ตอนที่ 5 ยิ้มเสน่ห์ [ 2 ]
“ได้ลูก แม่เองก็ยังเวียนๆ หัวอยู่นิดหน่อย พักสักนิดน่าจะดีขึ้น ลูกทำเผื่อให้องค์ชายกลับไปเสวยที่คุ้มรับรองด้วยนะ แม่ฝากด้วยนะลูก!”
เ้าแม่เกสรตรัสกับท่านหญิงเสร็จ แล้วจึงลุกเข้าไปพักผ่อนที่ห้อง ท่านหญิงยิ้มรับคำที่เ้าแม่ตรัส แต่ท่านหญิงกลัวคิดอยู่ในใจว่า
“พี่ปิ่นป่ะๆ เราไปในครัวกัน ว่าแต่พี่ดำเตรียมของให้หญิงครบหรือเปล่า”
ท่านหญิงรีบเดินนำพี่ปิ่นตรงเข้าไปในครัว เกรงว่าพี่ดำจะเตรียมของไว้ไม่ครบ
“เตรียมไว้ครบแล้วเ้าค่ะ ท่านหญิงตรวจเช็กอีกรอบก่อนได้เ้าค่ะ”
พี่ดำที่เตรียมของรออยู่ในครัว รอให้ท่านหญิงเข้ามาตรวจอีกรอบว่าเตรียมครบไหม จะได้เริ่มทำขนมได้เลย ท่านหญิงจึงค่อยๆตรวจเช็กดูว่ายังขาดหรือต้องเพิ่มอะไรบ้างหรือปล่าว เวลาทำจะได้ไม่ต้องวิ่งไปหาของเพิ่มเติม
“ครบแล้วจ้ะ เก่งมากพี่ดำ”
ท่านหญิงชมพี่ดำที่เตรียมของได้ครบแม้ท่านหญิงเคยสั่งไปแค่รอบเดียวในเมืองตอนเช้าก็ตาม
“แล้วข้าเ้าละเ้าค่ะ ท่านหญิงไม่ชมข้าเ้าบ้างหรือเ้าค่ะ”
พี่ปิ่นพูดด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจขึ้นทันที และทำสีหน้าน่าสงสารมองไปที่ท่านหญิงหลังท่านหญิงพึ่งชมพี่ดำ ส่วนพี่ดำก็ก้มหน้าก้มตาเขินที่เ้านายตนชมมา
ซึ่งโดยบ่าวทั้งสองเป็พี่เลี้ยงของท่านหญิงั้แ่ยังเด็กๆแต่มีนิสัยใจคอที่ค่อนข้างแตกต่างกันของทั้งคู่ โดยพี่ปิ่นเป็สาวห้าวๆ มีความกล้าหาญคล้ายผู้ชาย พูดจาตรงไปตรงมาจึงกล้าถามกล้าปกป้องท่านหญิงอยู่เสมอๆถือได้ว่าเป็พี่คนโตของสาวๆ ส่วนพี่ดำ เป็หญิงสาวที่เรียบร้อย อ่อนหวาน เป็แม่ศรีเรือนเอามากๆ เก่งเื่งานบ้านงานเรือน แต่ทั้งคู่ก็ดูแลท่านหญิงด้วยกันได้เป็อย่างดีถึงดีมากสะด้วย
“น้อยใจไปได้พี่ปิ่น พี่ทั้งสองของหญิง เก่งที่สุดอยู่แล้วววววววว”
ท่านหญิงพูดเสร็จก็เดินไปกุมมือของพี่ปิ่นและพี่ดำไว้แน่นๆ ด้วยกัน
"ท่านหญิงก็พูดชมเกินไป ว่าแต่ข้าเ้าขอไม่ช่วยทำขนมได้หรือไม่เ้าค่ะ ให้อีดำช่วยท่านหญิงอยู่ในครัว ข้าเ้ารู้สึกไม่เป็ตัวเองยังไงไม่รู้เ้าค่ะ ขอออกไปเอาหญ้าให้ม้าของท่านหญิงยังดีกว่าเ้าค่ะ”
พี่ปิ่นพูดใน่แรกๆ ด้วยอาการเขินที่นายของตนจับมือชม แต่พอพูดเื่จะให้ช่วยทำขนม น้ำเสียงแข็งกล้าขึ้นมาทันทีด้วยอาการจริงจังมาก
“ไปเถอะ ให้พี่ดำอยู่กับหญิงก็พอ ยังมีบ่าวคนอื่นๆ ในครัวนี้อีก”
ท่านหญิงให้พี่ปิ่นออกไปได้ไม่ต้องกังวลอะไร แต่ถ้าท่านหญิงบอกให้อยู่ช่วยพี่ปิ่นเองก็ต้องอยู่ช่วยอยู่แล้ว
“พี่ดำรู้ไหม ว่าขนมยิ้มเสน่ห์ ทำไมถึงเรียกว่าขนมยิ้มเสน่ห์?”
ท่านหญิงเริ่มลงมือทำ เอาแป้งที่เตรียมไว้ค่อยๆ เทลงไปในถ้วยที่เตรียมไว้ แล้วหันไปถามพี่ดำด้วยเพราะพี่ดำทำท่าทางสนใจในการทำเป็อย่างมาก
“ไม่รู้เ้าค่ะ ทำไมถึงต้องเรียกว่าขนมยิ้มเสน่ห์หรือเ้าค่ะ!!”
พี่ดำตอบด้วยความอยากรู้ จึงขยับเข้าไปใกล้ท่านหญิงมากขึ้น จากที่ใกล้อยู่แล้ว ก็ใกล้เข้าไปกว่านั้นอีก
“เดียวหญิงทำเสร็จ พี่ดำก็รู้เองว่าทำไมถึงชื่อว่าขนมยิ้มเสน่ห์”
ท่านหญิง พูดไปด้วยขำไปด้วย ด้วยอาการอยากรู้ของพี่ดำนั้นน่าขำ
บรรยากาศภายในครัวเต็มไปด้วยความสุข พี่ดำเองและบ่าวคนอื่นๆ ที่อยุูในครัวรับรู้ถึงความสุขนี้ว่าวันนี้ท่านหญิงทรงมีความสุขมากกว่าปกติเป็พิเศษ แต่มีเพียงท่านหญิงที่ไม่รู้ตัวว่าตนนั้นมีความสุขมากเป็พิเศษ กลับกันกับในห้องทรงงาน ที่เ้าพ่อกับเ้าชายที่คุยราชการกันอยู่นั้นค่อนข้างดูเคร่งเครียดอยู่บ้าง เอกสารกองเต็มโต๊ะทรงงาน เ้าอินทร์รายงานเหตุการณ์ สถานการณ์ต่างๆ ให้เ้าชายทราบ แต่เื่ราวที่เ้าอินทร์รายงานมานั้น เ้าชายทรงทราบมาก่อนที่จะมาหาเ้าอินทร์ แต่เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาที่ได้รับมาจึงรับฟังรายงานอย่างตั้งใจ
“กระหม่อมก็พอได้รับฟังรายงานมาอยู่บ้าง แต่ไม่ทราบว่าจะเริ่มบานปลายได้ถึงขนาดนี้”
เ้าชายทรงตรัสกับเ้าอินทร์ในเื่ของปัญหาชายแดนด้วยสีหน้าที่ดูกังวลเป็อย่างมาก
“แต่ในตอนนี้ทางเมืองเจียงแก้ว ยังคุมสถานการณ์ไว้ได้อยู่ องค์ชายทรงไม่ต้องเป็กังวลอะไรพ่ะย่ะค่ะ”
เ้าอินทร์เมื่อรายงานเสร็จ จึงแจ้งให้ทราบว่ายังคุมสถานการณ์ไว้ได้ เพื่อให้เ้าชายที่มีสีหน้ากังวลนั้นให้ได้ผ่อนคลายลง
“ขอบพระทัยเ้าอินทร์เป็อย่างมากที่คอยดูแลจัดการเื่ชายแดนให้ ต้องลำบากท่านแล้ว”
เ้าชายตรัสของพระทัยเ้าอินทร์ที่ทรงดูแลเื่ชายแดนได้เป็อย่างดีแล้วจึงได้ขอตัวออกมาผ่อนคลายอิริยาบถ
“กระหม่อมของอนุญาตเดินผ่อนคลายที่คุ้มของเ้าอินทร์สักครู่ได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ”
เ้าชายเมื่อรับฟังการรายงานของเ้าอินทร์เสร็จแล้ว จึงตรัสขอเดินเล่นที่คุ้มเพื่อผ่อนคลาย
“ได้พ่ะย่ะค่ะ ทรงคิดว่าเป็คุ้มขององค์ชาย หากทรงอยากได้อะไรเพิ่มเติมบอกกับบ่าวได้เลย”
เ้าอินทร์ตรัสให้เ้าชายทรงทำตัวเหมือนคิดว่าเรือนนี้เป็บ้านของตนได้เลย เพื่อให้การคุยราชการในวันข้างหน้า ดูสะดวกและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น
“ขอบพระทัยเ้าอินทร์พ่ะย่ะค่ะ”
เ้าชายตรัสขอบพระทัยแล้วจึงลุกออกไปจากห้องทรงงาน แต่ความเป็จริงแล้วดูเหมือนเ้าชาย้าไปพบใครบางคนเสียมากกว่า พี่จ้อยที่รออยู่หน้าห้องทรงงานอยู่แล้วเลยตรัสถามเ้าชายไปว่า
“ท่านหญิงอยู่ในครัวพ่ะย่ะค่ะ”
พี่จ้อยพูดเสร็จแล้วก้มหน้าลงทันที
“เดียวเถอะ!!!! ข้ายังไม่ได้ถาม แล้วครัวไปทางไหนรีบพาข้าไปสิ”
เ้าชายที่พึ่งออกมาจากห้องทรงงานด้วยสีหน้ายังเป็เคร่งเครียดดูกังวล แต่พอทราบว่าท่านหญิงอยู่ในครัว สีหน้ากลับเปลี่ยนไป ใบหน้าของชายหนุ่มนั้นแดงก่ำที่ตรัสออกไปว่าให้รีบพาข้าไป เพราะพระองค์เองก็ไม่คิดว่าจะตรัสคำนี้ออกมาเช่นกัน แล้วภาพที่เ้าชายทรงเห็นเมื่อพี่จ้อยพอเ้าชายมาที่ครัว
มีแม่หญิงสาวผู้หนึ่งนั้งอยู่บนตั่งไม้สักทอง ที่กำลังทำขนมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มีหัวเราะอย่างมีความสุข ทำให้บรรยากาศรายรอบล้วนมีความสุขไปด้วย และด้วยใบหน้าที่งดงาม มีดวงตากลมโต ริมฝีปากเล็กสีแดง แก้มนั้นอมชมพูอยู่ระเรื่อย น่าทะนุถนอม ผสมผสานกับเครื่องแต่งกายที่ดูผ่อนคลายมีเพียงผ้าพันอกสีชมพูอ่อน คลุมไหล่ด้วยผ้าผืนบางสีขาว นุ่งผ้าซิ่นอยู่เป็ประจำ ส่วนที่บนศีรษะผมถูกเกล้าไว้ด้านหลังปักเพียงปิ่นและดอกเก็ดถะหวาสีขาว แม้เพียงลมพัดผ่านหน้าเ้าชายก็ได้กลิ่นหอมของดอกไม้หอมของแม่หญิงที่นั่งอยู่ในครัวก็ชื่นใจ ขนาดเ้าชายยังไม่ได้เข้าไปในครัวเพียงแต่อยู่ด้านนอกของครัวก็สามารถได้เยือนโฉมแม่หญิงงามผู้นี้ได้ชัดเจนผ่านช่องของประตูแล้ว
“นี่ไงพี่ดำ ขนมเสร็จแล้ว เห็นไหมเหมือนอะไร?”
ท่านหญิงให้บ่าวในครัวยกขนมมาวางที่ตั่งไม้ แล้วถามพี่ดำว่าขนมเหมือนอะไร
“ข้าเ้าว่าเหมือนคนกำลังยิ้ม กำลังหัวเราะ”
พี่ดำจ้องมองไปที่ขนมที่พึ่งทำเสร็จ มีกลิ่นหอมมมมมมมมมมม ไปทั่วครัว
“ใช่แล้วจ้ะ ขนมถึงได้มีชื่อว่าขนมยิ้มเสน่ห์ เมื่อใครได้กินขนมนี้ไปแล้วจะได้ยิ้ม มีอารมณ์ดีขึ้นมา”
ท่านหญิงหยิบขนมขึ้นมา1ชิ้นแล้วอธิบายให้พี่ดำและบ่าวๆ ในครัวว่าความหมายของขนม
“ถ้าอย่างงั้นท่านหญิงอยากให้ใครยิ้ม หรืออยากบอกอะไรใครเป็พิเศษหรือเ้าค่ะ”
พี่ดำถามท่านหญิงด้วยสีหน้าที่เขินหน้าแดง ในขณะที่ท่านหญิงกำลังจัดขนมแบ่งไว้ให้เ้าชายเพื่อทรงกลับไปเสวยที่คุ้มรับรอง
“ก็ให้เ้าพ่อ กับตาท่านชายของพี่ดำไง ถามอะไรแปลกๆ”
ท่านหญิงก็ค่อยๆเรียงค่อยๆจัดการกับขนมที่นำไปให้กับเ้าชาย
“หญิงว่าตาท่านชาย ต้องยิ้มให้มากๆ เพราะทรงยิ้มมีเสน่ห์อยู่ไม่น้อย แถมคงยิ้มโปรยเสน่ห์ไปทั่วเวียงเจียงแก้วแล้วแหละ
เหมือนขนมยิ้มเสน่ห์ที่หญิงทำอยู่”
ท่านหญิงพูดออกมาโดยไม่ทราบว่าเ้าชายทรงอยู่ในครัวแล้ว
“ยิ้มมีเสน่ห์”