ผลงานชิ้นแรก
ในขณะที่คิดถึงอดีตที่ไม่น่าจดจำจากชีวิตก่อนกัสก็มองไปยังดินโป่งบนพื้นพลางกรอกน้ำลงคอเพื่อกลืนดินที่อยู่ในปากลงไป
‘กินด้วยปากมันยากแฮะ ใช้พลังของพรดีกว่า’
เมื่อคิดได้กัสก็กระตุ้นพลังของพรออกมาจนเกิดเป็หัวสิงโตสีดำขนาดใหญ่แบบเดียวกับที่เขาเคยเรียกออกมาก่อนหน้านี้
หัวสิงโตที่ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่านั้นทำให้อิจิโกะและน้องสาวใจนหน้าซีดขาวภาพที่น่าหวาดกลัวเมื่อหลายวันก่อนย้อนคืนกลับมาอีกครั้งทำให้พวกเธอกลัวจนตัวสั่น
ทว่าไม่นานนักความหวาดกลัวก็กลายเป็ความประหลาดใจเมื่อหัวสิงโตสีดำนั้นก้มลงไปกัดกินดินบนพื้นด้วยท่าทางที่หิวกระหายเป็ที่สุด
“เท่านี้ก็พอละมั้ง..”
กัสพูดออกมาเบาๆหลังจากเห็นหัวสิงโตกินดินเข้าไปจนเต็มปากและเริ่มเคี้ยวอย่างมีความสุขก่อนจะกลืนลงไปด้วยท่าทางที่เอร็ดอร่อยราวกับกินอาหารชั้นเลิศแล้วจางหายไปในที่สุด
วินาทีที่หัวสิงโตถูกเรียกกลับไปสีหน้าของกัสก็เปลี่ยนเป็บิดเบี้ยว ความรู้สึกอึดอัดทรมานเกิดขึ้นในทันทีท้องของเขาขยายตัวขึ้นจนเห็นได้ชัดเนื่องจากดินโป่งที่ถูกส่งเข้าสู่กระเพาะของเขาโดยตรงด้วยพลังของพรทำให้กัสอึดอัดเป็ที่สุด
“อุ!..กินมากไปแฮะ แย่จริง..”
ความรู้สึกอึดอัดทรมานจากการกินมากจนเกินไปนี้ทำให้กัสหน้าบูดและล้มตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดสภาพ
อิจิโกะกับน้องสาวเห็นแบบนั้นก็ใและรีบลงมาช่วยพยุงกันอย่างเร่งรีบ
“ท่านกัส! เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมท้องของท่านใหญ่ขึ้นแบบนี้”
“ไม่เป็ไรนะคะท่านกัส”
สองสาวแสดงความเป็ห่วงออกมาอย่างบริสุทธิ์ใจทำให้กัสอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาพลางโบกมือปฏิเสธ
“ไม่เป็ไรๆ ข้าแค่เผลอตัวกินมากไปหน่อย นั่งพักสักครู่ก็หายแล้ว”
กัสบอกปัดด้วยท่าทีที่สบายๆ ทำให้สองสาวผ่อนคลายลงเล็กน้อยแต่ก็ยังมีท่าทีเป็ห่วงเมื่อมองเห็นพุงที่ขยายใหญ่จนผิดปกติของกัส
ทว่ากัสไม่ได้สนใจเื่นี้เลยสักนิดหรือต้องบอกว่ามันเป็เื่ธรรมดามากสำหรับเขาเพราะว่าเขาเคยทำอะไรแบบนี้มาหลายต่อหลายครั้งแล้วในชีวิตก่อน
กัสนิ่งเงียบไปและเริ่มทำสมาธิกระตุ้นพลังของพรอีกครั้งแต่คราวนี้เขาไม่ได้ส่งความหิวโหยไปยังดวงิญญา แต่กักมันเอาไว้ในกระเพาะของเขา
อึดใจเดียวท้องก็ร้อนราวกับไฟความรู้สึกเหมือนเืในร่างกายไหลไปรวมกันที่ท้องนั้นสร้างความรู้สึกพึงพอใจให้กัสเป็พิเศษ
เพียงอึดใจสั้นๆความรู้สึกอึดอัดทรมานก็บรรเทาลงหน้าท้องที่ขยายใหญ่จนผิดปกติก็หดตัวลงอย่างเห็นได้อย่างชัดเจนทำเอาสองสาวถึงกับเบิกตากว้างมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง
ไม่นานนักกัสก็ลุกขึ้นมายืนด้วยท่าทีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเืในร่างกายของเขาอัดแน่นไปด้วยพลังงานจากการย่อยสลายดินโป่งที่กินเข้าไปและเริ่มไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของเขา
“ยอดเยี่ยม! เอาละๆมาเริ่มงานกันต่อเถอะจะได้ไม่เสียพลังงานไปเปล่าๆ”
พูดจบกัสก็ไม่รอให้อิจิโกะและน้องสาวตอบรับเขาคว้าจอบมาไว้ในมือแล้วเริ่มขุดดินอย่างเมามันไม่นานนักถังไม้ก็ถูกเติมดินเข้าไปจนเต็มทำให้อิจิโกะและน้องต้องรีบบินขึ้นลงเพื่อขนดินขึ้นไปเทข้างบนอย่างเร่งรีบ
สภาพของกัสราวกับคนที่กินยากระตุ้นเข้าไปเขาเดินเครื่องขุดดินเต็มกำลังขุดดินอย่างเมามันงัดเอาก้อนดินเหนียวขึ้นมาเป็ก้อนๆ แล้วโยนใส่ถังอย่างคล่องแคล่ว
แต่หลังจากนั้นไม่นานกัสก็เริ่มหมดแรงเมื่อพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายถูกใช้งานจนหมดความเร็วในการขุดของกัสก็ลดลงจนกลับเป็ปกติอีกครั้ง
เห็นแบบนั้นอิจิโกะกับน้องสาวก็พากันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางปาดเช็ดเหงื่อที่ชุ่มโชกจนใบหน้าเปื้อนดินไปหมด
สภาพของอิจิโกะกับน้องดูแทบไม่ได้เลยเพราะรีบเร่งจนเกินไปเลยตัวเปียกเหงื่อไปหมดพอเหงื่อผสมกับน้ำโคลนและดินเหนียวเข้าไปก็ดูมอมแมมยิ่งกว่ากัสเสียด้วยซ้ำ
กัสที่ขุดดินอย่างเมามันนั้นแทบไม่ได้สังเกตเห็นความอ่อนล้าของทั้งสามเลยกว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่เขาตักดินขึ้นมาและเตรียมที่จะโยนใส่ถังเหมือนทุกที แต่แล้วก็พบว่าถังไม้ที่วางอยู่ข้างๆยังมีดินเต็มถัง
ถึงตอนนั้นกัสถึงได้มีเวลาหันกลับมามองอิจิโกะและน้องสาวที่บินขึ้นลงในสภาพที่อ่อนแรงจนเซไปเซมาและทำท่าเหมือนจะร่วงลงมาได้ทุกเมื่อ
เห็นแบบนั้นกัสก็ยิ้มไม่ออกเขาหยุดมือในทันทีแล้วแบกถังใบสุดท้ายะโขึ้นไปที่ปากหลุมแทน
เมื่อเห็นกัสหยุดมือเด็กสาวทั้งสามก็หยุดไปด้วยเช่นกันพวกเธอมองหน้ากันด้วยท่าทีที่อ่อนแรงก่อนจะร่วงลงมานั่งอยู่กับพื้นในสภาพหอบหายใจไม่หยุด
“ข..ขอโทษเ้าค่ะท่านกัส..”
“ไม่ต้องขอโทษหรอก..ข้าผิดเอง ให้ตายเถอะคราวหน้าถ้าไม่ไหวก็บอกข้าก่อนนะข้าจะได้หยุดพัก ทำแบบนี้ไม่ดีเลยจริงๆ”
กัสส่ายหน้าน้อยๆ พลางโทษตัวเองที่ดันคึกเกินไปหน่อยจนทำให้เด็กสาวทั้งสามทำงานจนหมดสภาพแบบนี้
ในขณะที่กัสทบทวนความผิดพลาดของตัวเองอยู่นั้นเขาก็เหลือบไปเห็นกระถางต้นไม้สีเทาที่วางอยู่เป็แถว สายตาของเขาก็หยุดลงในทันที
กัสยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปดูกระถางต้นไม้ด้วยความตื่นเต้นก่อนจะพยักหน้าด้วยความพอใจเมื่อนับจำนวนของกระถางที่มีมากถึง30 ใบเลยทีเดียว
“ยอดเยี่ยม!! ทีนี้ก็เหลือแค่ลองเผาดูเท่านั้นว่ามันจะใช้งานได้ไหม”
คิดแล้วกัสหันไปมองเตาเผาของเขาจากนั้นหันไปนับจำนวนฟืนแล้วเริ่มคำนวณแบบหยาบๆ พลางเปิดบันทึกโลกิญญาออกมาเพื่อใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลของมัน
แสงสว่างจากบันทึกวิ่งผ่านกระถางต้นไม้เตาเผาและกองฟืนไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานข้อมูลคร่าวๆ ก็ปรากฏขึ้นมาในหน้าจอ
“โอเค..ดูเหมือนจะพอสำหรับการเผาแล้วเหลือแค่รอให้มันแห้งพอเท่านั้น อืม..อิจิโกะ นิโกะ ซันโกะพวกเ้าใช้เวทมนตร์ลมได้ดีแค่ไหน”
เด็กสาวทั้งสามเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยท่าทางประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งสามก่อนจะหันไปเห็นกระถางต้นไม้ที่พวกเธอปั้นเอาไว้
“ท่านกัสจะให้พวกเราใช้เวทมนตร์ลมเป่ากระถางให้แห้งหรือคะ”
“ใช่! พวกเ้าพอจะทำได้ไหม”
อิจิโกะนิ่งคิดไปชั่วขณะก่อนจะพยักหน้าและตอบรับกลับไปในที่สุด
“ไม่มีปัญหาค่ะ ขอแค่พวกเราฟื้นกำลังได้มากพอพวกเราจะทำหน้าที่นี้เองค่ะ”
“งั้นก็ฝากด้วยนะ ข้าจะไปดูน้องๆ ก่อน”
พูดจบกัสก็เดินไปทางป่าและเจอน้องสาวทั้งสองที่เดินกลับมาพอดีเห็นแบบนั้นกัสก็ยิ้มรับแล้วแบ่งเอาท่อนไม้จากน้องสาวมาจำนวนหนึ่งและพากันเดินกลับไปยังเตาเผา
“ไม้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกันพวกเราต้องปล่อยให้ป่ามันฟื้นสภาพบ้าง ไม่งั้นของป่าจะลดลงแล้วมันจะไม่คุ้ม”
“เอ๋! มันลดลงได้ด้วยหรือคะท่านพี่แบบนี้พวกเราก็แย่สิคะ”
“นั่นสิ ตอนนี้พวกเราได้ DP จากของป่านิดเดียวเองนะถ้าลดลงก็แย่แน่”
“ไม่ต้องห่วงๆ พวกเราแค่หยุดตัดไม้สักวันสองวันมันก็จะฟื้นฟูกลับมาเป็ปกติแล้วอีกอย่างฟืนเองก็เก็บได้มากพอแล้วด้วย ตอนนี้มาลองเผากระถางต้นไม้ดูดีกว่าถ้าออกมาดีละก็ บางทีอาจจะขายได้ DP บ้างก็ได้นะ”
ได้ยินแบบนั้นน้องสาวของกัสก็เบิกตากว้างพวกเธอใไม่น้อยที่พี่ชายของพวกเธอรู้เื่แบบนี้ด้วยจากนั้นก็กลายเป็ตื่นเต้นยินดีและช่วยกันตัดแบ่งท่อนไม้ให้กลายเป็ฟืน
ไม่นานนักท่อนไม้ที่ถูกตัดแบ่งเป็ท่อนๆก็กลายเป็ท่อนฟืนขนาดพอๆ กันเรียงเป็ูเาขนาดย่อมๆ อยู่ข้างเตาเผา
อิจิโกะกับน้องสาวที่นั่งพักอยู่นานก็ลุกขึ้นมาทำตามคำสั่งของกัสแล้วเช่นกันเวทมนตร์ลมถูกใช้ออกมาเพื่อเป่าให้กระถางแห้งอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักภายใต้ความพยายามของทุกคนกระถางก็แห้งพอที่จะเผากัสก็เริ่มขนย้ายมันอย่างระมัดระวังแล้วนำมันใส่เข้าไปในเตาเผาและวางเรียงอย่างเป็ระเบียบโดยไม่ลืมเปิดบันทึกโลกิญญาออกมาตรวจสอบเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะปิดเตา
ท้ายที่สุดคือการใส่ฟืนเข้าไปในช่องเตาและจัดการเผาความร้อนถูกควบคุมเอาไว้ด้วยการตรวจสอบจากบันทึกโลกิญญาทำให้กัสพอจะควบคุมความร้อนไม่ให้มากหรือน้อยจนเกินไปได้ในระดับหนึ่ง
ไม่ว่ายังไงการเผาครั้งนี้ก็เป็การเผาครั้งแรกของพวกเขาเป็ครั้งแรกของกัสทั้งชีวิตก่อนและชีวิตนี้กัสจึงไม่มั่นใจมากนักว่าผลงานมันจะออกมาดีเพราะประสบการณ์ที่มีนั้นน้อยยิ่งกว่าน้อย
บันทึกโลกิญญาเองก็ไม่ใช่อุปกรณ์สำหรับการทำเครื่องปั้นดินเผาโดยเฉพาะมันไม่มีข้อมูลของการทำเครื่องปั้นอย่างละเอียดและตรวจสอบได้เพียงระดับพื้นฐานเพียงเท่านั้น
ผลสำเร็จจะเป็แบบไหนท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับโชคของเขาแล้ว
“ที่เหลือก็แค่รอและคุมไฟให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเท่านั้นใครอยากจะไปพักก็ตามสะดวกนะ”
กัสยิ้มออกมาบางๆ แล้วนั่งลงตรงหน้าเตาและเปิดบันทึกโลกิญญาเอาไว้ตลอดเพื่อตรวจสอบความร้อนให้ได้ระดับ
“ถ้างั้นน้องจะไปเตรียมอาหารเย็นรอนะคะท่านพี่”
“ถ้าเหนื่อยก็เปลี่ยนตัวกันนะพี่กัส”
สองสาวแยกตัวออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมอาหารเย็นให้กับทุกคน
อิจิโกะกับน้องสาวเองก็อยู่ในสภาพอ่อนแรงพวกเธอแทบจะไม่มีแรงลุกด้วยซ้ำเลยทำได้เพียงนั่งอยู่ข้างๆกัสพลางมองดูเตาเผาที่กำลังเผาผลงานของพวกเธออยู่ด้วยท่าทีตื่นเต้น
กัสเองก็ยิ้มน้อยๆเขานั่งอยู่หน้าเตาจนตัวแห้ง ดินโคลนที่เปื้อนตามเนื้อตัวแห้งจนแข็งทว่าเขาก็ไม่ได้สน หากแต่มองดูเปลวไฟในเตาอย่างจริงจัง
การเผากระถางต้นไม้ในครั้งนี้อาจจะไม่ได้สำคัญมากสำหรับเขาแต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากการเผากระถางต้นไม้สำเร็จด้วยดีตัวเขาและน้องๆก็จะสบายกว่าเดิมมากเพราะแหล่ง DP ของพวกเขาจะไม่ถูกจำกัดอยู่ที่ของป่าอีกต่อไป
นอกเหนือจากนั้นแผนการหลักที่กัสวางเอาไว้ก็จำเป็ต้องใช้กระถางต้นไม้ด้วยหากเขาไม่สามารถทำเองได้ก็ต้องซื้อมาด้วย DP ซึ่งแพงกว่ามากหากเทียบกับการทำขึ้นมาด้วยตัวเอง
ที่สำคัญที่สุดคือเขาไม่ได้้าคุณภาพขอแค่ทนทานในระดับหนึ่งก็เพียงพอซึ่งการซื้อเอาก็ดูจะเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดทว่ากระถางต้นไม้ที่วางขายในดันเจี้ยนมันมีคุณภาพดีเกินกว่าที่เขา้า
สุดท้ายวิธีที่ดีที่สุดก็ไม่พ้นการทำเองเพราะนอกจากจะถูกกว่ายังสามารถทำเป็แหล่งรายได้ของพวกเขาอีกด้วย
กัสนั่งเฝ้าเตาตลอดเวลาแม้กระทั่งอาหารเย็นก็กินตรงหน้าเตาและไม่ลืมที่จะใส่ฟืนเข้าไปเพิ่มอยู่ตลอดเพื่อรักษาระดับความร้อนเอาไว้
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วแสงสว่างจากดวงอาทิตย์จางหายไปและแทนที่ด้วยแสงจากดวงจันทร์และดวงดาว
แม้จะมืดค่ำแต่กลับไม่มีใครเลยที่ไปนอน ทุกคนยังนั่งเฝ้าอยู่หน้าเตาเผาเป็เพื่อนกัสเฝ้ารอจนกระทั่งกำหนดเวลาที่ถูกนับด้วยบันทึกโลกิญญาสิ้นสุดลง
สีหน้าของกัสก็เปลี่ยนเป็เคร่งเครียดมากยิ่งขึ้นเขายื่นจอบเข้าไปจัดการตักเอาฟืนที่ยังลุกไหม้ออกมาทีละส่วนๆจนกระทั่งช่องเผาเหลือเพียงขี้เถ้าขาวๆ ซึ่งยังร้อนระอุ
“เอาละพอเท่านี้ก่อน ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาดูผลงานกัน”
ทุกคนพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไรเพราะทุกคนทำงานหนักกันมามากจนเหนื่อยและง่วงั้แ่แรก
กัสเองก็เหนื่อยและง่วงมากทว่าตัวเขานั้นยังนอนไม่ได้เพราะเนื้อตัวที่มีแต่คราบโคลนที่แห้งแข็งเขาเลยต้องอาบน้ำก่อนไม่เช่นนั้นคงต้องลำบากเด็กสาวทั้งห้าที่ต้องช่วยทำความสะอาดที่นอนของเขาอีก
ในขณะที่กัสกำลังอาบน้ำอยู่เงียบๆอิจิโกะก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับผ้าชุบน้ำและช่วยกัสขัดถูคราบดินอย่างตั้งใจทำให้การอาบน้ำยามค่ำคืนของเขาจบลงอย่างรวดเร็ว
่เวลาที่อาบน้ำเนื้อตัวของทั้งสองก็มักที่จะเสียดสีกันอยู่บ่อยๆจนทำให้ลมหายใจของเด็กสาวเร่งร้อนขึ้นมาบ้าง กัสเองก็รู้สึกร้อนวูบวาบอยู่บ้างเหมือนกัน
ทว่าเขาไม่มีความคิดที่จะทำอะไรอิจิโกะในตอนนี้เพราะความเหนื่อยล้าอีกอย่างตัวเขาเองก็ไม่ใช่คนหนุ่มที่หักห้ามความ้าของตัวเองไม่ได้
“ท่านกัสค่ะ..”
น้ำเสียงที่อ่อนหวานของอิจิโกะดังขึ้นจากด้านหลังหน้าอกที่อวบอิ่มของเธอเริ่มกดลงที่แผ่นหลังของเขาทว่ากัสก็ยังนิ่งเฉยก่อนจะดึงตัวเด็กสาวมาไว้ในอ้อมกอด
“ไว้ก่อนนะอิจิโกะ..เ้าเหนื่อยมากแล้วข้าเองก็เหนื่อยมาก ถ้าจะทำอะไรกันตอนนี้ละก็เกรงว่าพรุ่งนี้จะไม่มีแรงทำงานนะ”
กัสยิ้มน้อยๆ แล้วก้มลงจูบปากอิจิโกะเบาๆ จนเด็กสาวตาโตด้วยความใ
สำหรับข้ารับใช้ความสัมพันธ์ทางกายระหว่างเ้านายการปรนนิบัติรับใช้ด้วยร่างกาย ไปจนถึงการมอบความสุขให้เ้านายไม่ว่าจะเป็วิธีไหนก็เป็เื่ปกติ
ยกเว้นเพียงการจูบการจูบเหมือนกับการยอมรับว่าเธอคนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ข้ารับใช้ที่มีไว้ระบายความปรารถนาเพียงเท่านั้นแต่เป็สัญญาณบ่งบอกว่าเ้านายของพวกเธอนั้นให้ความสำคัญกับพวกเธอมากขนาดไหน
จูบของกัสเป็เพียงจูบที่เรียบง่ายเหมาะสมสำหรับเด็กสาวที่ไร้เดียงสาทว่ามันก็มากพอและทำให้หัวใจของอิจิโกะเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและยินดี
“เด็กดี..เชื่อฟังคำสั่งนะ ตอนนี้พวกเรายังไม่พร้อมเอาไว้ถึงเวลาเมื่อไหร่..ข้าไม่ปล่อยเ้าไปง่ายๆ แน่”
พูดจบกัสก็ยิ้มกว้างพลางลูบสะโพกของเด็กสาวเบาๆ และบีบเคล้นก้นแน่นๆของเธอครั้งหนึ่งก่อนจะเดินออกไปแต่งตัวแล้วกลับไปนอน
หลังจากกัสจากไปอิจิโกะก็ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอยู่นานในสภาพที่หน้าแดงก่ำไปหมดไม่นานนักนิโกะกับซันโกะก็เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับรอยยิ้มที่มีความหมาย
“ดีใจด้วยนะอิจิโกะ..นายท่านจูบเ้าด้วย”
“นั่นสิ..น่าอิจฉาเหมือนกันนะทั้งที่พวกเราได้ชื่อเหมือนกันแท้ๆ ทำไมนายท่านไม่เห็นสนใจพวกเราเลย..หรือว่าพวกเรายั่วไม่พอ”
สองสาวคุยกันด้วยท่าทีกึ่งเล่นกึ่งจริงทว่าสายตาที่มองไปยังอิจิโกะที่เหมือนกับพี่น้องของพวกเธอนั้นมีความอิจฉาแฝงอยู่อย่างชัดเจน
อิจิโกะเองก็มองเห็นแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรพวกเธอเป็ข้ารับใช้การได้รับความโปรดปรานจากเ้านายถือเป็เื่ดีแต่ถ้าจะยึดเอาความโปรดปรานของเ้านายไว้คนเดียวก็ดูจะไม่ถูกต้อง
“ไม่ได้ยินที่ท่านกัสพูดหรอ..เชื่อข้าสิเมื่อถึงเวลาพวกเ้าเองก็ไม่รอดหรอก”
ได้ยินแบบนั้นนิโกะกับซันโกะก็หน้าแดงขึ้นมา สองสาวมีท่าทีตื่นเต้นและวาดหวังจากนั้นไม่นานเด็กสาวทั้งสามก็กลับเข้าบ้านและนอนหลับไปในที่สุด
งานหนักและการพักผ่อนที่เหมาะสมเป็สิ่งที่อยู่คู่กันเสมออิจิโกะกับน้องสาวต่อให้มีเื่มากมายอยู่ในหัวแต่พวกเธอก็สามารถสลัดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองเพื่อนอนหลับได้ไม่ยาก
ต่างกับน้องสาวทั้งสองของกัสที่ต่อให้เหนื่อยขนาดไหนก็ยังไม่สามารถควบคุมความคิดของพวกเธอได้
ไม่ว่าจะเป็ความอิจฉาความหวัง หรือความปรารถนาเล็กๆของเด็กสาวล้วนแล้วแต่ทำให้ทั้งสองคิดมากจนนอนหลับได้ยากกว่าปกติ
เมื่อเช้าวันใหม่มาถึงน้องสาวของกัสก็ตื่นขึ้นมาในสภาพที่งัวเงียเอามากๆต่างกับอิจิโกะและน้องสาวที่ดูสดชื่นมากกว่าเพราะได้นอนหลับอย่างเพียงพอ
ส่วนกัสนั้นวันนี้เขาตื่นขึ้นมาก่อนใครและตรงไปยังเตาเผาเป็อย่างแรกแล้วจัดการทุบชั้นดินเพื่อเปิดเตา
เสียงที่ดังขึ้นั้แ่เช้าเรียกสติของเด็กสาวทุกคนได้เป็อย่างดีไม่นานนักทุกคนก็วิ่งไปถึงเตาเผาและได้เห็นกระถางต้นไม้สีน้ำตาลในมือของกัส
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทุกคนรวมไปถึงกัสที่ยิ้มออกมาด้วยความพอใจกับผลงานที่ได้
“ไม่เลว..แตกไปประมาณครึ่งหนึ่ง ร้าวอีกนิดหน่อยที่ใช้ได้จริงมีราวๆ 3 ส่วน แต่ก็ดีมากแล้วละทุกคน”
เมื่อวันก่อนอิจิโกะกับน้องสาวปั้นกระถางได้ 30 ใบ ครึ่งหนึ่งแตกไปในตอนที่เผา 4 ใบร้าวและที่เหลือรอดมาได้โดยสมบูรณ์มีเพียง10 ใบเท่านั้น
“สำหรับครั้งแรกรอดมา 10 ใบก็ไม่เลวแล้วละต่อไปก็..จะขายได้สักเท่าไหร่กันนะ”