หลังจากที่พวกเรากินข้าวกลางวันด้วยกันครั้งแรก ก็ได้กลับมานั่งที่เพื่อที่จะเรียนในคาบถัดไป...
เย็นวันนั้น หลังเลิกเรียน ผมเดินกลับคนเดียวตามทางเดินหลังโรงเรียนที่เต็มไปด้วยเงาต้นไม้ใหญ่ แสงแดดยามเย็นลอดผ่านใบไม้พาดลงบนพื้นทางเดินเป็ลวดลายพร่า ๆ ลมเย็น ๆ พัดมาจาง ๆ ช่วยให้คลายร้อนลงได้บ้าง
ขณะที่ผมกำลังจะเดินผ่านมุมหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหู
“ฮารุกิคุง…”
ผมหันไปมอง — ซาโยะยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มือถือสมุดเล่มเล็กไว้แนบอก
“ซาโยะ? ยังไม่กลับบ้านเหรอ?” ผมถามพลางเดินเข้าไปใกล้
เธอส่ายหน้าเบา ๆ “แค่... ฉันนั่งรอซื้อสินค้าจำกัดเวลาที่ซูเปอร์มาร์เก็ตน่ะ”
เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะพูดต่อ
“ขอบคุณนะ ที่ช่วยในวันนั้น... แล้วก็... ขอบคุณที่ไม่พยายามเข้ามาใกล้ฉันมากเกินไป”
ผมเลิกคิ้วเล็กน้อย “หมายความว่าไงเหรอ?”
เธอเม้มริมฝีปากเบา ๆ ก่อนจะตอบ
“ฉันไม่ค่อยเก่งเื่คนเยอะ ๆ … บางครั้งมันก็เหนื่อยน่ะ”
ผมพยักหน้าเบา ๆ “อืม... ฉันเข้าใจนะ ฉันเองก็ไม่ค่อยเก่งเหมือนกัน ถ้าไม่มีเคนตะกับมิซากิ คงไม่รู้จะคุยกับใครด้วยซ้ำ”
เธอเงยหน้ามองผม ดวงตาสีดำลึกคู่นั้นทอแสงอ่อนโยนจาง ๆ
“แล้ว... ฮารุกิคุงไม่รำคาญฉันเหรอ ที่ดูเงียบ ๆ แบบนี้”
ผมหัวเราะในลำคอ “ไม่เลย... ฉันกลับรู้สึกว่าเธออยู่ด้วยแล้วสงบดี”
ใบหน้าของเธอขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย ก่อนจะหันหน้าหนีสายตาผมอย่างเขิน ๆ
“งั้น... ต่อไป ถ้าฉันนั่งกินข้าวด้วยทุกวัน... จะไม่รำคาญใช่ไหม?”
ผมหัวเราะเบา ๆ “ฉันจะดีใจมากกว่านะ ถ้าเธอมากินด้วยกันบ่อย ๆ”
เงียบกันไปครู่หนึ่ง ลมพัดผ่านใบไม้ราวกับจะเน้น่เวลานี้ให้จดจำ
“ขอบคุณนะ ฮารุกิคุง…”
ซาโยะสะพายกระเป๋าและดูเหมือนจะลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“บ้านเธอ… อยู่ทางเดียวกับฉันรึเปล่า?”
ผมกระพริบตาอย่างแปลกใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “อืม ใช่ อยู่แถวสวนสาธารณะด้านหลังสถานีใช่ไหม?”
เธอพยักหน้าเช่นกัน “ถ้าอย่างนั้น… เดินกลับด้วยกันได้ไหม?”
หัวใจผมเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ ราวกับมีแสงดาวเต็มท้องฟ้าในใจ
“ซาโยะไม่ใช่ว่าเธอรอที่จะซื้อสินค้าจำกัดเวลาที่ซูเปอร์มาร์เก็ตหรือ?” ผมถามด้วยความสงสัย
“ซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ทางเดียวกับทางที่เดินกลับน่ะ” เธอตอบยิ้ม ๆ
ผมรวบรวมความกล้าที่จะขอไปด้วย “งั้นฉันขอไปด้วยคนได้ไหม?”
หน้าแดงผมร้อนผ่าวจนเหมือนไฟลุกในอก
ซาโยะตอบกลับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “แน่นอน ไปกันเถอะ”
เราสองคนเดินเคียงข้างกันบนทางเท้า แสงแดดยามเย็นทอดเงายาวจากต้นไม้ข้างทาง เสียงจักจั่นยังคงดังไม่ขาดสาย ขณะที่ลมเย็นเริ่มพัดผ่านเบา ๆ
่แรกของการเดินเต็มไปด้วยความเงียบ ไม่มีใครพูดอะไร แต่กลับไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด กลับรู้สึกสงบและอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
“ขอบคุณนะ… ที่ช่วยรับลูกวอลเลย์บอลเมื่อตอนเช้า” ซาโยะพูดขึ้นเบา ๆ โดยไม่มองหน้าผม
ผมเกาหลังคอเล็กน้อย “อืม… ไม่เป็ไรหรอก ใครก็ต้องทำแบบนั้นแหละ”
เธอหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับสายตาที่จ้องมาที่ผมอย่างมีความหมาย “แต่ฉันดีใจที่เป็เธอ…”
หัวใจผมเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา ผมไม่กล้าหันไปสบตาเธอ แต่กลับรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ
“แล้ววันนี้… ข้าวกลางวันกับเพื่อน ๆ สนุกไหม?” ผมพยายามเปลี่ยนเื่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
ซาโยะพยักหน้า “สนุกกว่าที่คิดไว้เยอะเลยล่ะ… ไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาชวนก่อน”
“ก็แน่นอนสิ มิซากิเป็แบบนั้นแหละ เธอเข้าหาคนง่ายมาก”
“แต่ฉันดีใจนะ ที่ได้รู้จักกับเธอ… แล้วก็เพื่อน ๆ ของเธอด้วย”
ผมหยุดเดินเล็กน้อย หันไปมองเธอ ดวงตาสีดำคู่นั้นเปล่งประกายเหมือนดาวบนฟากฟ้า
“ซาโยะ…”
เธอหันมาสบตาผม ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความหวังบางอย่างที่ทำให้หัวใจผมเต้นไม่เป็จังหวะ
“ขอบคุณที่เดินกลับด้วยกันนะ” เธอพูดเบา ๆ แล้วหันหน้าไปข้างหน้าอีกครั้ง
เราสองคนยังคงเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านของผม
“ทำไมถึงมาซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ละ?” ผมถามด้วยความสงสัย
“ที่นี่เป็ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใกล้บ้านฉันที่สุดแล้วละค่ะ” ซาโยะตอบพร้อมรอยยิ้ม
ผมยืนนิ่ง คิดในใจว่า ถ้าบ้านเราใกล้กันขนาดนี้ ผมอยากจะไปกลับพร้อมกับซาโยะทุกวันเลย
“ฮารุกิคุง… นี้ฮารุกิคุง” เธอเรียกผมเสียงใกล้ ๆ ใบหน้าของเธอแทบจะัักับผมได้
ผมหน้าแดงจนแทบลุกเป็ไฟ “งะ งะ งั้นไปกันเถอะ”
เราสองคนเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตที่เย็นฉ่ำด้วยแอร์
ซาโยะเดินไปที่มุมขายสินค้าลดราคา ผมเดินตามเธอไป
“ซาโยะ เธอจะซื้ออะไรบ้าง เผื่อฉันจะได้ช่วยหา” ผมเสนอตัวช่วยเหลือ
ซาโยะหยุดเดิน หันหน้ามาทางผม “ก็… ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ แล้วก็เครื่องปรุง”
ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ “งั้นเดี๋ยวฉันแยกไปหาน่ะ”
“ไม่ต้องแยกกันหรอก ฉันอยากเดินดูไปเรื่อย ๆ พร้อมกับฮารุกิคุงมากกว่า” เธอพูดเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ใจผมหวั่นไหว
ผมได้แต่คิดในใจว่า นี่มันเหมือนเดทใช่ไหม แต่ก็ไม่ได้ลำพองตัวเอง
“อืม… งั้นไปกันเถอะ”
เราสองคนเดินเคียงกันในโซนสินค้าจนได้ยินเสียงเด็กน้อยที่พูดเสียงดังเหมือนะโ
“มะม๊า… พี่ชายพี่สาวเป็แฟนน่ารักกันมากเลยล่ะ”
ผมนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ความเขินยิ่งทวีขึ้น
“เราสองคนเหมือนแฟนกันขนาดนั้นเลยเหรอ?” ผมถามเธอ
ซาโยะดูใเล็กน้อยกับคำถาม “ถ้าคนนอกเห็น ก็คงเหมือนกับมาเดทกันนั้นแหละค่ะ”
ผมตกตะลึง กับความจริงที่ว่า สิ่งที่ผมรู้สึกกับซาโยะอาจเป็สิ่งที่มากกว่าคำว่าเพื่อน
หลังจากซื้อของเสร็จ ผมขออาสาถือของไปส่งให้ซาโยะไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
บนทางเดินกลับบ้านของซาโยะ ผมเริ่มรู้สึกว่ามันคุ้นเคยเหลือเกิน
จนเธอเดินเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ที่คุ้นตา
“ฉันถึงอพาร์ตเมนต์ของฉันแล้วค่ะ ขอบคุณที่เดินมาส่งนะคะ ฮารุกิคุง”
ผมใ ที่อยู่ของซาโยะและผมอยู่ใกล้กันมาก
“เอิ่ม… ผมก็อยู่ที่อพาร์ตเมนต์เดียวกัน” ผมตอบ
ซาโยะดูใไม่แพ้กัน
“ขอโทษนะ ซาโยะ ขอถามชั้นที่เธออยู่ได้ไหม?”
“ชั้น 6 ค่ะ”
ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “ผมก็อยู่ชั้น 6 เหมือนกัน!”
ซาโยะยิ้มกว้างขึ้น ทั้งสองต่างรู้สึกใจเต้นรัวไม่แพ้กัน
เราขึ้นลิฟต์ด้วยกันจนถึงชั้น 6
ผมคืนถุงพลาสติกที่ถือให้ซาโยะ
“ขอบคุณค่ะ ฮารุกิคุง” เธอพูดอย่างจริงใจ
ผมรู้สึกตื้นตันจนกลืนน้ำลายไม่ลง เพราะห้องของเธอนั้นอยู่ข้างๆผมเลยนี้
เราหันไปสบตากัน ก่อนที่จะแยกย้ายเข้าห้องของตัวเอง
แต่ในใจผม รู้สึกได้เลยว่าระยะห่างระหว่างเราค่อย ๆ แคบลงเป็อย่างมาก — โดยที่ผมเองก็ไม่ทันได้รู้ตัวเลย