ตอนพิเศษ
่ยามใกล้สนธยา.. แสงอาทิตย์อัสดงพาดผ่านร่างของบุรุษผู้หนึ่ง จนปรากฏเป็กลุ่มเงาอึมครึมพร้อมกับกลิ่นอายลึกล้ำอย่างน่าประหลาด
บุรุษผู้นั้นทอดมองชายหญิงคู่หนึ่ง ที่กำลังร่ำไห้กอดร่างลูกน้อยวัยไม่ถึงสามขวบของตน พวกเขาน้ำตานองหน้าด้วยความโศกเศร้าเสียใจ บุตรชายเพียงคนเดียวจะต้องมาตายเช่นนั้นหรือ.. ์ช่างไร้ความเมตตาสงสารยิ่งนัก
มากัณเพียงเดินผ่านมา แต่กลับต้องพบเหตุอันไม่เที่ยงของมนุษย์ นั่นก็คือความตาย..
เขาถูกเนรเทศลงมายังโลกมนุษย์มานาน แต่ก็ยังหลีกหนีไม่พ้นที่จะพบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้อยู่เป็ประจำ มากัณเดินทางไปทั่วทุกหนแห่งเพื่อสำรวจดินแดนต่างๆ ทั้งในม่านอำพราง มิติทับซ้อน และโลกแห่งอสูรปีศาจ
แต่ในทุกเส้นทางที่เขาผ่านมานั้น มีสิ่งหนึ่งยังทำให้เขามุ่งหมายที่จะช่วยเหลือผู้คน นั่นคือความรักและความศรัทธาที่มนุษย์มีให้กัน
“ผู้สูงส่งเ้าคะ โปรดช่วยลูกข้าด้วย ฮือๆ..”
หญิงผู้นั้นอุ้มร่างไร้ิญญาของลูกชายตนมาขวางหน้ามากัณไว้ อีกฝ่ายพลันเดินถอยหลังออกไปเล็กน้อย เขามองเห็นสามีของนางเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เพื่อร้องขอเช่นกัน
“โชคชะตาลิขิตมาแล้ว พวกเ้าทำใจเสียเถิด ข้าช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ” มากัณเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ
เขาเหลียวมองผ่านไปอีกฝั่งหนึ่ง ก็ปรากฏเงาเลือนรางของิญญาเด็กน้อยผู้นั้นยืนอยู่
มากัณย่อมไม่อยากจะให้ความหวังกับพวกเขา เขาจึงระบายลมหายใจเล็กน้อย ก่อนที่จะรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ชายผู้เป็พ่อของเด็กก็พลันะโขึ้นมาตามหลังว่า “ได้โปรด ข้าขอแลกชีวิตกับลูกได้หรือไม่”
มีกฎสำคัญอย่างหนึ่งที่ดินแดนอารยะ์ยึดถืออย่างเคร่งครัด คือการไม่ก้าวล่วงกฎแห่งกรรมของผู้อื่น โดยเฉพาะการพาดวงิญญาถึงฆาตกลับมาจากความตาย
แต่เด็กน้อยผู้นี้กลับยังไม่ไปไหน เพราะอาจจะยังมีความผูกพัน ที่ยังหลงเหลือกับร่างเดิมและพ่อแม่ของตน
มากัณใช้พลังตรวจดูร่างกายของเด็กเบื้องต้น ก็พบว่าอีกฝ่ายถูกงูพิษกัด และตอนนี้เนื้อตัวของเขายังอุ่นอยู่
พวกเขาที่เป็พ่อแม่ยืนยันว่าลูกชายของตนนั้น ตายมาแล้วสามวัน..
แม้เขาจะไม่เหมือนคนตาย แต่กลับเป็ร่างที่ไร้ลมหายใจแล้ว พวกเขากำลังจะเดินทางกลับเผ่า แต่โชคร้ายที่เกิดเื่ขึ้นเสียก่อน
มากัณย่อมรู้ว่าเด็กน้อยผู้นี้ชะตาถึงฆาตแล้ว ไม่อาจที่จะช่วยเหลือได้ แต่ผู้เป็พ่อของเด็กหมอบกราบขอร้องเขาให้ช่วยเหลือ เพราะลูกชายของตนนั้นเป็ทายาทคนสำคัญของเผ่า
ครั้นเมื่อตัดสินใจได้แล้ว มากัณก็เปิดอุโมงค์อากาศเพื่อนำพวกเขาทั้งหมด รวมถึงิญญาของเด็กน้อยผู้นั้นติดตามมา
บริเวณถ้ำหินสีขาวในเทือกเขาแห่งหนึ่ง
เมื่อทุกคนมาถึงที่หมายแล้ว มากัณก็เสกแท่นหินโปร่งแสงตรงกลางโถงถ้ำออกมา จากนั้นเขาก็สั่งให้ทั้งสองนำร่างบุตรของตนมานอนไว้บนแท่นหิน
จากนั้นอีกฝ่ายก็ทำการปิดผนึกร่างของเด็ก เพื่อคงสภาพร่างกายเอาไว้ชั่วคราว
ดวงตาของมากัณฉายแววกังวล หากเขาทำเช่นนี้ย่อมผิดกฎร้ายแรง ด้วยเหตุาาสัตว์เทพเช่นเขาต้องถูกเนรเทศลงมายังโลกมนุษย์ ก็เพราะการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโชคชะตาของผู้อื่นจนมากเกินไป
ตอนนี้เขากำลังทำผิดซ้ำอีกครั้ง..
ครั้นเวลาล่วงเลยมาถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน ดวงิญญาของเด็กผู้นั้นก็ยังไม่ยอมเข้าร่าง แม้มากัณจะพยายามใช้พลังลับของตน ดึงรากจิตของอีกฝ่ายออกมาแล้วก็ตาม
แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็ผล
จนกระทั่งถึงคืนวันที่สิบ จิติญญาอ่อนแอของเด็กผู้นั้นก็เข้าสู่ร่างได้สำเร็จ และเด็กน้อยผู้เคยก้าวย่างไปยังโลกของความตาย ก็กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ท่ามกลางความดีใจของพ่อแม่ที่กำลังรอคอยการกลับมาของลูกชายตน
ระหว่างที่ความสุขยินดีโอบคลุมไปทั่วโถงถ้ำแห่งนั้น เงาแสงเรืองรองกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า เสียงทรงอำนาจของคนผู้หนึ่งแทรกผ่านเข้ามาทันใด
“มากัณ.. ข้าส่งเ้ามาก็เพื่อให้เ้าได้ัักับชีวิตของโลกมนุษย์โดยตรง แต่เ้ากลับทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
ผู้มาใหม่นั้นเป็ชายร่างสูงใหญ่ ผิวกายขาวผุดผ่อง กลิ่นอายสูงส่งเหนือสามัญ
เทพหกเศียร!
มากัณหลุบตาเล็กน้อยพลางโค้งต่ำลง “ข้ายินดีรับโทษจากท่านขอรับ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ไม่นานนักข้างกายของเทพหกเศียร ก็ปรากฏเงาร่างก็สองสายโผล่ตามออกมา
ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นเ้ามหาเทพ์สองคน..
สองบุรุษผู้มาใหม่ ท่วงท่าสง่างาม ดูภายนอกกลับเป็ชายหนุ่มอายุไม่เกินสามสิบปี แต่กลับอยู่บนดินแดนอารยะ์มากว่าสองพันปีแล้ว
และทั้งสองเป็สหายของมากัณ
“ข้าบอกแล้ว เ้าจะฆ่าพวกมนุษย์ชั่วๆสักกี่คนก็ได้ แต่การเอาผู้ถึงฆาตกลับมาจากความตายย่อมผิดกฎของเรา” สหายผู้หนึ่งของเขาเอ่ยตักเตือนขึ้น จนอีกคนพยักหน้าเห็นด้วย
เทพหกเศียรเหลียวมองทั้งสองคนที่มาใหม่พลางส่ายหน้าไปมา หน้าที่ของพวกเขาต้องสอดส่องดูแลดินแดนโลกอสูรทางตะวันตกมิใช่หรือ จะโผล่มายังที่นี่ทำไม
เทพหกเศียรผู้กุมชะตาชีวิตของมากัณในตอนนี้ อีกฝ่ายไม่อยากให้ทุกอย่างยืดเยื้อนัก จึงได้เปลี่ยนร่างของมากัณให้กลายเป็พยัคฆ์ขาวในทันใด
มนุษย์สามคนที่ยืนเฝ้ามองดูเหตุการณ์อยู่ก็ถึงกับตื่นตะลึง พวกเขาพลันทรุดตัวนั่งลงกับพื้นด้วยท่าทีที่หวาดกลัว
จากนั้นเทพหกเศียรจึงเสกบางอย่างออกมากลางอากาศ มันคือรูปปั้นของเสือขาวขนาดเล็กสีขาวนวลอันหนึ่ง
มากัณรับรู้ว่าเทพหกเศียรกำลังจะทำสิ่งใด อีกฝ่ายจึงหันไปมองครอบครัวพ่อแม่ลูกที่เขาช่วยเอาไว้ หากการถูกจองจำในครั้งนี้สามารถช่วยหนึ่งชีวิตไว้ได้ เขาย่อมถือว่าคุ้มค่าแล้ว
ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นเ้ามหาเทพ์ผู้เป็สหายของมากัณ พวกเขาต่างก็สีหน้าไม่สู้ดีนัก เมื่อรู้ว่าการลงโทษครั้งนี้ มากัณอาจจะไม่มีโอกาสได้กลับมาเป็เหมือนเดิมอีกต่อไป
สักพักหนึ่ง พยัคฆ์ขาวมากัณก็พลันดวงตาหม่นแสงลง ร่างกายผอมแห้ง ขนหลุดร่วง กลิ่นอายพลังเข้มข้นเริ่มเจือจาง
ไม่นานนัก ร่างกายของมากัณก็เริ่มเจ็บร้าว เสียงร้องคำรามก้องดังไปทั่วโถงถ้ำ พลังกลุ่มหนึ่งจากร่างมากัณ ถูกโอนย้ายไปยังรูปปั้นเสือขาวนั้นอย่างรวดเร็ว
เทพหกเศียรยกมือของตนไปมา ก่อนจะเก็บกวาดพลังของอดีตาาสัตว์เทพเข้ามาในรูปปั้นได้ทั้งหมด
“ต่อไปหากมีผู้เป็นายแท้จริงได้สิ่งนี้ ก็จะเป็ผู้เปิดผนึกกายทิพย์ของเ้าออกจากรูปปั้นนี้ได้ แต่เ้าก็ไม่อาจกลายร่างเป็มนุษย์หรือสิ่งใดได้เช่นกัน ในกาลข้างหน้า.. ถึงจะมีผู้ปลดปล่อยและสร้างกายใหม่ให้กับเ้าเอง”
ครั้นกล่าวจบ เทพหกเศียรก็ดึงสิ่งหนึ่งออกมาจากร่างของพยัคฆ์ขาวมากัณ มันคือแหวนวงหนึ่ง..
จากนั้นเทพหกเศียร ก็ได้นำส่งแหวนไปให้ครอบครัวพ่อแม่ลูกที่นั่งอยู่อีกฝั่งทันที
เมื่อทุกอย่างจบสิ้นแล้ว เทพหกเศียรก็ได้นำรูปปั้นเสือขาวนั้น มอบให้ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นเ้ามหาเทพ์ทั้งสองคนเก็บรักษาไว้ แล้วอีกฝ่ายก็กลับขึ้นไปยังดินแดนอารยะ์เช่นเดิม
ส่วนร่างของพยัคฆ์ขาวมากัณที่กลายเป็เพียงซากสัตว์ธรรมดา ก็ถูกสหายทั้งสองคนนำไปไว้ในสถานที่ลับแห่งหนึ่ง
ครั้นเวลาผ่านมาหลายสิบปี.. จากเด็กชายตัวน้อยผู้ฟื้นจากความตายในวันนั้น ก็กลายเป็ผู้นำเผ่าที่แข็งแกร่ง เขาได้รวบรวมกลุ่มคนเพื่อขยายดินแดน จนก่อร่างสร้างบ้านเมืองได้เป็ปึกแผ่น ผู้คนอยู่อย่างสงบร่มเย็นเป็สุขเรื่อยมา
อีกฟากหนึ่งของแผ่นดินอันกว้างใหญ่ ปรากฏเสียงร่ำลือว่ามีองค์กษัตริย์ได้ของวิเศษประหลาด ข้างบัลลังก์ของกษัตริย์ผู้นั้น มีเงาร่างเสือขาวท่าทางน่าเกรงขามอยู่ตัวหนึ่ง
พยัคฆ์ขาวมากัณ!!
=============