ทนไม่ไหวแล้วนะโว้ยยยยยย!!!
มึงตายแน่ไอ้สัด
-
สิ้นประโยคที่ะโในใจ ...
-
"ครืดด"
เก๊ะชั้นสองค่อยๆถูกเลื่อนออกอย่างช้าๆ
ผมกวาดสายตาไปมาซ้ายขวา มองหาบางสิ่งที่้า คิดไว้แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึงสักวัน
เป็ไงเป็กัน สูดลมหายใจเข้าลึกๆหนึ่งครั้ง
มือซ้ายคว้าซองพลาสติกออกมาจากลิ้นชักข้างเตียง หยิบของที่อยู่ข้างในออกมาวางบนโต๊ะ
ค่อยๆบรรจงแกะกระดาษกาวที่ปิดอยู่บนซองอย่างระมัดระวัง ภายในใจสุดร้อนรน
พยายามอย่างหนักเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีเศษกระดาษติดอยู่บนนั้น
นี่คือสิ่งที่ผมใช้เป็ประจำในทุกๆครั้งที่ต้องทำ เสียดายที่ใช้ได้เพียงหนึ่งครั้งต่อหนึ่งเป้าหมาย
เนื่องจากไม่้ามองเห็นเหยื่อรายก่อนๆในตอนที่ต้องหยิบมันขึ้นมา ผมจึงเลือกที่จะใช้แล้วทิ้งทันที
-
-
ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม ใช้สำลีขัดจนเงาวับ
หนึ่งเพื่อหวังว่า้าให้มันใช้งานได้ดีที่สุด
สองเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จในการทำงาน
สามเพื่อเป็เกียรติแก่ผู้ที่กำลังจะเดินทางมาถึงวันธรรมดาวันสุดท้ายในชีวิต
-
กวาดสายตามองหาเป้าหมายจนเจอ ผมหลับตาลงชั่วขณะหนึ่งเพื่อปรับสายตา
สูดลมหายใจเข้าอีกหนึ่งครั้ง...
หัวใจเริ่มเต้นแรงจนรู้สึกถึงเสียงเต้นและจังหวะ
ถึงจะเคยทำมาหลายครั้งแล้วแต่ก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นบ้างเป็บางครั้ง ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความอันตรายของเหยื่อ
ยิ่งระดับสูงยิ่งหัวใจเต้นแรง ยิ่งรู้สึกว่ายากยิ่งท้าทาย ควรค่าแก่การลงมือ
ถึงเวลาแล้วที่ปัญหาในครั้งนี้ต้องจบ ยิ่งปล่อยไว้นานความยากในการหยุดเื่นี้จะยิ่งยากขึ้นเป็ทวีคูณ
วันต่อไปอาจไม่ใช่แค่หนึ่งเป้าหมาย อาจเป็สองหรือสาม หรือร้ายที่สุดผมอาจต้องจัดการพวกมันกว่าสิบ
นั่นคงไม่ใช่สถาณการณ์ที่คนคนเดียวจะรับมือไหว
-
สืบเท้าสองข้างเข้าไปหาอย่างช้าๆ หยิบของที่เตรียมไว้ก่อนหน้าแนบข้างลำตัว
เมื่อถึงระยะที่ใกล้มากพอจะเห็นทั้งสองฝ่าย ผมหยุดเคลื่อนตัว หรี่ตาลงเล็กน้อย
จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเป้าหมายตรงหน้า
ทางนั้นก็จ้องกลับมาเหมือนกัน...
-
เหมือนมันจะรู้ว่าผมมาเพื่ออะไร แต่ช่างเถอะ ก็ไม่ได้คิดจะหลบๆซ่อนๆอยู่แล้ว นั่นไม่ใช่วิธีการของผม
ถึงยังไงตอนสุดท้าย ก็จะไม่มีใครรู้อยู่ดีว่าเกิดอะไรขึ้น และจะไม่มีใครรู้ว่าผมเป็คนลงมือ
เพราะจะเหมือนกับว่ามันแค่หายไปเฉยๆ ไม่มีอะไรน่าสงสัย ก็แค่สิ่งสกปรกที่บังเอิณถูกเก็บกวาด
-
ผมมองไปยังตำแหน่งที่มั่นใจ จิตสังหารพุ่งออกไปพร้อมของในมือข้างถนัด ดวงตาที่เคยจ้องมายังผมเบิกกว้าง ความรู้สึกดีที่ถือมันหลังจากไม่ได้ััมานาน ต่อให้จินตนาการยังไง ก็ไม่เท่าตอนที่ได้ลงมือจริงๆ มันบรรยายออกมาไม่ถูก ให้เปรียบคงคล้ายๆกับตอนที่นักฟุตบอลยิงประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศ ตอนที่นักร้องโอเปร่าใช้เสียงร้องไต่ระดับไปจนถึงตัวโน้ตที่สูงที่สุด มันคือความรู้สึกเดียวกับการถึงจุดสุดยอดขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือแล้วแต่ใครจะอธิบายต่างๆนาๆ
.
หลังจากนั้นเองกลับกลายเป็ผมที่ตาทั้งสองเบิกกว้าง มันหลบได้อย่างฉิวเฉียด หลังจากนั้นก็หยุดจ้องผมอยู่นิ่งๆ สายฝนเริ่มหยดลงมาจากท้องฟ้าช้าๆ ไม่กี่วินาทีก็สาดลงมาหนักจนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเม็ดฝนจำนวนมากมายที่กระหน่ำลงมา ผมรีบลงมือต่อทันที ครั้งนี้มันก็หลบได้อีก เหมือนมุมปากจะกระตุกขึ้นนิดหน่อย คล้ายกำลังหัวเราะเยาะผมที่ฝีมือไม่ได้เื่ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่มันหลบได้ยิ่งเพิ่มความเดือดดาลของผมในตอนนั้น ทำยังไงดี ผมคิดในใจ ถ้าไม่สำเร็จอาจต้องเจอเื่ยากลำบากสุดๆ พยายามนึกถึงทุกอย่างที่ควรจะทำ ทุกอย่างที่เคยถูกสอนมาในสถาณการณ์แบบนี้ ผมตั้งสติ ทำใจให้เย็นลงเท่าเท่ากับน้ำฝนที่ตกลงมา เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่แน่ใจ บางครั้งรู้สึกเหมือนชั่วขณะเดียว บางครั้งก็คิดว่ามันนานเกินกว่าอะไรทั้งหมด...
-
"กูให้มึงเลือกสองข้อ"
จะให้กูฆ่ามึง หรือมึงจะหนีไปให้ไกลที่สุด
.
ผมยื่นข้อเสนอให้มัน หากแต่ไร้เสียงใดใดกลับมา
เป็ผมที่ต้องให้คำตอบกับคำถามของตัวเอง
-
นึกถึงเื่แมวตัวหนึ่งที่พยายามไล่จับหนู จำได้ว่าหนูถูกจับตั้งหลายครั้ง แต่ไม่ยักถูกกิน
แล้วมันก็มากวนประสาทให้ไล่จับอยู่ตลอดๆ
ความจริงแมวแค่้าจับอะไรสักอย่าง และหนูก็คงแค่้าหาเพื่อนเล่น