(กลับมาในห้องตรวจ)
“อ่ะ..อื้ม!”
เสียงกระแอมของคนไข้ดังขึ้น หลังจากฟังเสียงเจื้อยแจ้วของคุณหมอสาวั้แ่เปิดประตูเข้ามา แต่แล้วก็แน่นิ่งไปหลายนาที
“อ๊ะ..อ้อ..ค่ะ..ขอโทษค่ะคนไข้”
หมอน้ำแข็งตื่นจากภวังค์รีบโค้งตัวขอโทษ พร้อมกับเตรียมสวมถุงมือใส่ผ้าปิดจมูก แล้วเดินมานั่งลง ก่อนจะยกมือเลิกเสื้อของคนไข้ขึ้นเพื่อดูรอยสัก
“ขออนุญาตนะคะคนไข้”
“ครับ”
เพียงเปิดรอยสักที่คนไข้้าจะลบ คุณหมอสาวถึงกับกระตุกวูบไปชั่วครู่ ขณะที่หัวใจกลับเต้นสั่นระรัว
ในขณะเดียวกัน สายตาคนไข้ที่ปกปิดใบหน้าเอาไว้ด้วยผ้าปิดจมูก ก็เอาแต่จ้องมองใบหน้าแสนสวยของคุณหมออยู่ตลอด ด้วยหัวใจเต้นสั่น จนต้องพยายามกดข่มลมหายใจให้ปกติแทบไม่ไหว
“ลายสวยดีนะคะ”
คุณหมอส่งเสียงสั่น แม้พยายามควบคุมแล้ว แต่เพราะรอยสักที่เห็นมันอาจดูธรรมดา แต่ทว่าบังเอิญเกินไปไหม ที่จะมีคนชื่อเดียวกับตน และยังสักอยู่บนเครื่องหมายอินฟินิตี้ ที่แปลว่าไม่มีที่สิ้นสุด หรืออีกอย่าง คือตลอดกาล ตลอดไป แล้วยังลากเส้นม้วนตรงปลาย ให้ดูคล้ายรูปหัวใจ แปลความหมายง่ายๆ ว่า รักน้ำแข็งตลอดไป
“ครับ”คนไข้ตอบเสียงเบา
“หมอขออนุญาตถาม หากคนไข้ไม่สะดวกไม่เป็ไรนะคะ”
คุณหมอพยายามกดข่มความคิด แล้วหันมาควบคุมน้ำเสียงพยายามซักถามคนไข้ต่อ เพื่อเป็ข้อมูลในการรักษา ทั้งที่สมาธิยังจดจ่ออยู่กับลายสัก จนอยากจะถามออกไปตรงๆ แต่ก็กลัวคำตอบ
“ครับ”
“สักมานาน....เอ่อ..”
“9ปีครับ”
หลังจากเลิกราและรู้ว่าน้ำแข็งกรีดข้อมือตัวเอง ด้วยความเสียใจ เวหาก็ยิ่งโทษตัวเองที่ทำให้น้ำแข็งเจ็บ เขาทำร้ายตัวเองต่างๆนานา ทั้งชกต่อยกำแพงจนมือแตก ส่งผลให้ต้องหยุดเล่นบาสไปเป็เดือน
แต่อยู่มาวันหนึ่ง เพื่อนในชมรมก็ไปสักแขนมาใหม่ ลายดูแปลกตา จนเขาได้ถามไถ่ได้ความว่า สักลายกลบทับชื่อแฟนเก่าที่เขาทิ้งไป นั่นจึงทำให้เวหาเกิดความคิดบางอย่าง เพียง้าประกาศให้โลกรู้ ว่าเขาจะรักน้ำแข็งมากแค่ไหน
แต่ใครมันจะไปคิดว่า รอยสักในตอนนั้นจะคงอยู่ได้นาน จนถึงวันนี้ ที่เ้าของชื่อได้มาพบเห็น จึงเป็เหตุข้ออ้างอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับมีคนขีดเขียนบท ให้เขาได้มาที่นี่ ด้วยวิธีอ้าง ว่ามาลบเลือนรอยสัก อย่างที่คลินิกนี้มีการรักษาอยู่พอดี
“อ้อ..ค่ะ การลบอาจเหลือรอยนูน คล้ายแผลเป็จางๆ ต้องรักษาต่อเนื่อง จนกว่าิัจะผลัดเซลล์ผิวใหม่ หลังเลเซอร์แล้วหมอจะประเมินอีกครั้ง และอาจต้องมาทำซ้ำและกระตุ้นเซลล์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ หมอไม่บังคับ”
“ครับ”
“คนไข้มีข้อสงสัยก่อนการรักษา สามารถซักถามหมอได้นะคะ”
คุณหมอสาวปรับตัวเอง ให้กลับเข้ามาทำหน้าที่คุณหมอ มองรอยสักเป็เพียงล่องลอย ที่คนไข้ไม่อยากเก็บเอาไว้ แต่แล้วคำตอบทุกอย่างที่เฝ้าสงสัยก็ถูกเฉลย
“หมอเคยรักใครมาก จนลืมไม่ได้...ไหมครับ”
“อ๊ะ!..คนไข้..ไม่เป็ไรนะคะ..หมอเข้าใจ บางรายมาลบออกทั้งที่ยังรัก บางคนก็ลบไปร้องไห้ไป ฮาๆ คนไข้คงมีความทรงจำกับรอยสัก..แต่ก็ไม่อยากเก็บไว้แล้ว”
หมอน้ำแข็งพยายามเก็บซ่อนความหวาดหวั่นไว้ ภายใต้คำอธิบายและปลอบโยนคนไข้ อย่างที่หมอทำเป็ประจำ ทั้งที่รู้ว่าจุดประสงค์ของคนถามคืออะไร
“ครับ..รักมาก..มากจนไม่คิดจะลบ”
“หมอเข้าใจและไม่บังคับ หากจะเก็บไว้..เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ”
“ผมไม่คิดจะลบ..แค่อยากให้เขารู้”
สิ้นเสียงพูดทั้งห้องก็เงียบกริบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังขับกล่อมเบาๆ ในขณะที่หัวใจของทั้งหมอและคนไข้เต้นสั่นระรัว ก่อนที่คุณหมอจะลุกขึ้นยืนหายใจเฮือกใหญ่ทั้งตัวสั่นเทา แน่ชัดแล้วว่าคนไข้เป็ใคร
“กาย!”
เวหายกมือขึ้นถอดผ้าปิดจมูกออก จ้องมองคนที่ยืนตัวสั่นเทาน้ำตาคลออยู่ตรงหน้าอย่างคะนึงหาทั้งหัวใจ
เขาวางแผนวันนี้มาเกือบเดือน หลังจากมีอยู่วันหนึ่ง เมื่อเดือนก่อน เขามาพบลูกค้าแถวนี้ ระหว่างขับรถเพลินๆบังเอิญมองเห็นป้ายคลินิก ครั้งแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ก็สะดุดใจตรงชื่อ เขากลับไปค้นหา จนได้รู้ว่าเ้าของเป็ใคร หลังจากนั้น เขาก็แอบมาซุ่มดูอยู่หลายครั้ง และยังจ่ายตังค์ให้ลูกน้องมาลองใช้บริการ จนได้รู้แน่ชัดว่าใช่ คนที่หัวใจอยากเจอ
“น้ำแข็ง”
สองคนยืนจ้องมองกันและกันไม่มีคำพูด ก่อนที่เสียงพยาบาลสาวข้างนอกจะเอ่ยขึ้นที่หน้าประตู
“ขออนุญาตค่ะคุณหมอ”
“เชิญค่ะ”
“อ๊ะ!..คนไข้...”
พยาบาลสาวเดินเข้ามา เพื่อดูแลคนไข้ช่วยคุณหมอในการรักษา ถึงกับใ เมื่อเห็นคุณหมอกับคนไข้ ได้แต่ยืนจ้องกันอยู่
“คนไข้เปลี่ยนใจ รบกวนดูแลต่อด้วยนะคะ”
“อ้อ..ค่ะ”
“คุณหมอรู้แล้วนะครับ หวังว่า..จะรับไว้”
เวหาเอ่ยตามหลังคุณหมอ ที่กำลังจะก้าวเดินออกจากห้อง ด้วยน้ำเสียงนุ่ม พร้อมกับท่าทางที่สุขุมดูสุภาพเป็ผู้ใหญ่ ไม่วู่วามเหมือนแต่ก่อน ทำให้พยาบาลมองว่าเป็การสนทนาปรึกษาคุณหมอปกติอย่างสนิทใจ ขณะที่คุณหมอสาวร่างบาง ถึงกับชะงักเท้าหยุดนิ่ง เพื่อรับฟังเพียงครู่ ก่อนจะเปิดประตูก้าวเดินออกไป