ศิลาตำนานพระเจ้าตาก

    ตอนที่3 ข้อความจากเมืองหลวง

    พลบค่ำในวันที่เกิดอาเพศ ณ เรือนกลาง นายทองดีเดินนำศิลามายังห้องว่างเล็กๆ ห้องหนึ่งตามคำสั่งของเจ้าเมืองตาก ศิลายืนมองภายในห้องสี่เหลี่ยม ภายในห้องมีเตียงไม้เก่าๆ หยากไย่เต็มทุกซอกมุม มีเครื่องเก่าๆ น้อยชิ้นวางระเกะระกะอาทิ ตั่งไม้ ชั้นวางดาบ และโต๊ะหมู่บูชา ศิลาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดตั้งสติ
    "เอ็งนอนเสียที่นี้แล้ววันพรุ่งค่อยจัดแจกที่หลับที่นอนเสียใหม่" นายทองดีบอกศิลาที่ยืนหน้าซีดอยู่หน้าประตูห้อง
    กลางดึกอันเงียบสงบไก่บ้านที่ในเวลาเช้าส่งเสียงจนหน้ารําคาญแต่ในยามค่ำคืนกับเงียบสงบไม่มีเสียงไก่ให้ได้ยินแม้แต่ตัวเดียวผู้คนในเมืองตากก็เช่นกัน ศิลานอนลืมตาในความมืดเหลือบมองไปที่ช่องใต้ประตูทุกวินาทีที่มีเงาเคลื่อนผ่านช่องใต้ประตูมักจะทำให้เขาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเหมือนจะขาดใจเสียให้ได้ตรงนั้น
    "โถ่มาปวดอะไรตอนนี้"
    ศิลารู้สึกปวดท้องเบาจึงค่อยๆ ลุกขึ้นจากที่นอนแล้วเปิดประตูออกจากห้องไป เสียงเท้าที่เขาเหยียบย่างลงบนพื้นไม้มันช่างส่งเสียงดัง เอี๊ยดอ๊าด จนหน้าหวาดกลัวเหมือนอยู่ในหนังสยองขวัญ... ศิลายืนปลดเบาหลังเรือนทรงไทยห่างออกไปเพียงสามเมตร แต่พอเขาหันกลับมามองเรือนทรงไทยจากทางด้านหลัง เขารู้สึกว่าเรือนทรงไทยจากทางด้านหน้าดูหน้ากลัวน้อยกว่าทางด้านหลังมาก
    "สาบานเลยจะไม่ซื้อบ้านทรงไทยเด็ดขาด"
    สิ้นคำพูดของศิลามีเสียงเหมือนอะไรบางอย่างกำลังแหวกพุ่มไม้จากทางด้านหลังศิลาออกมา ศิลากลั่นใจกึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นเรือนทรงไทยตรงไปยังห้องนอนของเขาหยิบผ้าห่มขึ้นคลุมโปงจนผลอยหลับไป
    เช้าวันรุ่งขึ้น ศิลาได้ยินเสียงของผู้หญิงยืนคุยกันอยู่หน้าประตู ศิลารู้สึกดีใจที่แสงแดดของเช้าวันใหม่มาเยือนและเสียงของผู้คนทำให้เขารู้สึกอุ่นใจมากขึ้น ศิลาตั้งใจจะนำเรื่องที่เขาเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อคืนไปบอกเล่าให้นายทองดีช่วยเหลือหาพระหรือของของศักดิ์สิทธิ์มาคุ้มครองตัวเขาจากสิ่งลี้ลับในยามค่ำคืน
    "นี่ๆ เอ็งรู้หรือไม่นางเจียด" หญิงอายุวัยใกล้จะเข้าห้าสิบฟันดำปี๋พูดโพล่งขึ้น"รู้อะไรฤาแม่เม้า" นางเจียดเรียกนางเม่าเป็นนางเม้าเพราะวันๆ นางเม่ามักจะชวนบ่าวไพร่นั่งนินทาผู้คนไม่เว้นแต่ละวันจึงได้สมญานามว่า นางเม้าหลายเรือน เพราะนอกจากจะรู้ดีภายในเรือนของเจ้านายแล้วยังรู้ดีเรื่องของเรือนคนอื่นอีกด้วย"ก็อ้ายทองดีนะสิวะ""อ้ายทองดีทำไมฤา""ก็เมื่อคืนน่ะสิวะ อ้ายทองดูมันไปนอนหลังเรือนเฝ้าอ้ายคนไม่เต็มบาทแล้วมีหมาที่ไหนไม่รู้มันมาเยี่ยวใส่ตอนอ้ายทองดีมันหลับ"
    นางเม่าพูดแล้วหัวเราะจนเห็นฟันดำปี๋และน้ำใสๆติดอยู่ที่ปลายหางตา ศิลาได้ยินจึงล้มเลิกที่จะนำเรื่องที่เขาเจอะเจอเมื่อคืนเล่าให้นายทองดีฟังเพราะเกรงว่าผีคนต่อไปอาจจะเป็นเขาแทนก็ได้...
    ศิลาจัดแจงล้างหน้าล้างตาแล้วกลั้วคอด้วยน้ำเปล่าแต่ยังรู้สึกว่าช่องปากไม่สะอาดจึงเดินไปของเกลือจากนางเจียดที่กำลังเช็ดถูกตั่งไม้ นางเจียดจึงเดินเข้าไปที่ห้องครัวแล้วนำเกลือกับกิ่งข่อยมาให้ศิลา
    ยามบ่าย ศิลาเดินออกจากห้องเหลือบไปเห็นเจ้าเมืองตากนั่งบนตั่งท่าทางกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างในมือกำลังถืออะไรบางอย่างคล้ายแผ่นกระดาษ
    "เอ่อ..." ศิลารวบรวมความกล้าพูดภาษาและสำเนียงสมัยกรุงศรีอยุธยา"ท่านเจ้าคุณมีเรื่องกลัดกลุ้มอะไรฤาขอรับ""ผู้ส่งสารจากพระนครนำสารมาบอกว่า..." นายทองบังเอิญเดินผ่านเรือนกลางเจ้าเมืองตากจึงเรียกให้เขาเข้ามานั่งฟังด้วย
    ในเนื้อหาเขียนไว้ว่า 'บัดนี้กรุงอังวะได้นำกองทัพมุ่งเข้าตี นครเชียงใหม่ ทางพระนครหวังจะยกทัพไปช่วยแต่ยังไม่ทันไร เชียงใหม่ กับถูกตีแตกพ่ายกองทัพอังวะจึงมุ่งหน้าเข้าสู่ เมืองลำปาง แต่ในระหว่างนั้น เมาะตะมะ ก็ถูกยึดแล้วนำกองทัพเรือจาก เมาะตะมะ เดินทางเข้าตี เมืองทวาย แบ่งกำลังจาก เมืองทวาย เข้าตี มะริด,ตะนาวศรี จนถึง ชุมพร'
    "ไม่น่าเชื่อว่าพระเจ้าอลองพญาสิ้นพระชนไม่นานพวกอังวะจะรวมกองทัพได้ไวเช่นนี้" นายทองดีพึมพํา"ความอาฆาตของพวกมันแรงกล้ายิ่งกว่าที่ผ่านมานัก" เจ้าเมืองตากจ้องมองเบื้องหน้าด้วยสายตาที่หวาดหวั่น