ต้าเหนิงเดินจากไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไรอีก แววตาที่มองจางิ่นั้นเปลี่ยนไปจากในครั้งแรกโดยสิ้นเชิง ทั้งดูถูกและคงกำลังก่นด่าเขาอยู่ภายในใจเป็แน่ จ้างิ่รู้สึกหน้าชาด้วยความโกรธและรู้สึกเสียหน้าเป็อย่างมากไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธเขาเช่นนี้มาก่อน ต้าเหนิงหญิงสาวผู้นี้คือใครทำไมถึงทำกิริยา จองหองถือดีกับเขาเช่นนี้เธอไม่รู้หรือว่าเขาเป็ใคร คำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัวของจางิ่ เขาพยายามตามหาหญิงสาวที่มีนามว่า ต้าเหนิง ภายในงานจนทั่ว แต่ก็ไม่เจอเสียแล้วนางโชว์ชุดใหม่เข้ามาบนเวที ทุกคนล้วนแล้วแต่สวยเซ็กซี่ไม่แพ้ ผู้หญิงคนนั้นแต่ทว่า บัดนี้จิตใจใฝ่เอาชนะได้เริ่มทำงาน จางหม่นคิดเข้าข้างตัวเองว่า
“เธอก็แค่ทำเป็เล่นตัวเพื่อที่จะโก่งค่าตัวให้ราคามันสูงขึ้นก็เท่านั้นแหละ ก็ได้ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ชั้นจะกลับมาเจอเธออีกครั้ง ดูซิว่าเมื่อเธอเห็นจำนวนเงินที่ชั้นเสนอให้เธอจะยอมแก้ผ้าชิ้นน้อยนิดสองชิ้นนั้นให้ฉันได้เห็นความสวยงามที่อยู่ภายในหรือเปล่า ไม่มีใครเอาชนะอำนาจเงินของชั้นได้”
หลังจากที่ต้าเหนิง หลบหนีออกมาจากในงานเพราะไม่อยากเห็นหน้าเขาคนนั้นอีก ต้าเหนิง รู้จัก อุปนิสัยของเขาเป็อย่างดีความชั่วร้าย ในทุกด้านของเขา แต่เพราะเธอไม่มีทางเลือกเมื่อพนักงานบริการใช้คนนั้น แจ้งให้เธอทราบว่ามีลูกค้าอยากทำความรู้จัก ต้าเหนิงจึงจำใจต้องทำตาม เพื่อที่จะได้มีงานทำในผับแห่งนี้ต่อไป แต่เมื่อได้มาพบ และพูดคุยกันเพียงไม่กี่ประโยคยิ่งทำให้ ต้าเหนิง รู้สึกรังเกียจ จางิ่ยิ่งกว่าไส้เดือนกิ้งกือเสียอีก
“ขยะแขยงสิ้นดี เถื่อน สันดานต่ำชั่วช้าสารเลว”
“แหมคืนแรกก็จะได้กินตับกับไฮโซหนุ่มลูกชายมาเฟียอันดับ1ของประเทศเลยนะ แต่ทำไมทำหน้าตาไม่ค่อยสบอารมณ์อย่างนั้นหรือว่า แกล้งทำเพราะ้าจะเรียกค่าตัวเพิ่ม คิดว่าชั้นรู้ไม่เท่าทันเธอล่ะสิ”
“ชั้น ไม่ได้เป็เหมือนเธอหรอกนะเหม่ยกุ้ย”
“ใช่ พี่เหม่ยกุ้ย ชอบว่าต้าเหนิง ตลอดเลย ทำไมเหรออิจฉาล่ะสิ เห็นนะจ้องนายคนนั้นตามไม่กระพริบเลยอยากได้เขาล่ะสิแต่รู้สึกเสียหน้าที่เขาไม่เรียกตัว แต่กลับมาเรียก ต้าเหนิง เพราะเขาสนใจต้าเหนิงมากกว่า”
“อิงฮวา แกเป็น้องสาวของฉันนะ ทำไมถึงเข้าข้างคนอื่น?”
“ชั้นไม่ได้เข้าข้างใคร ชั้นเข้าข้างความถูกต้อง”
“ย่ะ ถ้ารักความถูกต้องมากนักมาเป็พนักงานบริการเสิร์ฟอาหารเครื่องดื่มทำไม ไม่ไปเป็ผู้พิพากษาเลยเสียล่ะ?”
“สักวัน ชั้น ได้เป็แน่นอนอยู่แล้ว”
“ชิ ยัยน้องนอกไส้ ชอบเข้าข้างคนอื่นเห็นขี้ดีกว่าไส้”
“พอเถอะ อย่าเถียงกันเลยเดี๋ยวผู้จัดการได้ยินจะโดนตำหนิทำไมพวกเราต้องมาทะเลาะกันเพียงเพราะผู้ชายต่ำทรามคนเดียวด้วย”
“ให้มันจริงเหมือนที่พูดเถอะ ชั้นเห็นมาเยอะและพวกปากแข็งแต่บั้นท้ายอ่อนพริ้ว ทุกครั้งเมื่อโดนเขาััเข้าจริงๆ”
“อุ๊ย…!... นั่นปากพี่เหรอที่พูดออกมาน่ะทุเรศ”
“อีน้อง ไม่รักดี”
“พอ ๆ ๆ อิงฮวา ไปกินข้าวต้มกันเถอะ”
“ได้ ๆ ๆ กำลังหิวพอดี รีบไปก่อนที่ร้านจะปิดคนอื่นห้ามตามมานะ”
อิงฮวา เกาะแขนของต้าเหนิง ที่เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเป็เพียงเสื้อยืดและกางเกงวอร์ม สบายๆ ตามสไตล์ของต้าเหนิงแล้วเดินออกจากผับที่ไร้คนท่องราตรีเพราะขณะนี้ผับปิดแล้วขณะนี้เวลาเกือบจะเข้าตีสี่ ที่ร้าน ข้าวต้มทางกลับห้องพักของต้าเหนิงซึ่งมีอิงฮวา ตามมาขออาศัยนอนด้วยทุกคืน เพราะไม่อยากกลับบ้านไปทะเลาะกับพี่สาวอีก เมื่อถึงร้านข้าวต้ม ทั้งสองสาวก็สั่งอาหารเหมือนเดิมประจำทุกครั้งที่เคยมา ข้าวต้มถูกตักเข้าปากเล็ก ๆของผู้หญิงที่ทำงานมาเหน็ดเหนื่อย และหิวโหย ทำแล้วคำเล่า โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครคนหนึ่งบังเอิญจอดรถคันหรูมายืนสูบบุหรี่อยู่ใกล้ๆกับร้านข้าวต้มข้างทางที่เดียวกันนั้น ภาพของ หญิงสาวที่กำลังตักข้าวต้มเข้าปากนั้นต่างจากคนที่อยู่บนเวที อย่างกับคนละคน ใบหน้าสดไร้ซึ่งเครื่องสำอางใดๆ แต่ริมฝีปากยังคงมีสีชมพูตามธรรมชาติ ที่สรรสร้างความงามให้กับเธอโดยไม่ต้องแต่งเติมใด ๆ ภาพอันวิจิตรตระการตานั้น ทำให้ผู้ที่ยืนมองไม่กล้าที่จะกระพริบตา จางิ่มั่นใจว่า เมื่อเขาเดินเข้าไปยื่นข้อเสนอให้นางโชว์คนนั้นอีกครั้ง เธอต้องดีใจจนเนื้อเต้นแน่ ๆ ร่างสูงสง่า เดินผ่านลูกค้าที่กำลังนั่งกินข้าวต้มอยู่กันหลายโต๊ะไม่มีเลยแม้สักคนที่จะไม่มอง บุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลา คนนี้แม้แต่บุรุษด้วยกันก็ยังมองด้วยความอิจฉา เก้าอี้ที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ จางิ่หยิบเลื่อนเข้ามานั่งใกล้ๆกับหญิงสาว พร้อมกับกระซิบข้าวหูของเธอโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ต้าเหนิงหน้าแดงก่ำเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกขุ่นเคืองจนเธอทนกับความไร้ซึ่งมารยาทที่มีต่อหญิงสาว กับสายตาที่ดูแคลนจับจ้องมาที่ใบหน้าของเธอต้าเหนิง ทนความป่าเถื่อนของเขาไม่ไหวจริงๆแล้วในครั้งนี้ ข้าวต้มที่เธอกำลังจะตักอยู่ในถ้วยใหญ่ที่เพิ่งจะสั่งมาร้อนๆ ราดเทลงบนศีรษะของเขาคนในร้านต่างมองมาที่โต๊ะของหญิงสาวเป็จุดเดียว
“ตะ…ต้าเหนิง เธอทำอะไรน่ะ รู้หรือเปล่าว่าเขาเป็ใครเธอหาเื่ใส่ตัวแล้ว”
“รู้สิ ใหญ่แล้วไงวะ ใหญ่แล้วสามารถดูถูกผู้หญิงที่ทำมาหากินสุจริตอย่างนี้นะหรือต่อแกควักปืนมายิง ชั้นด้วยความไม่พอใจ ชั้น ก็ไม่กลัวหรอกเพราะคนอย่างฉันไม่เคยกลัวตาย ดีกว่าต้องเสียศักดิ์ศรีให้กับคนเช่นนี้ และจำไว้ด้วยนะว่าผู้หญิงบนโลกนี้แกอาจจะสามารถใช้เงินซื้อได้ ทั้งตัวและศักดิ์ศรีแต่ไม่ใช่คนอย่างชั้น อาแปะ เก็บเงินที่ผู้ชายคนนี้เลยนะ”
ต้าเหนิง รีบพาอิงฮวา ที่ใจนถือตะเกียบและถ้วยข้าวต้มติดมือกลับไปด้วยอย่างกลัว ๆ และลนลานสุดขีด เป็ครั้งที่สอง ที่จางิ่รู้สึกเสียหน้าและครั้งนี้มิใช่แค่เสียหน้าอย่างเดียว แต่รู้สึกร้อน จากการถูกข้าวต้มร้อน ๆราดลงบนศีรษะและลำตัวจนแดงเถือก และก็อับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี กับสายตาทุกคู่ของคนที่อยู่ในบริเวณนั้น จ้องมองมาที่เขา จางิ่วางเงินไว้ปึกหนึ่งโดยที่ไม่นับเลยแล้วก็รีบออกไปอย่างเร็วไวในทันทีอาแปะร้านข้าวต้ม รีบหยิบเงินขึ้นมาแล้วทำท่าจะตามเอาเงินไปคืนเพราะรู้สึกว่ามันมากเกินไป แต่ทว่า จางิ่ได้โบกมือเป็สัญญาณว่าไม่ต้องนำมาคืนแล้วก็รีบขึ้นรถไปทั้ง ๆที่บนร่างกายมีแต่ข้าวต้มอยู่ทั้งตัวและหัวหูเต็มไปหมดจางิ่ กลับบ้านไปด้วยอารมณ์ที่โกรธและแค้นมาก คิดอยากจะตบเธอคนนั้นสักฉาดเพื่อเป็การสั่งสอน แต่ก็ไม่อาจจะทำได้ เพราะสายตาผู้คนมากมายจับจ้องมาที่เขา จางิ่ สบถด้วยถ้อยคำหยาบคายออกมาหลายครั้งเพื่อระบายอารมณ์โกรธที่มีต่อเธอ
“นัง ตัวแสบ คิดผิดแล้วที่กล้าทำกับคนอย่างชั้นคอยดูเถอะแล้วเราจะได้เห็นดีกัน”
อิงฮวา ยังไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรถึงทำให้เพื่อนสาวโกรธจนเทข้าวต้มราดบนศีรษะของบุตรรูปงามคนนั้น
“นายคนหล่อนั่น มาเฟียนะ เธอไม่กลัวเหรอเขาอาจจะมาแก้แค้นเธอก็ได้ เขาพูดอะไรให้เธอโกรธขนาดนั้น?”
“ไอ้คนใจพาลสันดานหยาบนั่น มันบอกว่า ชั้น ทำอาชีพนี้ผ่านผู้ชายมานับร้อย แต่ทำเป็เล่นตัวเพื่อโก่งราคา มันถามว่าอยากได้เท่าไหร่ ?”
“เธอก็บอกกับเขาไปดี ๆก็ได้นี่ว่าเราไม่ได้ทำอาชีพอย่างว่าเราเพียงแต่เป็นางโชว์ เพื่อแลกกับเงินส่งเสียตัวเองร่ำเรียนเขาก็น่าจะเข้าใจอยู่นะ”
“โลกสวยเกินไปแล้ว อิงฮว า ครั้งก่อนชั้นพูดอย่างชัดเจนแล้ว มันก็หาว่าชั้นโก่ง ราคาค่าตัว ถ้าเราไปเล่าเื่ส่วนตัวให้มันฟังมันก็จะหาว่าเราดึงดราม่า เรียกร้องความสงสารอีก คนแบบนั้นไม่เคยมองคนอื่นในแง่ดีได้หรอก”
“แต่ฉันเป็ห่วงเธอ ต้าเหนิงผู้ชายคนนั้นมีอิทธิพลแค่ไหนเธอเองก็รู้ไม่ใช่เหรอ?”
“ ก็แล้วไงล่ะ ชั้นโชคร้ายเอง ที่มีรูปร่างหน้าตาเป็ภัยกับตัวเอง”
การกระทำที่กล้าบ้าบิ่นคาดหวังว่าเมื่อทำลงไปแล้วเขาจะไม่มาตอแยเธออีกการกระทำต่อต้านหนึ่งในครั้งนี้นั้น ได้ปลุกอารมณ์ความโกรธเกรี้ยว และความแค้น ของจางิ่ให้ลุกขึ้นและคนอย่างเขาจะไม่ยอมปล่อยเื่นี้ไปง่าย ๆ แน่ ต้าเหนิง ไม่รู้เลยว่าหลังจากวันนี้ไปชีวิตของเธอจะยุ่งยากวุ่นวายแค่ไหน จางิ่กลับมาถึงบ้านอย่างหัวเสีย
“นายครับ นายไปโดนอะไรมา?”
“นังผู้หญิงคนนั้น กล้าดีอย่างไรมาท้าทายกูจะเอาคืนมันให้สาสม คอยดูเถอะ เอารถไปเก็บในโรงรถให้ด้วย”
จางิ่ โยนกุญแจให้กับ เจียวหลงแล้วรีบเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่โตมโหฬาร ของเขาเขาเดินขึ้นบันไดที่บุปูด้วยหินแกรนิตอย่างดี ราวบันไดสีทองเงาวิบวับอย่างกับพระราชวังก็ไม่ปาน ในขณะที่จางิ่กำลังอาบน้ำ ล้างตัวอยู่นั้นเขากำลังมีแผนการร้ายบางอย่าง ก่อเกิดขึ้นอยู่ภายในใจของเขา
“ต้าเหนิง นังสารเลวยังไม่รู้สินะว่าฉันสามารถทำอะไรกับเธอได้บ้างไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธความ้าของชั้นได้”
แววตาคมฉายแวว ดั่งเสือที่ดุร้ายและหิวโหยพร้อมที่จะขย้ำกัดกินเหยื่อได้ทุกเมื่อ พระอาทิตย์โผล่ขึ้นขอบฟ้ามาได้เพียงนิดต้าเหนิง รีบลุกขึ้นงัดร่างออกมาจากที่นอนอย่างยากลำบาก เพราะเมื่อคืนเธอกับอิงฮวา กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบรุ่งสางแล้ว
“วันนี้ขอหยุดสักวันไม่ได้เลยเหรอ ต้าเหนิงตาของตาของชั้น มันไม่ยอมเปิด”
“ไม่ได้ ขาดเรียนบ่อย ๆเดี๋ยวก็ไม่จบหรอกนะคุณผู้พิพากษา “
“อื้อ…ก็ได้แต่จะเรียนรู้เื่หรือเปล่าล่ะสมองเบลอไปหมดแล้ว”
“ต้องไหวสิเรียนจบก็สบายแล้วเหลืออีกแค่ปีเดียวสู้ๆสิ”
อิงฮวาบิดี้เีตัวแทบจะม้วนเป็เกลียวด้วยอาการเมื่อยและเหนื่อยจากการทำงานเมื่อคืนนี้ เธอเดินเสิร์ฟน้ำและอาหารทั้งคืน ได้เงินน้อยกว่าเป็นางโชว์หลายเท่านัก อิงฮวา ไม่ชอบสายตา เล้าโลมคล้ายๆว่าบุรุษหื่นกระหายพวกนั้นกำลังจินตนาการบางอย่างเกี่ยวกับเรือนกายของเธอและสตรีทุกคนที่กำลังโชว์ว่าหวิวอยู่บนเวทีนั้น อิงฮวา จึงไม่ยอมเป็นางโชว์ทั้ง ๆที่เธอก็มีดวงหน้าที่สวยงามไม่แพ้พี่สาว เหม่ยกุ้ย ฝันหวานถึงจางิ่ บุรุษในฝันของเธอและเธอมั่นใจว่า เมื่อจางิ่ ได้มีโอกาสมีความสัมพันธ์กับเธอแม้เพียงสักครั้งเขาจะต้องหลงในรสสวาท ของเธอเป็แน่ และเมื่อนั้น เหม่ยกุ้ยจะทำให้ตัวเองมีลูกกับเขาให้ได้ ค่ำคืนในเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับไหล แสงสว่างบนท้องถนนยังคงเปล่งแสงไฟระยิบระยับตาภายในผับที่ต้าเหนิง ทำงานอยู่นั้น จางิ่ มาเฝ้ารอผู้หญิงที่เขาแค้นเคืองจนแทบจะฉีกเนื้อเธอออกจากร่างกายเป็ชิ้น ๆแต่เขานั่งอยู่ตรงนั้นมานานแล้วก็ไม่เห็นว่าเธอจะขึ้นโชว์เลยสักที จางิ่ ให้เฟยลู่ไปตามหา จนเมื่อเฟยลู่กลับมา เขาตรงเข้ามารายงานกับผู้เป็เ้านายว่า
“นายครับ วันนี้ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มาทำงานครับ”
“ นังสารเลว คิดจะหลบหน้ากูอย่างนั้นเหรอ?”
จางิ่กระดกน้ำสีเหลืองอำพันที่อยู่ภายในแก้วอย่างบ้าคลั่ง เมื่อรู้ว่าเธอคิดจะหลบหน้าเขา เหม่ยกุ้ยเห็นเช่นนั้นในขณะที่กำลังโชว์อยู่บน เวทีเธอเดินตรงเข้ามาหาเขาหลังจากที่โชว์เสร็จแล้ว
“คุณจางิ่ ้าเพื่อนดื่มไหมคะ ?”
“นางโชว์รับจ้างดื่มด้วยเหรอ?”
“เปล่าค่ะ แต่เหม่ยกุ้ยอยากจะดื่มเป็เพื่อนคุณค่ะ”
เมื่อมี่หญิงสาว เข้ามาและมีทีท่าว่าจะ อ่อยเขาชายหนุ่มไม่รีรอ เพราะเขารู้จุดประสงค์ จากหญิงสาวที่ชื่อเหม่ยกุ้ยนางโชว์รูปร่างบางเซ็กซี่ ซึ่งมันแน่นอน อยู่แล้วว่ามันต้องไม่จบอยู่ที่การดื่มเพียงในผับแห่งนี้เป็แน่
“ผมไม่ชอบอะไรที่มันอ้อมค้อมอยากนอนกับผมอย่างนั้นหรือ ?”
เหม่ยกุ้ย ทำท่าทางเอียงอาย ก้มหน้า ไม่ตอบอะไรแต่ทว่า จางิ่ถือว่า นั่นคือคำตอบที่เธอให้กับเขา
“เจียวหรง จัดการที่เหลือด้วยเดี๋ยวชั้นขับรถกลับเองได้”
จางิ่วางเงินไว้ให้ลูกน้อง เพื่อดื่มกันต่อและจ่าย ที่ค้างจ่ายไว้บนโต๊ะ รวมถึงค่าบริการของพนักงานด้วย เหม่ยกุ้ยมองใบหน้างดงามหล่อ เรือนร่างกำยำล่ำ ในคืนนี้เธอจะได้เขาดั่งที่ตั้งใจไว้ ในขณะที่เขากำลังขับรถพาหญิงสาวไปที่โรงแรมแห่งเดิมจางิ่มองหญิงสาวที่ ยั่วยวนด้วยท่าทาง บิดกายไปมาให้เขาได้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในขาว ๆ อวบ ๆ วับแวม สายตาของชายหนุ่มลุกร้อนด้วยไฟราคะ