จอมพธูนึกแปลกใจตนเองอยู่เหมือนกันที่ครั้งนี้ ‘ยอมแพ้’ ต่อการถูกใส่ร้าย หล่อนเชื่อว่านวีนาคงจะมีส่วนรู้เห็นกับลูกค้าคนเมื่อครู่เพราะเป็ไปได้ยากที่จู่ๆลูกค้าจะจำเพาะเจาะจงเลือกใครมาทำงานแทนเช่นนี้
แม้ความคิดของหล่อนจะไม่มีหลักฐานมารองรับแต่จากหลายครั้งที่ผ่านมาั้แ่หญิงสาวเข้ามาทำงานที่บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในแห่งนี้ มักจะมี ‘ประเด็น’ ให้ปวดหัววุ่นวายเสมอแต่ส่วนใหญ่ ล้วนเป็เพียงแค่เื่จุกจิกหยุมหยิมและเป็เื่ส่วนตัวระหว่างหล่อนกับนวีนาเท่านั้น ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่ถูกโยงมากระทบกับเื่งาน
แต่ที่จอมพธูปักใจเชื่อว่าเื้ัความผิดพลาดที่ลูกค้ามาต่อว่าหนนี้ นวีนาต้องมีส่วนรู้เห็นแน่นอนและต้นเหตุก็คงหนีไม่พ้นความเกี่ยวพันอันเกิดมาจากธรรศสิต
ชายหนุ่มผู้มากล้นเสน่ห์เป็ที่หมายปองสำหรับสาวๆหลายคนโดยเฉพาะนวีนาที่แสดงตัวเป็เ้าของเขาอย่างออกนอกหน้า และพาลเกลียดขี้หน้าจอมพธูด้วยเหตุว่าฝ่ายชายเข้ามาตีสนิทกับหล่อนอย่างโจ่งแจ้ง
ทีแรกจอมพธูไม่ได้คิดมากมองว่าธรรศสิตเป็เพื่อนร่วมงานที่ดี จึงให้ความสนิทสนมตอบกลับโดยที่ตนเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าความใกล้ชิดที่ต้องพบเจอกันบ่อยครั้งมันก็สามารถเปลี่ยนแปลงใจคนได้เช่นกัน
แล้วเป็เพราะความใกล้ชิดนั้นจึงทำให้จอมพธูเปิดโอกาสอยากลองคบหากับธรรศสิตดูบ้างเพียงแต่หล่อนมีข้อตกลงที่พูดคุยกับชายหนุ่มไว้หนึ่งข้อหลัก นั่นก็คือ ‘ถ้าธรรศคิดจะชอบจอมก็ขอให้มีแค่จอมเพียงคนเดียว แต่ถ้าธรรศคิดว่าทำไม่ได้จอมว่าอย่ามาเสียเวลาด้วยกันจะดีกว่า’
ตามวิสัยคนมักง่ายธรรศสิตจึงรับปากจอมพธูอย่างง่ายดาย และคงเป็เพราะความโง่เขลาของหล่อนเช่นกันจึงเชื่อลมปากเขา...สุดท้ายความจริงก็ปรากฏ เมื่อสัปดาห์ก่อน นวีนาเข้ามาอาละวาดหล่อนใช้ถ้อยผรุสวาทอันหยาบคาย
‘หล่อนเป็ใครกันทำไมหน้าด้าน ลอยหน้าลอยตาแย่งผัวคนอื่นไปกกกอด ไม่รู้จักละอายบ้าง’
จอมพธูจำได้ดีถึงเหตุการณ์ในวันนั้นพนักงานทั้งหมดที่อยู่ในบริษัท ต่างให้ความสนใจต่อคำพูดของนวีนาหลายคนที่เป็พวกหญิงผู้นั้น ต่างมายืนออกันเป็กลุ่ม และเสริมถ้อยคำเผ็ดร้อนจนจอมพธูหน้าชาวาบ เนื้อตัวเหมือนถูกสาปเป็ก้อนหิน
ทว่าจอมพธูก็ใช้สิทธิ์ความเป็คนรักที่คิดว่าชัดเจนตอบโต้กลับไป ‘ฉันไม่เคยไปแย่งของใครทุกคนในที่นี้ก็รู้ว่าฉันกับธรรศคบกันในฐานะอะไร’
เสียงหัวเราะของนวีนาในวันนั้นยังดังก้องอยู่ในหัวตลอดเวลา‘นังโง่...อย่างธรรศน่ะเหรอเขาไม่คบกับเธอเป็จริงเป็จังหรอก เพราะอะไรรู้ไหม’
นวีนาลูบไปที่ท้องของตนเองเบาๆขณะเหยียดริมฝีปากอย่างผู้ชนะ...สิ่งที่เห็นตรงหน้า จึงทำให้จอมพธูพูดอะไรไม่ออกเพราะการกระทำที่บ่งบอกนั้น ทำให้หล่อนรู้ว่านวีนากำลังท้องกับธรรศสิต!
ชายหนุ่มผู้เป็คนกลางเดินเข้ามาพอดีสีหน้าเขากระอักกระอ่วน ราวกับถูกใครเอาบ่วงบาศไปคล้องรอบลำคอจนหายใจไม่ออกจอมพธูจึงไม่ต้องค้นหาคำตอบใดๆจากปากเขาอีกเลยหล่อนจึงดูเหมือนเป็คนโง่ในสายตาทุกคน ขณะย่างก้าวออกไปจากที่ตรงนั้น
จอมพธูกลับไปถึงบ้านโดยหอบเอาความผิดหวัง ความเสียหน้าความเจ็บใจและความอะไรต่อมิอะไรกลับไปนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มหนานานเป็คืนจนไม่สามารถลุกขึ้นไปทำงานได้ติดๆกันสองวัน จะด้วยความอับอายก็ส่วนหนึ่งแต่ที่สุดแล้ว หล่อนก็ไม่อาจหนีพ้นความจริงไปได้ จึงตัดสินใจกลับไปเผชิญหน้ากับความเลวร้ายอีกครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าสองวันที่หล่อนหยุดไป งานออกแบบภายในที่หล่อนรับผิดชอบอยู่เกิดคลื่นใต้น้ำเข้าเสียแล้ว
เื่ผู้ชายที่คิดว่าตนเองรักเคยนึกเสียดายอยู่ก็จริง แต่เมื่อถึงเวลา จอมพธูจึงถือว่ามันก็คือส่วนหนึ่งของบทเรียนชีวิต แต่สำหรับเื่งานนั้นหล่อนไม่คิดว่ามันจะซ้ำรอยพลิกผันอีกเช่นนี้ ดังนั้นจึงนึกเสียดายไม่น้อย...
ขณะที่จอมพธูกำลังเก็บสิ่งของส่วนตัวลงกล่องกระดาษหล่อนรู้ว่าสายตาของทุกคนนั้นใคร่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งซึ่งคุยดีกับหล่อนมาตลอด ตัดสินใจเข้ามาถาม
“เก็บของทำไมล่ะจอม...มีปัญหามากมายขนาดที่ต้องออกจากงานเลยเหรอ”
จอมพธูยังคงเก็บของต่อโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองผู้ถาม เพราะสิ่งสำคัญที่หล่อน้าได้รับจากตนเองในยามนี้ก็คือ ‘ความเข้มแข็ง’ ดังนั้นแม้เพียงแค่คำปลอบใจหรืออาการแสดงความเป็ห่วงจากใครก็แล้วแต่ อาจทำให้หล่อนร้องไห้ก็เป็ได้
“ขอบใจมากนะเพลินเราตัดสินใจแล้ว และอีกเดี๋ยวเดียว มันก็จะผ่านพ้นไป”
เพลินกุมมือเบาๆ “มีอะไรให้เราช่วยไหม”
จอมพธูส่ายหน้าแทนคำตอบเป็จังหวะเดียวกับที่ลูกค้ารายนั้นคงจะหาข้อตกลงกับเ้านายหนุ่มเรียบร้อยจึงเดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวตามติดกัน ผู้เป็เ้านายตรงรี่มาหาหล่อนหลังส่งลูกค้ารายนั้นออกนอกบริษัทไปแล้ว
“คุณจอมไม่เปลี่ยนใจเหรอครับผมคิดว่ามันยังมีทางออกที่ดีกว่านี้นะครับ”
เพลินมองผู้เป็นายจ้างแวบหนึ่งและเดินเลี่ยงออกไป ปล่อยให้จอมพธูได้อยู่คุยกับนายจ้างตามลำพัง
คุณนำโชคผู้เป็เ้าของบริษัทเป็คนสุภาพและพูดจาดี ค่อนข้างยุติธรรมในสายตาหล่อนดังนั้นเขาจึงมักประนีประนอมกับทุกฝ่ายทุกปัญหาที่เกิดขึ้นเสมอรวมถึงปัญหาของหล่อนกับนวีนาที่เกี่ยวเนื่องกับธรรศสิตด้วยเช่นกัน
ผู้เป็นายจ้างรู้เื่ราวในวันนั้นดีและขอให้นวีนายุติการพูดถึงจอมพธูในทางเสียหายเพราะไม่ดีต่อภาพลักษณ์คนทำงานด้วยกันเขาอาสาเป็คนกลางเข้าไกล่เกลี่ยขอให้ทุกฝ่ายหาข้อยุติร่วมกันและคำตอบที่ได้ผลสรุปคือ คนที่สมควรเป็ฝ่ายจบ ‘ปัญหา’ นี้ที่สุดก็คือจอมพธู
“จริงๆแล้วเื่ของคุณจอมกับคุณธรรศก็ตกลงกันด้วยดีไปแล้วนี่ครับ”
จอมพธูรีบพูดสวน “มันไม่เกี่ยวกับเื่นั้นหรอกค่ะคุณนำโชคขออย่าเอามันมาพูดถึงอีกเลยค่ะ ยังไงฉันก็ตัดสินใจแล้ว”
“แต่...”
“คุณเป็เ้านายนะคะอย่าลดตัวมาเข้าข้างฉันเลยค่ะ เดี๋ยวพนักงานคนอื่นจะมองคุณไม่ดีเื่งานฉันยอมรับว่าอาจสะเพร่า ไม่รอบคอบอย่างที่ลูกค้าพูด มันก็สมควรแล้วนะคะที่จะต้องหาคนรับผิดชอบ เพราะมันหมายถึงชื่อเสียงของบริษัท”
แววตาของชายวัยกลางคนนิ่งไปคล้ายตัดพ้อบางอย่างซึ่งดูอย่างไรก็เห็นได้ว่าเกินกว่าเ้านายพึงมีต่อลูกน้องจอมพธูจึงตัดสินใจขอตัวไปจากที่ตรงนั้น เป็การตัดบทเพื่อไม่ให้ยืดเยื้อเกินความสัมพันธ์อันควรจะเป็มากไป
เพราะเหตุนี้ด้วยกระมัง...ที่ทำให้จอมพธูคิดต่อยอดออกไปว่าถึงเวลาที่ควรจะออกจากงานเสีย ดีกว่าต้องตกเป็ขี้ปากของคนในบริษัทอีกครั้ง
ด้วยคำพูดที่กล่าวร้ายว่าหล่อนคงจะมีสัมพันธ์เกินเลยกับผู้เป็เ้านาย!
..............................................