บทที่ 21 แย่งชิงไข่ตุ๋นของเด็ก
โจวกั๋วอันทำผัดผักดองกับข้าวสำหรับมื้อเย็น
เขากังวลว่าเด็กทั้งสองคนอาจจะอารมณ์เสียเพราะเื่การแยกครอบครัว จึงทำไข่ตุ๋นให้พวกเขาด้วย
แต่ชัดเจนว่า เด็กทั้งสองคนก็ยังคงมีอคติอยู่ เสี่ยวชงจึงพูดเสียงเบาขึ้นว่า "พ่อครับ ผมอยากกินข้าวกับย่าและคนอื่น ๆ "
พี่สาวเสี่ยวฮุ่ยพยักหน้าเบา ๆ อย่างเห็นด้วยกับคำพูดของน้องชาย "พ่อคะ หนูก็อยากไปด้วย"
พวกเขาต่างคิดว่าอาหารที่ย่าทำที่บ้านอร่อยที่สุดแล้ว เมื่อโจวกั๋วอันได้ยินคำพูดนั้น เขาลูบศีรษะเด็กทั้งสองคนแล้วพูดเสียงอ่อนโยนว่า "พวกเราแยกครอบครัวกับย่าและคนอื่น ๆ แล้วนะ เมื่อแยกครอบครัวกันแล้วก็ไม่สามารถทานข้าวด้วยกันได้อีก รู้ไหม? ต่อไปพวกเราจะทานข้าวกันเองที่บ้าน ต่อไปลูก ๆ ต้องเป็เด็กดีนะ"
เด็กน้อยทั้งสองคนได้ฟังคำพูดของโจวกั๋วอันพลางส่ายหน้าไปมา แม้ว่าสีหน้าจะดูน้อยใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอีกว่าอยากไปหาย่าอีกแล้ว
ตอนบ่ายขณะที่เด็ก ๆ ยังเล่นอยู่ข้างนอก พ่อก็ได้บอกแล้วว่าต่อไปจะต้องแยกกินข้าวกับย่าและคนอื่น ๆ เมื่อกี้นี้เป็เพียงแค่ 'การดิ้นรนครั้งสุดท้าย' ของเด็ก ๆ เท่านั้น โจวกั๋วอันมองดูด้วยความรู้สึกทั้งปลื้มใจและเ็ปใจ
ในขณะเดียวกัน โจวกั๋วอันก็ยืนยันอีกครั้งว่าการตัดสินใจก่อนหน้านี้ของเขาถูกต้องแล้ว
หลังจากที่เด็กทั้งสองคนเกิดมา เขาได้ให้แม่โจวเป็คนเลี้ยงดูมาตลอด
แม่โจวเลี้ยงดูเด็กทั้งสองคนได้เป็อย่างดี หากให้จางเฉี่ยวลี่เลี้ยงดู โจวกั๋วอันนึกถึงภาพบ้านที่มีจางเฉี่ยวลี่สามคนมาอยู่พร้อมกัน ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
ในยุคนี้ บ้านเรือนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการกันเสียง ขณะที่แม่โจวทานอาหารเสร็จ ก็ได้ยินเสียงสนทนาระหว่างเด็ก ๆ ที่คุยกับโจวกั๋วอัน
แม่โจวฟังแล้วรู้สึกสงสารขึ้นมา แต่ก็ต้องอดทนเอาไว้ เธอไม่สามารถทำการละเมิดกฎได้ั้แ่เริ่มต้น ถ้าไปชวนหลาน ๆ ทานข้าวก็จะทำให้ความพยายามของโจวกั๋วอันสูญเปล่า
จางเฉี่ยวลี่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารพร้อมกับเด็ก ๆ ได้กลิ่นอาหารหอม ๆ ลอยมาจึงรู้สึกว่าอาหารที่ตัวเองกำลังกินนั้นเป็เพียงอาหารหมู เธอเหลือบมองไปยังอาหารจานเดียวที่ดูน่ากินบนโต๊ะอาหาร นั่นคือไข่ตุ๋น
เธอรู้ว่านี่เป็อาหารที่โจวกั๋วอันทำขึ้นเป็พิเศษสำหรับเด็กทั้งสองคน แต่เธอก็ยังอยากกินมันอยู่ดี!
ดังนั้น คนอีกสามคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารพลางมองจางเฉี่ยวลี่ที่กำลังยกชามไข่ตุ๋นมาตรงหน้าเธอ แล้วเทมันลงในชามของเธอจนหมด โจวกั๋วอันขมวดคิ้วแน่นแล้วพูดขึ้นมา "ไข่ตุ๋นนี้ ผมทำให้ลูกนะ"
จางเฉี่ยวลี่ไม่สนใจคำพูดของโจวกั๋วอันสักนิด
เด็กน้อยสองคนมองดูท่าทางของแม่ของพวกเขา อยากจะขอให้เธอแบ่งให้พวกเขาบ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา พวกเขารู้ว่า แม้ว่าพวกเขาจะเอ่ยปากขอ ก็ไม่ได้แน่นอน
เด็ก ๆ ทั้งสองคนไม่ค่อยชอบแม่ที่ชอบโมโหพวกเขาอยู่เสมอ
จางเฉี่ยวลี่กินไข่ตุ๋นในชามของเธออย่างสบายใจ พลางคิดว่าเมื่อแยกครอบครัวแล้ว ต่อไปเธอจะกินไข่ตุ๋นทุกวัน แต่เมื่อเธอนึกถึงอาหารอร่อย ๆ ที่โจวหลีอันทำ และนึกย้อนกลับไป เธอก็รู้สึกทันทีว่าไข่ตุ๋นก็ไม่ได้อร่อยอีกต่อไป
หลังอาหารเย็น ขณะที่โจวหลีอันกำลังต้มน้ำร้อนเพื่ออาบน้ำ เธอเห็นโจวกั๋วอันกำลังเดินออกไปข้างนอก
"ดึกขนาดนี้พี่ใหญ่จะออกไปไหนคะ?"
โจวหลีอันเรียกอีกฝ่ายไว้แต่โจวกั๋วอันก็ไม่พูดอะไร
เขาไม่รู้จะพูดอะไรดี
เดิมทีเขาตั้งใจจะไปดูที่บ้านลุงเฉิงว่ามีอะไรที่้าความช่วยเหลือหรือไม่
"พี่ใหญ่?"
เมื่อเห็นว่าโจวกั๋วอันไม่พูดอะไร โจวหลีอันจึงเอ่ยปากเร่งเร้าอีกครั้ง
เมื่อเขาสบตากับโจวหลีอันที่มีดวงตาสดใส โจวกั๋วอันก็ไม่สามารถพูดโกหกอะไรได้ จึงจำต้องเล่าถึงแผนการของตัวเองออกมา โจวหลีอันฟังจบแล้วก็ปฏิเสธข้อเสนอของพี่ชายที่จะไปช่วยสร้างบ้านให้เธอตอนดึก ๆ
จางเฉี่ยวลี่เป็คนที่ไม่สนใจอะไรเลย ถึงแม้โจวกั๋วอันต้องไปทำงานตอนกลางวัน พอกลับมายังต้องซักผ้าและทำอาหารให้ลูก ๆ ด้วย… ช่างเหนื่อยเหลือเกิน
โจวกั๋วอันรู้สึกไม่เต็มใจอยู่บ้าง เขาไม่อยากให้น้องสาวของตัวเองเหนื่อยเื่สร้างบ้านคนเดียว ตัวเขาเองที่เป็พี่ชายแท้ ๆ กลับไม่ได้ช่วยอะไรเลยแม้แต่น้อย
"ต่อไปฉันจะอยู่คนเดียวแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่พี่ใหญ่ต้องช่วยเหลือฉัน" โจวหลีอันมองออกถึงความคิดของพี่ชายโจว จึงพูดแบบนี้
หลังจากพูดจบ เธอก็รินน้ำเปล่าเย็นที่ผสมน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ให้โจวกั๋วอันหนึ่งแก้ว เขาดื่มน้ำแก้วนั้นจนหมด ความเหนื่อยล้าทั่วร่างกายได้คลายไปไม่น้อยหลังจากดื่มน้ำแก้วนี้
โจวกั๋วอันตัดสินใจแล้วว่า ต่อไปนี้เขาจะรับผิดชอบเื่ฟืนทั้งหมดสำหรับโจวหลีอันที่จะออกไปอาศัยอยู่คนเดียว
สำหรับเื่การสร้างบ้าน เขาไม่เคยทำมาก่อน งานที่เขาทำออกมาอาจจะไม่ดีเท่ากับลุงเฉิงและคนอื่น ๆ ที่ทำงานนี้เป็ประจำ เมื่อโจวหลีอันไม่ให้เขาช่วย เขาก็จะไม่ไปรบกวนแล้ว ค่ำวันนั้นโจวหลีอันอาบน้ำเสร็จสรรพ เธอก็ไปเช็ดตัวให้ลู่เยี่ยนโจวเช่นเดิมก่อนที่จะเข้าไปในมิติพิเศษ
ทันทีที่เธอเข้าไป เธอก็พบว่าต้นข้าวในทุ่งนาได้งอกขึ้นมาแล้ว! ข้าวสาลีก็งอกขึ้นเช่นกัน!
โจวหลีอันรู้สึกทันทีว่าวันนี้เป็วันที่คุ้มค่าจริง ๆ
แม้ว่าน้ำพุศักดิ์สิทธิ์จะสามารถขจัดความเหนื่อยล้าได้ แต่ก็ยังคงเหนื่อยอยู่ดี โจวหลีอันออกจากมิติพิเศษ และหลับไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับความหวังสำหรับอนาคต
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ทันทีที่ตื่นขึ้นมาโจวหลีอันก็เข้าไปในมิติพิเศษทันที
ข้าวสาลีและข้าวเ้าเติบโตขึ้นอย่างดี ส่วนปลาในมิติพิเศษก็ว่ายน้ำอย่างมีชีวิตชีวา และน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ในมิตินั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!
หลังจากสำรวจอาณาเขตของตนเองเสร็จ โจวหลีอันก็ลุกขึ้นจากเตียงด้วยความสดใสอีกครั้ง เธอรู้สึกตื่นเต้นมากจึงลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว ทำให้มือของเธอกดลงไปบนตัวของลู่เยี่ยนโจวเล็กน้อย
ฝ่ามือของเธอััได้ถึงความเย็นเล็กน้อย เมื่อมองดูลู่เยี่ยนโจวที่นอนอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบสงบ โจวหลีอันรู้สึกผิดทันทีราวกับว่าเธอได้รังแกเขา
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอตัดสินใจที่จะชดเชยให้กับเขาด้วยน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ เพราะตอนนี้เธอมีเยอะแล้ว เธอจึงไม่รังเกียจที่จะแบ่งให้ลู่เยี่ยนโจวเล็กน้อย
แค่ไม่รู้ว่าน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ดีขนาดนี้ จะช่วยให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาได้หรือไม่?
โจวหลีอันคิดแบบนั้นพลางหยดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ลงบนริมฝีปากที่แห้งเล็กน้อยของลู่เยี่ยนโจว
หลังจากนั้น การกระทำเล็ก ๆ ก็เป็สิ่งที่เธอทำทุกเช้า เมื่อโจวหลีอันทำสิ่งเหล่านี้เสร็จเธอก็ออกจากห้องไปทำงานอื่น
อาหารเช้าที่แม่โจวเตรียมไว้เสร็จแล้ว ยังคงเป็โจ๊กเหมือนเดิม แต่วันนี้มีกับข้าวเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง
แม่โจวทำต้นหอมป่าคลุกน้ำมันถั่วเหลืองที่โจวหลีอันอยากทานั้แ่เมื่อวาน
ในขณะที่ไม่มีใครสังเกต โจวหลีอันแอบเติมน้ำพุศักดิ์สิทธิ์สองหยดลงในโจ๊กที่มีกลิ่นหอมของต้นหอมป่า ผสมกับรสหวานอ่อน ๆ ของโจ๊ก ทุกอย่างในหม้อนี้เข้ากันได้อย่างลงตัว
บนโต๊ะอาหาร… โจวซู่อันทานไปหลายชาม
แม่โจวพูดล้อเล่นว่า "ถ้ากินแบบนี้ต่อไป ระวังจะกลายเป็หมูอ้วน แล้วจะหาเมียไม่ได้นะ"
โจวซู่อันยักไหล่อย่างไม่สนใจ "ไม่ได้แต่งก็ช่างมัน ผมก็ไม่เห็นว่าการมีเมียจะดีตรงไหน ทานอาหารอร่อย ๆ ดีกว่า!" แม่โจวได้ยินพลางส่ายหัวไปมา เธอรู้สึกว่าโจวซู่อันไม่ได้เื่จริง ๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีจางเฉี่ยวลี่อยู่ข้างหน้าแม่โจวก็ไม่ได้กระตือรือร้นกับเื่การหาภรรยาให้ลูกชายเท่าไหร่นัก
แม่โจวและโจวหลีอันล้างจานไปพร้อมกัน "แม่คะ ขอเมล็ดพืชผักให้หนูหน่อยได้ไหม?"
โจวหลีอันเตรียมที่จะเปิดพื้นที่อีกแปลงในมิติพิเศษ เพื่อปลูกผักบางชนิด
นอกจากตัวเองจะได้กินแล้ว ยิ่งมีพืชและสัตว์ในมิติพิเศษมากเท่าไหร่ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น!" แม่โจวจึงคาดเดาขึ้นมา "อยากเอาไปปลูกในที่ดินส่วนตัวเหรอ?"
ที่ดินส่วนตัวเป็ข้ออ้างที่โจวหลีอันคิดไว้แล้วสำหรับการขอเมล็ดพันธุ์ เมื่อได้ยินแม่พูดแบบนั้น เขาจึงรีบพยักหน้าและพูดว่า "ใช่ค่ะ ขอทุกอย่างที่มีในบ้านให้หนูหน่อยนะคะ"
"บ้านยังสร้างไม่เสร็จเลย แต่ลูกเริ่มกังวลเื่ที่ดินส่วนตัวแล้วเหรอ?"
แม้ว่าปากจะพูดแบบนั้น แต่ในการกระทำกลับสวนทาง แม่โจวรีบไปหาเมล็ดพันธุ์ผักที่มีอยู่ในบ้านมาให้โจวหลีอันทันที เมื่อได้มาแล้วเธอจึงกล่าวขอบคุณ "ขอบคุณค่ะแม่!"
เมื่อเธอได้สิ่งที่้าแล้ว จึงโผเข้าไปกอดแม่โจวอีกครั้ง
แม่โจวที่ถูกลูกสาวกอดก็ยิ้มตาม เธอตบหลังโจวหลีอันเบา ๆ แล้วพูดว่า "ก่อนหน้านี้แม่ไม่เคยสอนลูกปลูกผัก เมื่อลูกจัดการที่ดินส่วนตัวเสร็จ แม่จะไปสอนลูกนะ"
"ค่ะแม่"
โจวหลีอันตอบรับ แต่ในใจกลับคิดว่า หลังจากนี้เธออาจจะต้องไปหาเมล็ดพันธุ์มาเพิ่มอีก เพราะเมล็ดพันธุ์ที่้าครั้งนี้ได้ถูกนำไปปลูกในมิติพิเศษของเธอหมดแล้ว!