ตอนที่ 6 แม่สื่อ (1)
เมื่อซย่าเสี่ยวฉานแต่งงาน พวกร้านค้าก่อนหน้านี้ที่ทำเงินให้นางย่อมไม่อาจใช้เป็สินเดิมได้ พี่สะใภ้ของซย่าเสี่ยวฉานอยากเป็ผู้ดูแลธุระในบ้านเวลาตัดสินใจและใช้จ่ายเงินมือเติบมานานแล้ว นางแทบอยากให้น้องสาวคนนี้แต่งออกไปเร็วๆ ใจจะขาด จะได้มีเหตุผลเหมาะๆ ในการฮุบสมบัติของตระกูล ทันใดนั้นจึงช่วยโหมคลื่นลมอยู่อีกด้าน
ส่วนการแต่งงานครั้งนี้จะดีหรือไม่ นางจะมีชีวิตอันแสนสุขหรือเปล่า จุ๊ๆ คนตระกูลซย่าไม่สนใจหรอก
แต่ว่าตอนนี้ เื่นี้ถูกเลื่อนให้เร็วขึ้นมาสองปี ทำให้ซย่าเสี่ยวฉานประหลาดใจจริงๆ เกิดความผิดพลาดบางอย่างขึ้นในระหว่างนั้นใช่หรือไม่
มารดาของหลี่ฉงเหวินเป็คนหัวสูงคนหนึ่ง ในใจมองว่าลูกชายของตนเป็บุรุษที่ดีเลิศที่สุดในโลก เกรงว่ากระทั่งพระธิดาของฮ่องเต้ก็ยังไม่คู่ควรกับบุตรชายนาง ไม่ต้องพูดถึงซย่าเสี่ยวฉานที่ตอนนี้เป็เพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง
ส่วนน้องสาวสองคนของหลี่ฉงเหวินน่ะหรือ
น้องสาวทั้งสองคนถูกอบรมบ่มเพาะให้หยิ่งยโสมาั้แ่เด็ก ย่อมไม่เห็นด้วยกับการแต่งสาวชาวนาเช่นตนแน่
ความคิดของทั้งคู่ก็เหมือนบิดามารดาของพวกนาง รู้สึกว่าพี่ชายของตนความสามารถเปี่ยมล้น เป็คนเหนือคนมาั้แ่เกิด จะวิวาห์กับจวิ้นจู่[1]หรือองค์หญิงก็ได้ทั้งนั้น พี่ชายของพวกนางพิเศษโดดเด่น ในภายภาคหน้าต้องสอบผ่านเป็จ้วงหยวน[2]และได้เข้าวังเป็ขุนนางแน่นอน แล้วจะให้หลี่ฉงเหวินแต่งกับหญิงสาวชาวนาธรรมดาคนหนึ่งได้อย่างไร
หรืออย่างน้อยที่สุด คุณหนูตระกูลนายอำเภอผู้นี้ หรือคุณหนูจากตระกูลบัณฑิตสำนักฮั่นหลินที่กลับบ้านเกิดผู้นั้น ก็ล้วนตบแต่งกับเขาได้ทั้งสิ้น
ดังนั้นเื่ที่เขาอยากแต่งกับตน ย่อมต้องไม่ใช่ความคิดของบิดามารดาหรือพี่น้องของหลี่ฉงเหวินแน่
เช่นนั้นก็เหลือแค่ข้อสันนิษฐานเดียวแล้ว
ที่้าแต่งงานกับตน ไม่ใช่ความคิดของใครอื่น แต่เป็ความคิดของตัวหลี่ฉงเหวินเอง
หลี่ฉงเหวินในตอนนี้กำลังอยู่ใน่ทะเยอทะยานและภาคภูมิใจในตัวเอง จะมาคิดอยากได้นางเป็ภรรยาได้อย่างไร
แท้จริงแล้ว สาเหตุที่หลี่ฉงเหวินเลือกนาง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แค่อยากหาแรงงานที่ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างสักคน ให้มาคอยปรนนิบัติรับใช้เื่กินเื่ดื่มแก่ตัวเองและครอบครัวเท่านั้น
พอคิดถึงความเป็ไปได้นี้ สีหน้าของซย่าเสี่ยวฉานพลันเปลี่ยนไป เป็ไปได้หรือไม่ว่า...หลี่ฉงเหวินผู้นี้ก็ย้อนกลับมาเหมือนกัน
นั่นสิ ขนาดนางยังย้อนกลับมาได้ แล้วเหตุใดหลี่ฉงเหวินจะย้อนกลับมาไม่ได้
ทว่า ในเมื่อหลี่ฉงเหวินเกลียดชังตนถึงเพียงนั้น เหตุใดถึงยังอยากแต่งงานกับตนอีก หรือคิดจะหา ‘ข้ารับใช้ที่ไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง’ สักคนมาปรนนิบัติครอบครัวของเขาเหมือนในชาติที่แล้ว
ด้วยเหตุนี้ ซย่าเสี่ยวฉานจึงทำได้เพียงหัวเราะ ‘เหอะๆ’ เท่านั้น
ในชาตินี้ ตนจะไม่มีทางไปคลุกคลีกับครอบครัวนั้นแน่นอน
หลังจากเฉินซื่อเอะอะโวยวายไปหนึ่งยก แม่เฒ่าซย่าที่อยู่ข้างๆ ก็กลอกตารอบหนึ่ง นางแค่นเสียงเ็า เอ่ยถามแม่สื่อว่า “เช่นนั้นครอบครัวหลี่ซิ่วไฉให้สินสอดเท่าไร”
หากสินสอดมากพอ ก็ใช่ว่าจะให้นางเด็กตัวดีนี่แต่งกับคนตระกูลหลี่ไม่ได้ แน่นอนว่าหากสินสอดน้อย นางย่อมไม่ตกลงแน่ นางเด็กซย่าเสี่ยวหงยังขายได้ตั้งสิบสองตำลึง ดังนั้นนางเด็กชั้นต่ำซย่าเสี่ยวฉานอย่างน้อยก็ต้องขายได้สิบสองตำลึงถึงจะถูก ขอเพียงมีเงินก้อนนี้ ลูกชายคนรองซย่าเอ้อร์หู่ก็แต่งภรรยาได้แล้ว
ตอนนี้เองก็ได้ยินแม่สื่อกล่าวอย่างติดจะดูถูกว่า “โอ้ คนเช่นหลี่ซิ่วไฉ บุตรสาวบ้านเ้าแต่งกับเขาไปก็จะได้เป็ฮูหยินซิ่วไฉทันที รอจนต้นใบไม้ผลิปีหน้า เมื่อหลี่ซิ่วไฉสอบผ่านระดับมณฑล บุตรสาวเ้าก็จะเป็ฮูหยินจวี่เหริน[3]แล้ว ส่วนบ้านฝั่งภรรยาอย่างพวกเ้า พวกเขาเองก็ไม่้าสินเดิม จุ๊ๆ แล้วพวกเ้ายัง้าสินสอดอีกหรือ”
เชิงอรรถ
^ ตำแหน่งเชื้อพระวงศ์หญิงลำดับรองจากองค์หญิง^ หมายถึงผู้ที่สอบได้เป็นอันดับหนึ่งในการสอบรับราชการ (เคอจวี่)^ ตำแหน่งผู้ที่สอบผ่านระดับมณฑล การสอบจวี่เหรินจัดขึ้นทุกสามปี