โจวซิ่วหลันเดินถือถาดอาหารเข้ามาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะข้างเตียงเตา ภายในนั้นมีข้าวสวยขาวฟูถ้วยพูน น้ำแกงปลาที่กำลังร้อนๆ โชยกลิ่นหอมมากๆ และเนื้อปลาทอดราดด้วยน้ำซอสสามรสที่มีสีสันน่ารับประทาน
"พวกเธอก็อยู่ที่นี่หรือ"
โจวซิ่วหลันเอ่ยกับพวกเด็กๆ ที่กำลังจ้องมองเธอเป็ตาเดียว ในขณะที่มือนั้นสาละวนอยู่กับการจัดแจงให้แม่สามีลุกขึ้นกินข้าว เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็หันมามองพวกเด็กๆ เต็มตา
โจวซิ่วหลันมองสำรวจเด็กทั้งสองอย่างพึงพอใจ ที่พวกเขาร่างกายสะอาดสะอ้าน ถึงแม้ว่าเสื้อผ้าจะดูเก่าไปสักหน่อย แต่ก็สะอาดมากๆ ก่อนจะเอ่ยบอกเด็กทั้งสอง
"ไปกินข้าวกันได้แล้ว"
"กะ กินข้าวหรือคะพี่สะใภ้"
เฉินซินยี่เอ่ยถามอีกฝ่ายคล้ายไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน
"ใช่กินข้าว หรือว่าเธอไม่หิว"
โจวซิ่วหลันกล่าวย้ำอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถามเด็กหญิงอย่างนึกเอ็นดู
"หิวค่ะ"
"หิวก็ตามมาสิ"
เฉินซินยี่พยักหน้าหงึกหงักอย่างเชื่อฟัง เดินตามอีกฝ่ายไปด้วยดวงตาเป็ประกาย มีรอยยิ้มแต่งแต้มใบหน้า ไม่ลืมที่จะกวักมือเรียกพี่ชายให้ตามมาด้วยเช่นกัน
ส่วนเฉินสือฮันนั้นหันไปมองมารดา เมื่อเห็นว่าผู้เป็มารดาพยักหน้าให้ก็เดินตามน้องสาวไปอย่างโง่งม
เด็กทั้งสองนั่งตัวเกร็ง แต่แววตาที่มองอาหารบนโต๊ะนั้นเปล่งประกาย อีกทั้งวันนี้พี่สะใภ้ยังตักข้าวสวยให้ถ้วยพูน สายตาของเด็กทั้งสองจดจ่ออยู่ที่หญิงสาวที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารในครั้งนี้ด้วย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายลงมือกินอาหารแล้วยังพยักพเยิดให้พวกเขากินได้ เด็กทั้งสองจึงได้ขยับตัวทันที
แต่ในขณะที่เฉินซินยี่กำลังจะลงมือกินนั้นเสียงของผู้เป็พี่สะใภ้ก็ดังขึ้น
"อายี่"
"ขะ คะพี่สะใภ้"
เฉินซินยี่ชะงักมือที่กำลังจะพุ้ยข้าวเข้าปาก ลอบกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง ก่อนจะวางตะเกียบในมือลงดังเดิม มองดูพี่สะใภ้ที่กำลังจ้องมองเธออย่างรู้สึกหวาดหวั่น
"ทำไมเธอถึงไม่รวบผมให้ดีๆ ดูสิ ผมจะเข้าปากของเธออยู่แล้ว"
"ขะ ขอโทษค่ะพี่สะใภ้"
เฉินซินยี่เอ่ยขอโทษอีกฝ่ายเสียงแ่ก่อนจะเม้มปากแน่น ใช้มือเล็กของตัวเองเกี่ยวเอาปอยผมไปทัดหูอย่างเซื่องซึม ดวงตากลมโตแดงเรื่อขึ้นอย่างน่าสงสาร
เฉินสือฮันเห็นเช่นนั้นกำลังจะเอ่ยช่วยน้องสาว โจวซิ่วหลันก็ลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในห้อง
ส่วนเฉินซินยี่นั้นตัวสั่นเทา เงยหน้าขึ้นมองพี่ชายของเธอด้วยแววตาเศร้าหมอง ไม่แคล้วเธอคงโดนอีกฝ่ายทำโทษอีกแน่
"พี่คะ"
"ไม่ต้องกลัว พี่จะปกป้องเธอเอง"
เฉินสือฮันเอ่ยบอกน้องสาวเสียงหนักแน่น อย่างไรวันนี้เขาจะไม่ยอมให้พี่สะใภ้ทุบตีน้องสาวของเขาอีกแน่
แต่เมื่ออีกฝ่ายเดินกลับออกมา สิ่งที่เห็นกลับไม่ได้เป็อย่างที่พวกเขานึกกลัว
โจวซิ่วหลันเดินออกมาพร้อมกับหวีไม้ในมือ ทั้งยังมีผ้าผูกผมสีชมพูสดใสติดมือมาด้วย เธอเจอมันในตอนที่หาชุดชั้นใน
"นั่งให้ดีๆ สิอายี่ ฉันจะมัดผมให้"
เฉินซินยี่ยืดหลังตรงขึ้นในทันที นั่งแข็งเกร็งปล่อยให้พี่สะใภ้ผูกผมให้ แต่พี่สะใภ้นั้นมือเบายิ่งนัก อีกทั้งยังดูระมัดระวังราวกับกลัวว่าเธอจะเจ็บ การกระทำที่อ่อนโยนนั้นทำให้เธอผ่อนคลายลงโดยไม่รู้ตัว
"เสร็จแล้ว น่ารักมาก ทีนี้ก็กินข้าวได้"
โจวซิ่วหลันส่งยิ้มให้เด็กหญิง มองดูผมเปียฝีมือตัวเองอย่างพอใจ ใบหน้าเล็กๆ นั้นดูน่ารักน่าเอ็นดู หากมีเนื้อหนังกว่านี้เฉินซินยี่จะต้องเป็เด็กผู้หญิงที่น่ารักมาก แต่เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงเพราะเธอจะขุนพวกเด็กๆ ให้อ้วนท้วนเอง
"ขอบคุณค่ะพี่สะใภ้"
เฉินซินยี่อ้อมแอ้มเอ่ยขอบคุณอีกฝ่าย ใบหน้าเล็กๆ นั้นขึ้นสีแดงเรื่อ รู้สึกเขินอายที่พี่สะใภ้เอ่ยชมตน ทั้งยังส่งยิ้มที่หาได้ยากมาให้เธออีก เด็กหญิงมองรอยยิ้มนั้นตาพร่า นั่งกินข้าวไปยิ้มไปอย่างมีความสุข
"กินสิ ไม่ต้องเกรงใจ"
โจวซิ่วหลันหันไปเอ่ยกับน้องชายของสามี เมื่อเห็นว่าเด็กนั่นนั่งนิ่งเอาแต่จ้องมองเธออย่างโง่งม
เฉินสือฮันใบหน้าเลิ่กลั่กขึ้นมาทันที ขยับตัวอย่างเสียอาการ การกระทำของพี่สะใภ้ผู้นี้ทำให้เขาประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ยอมเสียหน้าเด็ดขาด
"ทำไมผมต้องเกรงใจด้วย นี่มันปลาที่ผมหามานะ คนที่ต้องเกรงใจคือพี่สะใภ้ต่างหาก"
โว๊ะโว้ย เ้าเด็กคนนี้นี่ ปากคอเราะร้ายมาก
โจวซิ่วหลันอ้าปากค้างมองเ้าเด็กหน้าเหม็นลอยหน้าลอยตาใส่เธอ จนอยากจะยกตะเกียบในมือจิ้มั์ตาสาแก่ใจของอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด
แต่เมื่อเห็นว่าเ้าเด็กตัวเหม็นนั่นคีบอาหารเข้าปาก ก่อนแววตาของอีกฝ่ายจะสว่างวาบขึ้น แล้วตะเกียบในมือของเขาก็ขยับไม่หยุด จึงได้แต่แบะปากใส่เ้าเด็กนั่น
หึ อร่อยล่ะสิอาหารฝีมือฉัน แล้วมาทำเป็ปากดี
หลังจากที่จัดการกับมื้อเย็นจนอิ่มหนำสำราญ โจวซิ่วหลันก็ปล่อยให้เด็กทั้งสองเป็คนทำความสะอาดโต๊ะอาหารและล้างจานชาม ส่วนตัวเธอนั้นยกเอาน้ำร้อนที่ต้มทิ้งไว้มาผสมกับน้ำเย็นเพื่อใช้ในการเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้แม่สามี
"เอ่อ ซิ่วหลัน ไม่เป็ไรแม่ทำเองจะดีกว่า"
แม่เฉินเอ่ยบอกลูกสะใภ้เสียงเบาอย่างรู้สึกเกรงใจ และนางก็ทำตัวไม่ถูกที่อยู่ๆ ลูกสะใภ้ที่เคยร้ายกาจก็หันมาดูแลเอาใจใส่นางอย่างดี อีกอย่างนางก็รู้สึกอายที่จะให้ลูกสะใภ้มาแก้ผ้าและเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางไปแล้วครั้งหนึ่งก็เถอะ ก็ในเมื่อตอนนั้นนางไม่รู้สึกตัวนี่นา และตอนนี้นางก็รู้สึกอยากทำธุระส่วนตัวแต่ก็ไม่รู้ว่าจะบอกอีกฝ่ายยังไงดี
"ไม่เป็ไรค่ะคุณแม่ เดี๋ยวหนูจัดการให้จะดีกว่า คุณแม่น่าจะขยับตัวไม่ค่อยสะดวก"
โจวซิ่วหลันเอ่ยบอกแม่สามี ก่อนจะสังเกตเห็นว่าแม่สามีขยับตัวแปลกๆ จึงได้เอ่ยถามขึ้นอย่างเป็ห่วง
"คุณแม่เป็อะไรไปคะ เ็ปตรงไหนหรือเปล่า"
แม่เฉินเม้มปากแน่น แต่ความเจ็บที่เกิดขึ้นตอนนี้ ทำให้นางทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยบอกอีกฝ่าย
"คือว่าแม่ปวดเบาน่ะ"
"โอ้ ตายจริง หนูลืมไปเลยค่ะ คุณแม่รอเดี๋ยวนะคะ"
โจวซิ่วหลันวิ่งหายออกไปจากห้องทันที เธอลืมเื่นี้ไปได้อย่างไรกันนะ ก่อนจะกลับเข้ามาพร้อมกับกระโถนใบหนึ่ง
"คุณแม่ฉี่ใส่กระโถนนี่นะคะ"
โจวซิ่วหลันเข้าไปประคองแม่สามี ใช้หมอนสอดตรง่เอวและ่ขาที่เจ็บให้อีกฝ่าย แล้วจึงช่วยประคองให้อีกฝ่ายยกก้นขึ้น
แม่เฉินแม้ว่าจะรู้สึกอาย แต่ก็ไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้ไหวจึงใช้ผ้าห่มปิดเอาไว้ เมื่อได้ปลดปล่อยออกมาก็รู้สึกสบายตัวขึ้น
"ทีนี้ก็เช็ดตัวได้แล้วนะคะ มาค่ะหนูถอดเสื้อผ้าให้"
แม่เฉินนั้นได้แต่อึกอัก ใบหน้ากลายเป็สีเข้มขึ้นเพราะความอาย
เฉินสือฮันที่เดินเข้ามาพร้อมกับน้องสาวหลังจากที่ทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เห็นท่าทางกระอักกระอ่วนใจของมารดาจึงได้เอ่ยขึ้น
"ผมช่วยเองดีกว่า"
โจวซิ่วหลันหันมามองอีกฝ่าย แล้วจึงเอ่ยขึ้น
"นายจะทำได้ยังไง นายเป็เด็กผู้ชายนะ"
"ทำไมผมจะทำไม่ได้ ในเมื่อผมเป็ลูกของแม่"
"ก็มันไม่ใช่สิ่งที่เด็กผู้ชายจะทำได้ยังไงละ มันน่าเกลียด"
แม่เฉินที่เห็นว่าทั้งสองคงจะไม่ยอมลงให้กันจึงได้เอ่ยขึ้น
"เอ่อ ให้เสี่ยวยี่เป็คนทำก็ได้"
โจวซิ่วหลันหันไปมองเด็กหญิงอย่างไม่ค่อยจะมั่นใจ แต่เฉินซินยี่กลับตอบรับอย่างแข็งขัน
"หนูทำได้ค่ะ"
"เอาอย่างนั้นก็ได้ ถ้าอย่างนั้นอายี่ก็ต้องเช็ดให้สะอาดนะ เช็ดตามใบหน้าแล้วจึงค่อยเช็ดตามตัว ตามข้อพับอย่าให้หมักหมม หมั่นเปลี่ยนน้ำสักหน่อย ส่วนตรงจุดสงวนนั้นต้องเช็ดให้ดี รวมถึงร่องก้นด้วย ระวังอย่าให้โดนขาล่ะ จากนั้นจึงค่อยซับให้แห้ง"
โจวซิ่วหลันเอ่ยบอกเด็กหญิงถึงขั้นตอนการทำความสะอาด ก่อนจะหันไปเห็นว่าเฉินสือฮันยังคงยืนอยู่ในห้อง ไม่ยอมขยับตัว
"อ้าว แล้วนายยังจะยืนอยู่ทำไม ออกไปสิ นี่มันเื่ของผู้หญิง"
เฉินสือฮันใบหน้า ใบหูและลำคอนั้นแดงก่ำ หลังจากที่ได้ยินพี่สะใภ้สอนผู้เป็น้องสาวในการเช็ดเนื้อตัวให้มารดา เขาหันหลังเดินออกมาอย่างทำอะไรไม่ถูก ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะของพี่สะใภ้ที่ดังไล่หลังมา
แล้วแสงสุดท้ายของวันก็ได้ลาลับขอบฟ้าไป พร้อมกับเื่วุ่นวายของวันนี้ได้หมดลง ไม่น่าเชื่อว่าแม้คืนนี้จะเป็คืนแรกที่เธอมาอยู่ที่นี่ แต่เธอกลับนอนหลับลงได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังเป็การนอนที่ผ่อนคลายและรู้สึกสบายที่สุดด้วย