ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 106 นักเวทยันต์สี่ดาว

           เสียงดังของชายคนหนึ่งดังขึ้นทันใดนั้นมีเด็กหนุ่มชุดม่วงปรากฏตัวอยู่ด้านหน้าตู้เจิ้นอู่พลังอัดแน่นที่น่ากลัวโถมกระหน่ำออกมาจากชายคนนี้ ทำให้คนขนลุกและรู้สึกหวาดหวั่นพลังรุนแรงจนทำให้ผืนดินแตกร้าวเป็นเส้นยาวหลายเส้นเขาใช้เพียงมือหนึ่งก็รับหอกพลังเล่มนั้นไว้ได้

           “ครืนๆ!”

           หอกพลังถูกคว้าและบีบจนแตกร้าว

           “ปัง!”

           เมื่อเห็นเด็กหนุ่มจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาชายวัยกลางคนร่างยักษ์คนนั้นก็ตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนพลังปราณในตัวของเขาแข็งแกร่งมากจนทำให้ในใจเขารู้สึกหวาดหวั่นพลังปราณนี้ดุดันน่าสะพรึงกลัวอย่างมาก

           “ตายเสียเถิด!”

           หลังจากหอกพลังถูกบีบจนแตกเด็กหนุ่มชุดม่วงคนนี้ก็ไม่รอช้า เขาแสยะยิ้มให้แล้วรวบรวมพลังหมัดต่อยโครมออกไปมีอักษรยันต์ไหลเวียนตามมามากมาย พลังปราณที่ระเบิดออกมานี้รวดเร็วและเฉียบขาดไวดั่งฟ้าแลบ

           “ปึง!”

           พลังอัดแน่นนี้ส่งไปที่หน้าอกชายวัยกลางคนคนนี้อย่างจังจากนั้นร่างของเขาก็ถูกซัดกระเด็นจนลอยไปไกลเขากระอักโลหิตพ่นเลือดเป็นทางและเสียชีวิตคาที่

           “ทำไมเจ้าหนูคนนี้จึงแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ เมื่อกี้สามารถจัดการผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณได้”

           ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์อีกสองคนที่ล้อมโจมตีตู้เจิ้นอู่เมื่อเห็นท่าไม่ดีแล้วสีหน้าก็เปลี่ยนและรีบถอยหนีไปอย่างไว

           “อย่าหนีเลย อยู่ต่อเถิด!”

           เด็กหนุ่มกล่าว น้ำเสียงฟังดูไม่เหมือนปกติ

           “ซู่ๆ!”

           เมื่อพูดจบพลังปราณก็ระเบิดโถมขึ้นมาอีกครั้ง เขาปล่อยพลังดัชนีสองพลังใส่เป้าหมายรอบพลังดัชนีมีอักษรยันต์รายล้อม กระแสพลังพุ่งทะลุอากาศ รวดเร็วปานฟ้าแลบรุนแรงดั่งพายุสายฟ้า!

           “ตู้มๆ!”

           ทันใดนั้นก็เกิดรูผ่านร่างผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์สองคนที่คิดจะหนีโลหิตพุ่งกระจาย และร่างก็ล้มกองบนพื้น

           “ดูแปลกๆ ไปนะ……”

           ตู้เจิ้นอู่สีหน้าเคร่งเครียด เขาสัมผัสได้ว่าลมปราณบนตัวของตู้เซ่าฝู่ดูพิเศษแปลกไปจากเดิมพอตั้งใจฟังก็พบว่าเสียงแปลกไป ราวกับว่าเป็นอีกคนหนึ่ง

           “หืม มีนักเวทยันต์ท่าทางใช้ได้อยู่ด้วย แถมยังเป็นสายค่ายกลยันต์อีก”

           “ตู้เซ่าฝู่” ไม่ได้สนใจตู้เจิ้นอู่ทว่าแหงนหน้าไปมองบนฟ้าทางด้านหน้า

           ตรงนั้นมีผู้เฒ่าผอมบางคนหนึ่งร่างของเขาเหาะลอยอยู่กลางอากาศลมปราณจากร่างเขาแข็งแกร่งจนคนส่วนใหญ่ต้องเกรงกลัวทุกครั้งที่ลงมือจะมีพลังอักษรยันต์ประหลาดพุ่งออกมาด้วย คนของเมืองสือเฉิงจำนวนมากเสียชีวิตเพราะผู้เฒ่าคนนี้

           ผู้เฒ่าผอมบางคนนี้เคลื่อนไหวไปมาบนอากาศเขามีลมปราณของยอดฝีมือที่แข็งแกร่ง วิธีที่ใช้ลงมือเฉียบขาดและเลือดเย็น

           ทันใดนั้นผู้เฒ่าผอมบางคนนี้ราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เมื่อหันไปมองพบว่ามีชายหนุ่มชุดม่วงเหาะขึ้นมากลางอากาศ

           “หืม หรือว่ามีฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณ เป็นไปไม่ได้……”

           ผู้เฒ่าผอมบางคนนี้สีหน้าตกใจมากมีเพียงผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ทว่าเห็นได้ชัดเจนว่าเด็กหนุ่มคนนี้ยังมีฌานไม่ถึงขั้นชีพจรประสานวิญญาณ

           “นักเวทยันต์สี่ดาวขั้นสร้างรากฐาน……”

           “ตู้เซ่าฝู่” จ้องมองผู้เฒ่าผอมบางคนนี้สีหน้ายังคงนิ่งสงบ

           “เจ้าคือตู้เซ่าฝู่?”

           ผู้เฒ่าผอมบางจ้องมองตู้เซ่าฝู่มองดูใบหน้าที่ตั้งมั่นและคมคายของตู้เซ่าฝู่จากนั้นสีหน้าก็ดูชั่วร้ายขึ้นมาในทันที

           เขาได้ยินชื่อตู้เซ่าฝู่มานานแล้วท่านชายน้อยเฉาฉี่ไท่เกือบจะพิการด้วยน้ำมือของคนคนนี้

           “ตู้เซ่าฝู่”เหลือบมองผู้เฒ่าผอมบางที่อยู่ด้านหน้า กล่าวว่า “อยากจะลงมือก็รีบลงมือจะพร่ำเพรื่ออะไรให้มากความ ข้าไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไรกับนักเวทยันต์แค่สี่ดาวอย่างเจ้า”

           “เจ้าเด็กชั่วใช้วิชาลับอะไรทำให้เหาะเหินเดินอากาศได้ล่ะ วันนี้ข้าจะเอาชีวิตเจ้าให้ได้!”

           ผู้เฒ่าผอมบางคิดไม่ถึงว่าเด็กกะโปโลคนนี้จะไม่เห็นตนอยู่ในสายตายิ่งทำให้เขากัดฟันโมโหและแค้นเคือง

           คลื่นพลังโถมกระหน่ำพร้อมกับอักษรยันต์มากมายผู้เฒ่าผอมบางคนนี้ร่ายพลังฝ่ามือ พลังที่ระเบิดออกมาของเขาน่าหวาดผวาจนทำให้คนรู้สึกหายใจไม่สะดวกคลื่นพลังนี้พุ่งเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่อย่างรวดเร็ว พลังฝ่ามือถูกส่งไปที่หน้าอกของตู้เซ่าฝู่แล้ว

           “จะฆ่าข้าหรือเจ้าไม่มีความสามารถนั้นหรอก หากข้ามีพลังดั่งตอนนั้นร่างของเจ้าคงแตกคามือข้าเป็นพันๆ ชิ้น!”

           “ตู้เซ่าฝู่” กล่าวนิ่งมองพลังฝ่ามือยันต์ที่ดุดันพุ่งเข้ามาหาเมื่อเฉียดเข้ามาใกล้เขาก็หลบหลีกได้อย่างพลิ้วไหวและรวดเร็วจากนั้นเขาเพียงสะบัดแขนเสื้อชุดม่วงของเขาคลื่นพลังพร้อมกับอักษรยันต์ประกายแสงก็ลอยขึ้นมาในอากาศและเข้าไปล้อมและรับพลังฝ่ามือของผู้เฒ่าคนนั้นไว้

           “ซูมๆ……”

           ภายในแสงอักษรยันต์มีคลื่นพลังแปลกประหลาดแฝงอยู่มันเข้าไปทำลายพลังฝ่ามืออีกฝ่ายจนหมดสิ้น จากนั้นก็รวมตัวเป็นแท่งลำแสงพุ่งเข้าหาผู้เฒ่าผอมบางในทันที

           “แปลกพิสดารจริงๆ……”

           เมื่อผู้เฒ่าผอมบางเห็นเขาสัมผัสได้ถึงพลังน่ากลัวอะไรบางอย่าง ก็เริ่มรู้สึกหวั่นใจ เขาไม่กล้ายืดเยื้อเวลามากเรียกพลังอักษรยันต์ทั้งหมดมาบังลำแสงยันต์โจมตีที่พุ่งเข้ามา

           “ครืนๆ……”

           เพียงแต่รั้วแสงอักษรยันต์ที่สร้างขึ้นมาป้องกันของผู้เฒ่าผอมบางไม่สามารถรับพลังโจมตีไว้ได้ถูกลำแสงยันต์พุ่งทะลุจนแตกกระจาย ร่างของเขาถูกกระแทกจนโซเซถอยไป สีหน้าเปลี่ยน

           “มาดูเร็ว นั่นตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้นี่”

           “ตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้กำลังต่อสู้กับสุดยอดฝีมือเพียงลำพังเขามีพละกำลังที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้วหรือ!”

           “หวังว่าเขาจะสามารถช่วยเหลือให้สุดยอดสามบ้านสกุลปกป้องเมืองสือเฉิงของพวกเราไว้ได้นะ!”……

           คนทั้งเมืองมองดูชายหนุ่มชุดม่วงที่เหาะเหินเดินอากาศได้เขาคือเด็กหนุ่มที่สร้างปาฏิหาริย์มากมายในสงครามกลางเมืองระหว่างสุดยอดห้าสกุลคราวก่อนทุกคนตั้งความหวังไว้ว่าครั้งนี้เขาจะสามารถปกป้องเมืองสือเฉิงได้อย่างปาฏิหาริย์อีกหรือไม่

           “เฮ้อ อยากช่วยแต่พลังตอนนี้มีพลังแค่นี้ ฟื้นฟูมาได้เพียงน้อยนิด”

           หลังจากทำลายรั้วแสงยันต์ของผู้เฒ่าผอมบางไปได้“ตู้เซ่าฝู่” ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจกับตัวเองเท่าไร

           “พลังบนตัวเจ้าไม่ใช่ของเจ้าเจ้ายืมพลังของสิ่งอื่นมาใช้……”

           ผู้เฒ่าผอมบางที่เป็นนักเวทยันต์ขณะนี้รับรู้ถึงความลับบนตัว “ตู้เซ่าฝู่” ได้แล้ว

           พลังแปลกประหลาดน่าสะพรึงกลัวนั้นไม่ใช่เป็นของเด็กหนุ่มคนนี้เองทั้งสองอุทานเป็นประโยคคำพูดของตัวเองมาพร้อมกันสีหน้าของผู้เฒ่าคนนี้เคร่งเครียดขึ้น เขาเริ่มร่ายพลังใหม่อย่างรีบร้อน

           จากนั้นบริเวณรอบอักษรยันต์ก็เกิดคลื่นพลังลึกลับคลื่นพลังกลายเป็นธงค่ายทั้งหมดสิบสามเสาและมีคลื่นพลังอันน่าขนลุกแผ่กระจายออกมาจากธงค่ายอย่างหนาแน่น

           “นักเวทยันต์สี่ดาวขั้นสร้างรากฐาน สามารถวางค่ายกลยันต์สี่ดาว ถือว่าพยายามได้ไม่เลวแล้วล่ะ”

           “ตู้เซ่าฝู” มองดูธงค่ายที่ผู้เฒ่าผอมบางร่ายพลังออกมาเมื่อมองสำรวจแล้วก็ท่าทางดูตื่นเต้นขึ้นมา

           “ค่ายกลปลิดชีพพายุสังหาร!”

           ผู้เฒ่าผอมบางตะโกนเรียกชื่อค่ายกล เมื่อธงค่ายสิบสามเสารวบรวมพลังสำเร็จพลังทั้งหมดในร่างก็ส่งเขาไปในธงค่ายสิบสามเสาทั้งหมดจึงทำให้เขาเพลียจนสีหน้าของเขาซีดลง

           “ซูมๆ……”

           เมื่อโบกมือ ธงค่ายสิบสามเสาก็พุ่งเข้าไปล้อมรอบตู้เซ่าฝู่อย่างรวดเร็วปานฟ้าแลบ

           “ตึงโครม!”

           เมื่อธงค่ายสิบสามเสาห้อมล้อมไว้แล้วอากาศบริเวณรอบกายตู้เซ่าฝู่ก็เริ่มเกิดคลื่นลมอันรุนแรงชั้นบรรยากาศตรงนั้นสั่นสะเทือนอย่างแรง

           ทันใดนั้นบนฟ้าก็เกิดเสียงลมโหยหวนและลมพัดกระโชกแรงชั้นบรรยากาศเริ่มบิดเบี้ยว อักษรยันต์จำนวนมากแผ่กระจายทั่วฟ้าบริเวณนั้น พลังนั้นดึงเขาพลังงานแห่งฟ้าดินโดยรอบมาใช้จากนั้นค่ายกลยันต์ที่ร้ายกาจก็ถูกวางไว้กลางอากาศในตอนนี้ได้สำเร็จ

           เมื่อค่ายกลยันต์ปรากฏขั้นก็เกิดลมพายุพัดวนเรื่อยๆ ค่ายกลบดบังดวงตะวันทำให้ฟ้าดินเริ่มมืดครึ้ม!

           ราวกับว่าค่ายกลจะกลืนกินทั้งเมืองสือเฉิงอานุภาพของพลังน่าสะพรึงกลัวเป็นล้นพ้น!

           บริเวณค่ายกลยันต์เกิดสภาพชั้นบรรยากาศที่บิดเบี้ยวพลังอันดุดันที่ระเบิดออกมานี้ราวกับคลื่นพายุหมุนที่น่าสยดสยองเสียงพายุที่ซัดรอบๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ!

           ค่ายกลนี้ราวกับจะทำลายให้เมืองสือเฉิงราบเป็นหน้ากลองพลังนี้ช่างน่าเกรงขามเหลือเกิน!

           นักเวทค่ายกลที่เป็นนักเวทยันต์สี่ดาวต่อให้พวกเขาวางค่ายกลยันต์สี่ดาวขั้นสร้างรากฐาน ทว่าผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นถึงฟากฝั่งก็ยังรับมือด้วยได้ลำบากขนาดผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสมบูรณ์เองเมื่อเจอก็ยังต้องปวดหัว

           ค่ายกลยันต์ถือเป็นวิธีการฆ่าสังหารหมู่วิธีหนึ่งเลย

           ดังนั้น นักเวทยันต์ที่เป็นนักเวทค่ายกลถือเป็นสายที่มีพลังโจมตีรุนแรงที่สุด

           ผู้ที่เป็นนักเวทยันต์จะได้รับความเคารพอยู่ในฐานะสูงสูงยิ่งกว่าผู้ฝึกฌานในระดับขั้นเทียบเท่ากันมากกว่าเป็นเท่าตัว

           นักเวทยันต์ไม่ว่าคนไหนโดยเฉพาะนักเวทยันต์ที่ไม่ธรรมดาปกติแล้วล้วนเป็นแขกรับเชิญคนสำคัญในกลุ่มผู้มีอิทธิพลใหญ่หรือบ้านสกุลใหญ่

           “คุณพระ เขาคือนักเวทยันต์ แถมยังเป็นนักเวทค่ายกลด้วย!”

           “เป็นค่ายกลยันต์ที่ร้ายกาจมากเลยตู้เซ่าฝู่ถูกล้อมไว้แล้ว!”……

           คนทั้งเมืองมองอย่างกังวลอานุภาพของพลังจากค่ายกลยันต์ร้ายกาจมากเกินไปไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะมารับมือกันได้

           “แย่แล้ว……”

           เยี่ยกวังที่กำลังต่อสู้รับมือเฉาเทียนหมั่งอย่างเหนื่อยหอบเลือดตาแทบกระเด็นรวมถึงไป๋เหว่ยและคนอื่นๆ อย่างเยี่ยเป่าหลิน ตู้จื้อสยง เยี่ยจื่อจินไป๋ไฉ่อีเป็นต้นที่กำลังต่อกรกับยอดฝีมือของอีกฝ่ายจนเหนื่อยและบาดเจ็บทุกคนล้วนรับรู้ได้ถึงพลังของค่ายกลยันต์ ต่างก็ตกใจกังวลจนสีหน้าเปลี่ยน

           “ปึง!”

           เฉาเทียนหมั่งแสยะยิ้ม เขาถือโอกาสขณะที่เยี่ยกวังกำลังตกใจจนเสียสมาธิเขาสะบัดแขนให้ชายเสื้อพลิ้ว รวบรวมพลังหมัดที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณอันร้ายกาจและต่อยไปที่หัวไหล่ของเยี่ยกวังอย่างแรง

           อาการบาดเจ็บจากการต่อสู้ครั้งก่อนของเยี่ยกวังยังไม่หายดีรวมถึงพละกำลังของเฉาเทียนหมั่งเพิ่มขึ้นกว่าครั้งก่อนทำให้เขาไม่อาจตั้งรับไว้ได้ทัน จึงต้องรับการโจมตีครั้งนี้อย่างแสนสาหัส

           “ปึง!”

           เกิดเสียงปะทะอย่างแรงดังขึ้นพลังแผ่กระจายออกจากจุดศูนย์กลางของรัศมี เยี่ยกวังรีบถอยไปอย่างไวแต่ไม่ทันร่างของเขาถูกโจมตีจนกระเด็นถอยไปหลายสิบเมตรจึงยืนนิ่งได้เขากระอักโลหิตออกมาจำนวนมาก

           กระบวนท่านี้โจมตีได้อย่างจัง เฉาเทียนหมั่งไม่คิดจะหยุดรีบรวบรวมพลังอย่างไวและโจมตีใส่เยี่ยกวังอีกครั้งอย่างรวดเร็ว……

           “มาใช้ค่ายกลยันต์กับข้า เจ้าไม่อยากมีชีวิตยืนยาวสินะ!”

           มีเสียงหัวเราะออกมาจากค่ายกลยันต์จากนั้นก็มีคลื่นลมซัดแรง ภายในค่ายกลยันต์ที่ลอยบดบังรัศมีดวงตะวันมีคลื่นพลังอันน่าขนพองสยองเกล้าท่วมท้นออกมาเกิดแรงเขย่าราวกับจะทำให้แตกได้

           ทันใดนั้น รูม่านตาของผู้เฒ่าผอมบางก็หดลง“ค่ายกลปลิดชีพพายุสังหาร” วิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของตนที่สามารถจัดการผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสูงสุดมาแล้วกลับถูกระเบิดจนแตกและทำลายออกมาได้!

           “ตึงโครม!”

           พลังอันบ้าคลั่งแผ่ออกมาทั่วฟ้าทำให้เมืองสือเฉิงเกิดแรงสั่นไหว ไม่มีใครคาดคิดว่าค่ายกลยันต์อันน่าสยดสยองที่ทำให้ขนลุกซู่เมื่อกี้กลับถูกทำลายได้ง่ายเช่นนี้

           “ซูมๆ!”

           ผู้เฒ่าผอมบางสีหน้าซีดเผือดขึ้นมาในทันใดจ้องมองภาพที่เกิดขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นเขาก็กระอักโลหิตออกมา

           “ฟู่ด!”

           ขณะเดียวกัน เมื่อค่ายกลยันต์ถูกทำลายลงร่างเงาของเด็กหนุ่มชุดม่วงพุ่งกระโจนหาศัตรูอย่างรวดเร็วดั่งผีหลอกฝ่ามือห่อหุ้มด้วยอักษรยันต์ประกายแสงจ้า เขาเหวี่ยงหมัดใส่กลางหน้าอกของผู้เฒ่าผอมบางอย่างไม่ปรานี

           ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากผู้เฒ่าผอมบางจึงตั้งรับไม่ทัน เขาจึงได้แต่รีบถอยหนีให้ไว

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271