#3Mok+Fai ดักเจอ
หลังจากที่ฉันเดินออกมาจากห้องเรียนได้สักพักฉันก็ตัดสินใจหยิบเบอร์โทรที่เพิ่งได้มาเมื่อครู่ก่อนจะกดโทรศัพท์เพื่อต่อสายหาเ้าของเบอร์นั่น
(ครับ)
“นั่นเบอร์เวหารึป่าว” ฉันถามออกไปอย่างไม่แน่ใจ
(ใคร)
“ฝ้ายเอง ขอโทษด้วยที่โทรมา” ที่จริงฉันก็เกรงใจนะ แต่มันอยากรู้จริง ๆ
(อืม ไม่เป็ไร)
“คือฝ้ายมีเื่อยากจะถามน่ะ”
(มีไรถามได้)
“หมอกเป็เพื่อนเวหาหรอ”
(ใช่ เพื่อนสนิท)
“ไม่มีไรแล้วล่ะ แค่นี้แหละ”
(เดี๋ยว!!)
“มีไร”
(คืนนี้วันเกิดไอ้หมอกเธอว่างป่าวไปเป็เพื่อนฉันหน่อยซิ)
“คะ...คือ....ฉะ...”
(นะไปเป็เพื่อนฉันหน่อยถือว่าเป็ค่าเล็คเชอร์ที่ฉันให้ยืนก็แล้วกัน)
“กะ..ก็ได้”
(ส่งโลเคชั่นมาเดี๋ยวทุ่มครึ่งฉันไปรับ)
“อืม”
หลังจากที่ฉันวางสายจากเวหาแล้วฉันก็นั่งลงตรงเก้าอี้เล็กๆ ที่อยู่แถวนั้นอย่างหมดแรง แล้วที่บอกว่าฉันมีเรียนต่อน่ะที่จริงฉันไม่มีหรอกวันนี้ฉันมีเรียนแค่วิชานี้วิชาเดียว อะไรโลกมันจะกลมได้ขนาดนี้นะ แล้ววันนี้ก็เป็วันเกิดเขาถามว่าฉันรู้มาก่อนไหมฉันก็บอกเลยว่าไม่ฉันแทบไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับหมอกเลยด้วยซ้ำตอนที่เรายังคบกันแทบจะไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเราเป็แฟนกัน เพราะส่วนมากเราจะเจอกันที่คอนโดหมอกนั่นแหละแถมยังคบกันได้ไม่นานก็เกิดเื่จนต้องแยกจากกัน อยู่ ๆฉันก็รู้สึกกลัวบางอย่างขึ้นมาจากที่ไม่เคยมีความคิดนั้นอยู่ในสมอง ฉันกลัวว่าหมอกจะรู้เื่ก้อนเมฆแต่มันคงเป็ไปไม่ได้เพราะเื่นี้ไม่เคยมีใครรู้แม้กระทั่งครอบครัวของเวหาและฉันเองก็ไม่เคยบอกใครว่าพ่อของก้อนเมฆเป็ใครแม้แต่พ่อกับแม่ของฉันที่ท่านพยายามถามฉันมาตลอดแต่ฉันก็ไม่เคยที่จะพูด แต่เท่าที่ดูเมื่อกี้ตอนในห้องเรียนฉันก็เห็นว่าหมอกเองก็ไม่ได้สนใจอะไรฉันมากนักบางทีเขาอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ว่าเคยรู้จักฉันด้วยซ้ำเพราะเราคบกันตอนนั้นมันแค่ระยะเวลาสั้น ๆเท่านั้นและตอนนั้นเราสองคนก็เด็กมากด้วย หลังจากที่ฉันนั่งตบตีกับความคิดของตัวเองอยู่พักใหญ่ฉันก็ขับรถกลับคอนโดของตัวเอง ที่ฉันย้ายมาอยู่คอนโดก็เพราะบ้านฉันอยู่ห่างจากมหาลัยค่อนข้างไกลอีกอย่างคุณแม่ไม่อยากให้ก้อนเมฆร้องตามฉันทุกครั้งเวลาที่เห็นฉันขับรถออกจากบ้าน พูดแล้วก็คิดถึงเ้าตัวเล็กของฉันจังไม่รู้ว่าวันนี้จะเป็ยังไงบ้างนะ อีกสองวันพอเลิกเรียนเสร็จฉันจะรีบกลับบ้านทันทีเลย
ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่ในรถของเวหาบรรยากาศมันช่างแสนจะอึดอัด ฉันรู้สึกถึงความแปลกของเวหากับน้ำขิงซึ่งฉันเองนั่งคู่กับเวหาที่เป็คนขับข้างหน้าส่วนน้ำขิงนั่งอยู่เบาะหลังตอนแรกฉันก็ตั้งใจจะนั่งเบาะหลังนั่นแหละเพราะรู้ว่าเวหาจะต้องมารับน้ำขิงแต่เวหาก็บอกให้ฉันนั่งตรงนี้ฉันก็เลยปล่อยเลยตามเลยบรรยากาศในรถค่อนข้างจะเงียบจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
“ไม่ต้องห่วงนะ เรากลับไม่ดึก”เวหาหันมาพูดกับฉันเมื่อรถหยุดอยู่ตรงไฟแดง
“ขอบคุณนะที่เข้าใจ” คือเวหารู้เื่ที่ฉันป่วยเพราะคุณแม่เป็คนบอก ท่านขอร้องให้เวหาช่วยดูแลฉันระหว่างที่ฉันอยู่ที่มหาลัยและคอนโด ที่จริงฉันก็แอบเกรงใจเวหาไม่น้อย
“เธอต้องพักผ่อน”เวหายิ้มออกมาบางๆให้ฉันอย่างเข้าใจ
“หนาวรึป่าว เบาแอร์หน่อยมั๊ย” เวหาคงเห็นว่าฉันขยับเสื้อเข้าหากัน
“ไม่เป็ไร ฝ้ายโอเค” ฉันยิ้มตอบกลับไปกับความมีน้ำใจของเวหา
ไม่นานพวกเราก็มาจอดรถอยู่ที่บ้านของหมอก มันใหญ่มากกว่าบ้านฉันซะอีกอย่างที่บอกฉันแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย
“มานี่มา เดี๋ยวฉันช่วยถือ” เวหารีบเดินลงจากรถแล้วอ้อมมาทางที่ฉันนั่ง
“ไม่เป็ไร ฝ้ายถือได้” ฉันบอกเวหาของขวัญกล่องเดียวฉันถือได้หรอกน่า ฉันป่วยซึมเศร้าไม่ได้เป็ง่อยนะ -__-
พวกเราพากันเดินเข้าไปในงานก็เห็นเ้าภาพยืนอยู่ตรงหน้างานพอดี
“เบิร์ดเดย์ มีความสุขมาก ๆ” เวหาอวยพรวันเกิดให้หมอกเสร็จฉันก็ยื่นของขวัญที่ถือมาให้เวหาเพื่อส่งต่อให้หมอก
“ขอบใจ” หมอกรับของขวัญแล้วปลายตามองฉันเหมือนไม่พอใจ หรือว่าเขาจะไม่พอใจที่ฉันมาก็แหง๋ล่ะเขาไม่ได้เชิญซะหน่อย แต่ฉันดันมายืนอยู่ตรงนี้ยังไงล่ะ
“พอดีกูชวนฝ้ายมาด้วย มึงคงไม่ว่าอะไร” นั่นไงเวหาเองก็คงคิดไม่ต่างจากฉันก็เขาเล่นมองมาซะขนาดนั้นใครไม่เห็นก็ตาบอดแล้วล่ะ
“อืม” หมอกพยักหน้าแล้วเลิกสนใจฉันอีก
แล้วเวหาก็พาฉันมานั่งที่โต๊ะของสี่มหาภัย นี่เขามากันทั้งครอบครัวเลยหรอฉันอดที่จะคิดไม่ได้สงสัยสนิทกันหมดซินะฉันนั่งคุยไปเรื่อยเปื่อยกับพวกน้อง ๆ ของเวหา สำหรับฉันพวกสี่มหาภัยไม่ถือว่าเป็คนแปลกหน้านะเพราะพวกเราเคยรู้จักกันมาก่อนตอนเด็ก ๆ เล่นด้วยกันบ่อย ช่วยนี้ก็เจอกันบ้างก็ถือว่าคุ้นเคยกัน ฉันนั่งดื่มน้ำอัดลมรอเวหาไม่รู้ว่าตอนนี้หายไปไหน สักพักเวหาก็บอกให้น้องๆ ของเขาไปส่งฉันกลับคอนโด สุดท้ายเพลิงไฟก็ไปส่งฉันกลับคอนโดั้แ่ยังไม่ถึงสี่ทุ่มด้วยซ้ำ ก็เวหาเล่นกำชับแล้วกำชับอีกเื่ที่ฉันต้องพักผ่อน แต่ฉันก็ไม่ได้อะไร กลับก็ดีอยู่ก็ไม่ได้ทำอะไรแถมเ้าของงานเขาก็ไม่อยากให้อยู่ด้วยซ้ำ
หลายวันต่อมา
นับวันฉันรู้สึกว่าหมอกเริ่มพยายามเข้าใกล้ฉันเรื่อยๆ ฉันไม่รู้ว่าเขารู้อะไรมารึป่าว ก็ก่อนหน้านี้เขาแทบจะไม่สนใจฉันเลยด้วยซ้ำ เอาเถอะต่อให้หนียังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดีแถมยังอยู่กลุ่มเดียวกันอีก ถึงแม้จะไม่ค่อยคุยกันก็เถอะดีนะที่ตอนนี้ฉันกับน้ำขิงเป็เพื่อนกันแล้ว เื่ของเื่ก็คือเวหากับน้ำขิงสองคนนั่นเขาอินเลิฟกันแต่ฉันดันมาตอนจังหวะพอดีทำเอาเกือบโดนหางเลขเพราะใคร ๆ ก็คิดว่าฉันกับเวหากำลังคบกัน ดีที่ทั้งสองคนเข้าใจกันซะทีทำให้ตอนนี้ฉันกับน้ำขิงกลายเป็เพื่อนสนิทกันรวมไปถึงซอลด้วยจะมีก็แต่ใครบางคนที่ทุกคนก็รู้ดีว่ามันไม่สามารถจะเป็ไปได้ ฉันรีบลงจากรถเมื่อเห็นว่าใกล้เวลาเข้าเรียนแล้ว
หมับ!
“เดี๋ยวก่อน”ฉันเซไปนิดเมื่อถูกกระชากโดยไม่รู้ตัว
“.....” ฉันหันไปมองก็เห็นว่าเป็หมอกเขามีอะไร? หรือว่าเขาจะรู้เื่ก้อนเมฆ!!
“ทำไมต้องหลบหน้าฉันตลอดหรือว่าเธอมีอะไรที่ปิดฉันอยู่รึป่าว” เขามองมาที่ฉันด้วยสายตาน่ากลัว
“ปะ...ป่าว...ไม่ได้มีอะไร”ฉันพูดออกมาเสียงสั่น ทั้ง ๆ ที่พยายามจะพูดออกมาให้เป็ปกติที่สุด แต่มันไม่ไหวจริงๆยิ่งเขาทำแบบนี้ฉันก็ยิ่งกลัว
“เธอหายไปไหนมา?”
“.....” ฉันก้มหน้าลงไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา
“ฉันถามก็ตอบซิ!!”เขาขึ้นเสียงใส่ฉันจนฉันใน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้
“......” เขาเงียบไป คงใที่เห็นฉันร้องไห้
“ร้องทำไม ฉันแค่ถามเท่านั้นเอง”เขาพยายามเดินเข้ามาจับฉัน แต่ฉันก็เบี่ยงไม่ให้เขาจับ เขากำลังทำให้ฉันกลัว!
หมอก Part
ผมมาดักรอฝ้ายอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงหลายครั้งที่ผมอยากจะคุยกับเธอเพียงลำพังแต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยเพราะฝ้ายเอาแต่หลบหน้าผมตลอดไหนจะไอ้เวหาที่คอยปกป้องจนน่าหมั่นไส้อีก จะหวงอะไรนักหนาวะเมียก็มีแล้วผมอยากรู้ว่าที่ผ่านมาเธอหายไปไหนมาตลอด 6 ปี ผมติดต่อเธอไม่ได้ ผมไม่รู้เื่อะไรเกี่ยวกับฝ้ายเลยรู้แค่ว่าเธอเรียนอยู่ที่ไหน ผมให้เพื่อนไปสืบก็รู้ว่าเธอย้ายออกไปแล้ว หลังจากวันนั้นผมกับฝ้ายก็ขาดการติดต่อกันไปเลยที่ผ่านมาผมรู้ว่าตัวเองผิด แต่ตอนนั้นผมเพิ่งจะอายุ 17 ปีเท่านั้นความคิดก็ยังเด็กทำอะไรไม่เคยคิดหน้าคิดหลัง วัน ๆ ก็เอาแต่รักสนุกไปเท่านั้นแต่กับฝ้ายบอกได้เลยว่าผมจริงจังกับเธออย่างที่ไม่เคยคิดที่จะจริงจังกับใครแล้วพอผมให้ใจไปแล้วเธอกลับมาทิ้งผมแบบนี้ไม่ให้ผมโกรธได้ยังไงวะอย่างน้อยจะไปไหนก็ควรบอกกันบ้าง หรือถ้าโกรธก็บอกผมพร้อมที่จะปรับปรุงเพื่อให้เธอพอใจ
“เดี๋ยวก่อน”ผมรีบเดินไปดึงแขนฝ้ายทันทีที่เห็นเธอเดินลงจากรถ
“.....” ทำไมต้องทำหน้าใขนาดนั้นด้วย
“ทำไมต้องหลบหน้าฉันตลอดหรือว่าเธอมีอะไรที่ปิดฉันอยู่รึป่าว”
“ปะ...ป่าว...ไม่ได้มีอะไร”นี่เธอเป็อะไรทำไมต้องกลัวผมขนาดนั้นด้วย
“เธอหายไปไหนมา?” ผมถามในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้
“......” -เงียบ- มันน่าหงุดหงิดชะมัดถามก็แค่ตอบป่ะวะ ก็คนมันอยากรู้
“ฉันถามก็ตอบซิ!!”ผมพูดเสียงดังใส่เธอด้วยความหงุดหงิดที่เธอเอาแต่หลบตาเหมือนกลัวอะไรผมนักหนา
“......” แล้วอยู่ ๆยัยนั่นก็ร้องไห้ออกมาพร้อมกับตัวสั่นเทาจนผมใต้องปล่อยเธอ
“ร้องทำไม ฉันแค่ถามเท่านั้นเอง” ผมค่อย ๆเอื้อมมือไปจับเธออีกครั้ง ผมไม่ตั้งใจทำให้เธอกลัว แต่เธอก็ไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้
“ฝ้าย...อย่าร้อง” ผมไม่รู้จะทำยังไงยิ่งพูดเธอก็ยิ่งร้อง
“....ฉะ...ฉัน...ฉันกลัว” ฝ้ายทรุดลงข้าง ๆรถก่อนจะยกมือปิดหน้าตัวเองแล้วร้องไห้โฮออกมา
“!!!”ผมได้แต่นิ่งทำอะไรไม่ถูก
.
.
“ฝ้ายเป็อะไร!”ผมหันไปก็เห็นว่าไอ้เวหากับน้ำขิงกำลังวิ่งมา
“ไอ้หมอก! มึงทำอะไรฝ้าย!!” ไอ้เวหามาถึงก็เอาเื่ผมทันที
“.....” ผมไม่รู้จะตอบว่ายังไง เพราะผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอเป็อะไร
“ฝ้าย...เวหาเอง” มันจับฝ้ายเขย่าเบา ๆ
“.......”ฝ้ายเงยหน้าขึ้นมองแล้วรีบโผเข้ากอดมันทันที
“ใจเย็น ๆ นะ” ไอ้เวหามันปลอบฝ้ายโดยที่มันหันมามองผมตาเขม็งเหมือนอยากจะฆ่าผม
“อึก....ฝ้ายกลัว..อึก....อึก..”ฝ้ายพูดออกมาน้ำเสียงสะอึกสะอื้น
“กลับห้องนะเดี๋ยวฉันไปส่ง” น้ำขิงบอกกับฝ้าย
จากนั้นไอ้เวหากับน้ำขิงก็พาฝ้ายไปส่งที่คอนโดโดยที่พวกมันไม่มีใครคิดจะพูดอะไรกับผมสักคำ แต่ผมก็ไม่สนใจหรอกผมรีบขับรถตามพวกมันออกไปจนรู้ว่าฝ้ายพักที่ไหน ห้องอะไร
..................................
Next episode....
“พวกมึงจะบอกกูได้รึยังว่าฝ้ายเป็อะไร”
“กูจำเป็ต้องบอกมึง?”
“หรือมึงคิดว่ากูไม่ควรรู้ว่าเมียกูเป็อะไร!!”