เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 78 ยิ้มให้ปู่สักทีสิ

            ภายในกระโจมของไป๋เซี่ยเหอ

            “คุณหนูบ่าวได้ยินเซ่อเจิ้งอ๋องกล่าวถึงจิ้งจอกน้อยอะไรสักอย่าง มันคืออะไรหรือเจ้าคะ?”

            มือของไป๋เซี่ยเหอที่กำลังควานหายาในกล่องยาหยุดชะงักเล็กน้อย

            หลังจากผ่านไปนาน

            นางก็หยิบขวดกระเบื้องขวดหนึ่งออกมาจากกล่องจากนั้นยกมือขึ้นดีดหน้าผากของฝูเอ๋อร์อย่างไม่เบาไม่หนัก“เป็นเด็กเป็นเล็กถามเรื่องของผู้ใหญ่ให้น้อยๆ หน่อย”

            “แต่ว่าคุณหนูบ่าวโตกว่าท่านนะเจ้าคะ”

            “...”

            จริงหรือ?

            ไป๋เซี่ยเหอกะพริบตาเล็กน้อยใบหน้าดูไร้เดียงสา

            นางเผลอนับอายุของตนเองในอดีตชาติโดยไม่ทันระวังเสียแล้ว

            “ก็ได้เช่นนั้นเรื่องของเด็กน้อย ผู้ใหญ่ไม่ต้องยุ่งให้มากก็แล้วกัน”

            “...”

            ฝูเอ๋อร์ไร้คำพูดคุณหนูกำลังเล่นลูกไม้หรือไม่?

            “คุณหนู เหตุใดท่านถึงหาขวดยาหรือเจ้าคะ? มันแพงนัก อย่าทำหกนะเจ้าคะ”

            นี่คือยาลดอาการบวมที่หมอหลวงฉินทิ้งไว้ให้มันเห็นผลรวดเร็วยิ่ง ได้ยินว่าล้ำค่านัก

            เป็นฮองเฮาที่มีรับสั่งให้นำมันมาให้ไป๋เซี่ยเหอ

            ฮองเฮาเป็นคนดีจริงๆ

            “ข้าจะใส่ยาให้เจ้า”

            ไป๋เซี่ยเหอนั่งลงตรงหน้าฝูเอ๋อร์มือข้างหนึ่งถือขวดยา มืออีกข้างใช้นิ้วชี้เชยคางของฝูเอ๋อร์

            ไม่ต้องพูดเลยว่าฝูเอ๋อร์รู้สึกเขินอายเพียงใด

            แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าคือคุณหนูไม่ผิดแน่ทว่าฝูเอ๋อร์ยังอดไม่ได้ที่จะหน้าแดง ใบหน้ารูปไข่ที่เดิมทีบวมแดงราวกับลูกผิงกั่วตอนนี้แดงก่ำจนกลายเป็นมะเขือเทศเสียแล้ว

            “คุณหนูท่าน...ท่านทำเช่นนี้ บ่าวจะเขินอายเอานะเจ้าคะ”

            คนเย็นชาอย่างไป๋เซี่ยเหอยังอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคัก

            ทันใดนั้นไป๋เซี่ยเหอก็พบว่าตนเองในชาตินี้เปลี่ยนไปมากนักเริ่มจะมีความรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตเพื่อภารกิจและเข่นฆ่าอีกต่อไปเริ่มมีคนข้างกายที่ให้ความอบอุ่นแก่นาง ขณะเดียวกันก็เริ่มมีคนที่นางอยากปกป้องด้วยเช่นกัน

            ดวงตาสีดำขลับกลอกไปมาหลายตลบเผยเนื้อแท้ของจิ้งจอกออกมา

            “สาวน้อยเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ปู่สักทีสิ”

            ฝูเอ๋อร์กรีดร้องเสียแปลกประหลาดนางยกมือขึ้นปิดหน้า ปรารถนาจะมุดลงดิน “คุณหนูเอ๋ยคุณหนู หากท่านทำเช่นนี้อีก...หากทำเช่นนี้อีกบ่าวจะไม่สนใจท่านแล้วเจ้าค่ะ”

            เป็นการข่มขู่ที่ไม่ได้ผลแม้แต่น้อย

            “เอาล่ะๆไม่ต้องปิดหน้าปิดตาแล้ว ข้าจะใส่ยาให้เจ้า”

            ฝูเอ๋อร์กางนิ้วมือออก ก่อนจะมองออกมาจากร่องนิ้ว“คุณหนู เราเปลี่ยนยากันเถิดเจ้าค่ะ อันนี้แพงเกินไป อย่าให้บ่าวใช้เลยมันสิ้นเปลืองเจ้าค่ะ”

            “เหลวไหล!”

            ไป๋เซี่ยเหอถลึงตามองนาง“ยาเอาไว้ใช้ หากไม่ใช้จะเอาไปทำอะไร? แม้ว่าจะล้ำค่าเพียงใดหากไม่อาจแสดงสรรพคุณของมันได้ เช่นนั้นก็คือขยะ”

            เป็นเช่นนี้หรอกหรือ?

            ฝูเอ๋อร์เกาศีรษะ

            ก็ได้ขอเพียงคุณหนูเป็นคนพูด เช่นนั้นก็ย่อมถูกต้อง

            เพียงแต่นางก็ยังปวดใจอยู่ดี

            ยานี้แพงนัก

            ยาขี้ผึ้งเย็นถูกแต้มบนใบหน้าของฝูเอ๋อร์ความปวดแสบปวดร้อนหายไปถึงเจ็ดแปดส่วนในชั่วพริบตา

            ฝูเอ๋อร์สูดลมหายใจลึกด้วยความรู้สึกเย็นสบาย

            “เป็นอย่างไร? ดีขึ้นบ้างหรือไม่?”

            เพียงเห็นท่าทีของฝูเอ๋อร์ ไป๋เซี่ยเหอก็รู้คำตอบแล้วมุมปากของนางยกขึ้นด้วยความดีใจและซาบซึ้งใจเล็กน้อย

            สาวน้อยซื่อบื้อนางนี้

            นับตั้งแต่ไป๋เซี่ยเหอทะลุมิติมายุคนี้ก็ได้สาวน้อยซื่อบื้อนางนี้อยู่เป็นเพื่อนตลอดเวลา ไม่ทราบว่าถูกทุบตีเพื่อนางไปมากน้อยเท่าไร

            วันหน้าต้องสอนทักษะป้องกันตัวให้ฝูเอ๋อร์เสียหน่อยแล้ว

            “รู้สึกเย็นสบายเจ้าค่ะไม่แปลกใจเลยที่ยาขี้ผึ้งนี้ถึงแพงนัก ใช่หรือไม่เจ้าคะคุณหนู?”

            พวกนางนั่งคุยกันด้วยรอยยิ้มอยู่ในกระโจม

            นอกกระโจม

            พระจันทร์ดูราวกับตะขอเงินในม่านราตรี

            เงาร่างสีดำสายหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากกระโจมนักเขายืนเอามือไพล่หลังสายตาจับจ้องไปที่คนสองคนในกระโจมด้วยใบหน้าลึกล้ำยากจะคาดเดา

            หากพิจารณาให้ดี จะพบว่าคิ้วที่ขมวดมุ่นอยู่เป็นนิจของเขาได้คลายออกอย่างนุ่มนวลในเวลานี้แม้แต่มุมปากก็ราวกับประดับไว้ด้วยรอยยิ้มเลือนราง

            “ท่านอ๋องหวังเฟยปฏิบัติต่อสาวใช้ของนางเป็นอย่างดีกระหม่อมไม่เคยเห็นคุณหนูที่ปฏิบัติต่อสาวใช้เช่นนี้มาก่อนเลยพ่ะย่ะค่ะ”

            “...”

            “อืม”

            วันต่อมา

            เมื่อไป๋เซี่ยเหอตื่นขึ้นท้องฟ้าก็สว่างแล้ว

            เนื่องจากบาดเจ็บที่หลัง จึงไม่อาจลงจากเตียงหรือเคลื่อนไหวเยอะๆได้ ดังนั้นไป๋เซี่ยเหอจึงทำได้เพียงกินกับนอนจนตื่นสายเท่านั้น

            “คุณหนูตื่นแล้ว”

            เมื่อไป๋เซี่ยเหอเห็นฝูเอ๋อร์ยืนตัวตรงอยู่ข้างเตียงนางก็ช้อนสายตาขึ้นมองก่อนจะเอ่ยถาม “มีเรื่องอันใด?”

            หากไม่มีเรื่องใด ปกติแล้วฝูเอ๋อร์จะไม่เฝ้าอยู่หน้าเตียงนอนเพราะไป๋เซี่ยเหอไม่ชินเวลามีคนเฝ้า

            “ไม่มีเรื่องใหญ่อันใดเจ้าค่ะเพียงแต่คุณหนูรองรอท่านอยู่ด้านนอกเจ้าค่ะ”

            ไป๋หว่านหนิง?

            นางเพิ่งถูกโบยไปเมื่อวานไม่ใช่หรือ? วันนี้ลงจากเตียงได้แล้วหรือ?

            “นางมารอนานเพียงใดแล้ว?”

            “ไม่นาน ประมาณครึ่งถ้วยชาเจ้าค่ะ”

            ไป๋เซี่ยเหอรู้สึกสงสัยมากขึ้นด้วยอุปนิสัยของไป๋หว่านหนิง จะอดทนนั่งรออยู่ข้างนอกนานปานนี้เชียว?

            หลังคาควรถล่มได้แล้ว

            เรื่องราวที่กลับตาลปัตรเช่นนี้ย่อมมีจุดผิดแปลก!

            หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าและทานของว่างรองท้องอย่างลวกๆแล้ว ไป๋เซี่ยเหอก็เดินออกไปด้านนอก

            เห็นเพียงว่าไป๋หว่านหนิงนั่งตากลมอยู่ใต้ร่มเงาไม้โต๊ะหินตัวเล็กอันวิจิตรที่อยู่ตรงหน้ามีจานใบเล็กประมาณสามสี่ใบวางไว้ ในจานล้วนเป็นของว่างทั้งสิ้น

            ถึงขั้นเตรียมของว่างมาเพื่อรอนางอยู่นอกกระโจมอย่างนั้นหรือ?

            หากไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นดั่งน้ำกับไฟยังคิดว่าเป็นเพื่อนสนิทที่เคี้ยวเมล็ดแตงโมไปพลางพูดคุยเรื่องราวในชีวิตและทัศนคติต่างๆด้วยซ้ำ

            ไป๋หว่านหนิงคงไม่ได้จับไข้กระมัง!

            “เจ้าวางแผนอะไรอีก?”

            ใบหน้าของไป๋หว่านหนิงยังคงบวมแดงอยู่ไม่ใช่ว่านางไม่สนใจรูปลักษณ์ภายนอก ทว่าฝ่ามือของไป๋เซี่ยเหอที่นางโดนไปเมื่อวานนั้นใช้แรงถึงแปดส่วนจะหายดีเร็วปานนั้นได้อย่างไร?

            หากเปลี่ยนเป็นยามปกติไป๋หว่านหนิงที่ได้ฟังประโยคนี้ต้องโมโหจนพองขนแล้ว

            ทว่าวันนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้นเสียนี่

            ไม่เพียงแต่ไม่พองขนยังโบกมือให้ไป๋เซี่ยเหออย่างยิ้มแย้ม ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าโมโห “ยืนอยู่ห่างปานนั้นไปไย? มานั่งด้วยกันสิ”

            เสแสร้งได้สมจริงเสียจนทำให้ไป๋เซี่ยเหอขนลุกขนชัน

            “ไป๋หว่านหนิงเจ้ามีอะไรก็พูดมา อย่าทำให้ข้าสะอิดสะเอียน”

            แววตาของไป๋เซี่ยเหอเย็นชาช่างแตกต่างจากความกระตือรือร้นของไป๋หว่านหนิงยิ่งนัก“ของว่างวันนี้ทำเยอะไปหน่อย มากินด้วยกันเถิด”

            ไป๋หว่านหนิงกะพริบตาใบหน้าเต็มไปด้วยความสดใสและดูอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด

            ไป๋เซี่ยเหอเลื่อนสายตาไปบนโต๊ะจากนั้นนางก็ค้นพบจุดที่ผิดปกติ

            สมอจีนดอง เอี้ยบ๊วยดองลูกไหน บ๊วยแห้ง...

            กลิ่นเปรี้ยวฉุนขึ้นจมูกเพียงได้กลิ่นก็เข็ดฟันแล้ว

            ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นในใจ

            “เจ้ามีเจตนาอะไร?”

            ไป๋หว่านหนิงหยิบลูกไหนสีเขียวลูกหนึ่งขึ้นมาก่อนจะเอาเข้าปากโดยไม่กะพริบตา

            รสเปรี้ยวตีขึ้นจมูก

            “เจ้า...”

            ไม่รอให้ไป๋เซี่ยเหอพูดจบไป๋หว่านหนิงก็เคี้ยวลูกไหนในมือและกลืนลงท้องอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็โยนแกนของมันไปที่แทบเท้าของไป๋เซี่ยเหอ

            รอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่ายทำให้ไป๋เซี่ยเหอหายขนลุกขนชันสีหน้าของไป๋หว่านหนิงแปรเปลี่ยนเป็นเหมือนในยามปกติที่เต็มไปด้วยความดูแคลนและยั่วยุ“ถูกต้อง ข้าตั้งครรภ์ ดังนั้น การโบยจึงถูกไท่จื่อละเว้นด้วยตนเอง เป็นอย่างไร? ตอนนี้เจ้าโกรธมากหรือไม่?”

            “ไป๋หว่านหนิงเจ้าเป็นโรคหลงผิดคิดว่าผู้อื่นปองร้ายหรือไม่?”

            หากไม่ได้คำนึงถึงครรภ์ของไป๋หว่านหนิงเกรงว่าไป๋เซี่ยเหอคงพุ่งไปตบนางอีกสองทีอย่างอดรนทนไม่ไหวเสียแล้ว

            หน้าไม่อาย!

            ตลอดเวลาเป็นพวกเขาที่คิดร้ายกับนางแม้กระทั่งส่งมือสังหารมาลอบสังหารนาง

            ทว่าสุดท้ายกลับทำเหมือนว่านางรังแกผู้คนอยู่เสมอ

            “เฮอะ ไป๋เซี่ยเหอข้ารู้ว่าเจ้าอิจฉาข้า ยังไม่ทันแต่งเข้าจวน สามีก็ถูกสตรีนางอื่นยั่วยวนจนจากไปแล้วเจ้าสมควรอิจฉาข้าอยู่หรอก”

            “น่าสงสารจริงๆได้รับบาดเจ็บสาหัสปานนั้น แต่สามีตนเองกลับไปโอบกอดสตรีนางอื่น เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนนอกพูดถึงเจ้าอย่างไร?”

            “พวกเขาบอกว่าอีกประเดี๋ยวเจ้าจะก้าวตามรอยของสตรีเหล่านั้นในอดีตวันที่เจ้าตบแต่งเข้าจวนเซ่อเจิ้งอ๋องจะเป็นวันครบรอบวันตายของเจ้า!”

            “แต่ในอนาคตข้าจะให้กำเนิดพระโอรสเพียงหนึ่งเดียวของไท่จื่อจากนั้นจะได้ขึ้นเป็นมารดาแห่งแผ่นดินอย่างราบรื่นและจะได้ขึ้นเป็นไทเฮาที่สูงศักดิ์ด้วย”

            ------------------------

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199