"ไม่พบภูมิต้านทานของไข้ทรพิษ, วัณโรค, ไวรัสตับอักเสบบี, คอตีบ, ไอกรน, บาดทะยัก, โปลีโอ..." อัลเลนอ่านผลการตรวจเืเสียงเรียบพร้อมเงยหน้ามองเซอร์หนุ่มด้วยสายตาแปลก ๆ "ไม่มีภูมิต้านทานไข้ทรพิษก็ว่าไปอย่าง--แต่ถึงขั้นไม่เคยได้รับวัคซีนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องได้รับนี่...คุณคิดว่ามันแปลก ๆ ไหมครับ? "
"เธอให้มีการตรวจสอบภูมิต้านทานด้วยเรอะ? " เซอร์เฮนรี่ถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ผม 'ขอ' ให้ ด็อกเตอร์กิลเบิร์ต 'ช่วย' ตรวจสอบว่าเจนเคยไดัรับวัคซีนไข้ทรพิษหรือเปล่าเท่านั้น! "
"..."
"เพราะในปี 1796 : เอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์ (Edward Jenner) ได้คิดค้นวิธีการสร้างภูมิต้านทาน (vaccination) และใช้ป้องกันการติดเชื้อโรคฝีดาษ ก็มีความเป็ไปได้ว่าเธออาจจะมีชีวิตอยู่ใน่ศตวรรษที่18 (ปีค.ศ.1701 -1800) "
"..."
"แต่ก็มีความเป็ไปได้ว่าเธออาจมีภูมิต้านทาน มันเพราะใน่นั้นมีแพร่ระบาดของโรคฝีดาษในวัว ทำให้ผู้หญิงที่รีดนมวัวมีภูมิต้านทานโรคนี้..."
"..."
"จุดสังเกตที่เห็นได้ชัดก็คือที่มือทั้งสองข้างของพวกเธอจะมีรอยแผลเป็ที่เกิดจากติดโรคฝีดาษจากวัว..."
"แต่เจนไม่มี? "
"ครับ--เจนไม่มีรอยแผลเป็--เื่นี้ด็อกเตอร์กิลเบิร์ตยืนยันในเื่นี้เพราะพวกเราช่วยกันตรวจสอบแล้ว..."
"..." เฮนรี่หันไปหาคนที่ถูกอ้างถึงซึ่งอาจารย์แพทย์ก็พยักหน้ายืนยันในสิ่งที่เด็กชายกล่าวออกมา "แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่า..."
"แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเธอเคยมีชีวิตอยู่ใน่ศตวรรษที่ 17 จริง!? " อัลเลนพูดสวนประโยคที่ชายหนุ่มพูดยังไม่ทันจบประโยคนั้น
และนั่นทำให้ชายหนุ่มต้องขมวดคิ้ว
"อันนี้เป็ความคิดเห็นของผมนะครับ..." อัลเลนพูดเสียงเรียบตามปกคิ
"ว่า..."
"ในโลกยุคปัจจุบันที่การแพทย์เจริญก้าวหน้า--ยกเว้นพวกความคิดสุดโต่งแล้ว--มีใครบ้างครับที่จะไม่ยอมให้ลูกฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต แล้วปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามบุญตามกรรมเช่นในอดีตโดยคิดว่าการอยู่หรือตายเป็ความประสงค์ของพระเ้า? '
"..." คำพูดประโยคนี้ของเด็กชายทำให้ใครบางคนถึงกับมุมปากกระตุก--จนแล้วจนรอดก็ไม่วายเหน็บแหนมพวกเขาแบบอ้อม ๆ สักคำสองคำตลอด...
ขณะที่เฮนรี่กำลังจะรามือจากเื่นี้แล้วนั้น--เขาก็ฉุกใจคิดถึงอะไรบางอย่างขึ้นได้ และเป็สิ่งสุดท้ายที่เด็กชายยังไม่เอ่ยถึงเพราะคิดว่าไม่สำคัญหรือด้วยสาเหตุอะไรบางอย่างแต่นั่นอาจเป็โอกาสที่เขาจะมีโอกาสไล่ต้อนเ้าตัวแสบให้จนมุมบ้าง!
"แล้วผลการตรวจคลื่นสมองของเจนเป็ยังไงบ้างล่ะ!? "ถามประโยคนี้ของเฮนรี่ทำให้เด็กชายเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
"คุณ้าเอาชนะผมให้ได้ใช่ไหม? " อัลเลนย้อนถามและคำตอบที่เขาได้รับกลับมาคือเสียงหัวเราะหึหึในลำคอเท่านั้น ซึ่งเท่ากับเป็การยอมรับแบบกลาย ๆ
และนั่นทำให้อัลเลนต้องถอนหายใจก่อนอ่านผลสรุปการตรวจคลื่นสมองของเจนให้อีกฝ่ายฟังอย่างจำใจ
"ผลการตรวจคลื่นสมองของเจนเหมือนคนปกติ มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก..." อัลเลนพูดพลางมองหน้าของเฮนรี่และเจเรมี่ที่แสดงอาการหมายมั่นปั้นมืออย่างเห็นได้ชัด
บางครั้งทิฐิที่แรงกล้า คิดแต่ที่จะเอาชนะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ก็สามารถนำความเดือดร้อนมาให้ตนเองและคนรอบข้างได้เสมอ...
และตอนนี้มันก็กำลังจะทำให้สิ่งที่อัลเลนพยายามมาตลอดเพื่อพาเจนไปหาเอริเซียและลดจำนวนเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายให้มากที่สุด--พังทลายราบไม่มีเหลือ!
หากคนเหล่านี้คิดที่จะ 'พิสูจน์' ขึ้นมาจริง ๆ และวิธีที่พวกนั้นคิดที่จะ 'ทำ' นั้นไม่ใช่เื่ดีล่ะก็...
มันก็อาจเป็น้ำมันราดกองไฟ--ทำให้เจนเกิดโทสะจนควบคุมไม่ได้ทำให้เกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมาจนทำให้ฟาลต้อง 'ลงมือ' แทรกแซงได้
และนั่นเป็สิ่งที่เด็กชายไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุด!
และตอนนี้เขา้า 'คำรับรอง' จากฟาลหากเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นจริง ๆ --ไม่เช่นนั้น...ต่อให้ต้องตายเขาก็จะขัดขวางอย่างสุดความสามารถ!
"ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา...ระหว่างที่พวกเขา 'พิสูจน์' ขึ้นมา--มันไม่ใช่ความผิดของเจนนะครับ! " อัลเลนเบือนหน้าไปทางฟาลที่ยืนเงียบอยู่ข้างดร.กิลเบิร์ต "และพวกเขาจะมาเรียกร้องให้รับผิดชอบอะไรไม่ได้ทั้งนั้น! "
"ได้! " ฟาลพูดเสียงเรียบก่อนขยายความให้พวกที่้า 'พิสูจน์' ได้เข้าใจอย่างเป็งานเป็การ "ถ้าพวกเธอ้าพิสูจน์จริง ๆ --พวกเธอก็ต้องเซ็นชื่อในสัญญาว่า 'หากเกิดเหตุสุดวิสัยเกิดระหว่างการทดลองหรือการพิสูจน์ จะไม่เรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบไม่ว่ากรณีใด ๆ! '"
"..."
"พวกเธอจะยินยอมเซ็นชื่อในสัญญาไหม? "
"ถ้าพวกเราไม่เซ็นชื่อล่ะครับ? " เฮนรี่ถาม
"พวกเธอก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องร่างของเจนไม่ว่าในกรณีใด ๆ --หากเรารู้ว่าพวกเธอได้ทำการใดที่เป็การไม่สมควรก็จะถูกแจ้งความทันที! "
"..."
"นี่เป็โอกาสสุดท้ายของพวกเธอแล้วนะ! " ฟาลพูดคล้าย้ากระตุ้นต่อมความอยากรู้อยากเห็นและอยากจะเอาชนะของเฮนรี่และเจเรมี่ให้พุ่งสูงขึ้นจนอัลเลนอยากจะพุ่งตัวไปบีบคอเขาให้ตายคามือ "เพราะวันนี้--ร่างของเจนจะถูกเคลื่อนย้ายไปที่อื่นแล้ว! "
"ที่ไหนครับ? " เซอร์หนุ่มถามด้วยความสนใจใคร่รู้
"เวโดร่า คลับ" ฟาลตอบเสียงเรียบโดยไม่สนใจรังสีอำมหิตจากเด็กชาย
"คุณอยากจะ 'ช่วย' หรือจะ 'ฆ่า' ผมกันแน่!? " อัลเลนกัดฟันถาม
"เขาถามมา ฉันก็ตอบไปเท่านั้นเอง" มุมปากของฟาลยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าที่สวยราวกับลูกแก้วฉายแววขบขัน
"เหมือนที่เอริเซียพูดไว้ไม่มีผิด! " อัลเลนบ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด
หากแต่คำพูดประโยคนั้นกลับดึงดูดความสนใจของเฮนรี่ทันที
เพราะเพื่อนของเคาน์เตสโซเฟียที่เดินทางมายังอเมริกาด้วยกันในอดีตเมื่อสี่ร้อยปีก่อน--หนึ่งในสองคนนั้นก็มีคนหนึ่งที่ชื่อว่า 'เอริเซีย' เช่นเดียวกัน!
"เวโดร่า คลับเป็คลับเปิดสำหรับบุคคลทั่วไปหรือว่าคลับปิดเฉพาะสมาชิกเท่านั้น? " เซอร์เฮนรี่หันมาถามอัลเลนที่เขาเคยได้ยินมาว่าเด็กชายเป็ลูกชายบุญธรรมของเอริเซีย เวโดร่าซึ่งเป็เ้าของคลับแห่งนั้น
"ก็มีทั้งโซนสำหรับคนธรรมดาทั่วไปและก็โซนที่ให้บริการเฉพาะสมาชิกเท่านั้น" เด็กชายตอบงง ๆ เพราะอีกฝ่ายเปลี่ยนเื่อย่างกะทันหันและดูเหมือนจะสนใจเื่ราวของเวโดร่า คลับอย่างเห็นได้ชัด!
"และถ้าฉัน้าสมัครเป็สมาชิก--ต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้าง? "
"..." อัลเลนมองสบตากับฟาลเล็กน้อยก่อนส่ายหน้าไปมา "ผมไม่รู้ว่าพวกเขามีเกณฑ์คัดเลือกยังไงเหมือนกัน--ดูเหมือนเอริเซียจะมีเกณฑ์เลือกสมาชิกเป็ของตัวเอง..."
"หมายความว่าแม้จะเป็สมาชิกของคลับแล้วก็ยังมีสถานะที่แตกต่างกันไปอย่างนั้นหรือ? "
"จากที่ผ่านมา...ส่วนใหญ่มักเป็อย่างนั้น..."
"ฉันเข้าใจแล้ว..." เซอร์เฮนรี่พยักหน้าเข้าก่อนล้วงกระเป๋าหยิบนามบัตรและปากกาเขียนข้อความบางอย่างด้านหลังนามบัตรก่อนยื่นมันให้กับอัลเลนพร้อมมือถือของเด็กชาย "ถ้ามีโอกาส...ฉันจะลองไปที่เวโดร่า คลับสักครั้ง! "
"ครับ" อัลเลนรับคำขณะรับมือถือและนามบัตรไว้ ก่อนจะพลิกด้านหลังนามบัตรด้วยความสนใจ
ด้านหลังนามบัตรถูกเขียนว่า 'เคาน์เตสโซเฟีย เกรกอรี่'