ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่454 เปิดฉาก สงครามเทพพันปี

          เหล่าอนุชนชายหนุ่ม ที่เห็นสายตาของ องค์หญิงอี้ฟางหรง สตรีงามเพริศพริ้งในใจพวกเขา ส่ง ชายหนุ่มที่พวกเขาไม่คุ้นใบหน้า มันก็ทำให้ไฟโหมซัดในใจขึ้นมา แม้ว่าจะรู้ว่า นางเป็นดั่งเซียนหญิงที่ยากจะอาจเอื้อม ทว่าบัดนี้ประกายตา ในกรอบสายตา กลับเปล่งประกาย ส่งผู้เปรียบเสมือนน้องชายของนาง คนหนึ่ง ด้วยความห่วงหาอาทร หวังว่าอี้เฉินจะพบเส้นทางเดินของเขา
 


          อี้เฉินเองก็เดินสืบเท้าเข้าไปภายในมิติพิเศษอย่าง สงคราม เทพพันปีอย่างไม่ลังเล ไม่แม้จะเหลียวหลังหันไปมอง ผู้เป็นอาจารย์ของเขาแม้แต่น้อย ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความยึดมั่นที่อยากจะแข็งแกร่งขึ้น

 


         เมื่ออี้เฉินสืบเท้า ตามอนุชนคนอื่นๆ เข้าไปภายในมิติพิเศษ ก้าวเดินฝ่าหมูเมฆ กลุ่มควันหนาเข้าไปได้ ก็ราวกับตัวเขาถูกส่งออกไปอีกโลกใบหนึ่ง ในฉับพลันนำพาให้ร่างของเขาสั่นไหวไม่หยุดจากการเคลื่อนย้ายที่รวดเร็วเกินไป กฎเกณฑ์ของฟ้าดิน จึงส่งผลกับร่างอี้เฉินไม่น้อย

 


        จนเข่าข้างหนึ่งของอี้เฉินถึงกับต้องทรุดลงกับพื้นเบื้องล่าง หัวสมองรู้สึกมึนงงอยู่เล็กน้อย ก่อนจะยันกายขึ้นมายืนได้ ทว่ารอบบริเวณ ที่เขาอยู่กับเต็มไปด้วยป่าหนาทึบ พืชนานาพันธุ์เก่าแก่โบราณสูงท่วมหัว พร้อมกับเหล่าอนุชนคนอื่นๆ ที่ตัวเขาไม่คุ้นหน้า หลายร้อยชีวิต อยู่ไกล้ๆ บริเวณที่เขาอยู่ ใบหน้าพวกเขาเหล่านั้นแทบไม่ต่างกัน เต็มไปด้วยความตกตะลึงเฉกเช่นเดียวกันแทบทั้งสิ้น

 


        อี้เฉินรับรู้ได้ในทันที ว่าพวกเขาเหล่านั้นถูกสุ่มลงมายังสถานที่ต่างๆ ของ สงคราม เทพพันปี สายตาหลายๆ คนจึงจับจ้องตรวจสอบกันและกันโดยพลัน ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดระแวง กลุ่มคนบางกลุ่มที่โอหังพวกเขาไม่รอช้า แยกตัวออกห่างจากกลุ่มคนที่ไม่รู้จักในทันใด

 


       ทว่าสายตาของอี้เฉินที่ดี เลิศ พร้อมประสาทสัมผัสที่เฉียบคม มันก็ต้องทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่น เมื่อรับรู้ว่าโดยรอบ ของป่าบริเวณแห่งนี้ มีเหล่าอนุชนอยู่กันไม่น้อย ปะปนมาพร้อมกับเสียงต่อสู้ดังออกมาไม่ขาด ประหนึ่งว่าพวกเขาพบเจอสิ่งล้ำค่า จึงฆ่าสังหารแย่งชิงกัน

 


        กลุ่มคนที่เห็นใบหน้าอี้เฉิน บางคนที่จดจำอี้เฉินได้ พวกเขาถึงกับปล่อยจิตสังหารเล็ดลอดออกมาไม่ขาด ก่อนพยักหน้าให้กันหมายมั่น จะลดทอนคู่แข่งลง ทว่าพวกเขาหารู้ไม่ เสียงต่อสู้ของบางอย่างดังไล่หลังออกมาเสียงดังก้องฟ้าใกล้ เข้ามาหาพวกเขา เข้าไปทุกที

 


        อี้เฉินที่ประสาทสัมผัสเฉียบคม เขาถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เมื่อรับรู้ถึงบางสิ่งที่ต่อสู้กัน เปิดปากพูดมันออกมาอย่างไม่ลังเล เมื่อเห็นกลุ่มคนเริ่มเข้ามาปิดล้อมตัวเขาหลายสิบคนทั้งๆ ที่ สงคราม เทพพันปี พึ่งจะเปิดฉากขึ้นมาเท่านั้น "พวกเจ้า จะดีหรือที่ไม่ระวังหลัง เฉกเช่นนี้?"

 


        หมู่ชนที่มองดูเรื่องสนุก ต่างแปลกใจในคำพูดของอี้เฉิน บางคนที่ไม่รู้ชื่อเสียงของอี้เฉินจึงไม่ได้เก็บเขามาใส่ใจ ทว่าในใจก็มีความแปลกใจอยู่เล็กๆ เช่นกัน เหตุใดบุรุษผู้นี้ ถึงทำให้หมู่ชนมากมายหลาย10คน เดือดดาลได้มากถึงเพียงนี้

 


       กลุ่มคนที่ปิดล้อมอี้เฉินเตรียมจะรุมทึ้งชายหนุ่ม เขาไม่แม้จะหันมองด้านหลังเสียด้วยซ้ำ ก่อนบุรุษหนุ่มท่านหนึ่งจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว "เจ้ายังจะพูดจาโอหัง อีกอย่างนั้นหรือ เมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเรา ชื่อเสียงของเจ้ามันจะทำให้เจ้าตายตกในวันนี้"

 


      พวกเขาไม่แม้จะเห็นอี้เฉินจ้องมองสายตามาที่พวกเขาเสียด้วยซ้ำ หลายคนจึงเกิดโทสะมองว่า อี้เฉินโอหังเกินไป เสียงฆ่าจึงถูกคำรามออกมาก้อง"ฆ่ามัน!!" "ฆ่ามัน!!" "ฆ่ามัน!!"

 

อี้เฉินกล่าวออกมาในฉับพลัน"มันมาแล้ว!!"


 

       พวกเขาเหล่านั้น เอ่ยคำพูดยังไม่ทันจะสิ้นประโยค เมื่อได้ยินน้ำเสียงของอี้เฉิน ร่างของเขา กับกลุ่มคนที่ปิดล้อมอี้เฉิน ก็แตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี ในฉับพลัน เมื่อเจอร่างใหญ่ยักษ์ของมดแดงสวรรค์ ที่กายร่างเป็นกึ่งมนุษย์ ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามถูกมังกรตัวใหญ่สีทอง สะบัดห่างเข้าใส่ ทำให้ร่างของมันตกกระทบ ลงมาบริเวณที่อี้เฉินอยู่อย่างรุนแรง ส่งระลอกคลื่นโหมซัดออกไปทั่วทิศ เศษฝุ่น ใบไม้ปลิวว่อนในทันใด นำพาให้อนุชนที่อยู่บริเวณนั้นใจสั่นสะท้าน เมื่อเห็นมังกรทองพร้อมกับร่าง มดแดงสวรรค์ ตัวเขื่องมายืนประจันหน้ากัน ส่งเสียงคำรามดังออกมากึกก้อง พร้อมคำพูดที่โอหังของพวกมัน


 

        พวกมันทั้งสองตัวไม่แม้จะมองเหล่ามนุษย์ ที่ต่ำต้อยบริเวณพื้นเบื้องล่างเสียด้วยซ้ำ มันมองว่ามันที่อยู่ในขั้นเซียนสวรรค์ ไม่จำเป็นต้องหวาดเกรงผู้ใดในสถานที่แห่งนี้ การต่อสู้ของพวกมันจึงรุนแรงเป็นอย่างมาก ส่งปราณพลังโหมซัดออกมาไม่ขาดสาย กดดันร่างเหล่าอนุชนจนบาดเจ็บหนัก ร่างแตกสลายไปหลายคน ในไม่กี่กระบวนท่าที่มันปะทะกัน


 

      แม้แต่อี้เฉินที่หลบหนีมาได้อย่างเฉียดฉิว ยังทำให้กายาเขา เกิดรอยแตกร้าวจากปราณพลังที่พวกมันปลดปล่อยออกมา แต่ก็มีคนบางกลุ่ม ครั้นเห็นหยดเลือดบริสุทธิ์ ที่เกิดจากการต่อสู้หยดไหลลงมาสู่พื้นเบื้องล่าง หมู่ชนไม่น้อยต่างก็พากันพุ่งเข้าไปแย่งชิง ด้วยความโลภ เนื่องด้วยเลือดของสัตว์อสูรมังกรบรรพกาล หายากยิ่ง เป็นไปได้จะยกระดับกายเนื้อไปได้อย่างมากมาย แม้แต่อี้เฉินเห็นยังตาลุกวาว ด้วยความโลภ

 


เลือดของ มดแดงสวรรค์ เองก็หายากเช่นกัน ช่วยในเรื่องเสริมพละกำลังกาย ได้เกือบเท่าตัวหากได้ชำระล้าง แถมยังเป็น สัตว์อสูรบรรพกาล ที่หายากยิ่งยังโลกภายนอกที่ ยากจะพบเจอ ดวงตาของหลายๆ คนจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความโลภ จนดวงตามืดบอดไปชั่วขณะ


 

       แต่อี้เฉินก็ต้องรีบเก็บความคิดที่จะช่วงชิงเลือดของพวกมันกลับไป โดยพลัน เมื่อเห็น มังกรทองคำ มันเพียงถ่มน้ำลาย ราวกับเป็นก้อนขี้มูก ลงมายังพื้นเบื้องล่าง ทั้งๆ ที่ไม่ใส่ใจ ส่งผลให้อนุชนผู้หนึ่ง ที่พุ่งเข้าไป ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ หมายจะเข้าไปช่วงชิงเลือด ร่างราวกับโดนลูกระเบิด มาพร้อมเสียง"ตู้ม"ดังกึกก้อง ร่างแตกสลายกลายเป็นหมอกเลือดในพริบตา


 

        หมู่ชนที่เห็นการตายที่อเนจอนาถ พวกเขาต่างสูดลมหายใจเข้าลึก กลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ไม่ยินยอมที่จะตายเฉกเช่นนี้ อี้เฉินเองก็คิดเช่นนั้น บินทะยานหลบหนี จากความวุ่นวายเหล่านั้นไปในทันที หมายมั่นจะหาสถานที่ เหมาะๆ ปิดขั้นพลังในยามนี้ เนื่องด้วยภายในสถานที่แห่งนี้ เต็มไปด้วยปราณพลังเซียนที่หนาแน่น มาพร้อมกับปราณพลังฟ้าดินของยุคสมัยเบิกฟ้า หวนคืนกลับสู่ยุคสมัยบรรพกาล

 


        หากได้ฝึกฝนปิดขั้นพลังตนเอง น่าจะช่วยให้ เพิ่มพูน ฤทธิรณ ในการต่อสู้ของเขาได้ไม่น้อย โอกาสทอง เฉกเช่นนี้ไม่ใช่ว่าจะมีมาบ่อยๆ คนอื่นๆ เองก็คิดเช่นกันจึงจากไปราวกับผึ้งที่แตกรังไปคนละทิศคนละทางในทันที ถึงเลือดของสัตว์อสูรบรรพกาล จะล่อตาล่อใจพวกเขาไม่น้อย แต่เมื่อเห็นการตายตกที่ อเนจอนาถเฉกเช่นนั้นของชายหนุ่ม ประหนึ่งว่าเพียงสั่งน้ำมูกก็สามารถฆ่าสังหารพวกเขาได้อย่างง่ายดาย หลายคนจึงไม่คิดจะเสี่ยงดวงกับความไม่แน่นอน เฉกเช่นนี้

 


       สัตว์อสูรพวกนี้ พวกเขาน่าจะเป็นเผ่าพื้นถิ่นของสถานที่แห่งนี้ ระหว่างที่อี้เฉินเดินทาง เขาจึงไม่ลังเลที่จะเอาแผนที่ ที่ได้มาจากองค์ชายชิงไป๋ยี่ มาเทียบกับสถานที่จริงดู มันกลับทำให้อี้เฉินต้องขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากันเป็นปมในทันที เนื่องด้วยแผนที่ ที่เขามีเพียงบอกตำแหน่ง บางส่วนของสงคราม เทพพันปีเท่านั้น มันยังมีอีกหลายส่วน ไกลสุดสายปรายตาที่ไม่ถูกขีดเขียนระบุ ลงในแผนที่ มันจึงทำให้อี้เฉินรู้สึกแปลกใจไม่น้อยในข้อนี้ ราวกับสถานที่แห่งนี้มีความลับบางอย่างแอบซ่อนอยู่

 


       'กลุ่มอนุชน ไม่น้อยเองก็เหมือนว่าจะตรงไปยังเขตเมืองหลวง ของชนเผ่าพื้นถิ่นของที่นี่เช่นกัน พวกเขาเหล่านั้นคงคิดจะหาข่าว แลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ชนเผ่าพื้นถิ่นสินะ' มันก็เป็นความคิดที่ดี อี้เฉินที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเขาจะล้มเลิกการแลกเปลี่ยนข้อมูล สืบเท้า บินทะยานไปในทิศทาง วัดเก่าโบราณที่อยู่สุดสายปรายตา หมายมั่นจะใช้สถานที่แห่งนั้นปิดขั้นพลังฝึกปรือ ..ยามนี้เหมือนว่ากลุ่มคนพื้นถิ่นจะอันตรายไม่น้อย หากพบเจอกลุ่มคนเหี้ยม เกรงว่าชีวิตน้อยๆ คงจะตกอยู่ในอันตรายเป็นแน่

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน