ตอน ไฟนรก
เมญ่าดูจากภายนอกเหมือนคนที่ตั้งครรภ์สักเจ็ดแปดเดือนได้ทั้งที่เธอเพิ่งเจอเมญ่าเมื่อไม่เกินสองสัปดาห์เท่านั้นไหนจะสภาพร่างกายที่อิดโรยนั่นอีก น้ำหวานเกิดคำถามมากมายขึ้นมาในหัวของเธอและคำถามเหล่านั้นก็ล้วนต้องการคำตอบทำให้เธอตัดสินใจเดินตามบุรุษพยาบาลที่เพิ่งเข็นเตียงไข้ลับหายไปตรงหัวมุม
“คุณน้ำหวานครับ”
แต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังรั้งเท้าของเธอเอาไว้เสียก่อน
“คุณพรหม”
พอหญิงสาวหันหลังกลับไปยังต้นเสียงก็พบว่าพ่อหมอหนุ่มยืนอยู่ด้านหลังของเธอด้วยลักษณะการแต่งกายที่เปลี่ยนไปจากเดิมพรหมเมศแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงสแลคสีเดียวกันส่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของเขาดูลึกลับน่าเกรงขามทว่าน้ำหวานก็เดาเอาเองว่าพรหมเมศคงเพิ่งมาจากงานอวมงคลของเดือนแรมเลยไม่มีเวลาจะเปลี่ยนเสื้อผ้า
“คุณพรหมมาได้ยังไงคะแล้วเรื่องของเดือนแรมจัดการเรียบร้อยแล้วเหรอคะ”
“ผมแวะมาเพื่อช่วยคุณก่อนไปที่ห้องของสามีคุณกันเถอะครับผมมีเวลาไม่มาก”
“ค่ะ ค่ะ”
น้ำหวานมองไปยังทางเลี้ยวที่รถเข็นของเมญ่าหายไปเหมือนแอบเสียดายที่เธอไม่ได้เดินตามไปก่อนจะหันกลับมาหาพรหมเมศแล้วเดินนำหน้าพ่อหมอหนุ่มไปยังห้องพักที่สรยุทธ์นอนรักษาตัวอยู่
“ดูแล้วอาการหนักนะครับ”พรหมเมศเดินมาหยุดที่ปลายเตียงของสรยุทธ์ พ่อหมอหนุ่มลอบยิ้มอย่างสะใจเมื่อเห็นอาการของเพื่อนทรยศ
“เขาจะหายเป็นปรกติได้ไหมคะคุณพรหม”
“เรื่องนั้นผมยังบอกคุณตอนนี้ไม่ได้หรอกครับผมมาวันนี้เพื่อจัดการกับวิญญาณชั่วร้ายที่แฝงร่างของเขาอยู่เพื่อที่คุณจะได้นำเขาไปรักษาตัวที่บ้านได้อย่างปลอดภัยหลังจากเสร็จพิธีของเดือนแรมแล้วผมจะกลับมาหาวิธีช่วยเขาอีกครั้ง”
“อ๋อค่ะ”
“คุณน้ำหวานช่วยล็อกประตูห้องให้ผมหน่อยนะครับผมไม่อยากให้ใครเข้ามารบกวนตอนทำพิธีขับไล่ แล้วไม่ต้องตกใจถ้าเห็นอะไรต่อจากนี้หากกลัวก็ไปยืนหลับอยู่ด้านหลังของผม”
“ค่ะ ได้ค่ะ”
พรหมเมศเดินไปเปิดประตูซึ่งเป็นประตูที่เชื่อมต่อระหว่างในห้องออกไปยังระเบียงด้านหลังส่วนน้ำหวานก็รีบเดินไปล็อกประตูด้านหน้าตามคำที่พ่อหมอหนุ่มบอก
“เอาละครับเรามาเริ่มกันดีกว่า”
พรหมเมศเดินมาหยุดที่ปลายเท้าของสรยุทธ์ยกมือประนมขึ้นบริกรรมคาถาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจเท่านั้นสรยุทธ์ก็ลืมตาโพลงขึ้นมาพร้อมกับแสยะยิ้มก่อนจะแลบลิ้นยาวเป็นศอกออกมาเลียรอบริมฝีปาก
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะมึงคิดจะทำอะไรกู”
เสียงที่เปล่งออกมาจากสรยุทธ์กลายเป็นเสียงของผู้หญิงสูงวัยน้ำเสียงนั้นแหบปร่าและชวนขนพองสยองเกล้า น้ำหวานที่อยู่ในเหตุการณ์รีบเดินมาหลบด้านหลังของพรหมเมศทันที
“มาทางไหนก็จงกลับไปทางนั้นซะจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว”
“กูไม่ไปกูจะกินตับไตไส้พุงมันให้หมด ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ”
เสียงวิญญาณร้ายที่แฝงร่างของสรยุทธ์อยู่ตะโกนดังลั่นร่างที่นอนซมอยู่ลุกพรวดยืนกังจ้าบนเตียงพร้อมกับแลบลิ้นสีแดงน้ำลายยืดออกมายาวถึงปลายเท้าภาพที่เห็นชวนขนพองสยองเกล้าสำหรับคนธรรมดาทั่วไป แต่พ่อหมอหนุ่มกลับอมยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าไปมาราวกับภาพของผีร้ายที่หลอกหลอนตรงหน้าเป็นเพียงของหลอกเด็ก
“พูดดีดีไม่รู้เรื่องอยากจะลองดีใช่ไหม ห๊ะ”
สิ้นคำพูดพรหมเมศก็ใช้ฝ่ามือตบลงไปปลายเตียงหนึ่งครั้งจู่ๆ ร่างของสรยุทธ์ก็ล้มตึงลงนอนหงายหลังไปดังเดิมพร้อมกับเสียงวิญญาณร้ายที่กรีดร้องดังขึ้นอย่างโหยหวน
“โอ้ยยยยย… เจ็บ…”
“พระเพลิงเจ้าเอยขอจงมาช่วยกูจงลุกโชน แผดเผา ให้ดวงวิญญาณชั่วร้ายนี้มอดไหม้กลับออกจากจากกายสังขารนี้…”
พรหมเมศกำมือแล้วขว้างบางอย่างออกไปใส่ร่างของสรยุท์ซึ่งในสายตาของคนธรรมดาอย่างน้ำหวานแล้วสิ่งที่อยู่ในมือของพ่อหมอหนุ่มเป็นเพียงอากาศอันว่างเปล่าทว่าในโลกอันเร้นลับของพวกวิญญาณนั้นสิ่งที่พ่อหมอหนุ่มขว้างปาออกไปมันกลุ่มก้อนเปลวไฟสีแดงอันร้อนแรง
ทันใดนั่นเอง… ร่างของสรยุทธ์ที่นอนหงายอยู่บนเตียงเกิดอาการดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
“ร้อน… ร้อน…โอ้ย… ไฟลุกท่วมตัวกูไปหมดแล้ว… กลัว กลัวแล้ว ร้อนเหลือเกิน กรี้ดดดดด”
เมื่อดวงวิญญาณร้ายถูกเผาจนมอดไหม้ร่างกายของสรยุทธ์จึงค่อยๆสงบลง