ตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+

    ตอนที่111 นายน้อยข้าไม่ไปไม่ได้เหรอ

    ตอนที่111 นายน้อยข้าไม่ไปไม่ได้เหรอ

    "ฮ่าๆ ๆ ..พวกเด็กๆ นี่มันเล่นอะไรกันไม่เลิกเลยแต่ก็ดีมากๆ ข้าอยากให้พวกเจ้ามีความสุขกันทุกคน เพราะอีกไม่นานเจ้ารู้หรือไม่ว่าโลกอสูรของเรา ต้องเกิดสงครามใหญ่กับจอมปีศาจโลกคู่ขนาน เพราะสัญญาสงบศึกโลกคู่ขนานจะสิ้นสุดลงเมื่อครบหมื่นปี ในอีกสิบปีข้างหน้า..."

    ชายผู้นี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ชอบสงครามพอนึกถึงเรื่องนองเลือดก็ส่ายหน้า ด้วยความหดหู่แต่ก็ต้องจำใจในโลกอสูรแห่งนี้ ใครเข้มแข็งและมีอำนาจกว่าผู้นั้นก็เป็นใหญ่


    นี่คือกฎธรรมชาติ ผู้ที่มีอำนาจเท่านั้นถึงจะมีชีวิตอยู่รอดและครอบครองทุกสิ่ง ดังนั้นกลโกงทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นได้ ในระหว่างแย่งชิงอำนาจ แม้ว่าจะทำให้ประชากรส่วนมาก ของตนเองเดือดร้อนล้มตายลงก็ตาม


    "แต่ที่ปู่รู้มาคือคนโลกคู่ขนานส่งสายลับแฝงตัวเข้ามาโลกอสูรของเรามากมาย เพื่อเป็นสายลับและสืบข่าวนักรบศักดิ์สิทธิ์ทั้งแปด กับผู้สืบทอด ของเทพอสูรจอมราชันย์รุ่นแรก ที่กำลังจะมาจุติ ปู่ทวดอยากให้เจ้าเร่งฝึกฝนพัฒนาตัวเอง ให้เป็นนักรบที่เกรียงไกร


    เป็นกำลังขององค์จอมจักรพรรดิ์อสูรทวีปที่เจ็ดของเรา ดังนั้นปู่จึงอยากให้เจ้าทำตามกฎของบรรพบุรุษ เข้าชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทของกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด เพื่อรับสิทธิ์ไปชิงตำแหน่งรัชทายาทสายตรงของปู่ทวด


    อาณาจักรของเรากว้างใหญ่มียอดฝีมือมากมายแม้ว่าเจ้าจะเป็นหลาน ก็ต้องทำตามกฎปู่ทวดเจ้าเข้าใจหรือไม่ ปู่จะกลับนครอสูรวารีอีกสามเดือนเจ้าตามปู่ไปที่นั่น


    เมื่อรับตำแหน่งองค์รัชทายาทอสูรวารีน้ำจืด ด้วยความสามารถของเจ้าตอนนี้ ปู่คาดคิดว่าไม่มีปัญหา คนรุ่นใหม่ในกลุ่มลูกหลานกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด และข้าราชการตระกูลใหญ่ทั้งห้าคงไม่มีใครสู้เจ้าได้สักคน.."


    เมื่ออยู่กันส่วนตัวกับกริชเพชรจอมจักรพรรดิอสูรวารีได้เปิดเผยความลับ และบอกเจตจำนงค์ของท่านต่อเขาอย่างเปิดเผย แท้ที่จริงทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของเด็กหนุ่ม อยู่ในการคาดคำนวณของผู้ยิ่งใหญ่ แห่งอาณาจักรอสูรวารี ตั้งแต่ก่อนที่เขายังไม่ทันเกิด


    "ปู่ทวดจะไปแล้วนะ..แต่ปู่มีของขวัญอย่างหนึ่งให้กับเจ้าเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตัวเองขึ้นเป็นนักรบที่เกรียงไกร.."

    พูดจบจอมจักรพรรดิอสูรวารีก็สะบัดมือ เกิดเป็นลูกแก้วสีใสขนาดเท่าลูกแตงโม ส่งให้ชายหนุ่ม


    "มันเป็นอะไรเหรอท่านปู่ทวด.."

    กริชเพชรถามด้วยความสงสัย


    "นี่เป็นมุกกระจก..ที่อสูรหอยมุกทะเลเจ็ด คาบสมุทรเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา เป็นมรดกตกทอดสมัยดึกดำบรรพ์ของข้า มันเรียกว่ามุก กรูเกิลอยากรู้อะไรถามมันได้มันรู้ทุกอย่าง


    แต่เจ้าตัวนี้มันกินผลึกเนตรมรกตเป็นอาหาร ความรู้ที่มันให้จะขึ้นอยู่กับอาหารที่มันได้รับ ถ้ามันได้รับมากมันก็ให้ความรู้แก่เจ้าเร็ว ถ้าน้อยไม่พออิ่มมันก็ให้ความรู้ได้น้อยและช้ามาก ยังไงก็เรียนรู้กับมันก็แล้วกัน.."

    องค์จอมจักรพรรดิอสูรวารียื่นลูกแก้วมุกกระจกให้กับกริชเพชรพร้อมกล่าวอธิบาย


    "และนี่เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายมันคือคาถาสะท้อนใจ คาถาบทนี้เป็นคาถาที่ปลุกเร้าความดีของผู้คนที่ไร้สติคืนกลับมาเหมือนที่ปู่ทวดใช้กับเจ้า มันไม่มีคุณค่าในการรบแต่เวทย์ลับประสานกายอสูรระดับพรีเมี่ยมของเจ้ามันร้ายกาจเมื่อถึงระดับสูงสุดเมื่อใด


    ไม่มีใครปลุกเจ้าตื่นจากจิตมาร แม้แต่โลกนี้ก็ไม่อาจจะรับพลังที่เพิ่มขึ้นเป็นพันเท่าของเจ้าได้ จงสอนคาถานี้ให้กับคนที่ติดตามข้างกายเจ้าตลอดเวลา พวกเขาจะช่วยปลุกเจ้าขึ้นจากโมหะแห่งความกลัวและความโกรธ พูดถึงคนข้างกายแล้วปู่ทวดพึ่งนึกขึ้นได้ว่าปู่จะต้องนำนางน้อยผู้นี้ไปกับปู่ด้วย..."

    ท่านผู้อาวุโสเบือนหน้าไปมองหนิงหนิงที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลังกริชเพชร


    "ทำไม? เหรอท่านปู่ทวดทำไม? ต้องนำหนิงหนิงไปด้วยเล่า.."

    กริชเพชรถามด้วยความมึนงงที่จู่ๆ จอมจักรพรรดิก็ต้องการนำหนิงหนิงของเขาไปด้วย


    "การคัดเลือกองค์รัชทายาทของนครอสูรวารีน้ำจืดที่นี่ไม่ได้มี อันตรายใหญ่หลวงและการประลองก็ไม่สามารถให้ผู้อื่นช่วยได้ ข้ารู้ว่านางเป็นเชื้อสายพงศ์พันธ์ไข่สัตว์เลี้ยงบรรพกาล ที่มีคุณค่าต่อหลายอาณาจักรที่ได้ครอบครองนาง ความหมายก็คือนางเป็นส่วนผสมสำคัญของอาวุธระดับเหนือโลก

    ที่ทุกอาณาจักรสามารถสร้างขึ้นเพื่อปกป้องทวีปของตน ตอนนี้กำลังรบของเจ้ายังไม่ถึงระดับราชันย์ จึงไม่สามารถปกป้องนางได้ จากพวกปีศาจคนโลกคู่ขนาน ดังนั้นเป็นการดีที่ปู่ทวดจะต้องนำนางไปฝึกตนให้เป็นอาวุธเหนือโลกอสูร ปู่ทวดรับรองว่าพบกันคราวหน้าปู่จะคืนนางให้กับเจ้า.."

    กริชเพชรพยักหน้าเข้าใจเหตุผล เป็นการดีเสียอีกถ้านางไปกับท่านปู่ทวด ชีวิตนางจะปลอดภัยมากกว่าอยู่กับเขา


    "นายน้อยข้าไม่ไปไม่ได้เหรอ..หนิงหนิงต้องการปรนนิบัติรับใช้นายน้อย ข้าไม่อยู่แล้วใครจะดูแลนายน้อยละเจ้าค่ะ.."

    เสียงอ้อยอิ่งเศร้าสร้อยของสาวน้อยผมทองที่หนิงหนิงสถิตอยู่ด้วย กล่าวขึ้นอย่างน่าสงสาร


    "ฮ่าๆ ..แม่นางน้อยเอ๋ย..ข้าไม่ได้พาเจ้าไปฆ่าไปแกงและองค์ชายสิบสี่ของเจ้า ก็อยู่ในเมืองนี้มีคนปรนนิบัติมากมาย อีกสามเดือนข้างหน้าพวกเจ้าก็จะได้พบกัน และเจ้าก็จะมีกำลังรบที่แข็งแกร่งกว่านี้ เมื่อนั้นเจ้าสามารถปกป้องคุ้มครองนายน้อยของเจ้า ให้ปลอดภัยมีอายุยืนยาวในสนามรบอีกสิบปีข้างหน้า เจ้าไม่ปรารถนารึ.."


    จอมจักรพรรดิอสูรวารีกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวลและมีเมตตา จนทำให้หนิงหนิงต้องพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะตรงเข้ากอดองค์ชายสิบสี่ นายน้อยของนางอย่างไม่เกรงใจใครอีกต่อไป


    "นายน้อยรักษาตัวด้วยนะหนิงหนิงจะตั้งใจฝึกฝนตัวเอง หนิงหนิงจะปกป้องนายน้อยเท่าชีวิตในสนามรบ..."

    หญิงสาวปล่อยโฮร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย เมื่อนางเกิดใหม่ความรู้สึกนึกคิดความเป็นผู้มีชีวิตกลับคืนมา ความสัมพันธ์ที่ชายหนุ่มห่วงใยและดูแลนางมาตลอด ทำให้จิตใจของหญิงสาวหวิวๆ เป็นห่วงนายน้อยของนาง


    "อย่าร้องไห้เลยหนิงหนิงข้ารักและเป็นห่วงเจ้าเหมือนกันแต่ครั้งนี้มันมีความจำเป็น ข้าก็จะพัฒนากายอสูรให้เข้มแข็ง เพื่อปกป้องเจ้าเมื่อถึงเวลานั้นพวกเราจะได้ไม่ต้องจากกัน.."

    กริชเพชรลูบผมสีชมพูสดใสของหญิงสาวเบาๆ หน้าตานางเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา


    "อีกเรื่องหนึ่งที่ปู่ทวดอยากจะขอร้อง เจ้าจงนำองค์หญิงใหญ่ไปส่งที่นครอสูรวารีหิมะนางเป็นบุตรสาวขององค์ชายเจ้าโป๊เชียง และเป็นหลานสาวคนโตของกษัตริย์อสูรวารีหิมะ นางจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรม ที่ข้าจะแต่งตั้งให้เป็นราชินี แห่งดินแดนอสูรหิมะต่อจากจอมกษัตริย์เจ้าโป๊ตง.."


    ชายชราผู้ที่ให้ความรู้สึกดีๆ แก่กริชเพชร เขาเป็นคนที่อยู่ใกล้แล้วรู้สึกอบอุ่น เหมือนญาติผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากมาย มอบสิ่งดีให้แก่บุตรหลานชายหนุ่มไม่เคยคาดคิดเลยว่า บุคคลเช่นนี้จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอสูรวารี ดินแดนในโลกอันโหดร้ายของอสูร


    "ได้ท่านปู่..ขอบคุณท่านปู่ทวดมากๆ ข้าจะไปหาองค์หญิงเจ้าลีหมิงสักครู่ และดูอาการของพระนางเจ้าลีหงษ์ด้วยรู้สึกว่านางจะบาดเจ็บมาก.."

    กริชเพชรยกมือคาราวะท่านปู่ทวด ที่ตอนนี้เขากำลังเตรียมตัวจะจากที่นี่ไป


    "ข้ารู้สึกยินดีมากๆ ที่พบเจ้า..เจ้าเป็นอสูรนิสัยที่แปลกไปจากอสูรทั้งหลาย มีจิตใจงดงามแต่ข้าอยากเตือนเจ้าอย่างหนึ่ง โลกอสูรมันโหดร้ายพยายามพัฒนาอัพเกรดตัวเอง ให้สู่จุดสูงสุดเท่าที่จะทำได้ และเจ้าก็จะเป็นผู้สร้างสันติสุข ให้แก่โลกอสูรในวันข้างหน้า หลังจากสงครามใหญ่สิ้นสุดลง.."


    กล่าวจบท่านก็ยกมือเปิดม่านมิติออกแล้วนำหนิงหนิงก้าวหายไป กริชเพชรมองดูหลังผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรอสูรวารี เขาไม่ได้ดูน่ากลัวแต่เป็นผู้เฒ่าที่น่าสนิทสนมมากกว่า ฟังจากคำพูดของท่านปู่ทวดผู้นี้แล้วท่านอยากให้ โลกอสูรมีความสงบมากกว่าเกิดสงครามแย่งชิงอำนาจกัน


    กริชเพชรเดินไปที่พระตำหนักองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย ตอนนี้เงียบเชียบปราศจากผู้คน ไม่มีบ่าวรับใช้สักคนเดียว กองทหารองครักษ์ก็ไม่พบ ชายหนุ่มจึงเดินไปที่ห้องบรรทมเปิดประตูเข้าไปได้ อย่างง่ายดาย


    ภาพที่เห็นคือหญิงสาวผู้หนึ่ง ที่กริชเพชรเคยเห็นทุกครั้ง ภาพลักษณ์ของนางหยิ่งทรนงเหมือนมารดาของนางไม่มีผิด แต่ตอนนี้กลับนั่งโศกเศร้า มือของนางกุมมือมารดาที่นอนหลับอยู่บนเตียง นางเงยหน้ามาเห็นชายผู้ช่วยชีวิตนางไว้ หญิงสาวยิ้มด้วยความดีใจ


    "องค์ชายสิบสี่เป็นเจ้า..!!? "

    หญิงสาวกล่าวด้วยความดีใจน้ำตาของนางไหลทะลักออกมาอย่างพรั้งพรู ไม่สามารถอดกลั้นอารมณ์ปีติยินดีไว้ได้ นางกำลังเศร้าเสียใจว่าทุกคนทิ้งนางและมารดาไปหมดสิ้น เพราะไม่อยากเดือดร้อนกับคำสั่งประหารชีวิตของพระบิดา


    "เป็นข้าเอง..องค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายเป็นอย่างไรบ้าง..นางได้รับทุกข์ทรมานในการลงทัณฑ์แต่ก็คงไม่ถึงกับบาดเจ็บ กระทบกระเทือนบอลดวงจิตแก่นแท้ของนางหรอกกระมั้ง.."


    คำพูดของชายหนุ่มมันเหมือนน้ำเย็นชโลมจิตใจหญิงสาว คำถามของเขาแฝงด้วยความเป็นห่วงในน้ำเสียง จนองค์หญิงเจ้าลีหมิงน้ำตาทะลักออกมามากยิ่งกว่าเก่า


    ใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาอย่างน่าสงสาร กริชเพชรสะกดกลั้นจิตใจไว้ไม่ได้อีกต่อไป เขาลุกขึ้นไปลูบหลังนางด้วยอารมณ์หดหู่ ความเย่อหยิ่งทระนงของนางหมดไปสิ้น ซบหน้าลงบนมือของมารดาสะอึกสะอื้น


    "องค์ชายเจ้าจิงโจวท่านรู้หรือไม่ว่า มารดาของข้าเจ็บหนัก ข้าได้ใช้พลังบอลดวงจิตแก่นแท้เข้าไปกระตุ้นรักษาท่านจนปลอดภัย แต่ที่ร้าย กว่าคือร่างกายของท่านไม่เคยถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงแบบนี้ตลอดทั้งวัน ทำให้ไม่สามารถฟื้นคืนกลับมาดีได้ กายอสูรของท่านแม่บาดเจ็บจนอ่อนแอเต็มที่.."

    เสียงของหญิงสาวกล่าวด้วยความรันทด


    "ข้าบากหน้าไปหาหมอหลวงและห้องครัวทุกคนต่างเบือนหน้าหนี เพราะกลัวพระอาชญาขององค์จอมกษัตริย์ แม้น้ำซุปสักถ้วยข้าก็ไม่อาจหาได้ในเวลานี้ จะออกไปสรรหาเนื้ออสูรมาให้ท่านทานเพื่อฟื้นฟูบำรุงร่างกาย ก็เป็นห่วงท่านข้าไม่อาจจะละทิ้งไปได้ มันยิ่งทำให้จิตใจของข้าหดหู่และเสียใจอย่างยิ่ง..."


    หญิงสาวสะอึกสะอื้นร้องไห้ นางแม้ดูแข็งแกร่งและซาดิสในยามปกติร่างกายถูกทำร้ายยิ่งทำให้นางมีความสุขหญิงสาวเป็นสาย SM ของแท้

    แต่สำหรับเรื่องจิตใจนางกลับเปราะบางเมื่อถูกกระทบกระเทือน จากคนที่นางรักที่มาจากปัญหาครอบครัว ทำให้หญิงสาวไม่อาจสะกดกลั้นความรู้สึกต่อไปได้ เมื่อเห็นชายคนที่นางแอบรักปรากฏตัว จึงระบายความรู้สึกออกมาแบบไร้ความอาย


    กริชเพชรใช้มือจับชีพจรขององค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย ส่งพลังจิตของเขาเข้าไปสัมผัสภายใน จริงอย่างที่หญิงสาวพูด พลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของนางอยู่ในขั้นปกติ แต่ร่างกายกลับทรุดโทรมเพราะโดนเฆี่ยนตีอย่างหนัก เหมือนอาการของพระนางเจ้าลีหงษ์บอกช้ำ จนเป็นพิษไข้ได้แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย จนพระนางสลบไม่ได้สติ

    ...........................................................................................................................................................................