เสียงดังของชายคนหนึ่งดังขึ้นทันใดนั้นมีเด็กหนุ่มชุดม่วงปรากฏตัวอยู่ด้านหน้าตู้เจิ้นอู่พลังอัดแน่นที่น่ากลัวโถมกระหน่ำออกมาจากชายคนนี้ ทำให้คนขนลุกและรู้สึกหวาดหวั่นพลังรุนแรงจนทำให้ผืนดินแตกร้าวเป็นเส้นยาวหลายเส้นเขาใช้เพียงมือหนึ่งก็รับหอกพลังเล่มนั้นไว้ได้
“ครืนๆ!”
หอกพลังถูกคว้าและบีบจนแตกร้าว
“ปัง!”
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาชายวัยกลางคนร่างยักษ์คนนั้นก็ตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนพลังปราณในตัวของเขาแข็งแกร่งมากจนทำให้ในใจเขารู้สึกหวาดหวั่นพลังปราณนี้ดุดันน่าสะพรึงกลัวอย่างมาก
“ตายเสียเถิด!”
หลังจากหอกพลังถูกบีบจนแตกเด็กหนุ่มชุดม่วงคนนี้ก็ไม่รอช้า เขาแสยะยิ้มให้แล้วรวบรวมพลังหมัดต่อยโครมออกไปมีอักษรยันต์ไหลเวียนตามมามากมาย พลังปราณที่ระเบิดออกมานี้รวดเร็วและเฉียบขาดไวดั่งฟ้าแลบ
“ปึง!”
พลังอัดแน่นนี้ส่งไปที่หน้าอกชายวัยกลางคนคนนี้อย่างจังจากนั้นร่างของเขาก็ถูกซัดกระเด็นจนลอยไปไกลเขากระอักโลหิตพ่นเลือดเป็นทางและเสียชีวิตคาที่
“ทำไมเจ้าหนูคนนี้จึงแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ เมื่อกี้สามารถจัดการผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณได้”
ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์อีกสองคนที่ล้อมโจมตีตู้เจิ้นอู่เมื่อเห็นท่าไม่ดีแล้วสีหน้าก็เปลี่ยนและรีบถอยหนีไปอย่างไว
“อย่าหนีเลย อยู่ต่อเถิด!”
เด็กหนุ่มกล่าว น้ำเสียงฟังดูไม่เหมือนปกติ
“ซู่ๆ!”
เมื่อพูดจบพลังปราณก็ระเบิดโถมขึ้นมาอีกครั้ง เขาปล่อยพลังดัชนีสองพลังใส่เป้าหมายรอบพลังดัชนีมีอักษรยันต์รายล้อม กระแสพลังพุ่งทะลุอากาศ รวดเร็วปานฟ้าแลบรุนแรงดั่งพายุสายฟ้า!
“ตู้มๆ!”
ทันใดนั้นก็เกิดรูผ่านร่างผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์สองคนที่คิดจะหนีโลหิตพุ่งกระจาย และร่างก็ล้มกองบนพื้น
“ดูแปลกๆ ไปนะ……”
ตู้เจิ้นอู่สีหน้าเคร่งเครียด เขาสัมผัสได้ว่าลมปราณบนตัวของตู้เซ่าฝู่ดูพิเศษแปลกไปจากเดิมพอตั้งใจฟังก็พบว่าเสียงแปลกไป ราวกับว่าเป็นอีกคนหนึ่ง
“หืม มีนักเวทยันต์ท่าทางใช้ได้อยู่ด้วย แถมยังเป็นสายค่ายกลยันต์อีก”
“ตู้เซ่าฝู่” ไม่ได้สนใจตู้เจิ้นอู่ทว่าแหงนหน้าไปมองบนฟ้าทางด้านหน้า
ตรงนั้นมีผู้เฒ่าผอมบางคนหนึ่งร่างของเขาเหาะลอยอยู่กลางอากาศลมปราณจากร่างเขาแข็งแกร่งจนคนส่วนใหญ่ต้องเกรงกลัวทุกครั้งที่ลงมือจะมีพลังอักษรยันต์ประหลาดพุ่งออกมาด้วย คนของเมืองสือเฉิงจำนวนมากเสียชีวิตเพราะผู้เฒ่าคนนี้
ผู้เฒ่าผอมบางคนนี้เคลื่อนไหวไปมาบนอากาศเขามีลมปราณของยอดฝีมือที่แข็งแกร่ง วิธีที่ใช้ลงมือเฉียบขาดและเลือดเย็น
ทันใดนั้นผู้เฒ่าผอมบางคนนี้ราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เมื่อหันไปมองพบว่ามีชายหนุ่มชุดม่วงเหาะขึ้นมากลางอากาศ
“หืม หรือว่ามีฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณ เป็นไปไม่ได้……”
ผู้เฒ่าผอมบางคนนี้สีหน้าตกใจมากมีเพียงผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ทว่าเห็นได้ชัดเจนว่าเด็กหนุ่มคนนี้ยังมีฌานไม่ถึงขั้นชีพจรประสานวิญญาณ
“นักเวทยันต์สี่ดาวขั้นสร้างรากฐาน……”
“ตู้เซ่าฝู่” จ้องมองผู้เฒ่าผอมบางคนนี้สีหน้ายังคงนิ่งสงบ
“เจ้าคือตู้เซ่าฝู่?”
ผู้เฒ่าผอมบางจ้องมองตู้เซ่าฝู่มองดูใบหน้าที่ตั้งมั่นและคมคายของตู้เซ่าฝู่จากนั้นสีหน้าก็ดูชั่วร้ายขึ้นมาในทันที
เขาได้ยินชื่อตู้เซ่าฝู่มานานแล้วท่านชายน้อยเฉาฉี่ไท่เกือบจะพิการด้วยน้ำมือของคนคนนี้
“ตู้เซ่าฝู่”เหลือบมองผู้เฒ่าผอมบางที่อยู่ด้านหน้า กล่าวว่า “อยากจะลงมือก็รีบลงมือจะพร่ำเพรื่ออะไรให้มากความ ข้าไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไรกับนักเวทยันต์แค่สี่ดาวอย่างเจ้า”
“เจ้าเด็กชั่วใช้วิชาลับอะไรทำให้เหาะเหินเดินอากาศได้ล่ะ วันนี้ข้าจะเอาชีวิตเจ้าให้ได้!”
ผู้เฒ่าผอมบางคิดไม่ถึงว่าเด็กกะโปโลคนนี้จะไม่เห็นตนอยู่ในสายตายิ่งทำให้เขากัดฟันโมโหและแค้นเคือง
คลื่นพลังโถมกระหน่ำพร้อมกับอักษรยันต์มากมายผู้เฒ่าผอมบางคนนี้ร่ายพลังฝ่ามือ พลังที่ระเบิดออกมาของเขาน่าหวาดผวาจนทำให้คนรู้สึกหายใจไม่สะดวกคลื่นพลังนี้พุ่งเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่อย่างรวดเร็ว พลังฝ่ามือถูกส่งไปที่หน้าอกของตู้เซ่าฝู่แล้ว
“จะฆ่าข้าหรือเจ้าไม่มีความสามารถนั้นหรอก หากข้ามีพลังดั่งตอนนั้นร่างของเจ้าคงแตกคามือข้าเป็นพันๆ ชิ้น!”
“ตู้เซ่าฝู่” กล่าวนิ่งมองพลังฝ่ามือยันต์ที่ดุดันพุ่งเข้ามาหาเมื่อเฉียดเข้ามาใกล้เขาก็หลบหลีกได้อย่างพลิ้วไหวและรวดเร็วจากนั้นเขาเพียงสะบัดแขนเสื้อชุดม่วงของเขาคลื่นพลังพร้อมกับอักษรยันต์ประกายแสงก็ลอยขึ้นมาในอากาศและเข้าไปล้อมและรับพลังฝ่ามือของผู้เฒ่าคนนั้นไว้
“ซูมๆ……”
ภายในแสงอักษรยันต์มีคลื่นพลังแปลกประหลาดแฝงอยู่มันเข้าไปทำลายพลังฝ่ามืออีกฝ่ายจนหมดสิ้น จากนั้นก็รวมตัวเป็นแท่งลำแสงพุ่งเข้าหาผู้เฒ่าผอมบางในทันที
“แปลกพิสดารจริงๆ……”
เมื่อผู้เฒ่าผอมบางเห็นเขาสัมผัสได้ถึงพลังน่ากลัวอะไรบางอย่าง ก็เริ่มรู้สึกหวั่นใจ เขาไม่กล้ายืดเยื้อเวลามากเรียกพลังอักษรยันต์ทั้งหมดมาบังลำแสงยันต์โจมตีที่พุ่งเข้ามา
“ครืนๆ……”
เพียงแต่รั้วแสงอักษรยันต์ที่สร้างขึ้นมาป้องกันของผู้เฒ่าผอมบางไม่สามารถรับพลังโจมตีไว้ได้ถูกลำแสงยันต์พุ่งทะลุจนแตกกระจาย ร่างของเขาถูกกระแทกจนโซเซถอยไป สีหน้าเปลี่ยน
“มาดูเร็ว นั่นตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้นี่”
“ตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้กำลังต่อสู้กับสุดยอดฝีมือเพียงลำพังเขามีพละกำลังที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้วหรือ!”
“หวังว่าเขาจะสามารถช่วยเหลือให้สุดยอดสามบ้านสกุลปกป้องเมืองสือเฉิงของพวกเราไว้ได้นะ!”……
คนทั้งเมืองมองดูชายหนุ่มชุดม่วงที่เหาะเหินเดินอากาศได้เขาคือเด็กหนุ่มที่สร้างปาฏิหาริย์มากมายในสงครามกลางเมืองระหว่างสุดยอดห้าสกุลคราวก่อนทุกคนตั้งความหวังไว้ว่าครั้งนี้เขาจะสามารถปกป้องเมืองสือเฉิงได้อย่างปาฏิหาริย์อีกหรือไม่
“เฮ้อ อยากช่วยแต่พลังตอนนี้มีพลังแค่นี้ ฟื้นฟูมาได้เพียงน้อยนิด”
หลังจากทำลายรั้วแสงยันต์ของผู้เฒ่าผอมบางไปได้“ตู้เซ่าฝู่” ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจกับตัวเองเท่าไร
“พลังบนตัวเจ้าไม่ใช่ของเจ้าเจ้ายืมพลังของสิ่งอื่นมาใช้……”
ผู้เฒ่าผอมบางที่เป็นนักเวทยันต์ขณะนี้รับรู้ถึงความลับบนตัว “ตู้เซ่าฝู่” ได้แล้ว
พลังแปลกประหลาดน่าสะพรึงกลัวนั้นไม่ใช่เป็นของเด็กหนุ่มคนนี้เองทั้งสองอุทานเป็นประโยคคำพูดของตัวเองมาพร้อมกันสีหน้าของผู้เฒ่าคนนี้เคร่งเครียดขึ้น เขาเริ่มร่ายพลังใหม่อย่างรีบร้อน
จากนั้นบริเวณรอบอักษรยันต์ก็เกิดคลื่นพลังลึกลับคลื่นพลังกลายเป็นธงค่ายทั้งหมดสิบสามเสาและมีคลื่นพลังอันน่าขนลุกแผ่กระจายออกมาจากธงค่ายอย่างหนาแน่น
“นักเวทยันต์สี่ดาวขั้นสร้างรากฐาน สามารถวางค่ายกลยันต์สี่ดาว ถือว่าพยายามได้ไม่เลวแล้วล่ะ”
“ตู้เซ่าฝู” มองดูธงค่ายที่ผู้เฒ่าผอมบางร่ายพลังออกมาเมื่อมองสำรวจแล้วก็ท่าทางดูตื่นเต้นขึ้นมา
“ค่ายกลปลิดชีพพายุสังหาร!”
ผู้เฒ่าผอมบางตะโกนเรียกชื่อค่ายกล เมื่อธงค่ายสิบสามเสารวบรวมพลังสำเร็จพลังทั้งหมดในร่างก็ส่งเขาไปในธงค่ายสิบสามเสาทั้งหมดจึงทำให้เขาเพลียจนสีหน้าของเขาซีดลง
“ซูมๆ……”
เมื่อโบกมือ ธงค่ายสิบสามเสาก็พุ่งเข้าไปล้อมรอบตู้เซ่าฝู่อย่างรวดเร็วปานฟ้าแลบ
“ตึงโครม!”
เมื่อธงค่ายสิบสามเสาห้อมล้อมไว้แล้วอากาศบริเวณรอบกายตู้เซ่าฝู่ก็เริ่มเกิดคลื่นลมอันรุนแรงชั้นบรรยากาศตรงนั้นสั่นสะเทือนอย่างแรง
ทันใดนั้นบนฟ้าก็เกิดเสียงลมโหยหวนและลมพัดกระโชกแรงชั้นบรรยากาศเริ่มบิดเบี้ยว อักษรยันต์จำนวนมากแผ่กระจายทั่วฟ้าบริเวณนั้น พลังนั้นดึงเขาพลังงานแห่งฟ้าดินโดยรอบมาใช้จากนั้นค่ายกลยันต์ที่ร้ายกาจก็ถูกวางไว้กลางอากาศในตอนนี้ได้สำเร็จ
เมื่อค่ายกลยันต์ปรากฏขั้นก็เกิดลมพายุพัดวนเรื่อยๆ ค่ายกลบดบังดวงตะวันทำให้ฟ้าดินเริ่มมืดครึ้ม!
ราวกับว่าค่ายกลจะกลืนกินทั้งเมืองสือเฉิงอานุภาพของพลังน่าสะพรึงกลัวเป็นล้นพ้น!
บริเวณค่ายกลยันต์เกิดสภาพชั้นบรรยากาศที่บิดเบี้ยวพลังอันดุดันที่ระเบิดออกมานี้ราวกับคลื่นพายุหมุนที่น่าสยดสยองเสียงพายุที่ซัดรอบๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ!
ค่ายกลนี้ราวกับจะทำลายให้เมืองสือเฉิงราบเป็นหน้ากลองพลังนี้ช่างน่าเกรงขามเหลือเกิน!
นักเวทค่ายกลที่เป็นนักเวทยันต์สี่ดาวต่อให้พวกเขาวางค่ายกลยันต์สี่ดาวขั้นสร้างรากฐาน ทว่าผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นถึงฟากฝั่งก็ยังรับมือด้วยได้ลำบากขนาดผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสมบูรณ์เองเมื่อเจอก็ยังต้องปวดหัว
ค่ายกลยันต์ถือเป็นวิธีการฆ่าสังหารหมู่วิธีหนึ่งเลย
ดังนั้น นักเวทยันต์ที่เป็นนักเวทค่ายกลถือเป็นสายที่มีพลังโจมตีรุนแรงที่สุด
ผู้ที่เป็นนักเวทยันต์จะได้รับความเคารพอยู่ในฐานะสูงสูงยิ่งกว่าผู้ฝึกฌานในระดับขั้นเทียบเท่ากันมากกว่าเป็นเท่าตัว
นักเวทยันต์ไม่ว่าคนไหนโดยเฉพาะนักเวทยันต์ที่ไม่ธรรมดาปกติแล้วล้วนเป็นแขกรับเชิญคนสำคัญในกลุ่มผู้มีอิทธิพลใหญ่หรือบ้านสกุลใหญ่
“คุณพระ เขาคือนักเวทยันต์ แถมยังเป็นนักเวทค่ายกลด้วย!”
“เป็นค่ายกลยันต์ที่ร้ายกาจมากเลยตู้เซ่าฝู่ถูกล้อมไว้แล้ว!”……
คนทั้งเมืองมองอย่างกังวลอานุภาพของพลังจากค่ายกลยันต์ร้ายกาจมากเกินไปไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะมารับมือกันได้
“แย่แล้ว……”
เยี่ยกวังที่กำลังต่อสู้รับมือเฉาเทียนหมั่งอย่างเหนื่อยหอบเลือดตาแทบกระเด็นรวมถึงไป๋เหว่ยและคนอื่นๆ อย่างเยี่ยเป่าหลิน ตู้จื้อสยง เยี่ยจื่อจินไป๋ไฉ่อีเป็นต้นที่กำลังต่อกรกับยอดฝีมือของอีกฝ่ายจนเหนื่อยและบาดเจ็บทุกคนล้วนรับรู้ได้ถึงพลังของค่ายกลยันต์ ต่างก็ตกใจกังวลจนสีหน้าเปลี่ยน
“ปึง!”
เฉาเทียนหมั่งแสยะยิ้ม เขาถือโอกาสขณะที่เยี่ยกวังกำลังตกใจจนเสียสมาธิเขาสะบัดแขนให้ชายเสื้อพลิ้ว รวบรวมพลังหมัดที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณอันร้ายกาจและต่อยไปที่หัวไหล่ของเยี่ยกวังอย่างแรง
อาการบาดเจ็บจากการต่อสู้ครั้งก่อนของเยี่ยกวังยังไม่หายดีรวมถึงพละกำลังของเฉาเทียนหมั่งเพิ่มขึ้นกว่าครั้งก่อนทำให้เขาไม่อาจตั้งรับไว้ได้ทัน จึงต้องรับการโจมตีครั้งนี้อย่างแสนสาหัส
“ปึง!”
เกิดเสียงปะทะอย่างแรงดังขึ้นพลังแผ่กระจายออกจากจุดศูนย์กลางของรัศมี เยี่ยกวังรีบถอยไปอย่างไวแต่ไม่ทันร่างของเขาถูกโจมตีจนกระเด็นถอยไปหลายสิบเมตรจึงยืนนิ่งได้เขากระอักโลหิตออกมาจำนวนมาก
กระบวนท่านี้โจมตีได้อย่างจัง เฉาเทียนหมั่งไม่คิดจะหยุดรีบรวบรวมพลังอย่างไวและโจมตีใส่เยี่ยกวังอีกครั้งอย่างรวดเร็ว……
“มาใช้ค่ายกลยันต์กับข้า เจ้าไม่อยากมีชีวิตยืนยาวสินะ!”
มีเสียงหัวเราะออกมาจากค่ายกลยันต์จากนั้นก็มีคลื่นลมซัดแรง ภายในค่ายกลยันต์ที่ลอยบดบังรัศมีดวงตะวันมีคลื่นพลังอันน่าขนพองสยองเกล้าท่วมท้นออกมาเกิดแรงเขย่าราวกับจะทำให้แตกได้
ทันใดนั้น รูม่านตาของผู้เฒ่าผอมบางก็หดลง“ค่ายกลปลิดชีพพายุสังหาร” วิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของตนที่สามารถจัดการผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสูงสุดมาแล้วกลับถูกระเบิดจนแตกและทำลายออกมาได้!
“ตึงโครม!”
พลังอันบ้าคลั่งแผ่ออกมาทั่วฟ้าทำให้เมืองสือเฉิงเกิดแรงสั่นไหว ไม่มีใครคาดคิดว่าค่ายกลยันต์อันน่าสยดสยองที่ทำให้ขนลุกซู่เมื่อกี้กลับถูกทำลายได้ง่ายเช่นนี้
“ซูมๆ!”
ผู้เฒ่าผอมบางสีหน้าซีดเผือดขึ้นมาในทันใดจ้องมองภาพที่เกิดขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นเขาก็กระอักโลหิตออกมา
“ฟู่ด!”
ขณะเดียวกัน เมื่อค่ายกลยันต์ถูกทำลายลงร่างเงาของเด็กหนุ่มชุดม่วงพุ่งกระโจนหาศัตรูอย่างรวดเร็วดั่งผีหลอกฝ่ามือห่อหุ้มด้วยอักษรยันต์ประกายแสงจ้า เขาเหวี่ยงหมัดใส่กลางหน้าอกของผู้เฒ่าผอมบางอย่างไม่ปรานี
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากผู้เฒ่าผอมบางจึงตั้งรับไม่ทัน เขาจึงได้แต่รีบถอยหนีให้ไว