ทันทีทั้งหมดเข้าไปในตัวบ้าน ปอยก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก ทั้งๆ ที่บ้านหลังนี้ค่อนข้างจะโปร่งโล่ง อันมาจากกลางตัวบ้านที่หลังคาถูกออกแบบให้เปิดโล่งมองเห็นท้องฟ้าภายนอก ล้อมรอบไปด้วยกระจกใส จึงทำให้แสงสว่างจากภายนอกสามารถสาดเข้ามาภายในได้โดยแทบไม่ต้องเปิดไฟ
“อะไรนะ!” ปอยอุทานทันทีเมื่อเห็นกลางตัวบ้าน “ไม่ฉิบหาย ก็ตายกันยกบ้านแน่แบบนี้นะ”
“เฮ้ย....น้องปอย!” ดาวที่จากเดิมกลัวอยู่แล้ว คราวนี้เมื่อได้ยินหญิงสาวข้างกายอุทานแบบนั้นออกมา เธอถึงกับโผเข้ากอดแขนปอยในทันที “น้องปอยรู้เื่นี้ด้วยเหรอ?”
“เื่อะไรหรือครับ?” บุรุษผู้เป็ลูกค้าหันมองมายังหญิงสาวทั้งสองด้วยความสงสัย “เมื่อกี้พวกคุนว่าอะไรกันนะ”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ” คุนรีบเอ่ยขัดขึ้นทันที “พวกนี้มันพวกเพี้ยนนะชัย เอ้ย!คุณชัย” เขาสะดุดเล็กน้อย ก่อนจะรีบเอ่ยขึ้นพลางประคองแขนลูกค้าคนสำคัญ “มาครับ เรามาเริ่มจากสวนน้ำกลางบ้านกันก่อนดีไหมครับ”
“เออ...” บุรุษในชุดสูทหันกลับไปมองคุน “เอางั้นก็ได้...ครับ...”
คุนรีบพาลูกค้าไปยังส่วนของกลางบ้านทันที ซึ่งมันถูกออกแบบให้เป็สระน้ำที่มีน้ำพุผุดภายบนแนวหินที่ตั้งใจออกแบบให้เป็น้ำตก โดยที่มีทางเดินไม้ล้อมรอบทั้งสี่ด้านเหนือสระน้ำ ้าเปิดโล่ง
ขณะที่คุนปล่อยให้ลูกค้าเดินสำรวจมองไปรอบๆ เขาก็เดินตรงมายังปอยและดาวในทันที
“เมื่อกี้เธอรู้ไหมว่าพูดอะไรออกไปนะ” สีหน้าเขาเคร่งเครียดขณะกระซิบกระซาบคล้ายตวาดอยู่ในที “นี้เธอมาเป็พนักงานขายได้ไงนี้ฮะ”
“คุนเป็คนออกแบบสวนน้ำนี้เหรอ?” ปอยไม่สนใจคำตำหนิของเขา “คุนรู้ไหม ว่าทำอะไรลงไปนะ”
“ทำอะไร” เขาดูเหมือนจะโกรธเพิ่มขึ้น “แล้วถ้าใช่จะทำไม”
“ก็บ้านหลังนี้นะ จากเดิมที่มันผิดชัยภูมิ ผิดหลักฮวงจุ้ยอยู่แล้ว คนที่อยู่บ้านแบบนี้ถ้าไม่พินาศล่มจม ก็ต้องพบเจอแต่เื่เลวร้าย แล้วการที่คุณมาสร้างสระน้ำกลางบ้านแบบนี้อีก มันเหมือนกับการสร้างชี่ที่ไม่ดีให้มาหมุนเวียนภายในบ้าน มันถึงขั้นทำให้คนในบ้านมีอันเป็ไปถึงเสียชีวิต หรืออาจจะกลายเป็ที่อยู่พวกิญญาได้เลยนะ!”
“เลอะเทอะ!” คุนตวาดกลับ “เธอนี้มันบ้าบอคอแตกสิ้นดี เสร็จจากเื่นี้แล้วเราต้องไปคุยกับหัวหน้าด้วยกันแล้วล่ะ”
“แต่ว่า....น้องปอย....พูดถูกนะ” ทันใดนั้นดาวก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นๆ “นายคงจะไม่รู้ประวัติของบ้านหลังนี้ใช่ไหม...” ดาวไม่รอให้คุนตอบกลับ ขณะที่เหลือบมองไปรอบบริเวณอย่างหวาดระแวง “ก็พวกเซลล์ที่เคยอยู่ทีมเรานะ ทุกคนต่างก็บอกว่าบ้านหลังนี้นะ มีผี”
“ผี...”
“ผี...”
ทั้งปอยและคุนพึมพำขึ้นพร้อมกัน
แต่ขณะนั้นเอง จู่ๆ บุรุษในชุดสูทก็พุ่งพรวดออกมาจากพื้นที่ส่วนกลางของบ้านที่เป็สระน้ำ ตรงมายังที่พวกเขาสามคนยืนคุยกันด้วยอาการแตกตื่นลนลาน
“ช่วยด้วย...ผะ.....ผี...หลอก!”
ทั้งสามหันมองไปยังสีหน้าที่ตื่นตระหนกของผู้ที่เป็ลูกค้าตน ขณะที่คุนคว้าข้อมือเขาไว้พร้อมกับเอ่ยขึ้น
“ผีที่ไหนวะไอ้ชัย เอ้ย! คุณชัย” คุนพยายามรั้งตัวบุรุษตรงหน้าไว้ “ช่วยอธิบายให้พวกกู เอ๊ย! พวกเราฟังหน่อยซิครับ”
“ไอ้เหี้ยคุน แม่ง...ไอ้ห่า” ผู้เป็ลูกค้าสบถ สีหน้าแตกตื่นลนลานพลางชี้มือเข้าไปยังกลางบ้าน ที่ซึ่งเข้าพึ่งจะวิ่งออกมา “ไหนมึงบอกแค่ให้กูมาแกล้งเจอผีว่ะ ไอ้เวร...แม่งมีผีจริงๆ ก็ไม่บอก เหี้ยแม่ง...แถมยังยกมากันเป็ครอบครัวเลย” เขาสะบัดมือคุนให้หลุด ก่อนจะะโเสียงดังด้วยอาการกระสับกระส่าย “จะเื่น้องมงน้องใหม่อะไรของมึงก็ช่างแม่งแล้ว...ใครจะอยู่ที่นี้ก็อยู่ไป กูไม่อยู่ละคนหนึ่ง!”
สิ้นเสียง เขาก็ออกตัววิ่งในทันที ปล่อยให้ทั้งสามมองตามหลังจากความแปลกใจ ที่ว่าคนๆหนึ่งจะสามารถได้วิ่งเร็วอะไรขนาดนี้ เพราะเผลอแป๊บเดียวเข้าก็บึ่งรถจากไปแล้ว แต่ทว่าความสงสัยหลักที่ก่อตัวขึ้นในห้วงสำนึกของคนที่เหลืออยู่นั้นกลับเป็ดาวที่เอ่ยขึ้นมาเป็คนแรก
“นี้มันเื่อะไรวะไอ้คุน”
“ใช่...” ปอยขานรับตามมาอีกคน” หมายความว่ายังไง”
“ก็แค่อยากจะต้อนรับน้องใหม่นิดหน่อยเอง” คุนหัวเราะขืนๆ ขณะมองดูสองสาวตรงหน้า “ผีเผอมีจริงที่ไหน ไร้สาระ ไอ้ชัยมันคงตาฝาดไปเองนั่นแหละ”
“นี้หมายความว่าคุณจงใจจะแกล้งฉันเหรอ” ปอยกัดฟันกรอด พลางจะเดินพุ่งเข้าหาเขาเพื่อเอาเื่ “เป็ผู้ชายภาษาอะไร มาใช้วิธีแบบนี้...ไม่แมนเลย!”
ทว่าขณะนั้นเองดาวก็ดึงแขนปอยไว้ด้วยดวงตาเบิกโพลง ยกมืออีกข้างที่สั่นเทิ้มชี้ไปยังบันไดขึ้นชั้นสอง “นั้น...มัน....”
คุนและปอยเปลี่ยนจากความโมโหโกรธามาเป็ความสงสัย ก่อนจะมองไปตามทิศทางที่ดาวใช้มือชี้
หลังจากนั้นไม่ถึงเสี้ยววินาที สองสาวก็ส่งเสียงร้องกรี๊ดดังสนั่น ขณะที่จูงมือกันวิ่งออกไปจากบ้านแทบจะเร็วเท่าเสียงร้องของพวกเธอ ปล่อยให้คุนยืนนิ่ง จ้องมองไปยังบริเวณที่มีบุรุษและสตรีวัยกลางคนใบหน้าขาวซีดที่ยืนเหนือขั้นบันได โดยมีเด็กหญิงอายุราว6-7ขวบอีกคนหนึ่งอุ้มแมวอยู่ตรงกลางระหว่างของทั้งสอง ซึ่งร่างที่ลอยเหนือพื้นเ่าั้ก็กำลังส่งยิ้มมายังจุดที่พวกเขาเคยยืนกันอยู่