะในอกอีกแล้ว


    เดือดดาลฮึดฮัด โมโหจนหนังท้องกระเพื่อม!


    เมื่อมาถึงยังสถานที่ มีเหล่าคุณป้าและพี่สะใภ้อยู่ด้วย หัวหน้าหมู่บ้านหลอกลวงหลินเนี่ยนและหลิวหย่งหนานที่ไม่รู้เรื่องอะไรไม่ได้


    เมื่อแบ่งเขตที่ดินให้ทั้งสองคนเรียบร้อยแล้ว หลินเนี่ยนก็ถือโอกาสถามถึงเรื่องที่ดินส่วนตัวไว้เพาะปลูกเอง


    หัวหน้าหมู่บ้านจนปัญญา ทำได้เพียงชี้ที่ดินส่วนตัวไว้เพาะปลูกเองไปพร้อมกันด้วย


    ก็อยู่หลังที่ดินนั่นแหละ ไม่ใช่ที่ดีอะไร แต่ปลูกผักและผลไม้จำพวกแตงอะไรนิดหน่อย หลินเนี่ยนคนเดียวก็พอได้กินแล้ว


    หลินเนี่ยนบอกว่าเธอปลูกผักไม่เป็น เหล่าคุณป้าพี่สะใภ้ต่างก็ตบหน้าอก บอกรอตอนที่บ้านของตนปลูกผักจะมาบอกกับเธอ และแบ่งเมล็ดผักให้กับเธอ


    “งั้นก็ต้องขอบคุณพวกคุณมากนะคะ!”


    “วันนี้พวกคุณช่วยฉันเยอะแยะขนาดนี้ เดิมต้องเลี้ยงเมล็ดแตงโมกับพวกคุณ แต่ของที่ฉันเอาติดตัวมาด้วยตอนมาไม่มาก เมล็ดแตงโมอะไรก็หมดแล้ว”


    “เดี๋ยวไว้วันหน้าฉันไปซื้ออะไรในตำบล แล้วจะมาเลี้ยงทุกคนนะคะ!”


    ทุกคนรีบโบกไม้โบกมือ “ไม่ต้อง ๆ ยุวชนหลินไม่ต้องเกรงใจขนาดนี้หรอก พวกเราคิดเล็กคิดน้อยที่ไหน?”


    “ใช่ พวกเราไม่อะไรเลย ไม่ต้องเกรงใจหรอก!”


    “ยุวชนหลิน ต่อไปถ้าเธอมีเรื่องอะไรรีบมาหาพวกเรานะ เราจะช่วยอย่างแน่นอน!”


    “ถ้าหัวหน้าหมู่บ้านรังแกหนูอีก หนูบอกฉัน ฉันจะไปจัดการเขาเอง!”


    เปาเซี่ยงตั่งที่ไม่สบอารมณ์ “...” เขายังไม่ได้ไปเลยนะ!


    แต่เขาจะทำอะไรได้ หญิงชราที่พูดจาโอหัง ในเรื่องความอาวุโสแล้วเขายังต้องเรียกคุณย่า!


    ทำได้เพียงอธิบายว่า เขาไม่ได้รังแกหลินเนี่ยน ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด


    ทว่ากลับคิดในใจว่า เมื่อไรจะได้จัดการพวกคนที่อาศัยความอาวุโสมาข่มคนอื่นสักที


    ต้องทำให้พวกเธอรู้ว่าในหมู่บ้านนี้ใครเป็นคนตัดสินใจ!


    หลินเนี่ยนกับเปาเซี่ยงตั่งนัดเวลาไปส่งมอบเงินที่หน่วยกองพล เธอถามเขาว่าเมื่อไรจะจัดกำลังคนมาเริ่มงานได้


    เปาเซี่ยงตั่งเอ่ยว่า “พอพวกเธอส่งมอบเงินแล้วฉันก็จะจัดกำลังคนมาปลูกบ้านให้พวกเธอ”


    ปลูกบ้านกับผีน่ะสิ!


    “งั้นก็ต้องขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้านด้วยนะคะ!” หลินเนี่ยนขอบคุณอย่าง ‘จริงใจ’ หลังจากส่งเจ้าสุนัขตัวนี้ไปแล้ว เหล่าคุณป้าคุณพี่ทั้งหลายก็จากไปเช่นกัน


    ต้องไปทำคะแนนงาน


    ทว่าพวกเขากลับไม่เหมือนยุวชนที่มาจากในเมือง ที่ทางบ้านส่งเงินและตั๋วมาให้เป็นระยะ


    เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านกลับถึงบ้าน เพิ่งจะเข้าประตูบ้านไป เสียงด่าเล็กแหลมของเซียวหลานก็กระแทกเข้าหน้า


    “คุณเป็นหมูเหรอ?”


    “ทำไมถึงได้โง่ขนาดนี้!”


    “เป็นถึงหัวหน้าหมู่บ้าน แค่ยุวชนคนเดียวก็สู้ไม่ได้! คุณพูดมาสิว่าคุณมีประโยชน์อะไร?”


    “ถ้าฉันเป็นคุณ คงเอาเชือกมาแขวนคอตัวเองตายไปตั้งนานแล้ว!”


    “คนไร้ประโยชน์ เอาผลประโยชน์จากฉันไปตั้งเยอะขนาดนั้น แต่ทำไม่สำเร็จสักเรื่อง!”


    ทำเอาเซียวหลานโกรธจะตายอยู่แล้วจริง ๆ เดิมคิดว่าหลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนานจะเป็นตัวตลก จะถูกจัดการ ผลสุดท้ายสองคนนี้ไม่เพียงแต่ไม่เป็นอะไรเลย แถมยังถูกชมเชยอีกต่างหาก


    ไร้ค่าอย่างไร้ที่สิ้นสุด!


    เธอจึงเกิดความสงสัยว่าเปาเซี่ยงตั่งนี่ขึ้นเป็นหัวหน้าหมู่บ้านได้ยังไง


    เปาเซี่ยงตั่ง “...” เธอกำลังด่าเขา?


    ไม่นึกเลยว่ายัยเด็กคนนี้จะกล้าด่าเขา!


    เปาเซี่ยงตั่งไม่กล้าเชื่อหูและสายตาของตัวเองเลย


    ถูกหญิงชราอาวุโสด่ายังไม่พอ ตอนนี้มาถูกเด็กผู้หญิงคนหนึ่งด่าแบบนี้อีก เปาเซี่ยงตั่งไหนเลยจะอดกลั้นความโกรธนี้เอาไว้ได้?


    เขาตะโกนเสียงดังลั่น “เธอไสหัวไปเลยนะ! ไปให้พ้นจากตระกูลเปาซะ!”


    หลัวกุ้ยฮวาภรรยาของเปาเซี่ยงตั่งได้ยินความเคลื่อนไหวจึงออกมา อันที่จริงเธอเองก็รังเกียจเซียวหลานเช่นกัน ผู้หญิงคนนี้นิสัยเสียเกินไป ลูกตาราวกับอยู่บนศีรษะ ไม่ว่ากับใครก็ตั้งแง่รังเกียจไปเสียหมด ใช้คนในครอบครัวพวกเขาราวกับคนใช้


    ช่างเป็นพวกเจ้าของที่ดินเศรษฐีเงินถังจริง ๆ


    ทว่าเธอตัดใจจากผลประโยชน์ที่ผู้หญิงคนนี้ให้ไม่ได้!


    เนื้อกระป๋อง ไส้กรอกรมควัน นมมอลต์ ลูกอมรสนม ขนมในทุกวัน...โดยเฉพาะงานอย่างเป็นทางการที่เธอจะให้เจ้าใหญ่!


    “นี่เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ เหล่าเปาคุณใจเย็นก่อนนะคะ ยุวชนเซียวเธอเองก็พูดให้มันน้อย ๆ หน่อย” เธอพยายามเป็นผู้ไกล่เกลี่ยโน้มน้าว


    ใครจะรู้ได้เลย เดิมเซียวหลานก็ไม่ไว้หน้าหลัวกุ้ยฮวาอยู่แล้ว เธอหัวเราะเสียงเย็น “ไปก็ไป!”


    “ทำอย่างกับใครอยากมาอยู่บ้านคุณงั้นแหละ!”


    “ฉันจะไปอยู่บ้านคนอื่นไม่ได้เชียวเหรอ?”


    พูดจบ เธอก็กลับไปเก็บกระเป๋าสัมภาระที่ห้อง หลัวกุ้ยฮวาร้อนใจจนทนไม่ไหว เธอผลักแขนของเปาเซี่ยงตั่ง “คุณไปห้ามหน่อยสิ!”


    “ไม่เห็นแก่อย่างอื่น ก็เห็นแก่งานของเจ้าใหญ่นะ คุณจะให้เธอไปไม่ได้นะ!”


    สีหน้าของเปาเซี่ยงตั่งปั้นยากเป็นอย่างมาก ความเดือดดาลกลิ้งไปมาในแววตา เขาเอ่ยขึ้นว่า “ผมจัดการเธอไม่ได้หรอก! คุณคอยดูเถอะ อีกไม่กี่วันเธอก็กลับมาอย่างเชื่อฟัง!” จัดการหลินเนี่ยนไม่ได้ หรือว่าเขาก็จัดการเซียวหลานไม่ได้ด้วย?


    เมื่อพูดแบบนี้ ตอนที่เซียวหลานออกไปทั้งมือเปล่า แล้วบอกเอาไว้ว่าเดี๋ยวจะมาย้ายกระเป๋าสัมภาระ หลัวกุ้ยฮวาก็เลยไม่รั้งเอาไว้


    รอเซียวหลานออกจากบ้านก่อน จากนั้นเปาเซี่ยงตั่งก็พูดกับภรรยาของตัวเองว่า “คุณออกไปพูดกันท่าหน่อย ครอบครัวของเซียวหลานมีฐานะดี ถ้าใครได้เป็นลูกเขยของตระกูลเซียว อย่าว่าแต่เป็นคนงาน จะเป็นข้าราชการก็ยังได้!”


    “ได้ ฉันจะไปตัดผักขมเดี๋ยวนี้” หลัวกุ้ยฮวารีบไปแบกตะกร้าหยิบมีดตัดผักขม


    ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น เธอเองก็เคยเกิดความคิดแบบนี้มาก่อน อยากให้เจ้ารองของตัวเองแต่งงานกับเซียวหลาน


    แต่สามีบอกกับเธอว่า ครอบครัวแบบเซียวหลานคงไม่ยินยอมให้ลูกสาวแต่งงานอยู่ชนบทอย่างแน่นอน ต่อให้ข้าวสารหุงเป็นข้าวสุก เขาก็เอาคนกลับเมืองได้ จากนั้นก็ค่อยจัดการเขา


    ดีไม่ดีอาจทำให้เขาโดนข้อหาใช้ความรุนแรงไปเลย


    ส่วนชื่อเสียงของลูกสาว ฟ้าไกลดินห่าง เมื่อกลับเมืองไปแล้ว ใครจะรู้ได้เลยว่าเธอผ่านอะไรมาตอนอยู่ที่บ้านนอก


    ข้อหาใช้ความรุนแรงเป็นข้อหาหนัก หลัวกุ้ยฮวาไม่กล้าคิดไม่ดีกับเซียวหลานขึ้นมาโดยพลัน และยังไปเตือนเจ้ารองอีกด้วย


    เนินเขาที่หลัวกุ้ยฮวาไปตัดผักขม ที่นั่นคนเยอะ เหล่าหญิงชราตัดผักขมไปพลางคุยเล่นกันไปด้วย


    มีคนเห็นว่าเธอมาจึงถามขึ้นว่า “โอ้ กุ้ยฮวามาได้ยังไงเนี่ย? ยุวชนเซียวล่ะ ยุวชนเซียวไม่ได้ตามเธอมาด้วยเหรอ?”


    ทุกคนต่างมองไปที่เบื้องหลังของเธอ ไม่เห็นเงาของเซียวหลาน


    หลัวกุ้ยฮวาถอนหายใจแล้วเอ่ยขึ้นว่า “โธ่ ยุวชนเซียวมาจากเมืองหลวง ที่บ้านฐานะก็ดี ไม่ชินกับการที่ต้องมาอยู่บ้านเรา ที่สำคัญคือไม่ชินกับการกิน บอกว่าจะย้ายออกไป”


    เมื่อทุกคนได้ยินว่าเซียวหลานจะย้ายออกไปนัยน์ตาก็เป็นประกายขึ้นมาแสงหนึ่ง


    ต่างรู้กันว่ายุวชนเซียวเอาของมาให้ตระกูลเปากินแกล้มข้าวไม่น้อย ถ้าทำให้ยุวชนเซียวมาบ้านตนได้ บ้านตนก็จะบรรลุการมีเนื้อกินทุกมื้อแล้ว!


    หลัวกุ้ยฮวาเอ่ยอีกว่า “ฉันยังคิดว่าเธอจะอยู่บ้านฉันได้นานอีกหน่อย ถ้าเธอชอบพอกับเจ้ารองของฉัน ไม่งั้นเจ้ารองของฉันอย่าว่าแต่คนงานเลย ไม่แน่ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากบ้านแม่ยาย ไปเป็นข้าราชการที่เมืองหลวงก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”


    “ให้ตายเถอะ บ้านฉันไม่มีโชคนั้นเลย!”


    “ไม่รู้ว่าคนอย่างยุวชนเซียว บ้านไหนจะมีโชคได้แต่งงานไป”


    “แต่เหล่าเปาของเราบอกว่า คนชนบทอย่างเราไม่ต้องคิดเลย เขาคงมองไม่เห็นแน่!”


    “ฉันไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเหล่าเปาประโยคนี้ มองไม่เห็นอะไรกัน? พี่ใหญ่เป็นคนงาน เจ้ารองเป็นชาวนา ชาวนาชนชั้นกลางผู้ยากจนก็มีเกียรติ! ก่อนหน้านี้คุณหนูใหญ่พวกทุนนิยมยังอยากแต่งงานกับชาวนาชนชั้นกลางผู้ยากจนเลย ทำไมชาวนาชนชั้นกลางผู้ยากจนอย่างเราจะแต่งกับลูกข้าราชการไม่ได้?”


    เมื่อทุกคนได้ยิน ก็รู้ซึ้งขึ้นมาในทันใด!


    ใช่แล้ว!


    ชาวนาชนชั้นกลางผู้ยากจนทำไมจะแต่งกับลูกข้าราชการไม่ได้?


    อีกอย่าง ขอแค่คนเข้ามาอยู่ในบ้าน จะให้ข้าวสารหุงเป็นข้าวสุกก็ย่อมได้!


    เมื่อผู้หญิงเสียความบริสุทธิ์ ไม่แต่งงานกับผู้ชาย จะยังมีหน้าไปเดินข้างนอกได้ยังไง?


    ที่หมู่บ้านอื่น ก็ใช่ว่าจะไม่มียุวชนที่แต่งงานมีลูกกับคนชนบท


    “โอ๊ะ จู่ ๆ ฉันก็นึกขึ้นได้ว่าที่บ้านมีเรื่องนิดหน่อย ฉันขอตัวก่อนนะ!”


    “ให้ตายสิ ดูความจำฉันนี่สิ ที่บ้านฉันเองก็มีเรื่อง!”


    “ให้ตายเถอะ ฉันลืมแม่สามีไปซะสนิทเลย ฉันยังไม่ได้ทำงานที่แม่สามีใช้ให้ฉันทำเลย ฉันต้องขอตัวกลับไปก่อนนะ!”


    เหล่าคุณป้าที่ตัดผักขมสลายตัวกันไปเกลี้ยงในทันใด

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) ทะลุมิติมาเป็นหวานใจจอมวายร้ายยุค 70 ที่คุณอ่าน