บทที่ ๒๗ : รับภารกิจ
ทั้งสามคนผู้นั่งอยู่ในห้องประชุมต่างมองหน้ากันไปมา ไม่นานนัก... ชายชราหนวดยาวก็เอื้อนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันใน่นาทีหนึ่ง
“คงเป็วาสนาอันหาที่สุดไม่ได้สกุลอี้ที่ไม่มีปราณบ่มเพาะเลยสักคน แต่มาวันนี้กลับมีตัวตนเฉกเช่นคุณหนูปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง” เงาร่างตาแก่เ้าของโรงงานผลิต ’เครื่องดื่มชูกำลัง’ ลุกออกจากเก้าอี้ พลางสาวเท้าก้าวเดินไปชมวิวที่หน้าต่างขนาดมหึมาของโรงแรม
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ขอรับท่านเล่าไป๋ หากคุณหนูไม่มีปราณบ่มเพาะปรากฏออกมา พวกเราก็คงไม่รู้ว่าคุณหนูเป็คนจากโลกนู้นถึงแม้คุณหนูจะเปิดประตูมิติข้ามมาที่แห่งนี้ได้ก็ตาม” พ่อครัวเซี่ยงเฉิงสำทับใบหน้าอวบอูมั์ตาเล็กหยียังคงจ้องมองฟางเซียนอย่างมีความหวัง
“อาคมสลายปราณของหรานหนานส่งต่อผูกพันถึงดวงจิตมีผลให้ดวงจิตของทุกคนในสกุลอี้ไร้ปราณจะว่าไปแล้วมันก็ไม่มีผลต่อร่างกายเท่าใดนัก” ชายชราหันมามองเฟยหลงอยู่ครู่หนึ่งใบหน้ายิ้มอ่อนเอ็นดูหญิงสาวปรากฏขึ้นจางๆ “จะอย่างไรก็แล้วแต่ดูเหมือนว่าสำนักาจะยังไม่สิ้นผู้สืบทอดเสียทีเดียว”
“ที่พวกคุณลุงพูดมาฟังดูก็พอเข้าใจได้ แต่ฉันยังคงมีความสงสัยทำไมเทพหรานหนานถึงต้องแต่งตั้งโอรส์อะไรบ้านั่นมาคอยปราบปีศาจที่เกิดขึ้นจากสำนักของตัวเองล่ะ”ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวค้ำคางลงบนโต๊ะประชุมอีกครั้งในตาหรี่ลงเพื่อหาคำตอบ “มันโคตรจะแปลกเลยไม่ใช่เหรอถ้าเทพที่ว่าเป็คนไม่ดีจริงๆ”
ชายชราและพ่อครัวอ้วนหันมามองหน้ากันก่อนที่หนึ่งในนั้นจะสนทนาตอบกลับเฟยหลงแบบให้เหตุผล
“ใครๆก็รู้ ว่าปีศาจมันควบคุมไม่ได้ แม้แต่หรานหนานเอง ก็มิบังอาจควบคุมได้คนที่ธาตุไฟเข้าแทรกจนกลายร่างเป็ุ์พวกนั้นล้วนไม่มีสติ ไม่มีปัญหารู้จักแต่การทำลายล้างเท่านั้น หากไม่ยับยั้งหรือทำสิ่งใดล่ะก็โลกทั้งโลกคงไม่เหลือสิ่งมีชีวิตอะไรให้ปกครองอีกเลย” เล่าไป๋เดินตรงกลับมานั่งที่เก้าอี้“หากต้องโลกโดยที่ไม่มีอะไรเหลือเลย... เป็คุณหนูคุณหนูจะทำอย่างไรล่ะ?”
เฟยหลงลูบคางแบบเข้าใจศีรษะผงกโยกขึ้นลงถึงความหมายที่อีกฝั่งฝ่ายชี้แจง “มิน่าล่ะ ถึงต้องแต่งตั้งหุ่นเชิดมาคอยปราบปรามเหล่าปีศาจ แล้วให้คนอื่นๆ คอยเรียกตัวเองว่าเทพ”
“มันเป็เพียงลูกไม้แบบเดิมขอรับเพื่อจะคอยควบคุมใครสักคน ก็ทำพิธีรีตองให้ดูเหมือนยิ่งใหญ่ มีการส่งมอบตรา์ที่แทบไม่มีประโยชน์อะไร เมื่อทุกคนคิดว่ามันคือการอวยพรจากทวยเทพเพื่อปกป้อง ทีนี้ก็สามารถบัญชายัดเยียดภาระหน้าที่ให้คนอื่นพึงกระทำแทนได้แล้ว” พ่อครัวเซี่ยงเฉิงพูดพลางหัวเราะ “อย่าว่าแต่ที่โลกนู้นเลยขอรับโลกใบนี้เองก็มีรูปแบบคล้ายกันนัก”
เฟยหลงลุกขึ้นยืนเอามือไพล่หลังใบหน้าสะสวยฉีกยิ้มมุมปาก
“ฉันพอจะรู้แล้วว่าพวกคุณมาพบกับฉันทำไม” ร่างระหงนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยปากเสริมว่า “ปลดอาคมแห่งหรานหนานแล้วพาทุกคนในสำนักากลับโลกเดิม?”
ชายแก่กับพ่อครัวอ้วนจ้องมองฟางเซียนด้วยสายตาชื่นชมทว่าเล่าไป๋กลับส่ายศีรษะไปมาเป็เชิงปฏิเสธ “เดิมทีแล้วพวกเราไม่เคยคิดจะกลับไปที่นั่นเลยขอรับโลกแห่งนี้พวกเราอยู่เสียจนกลายเป็บ้านของพวกเราไปแล้วสิ่งที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ ความบันเทิงต่างๆ ทันสมัยกว่ามาก แต่พวกเราก็มิอาจทนปล่อยให้โลกที่เราจากมาพังพินาศลงได้”
“แล้ว!พวกคุณ้าอะไร” เฟยหลงขมวดคิ้วเสียจนยับยู่ใบหน้าฉงนงงงวยเล็กน้อย
“ถ่ายทอดความรู้จากสำนักาให้คุณหนูเพื่อให้คุณหนูกลับไปฟื้นฟูสำนักาขึ้นมาอีกครั้ง และอยากให้คุณหนูกำจัดปีศาจรวมถึงตัวเทพหรานหนานลงให้หมดสิ้นเพื่อความสงบสุขของโลกใบนั้นสืบต่อไป”เล่าไป๋หันมาเอื้อนเอ่ย
เฟยหลงทำหน้าบอกบุญไม่รับั์ตาหรี่ลงแบบไม่สบอารมณ์ “หือ...ไม่รู้ว่าฉันคนเดียวจะทำอะไรแบบนั้นได้สักหน่อย ฟังดูแทบเป็ไปไม่ได้เลยสิ ในตอนนี้...ให้ลอบเข้าไปปลดอาคมคำสาปยังจะง่ายเสียกว่า”
“อาคมที่สาปพวกเราไว้ก็คือปีศาจทุกตัวบนโลกใบนั้นแหละขอรับจะมีปีศาจหลักๆ ที่เป็เสาของอาคมทั้งหมด ๑๘ เสาพวกมันอาจจะเก่งกว่าหรานหนานเสียอีกกระมัง เพราะกลืนกินิญญามนุษย์มาช้านาน”พ่อครัวอ้วนสาธยาย “กระผมเองก็อยากกลับไปช่วยอยู่หรอกแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรได้”
“ตั้ง๑๘ ตัว แถมเก่งกว่าหรานหนาน? ว่าแต่หรานหนานนี่เก่งขนาดไหนอ่ะ” เฟยหลงทวนคำ ก่อนจะลูบคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อืม...นี่อาจจะเป็ส่วนหนึ่งที่หรานหนานพยายามแต่งตั้งโอรส์ทั้งแปด...คงไว้ใช้กำจัดเ้า ๑๘ ตัวพวกนี้”
“เราเรียกว่า‘เสาหลักปีศาจ’ ขอรับแต่ละตัวจะมีสัญลักษณ์ตามร่างกาย แต่ก็ไม่รู้อะไรแน่ชัดเกี่ยวกับพวกมันนักหรอกเพราะพวกเราได้จากโลกแห่งนั้นมานานหลายร้อยปีแล้ว” พ่อครัวอ้วนทำใบหน้าเศร้าสร้อยั์ตาสลดหดหู่ลง
“สมองดีแบบคุณหนูไม่ต้องห่วงหรอกขอรับกระผมถึงจะแก่ชราเฉกเช่นนี้แต่ก็กระดูกแข็งไม่ตายง่ายๆ ถึงแม้เวลาจะผ่านมาหลายร้อยปีแต่วิชาของสำนักผู้ริเริ่มการใช้ปราณก็มาจากพวกเราทั้งสิ้น และความรู้ทุกอย่างของพวกเรายังอยู่ครบสมบูรณ์แบบหากคุณหนูได้เรียนรู้เข้าล่ะก็ อาจเป็หนึ่งในยุทธจักรเลยก็ได้ ดังนั้นไม่ต้องกังวลพวกผมจะคอยช่วยเหลืออยู่ไม่ห่าง” เล่าไป๋เดินตรงเข้ามาหา “ที่แน่ๆ กระผมยังมีสูตรทำหยวนตันขั้นเทพกว่าเครื่องดื่มชูกำลังเพียงแต่ในโลกใบนี้ไม่มีวัตถุดิบเ่าั้ หากคุณหนูกลับโลกเดิมไปหามาได้ล่ะก็...”
“มันก็จริงขอรับที่โลกใบนี้ล้วนอุดมสมบูรณ์ไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศเพียงแต่ของบางอย่างมันก็หาไม่ได้ง่าย สูตรทำอาหารเสริมพลังปราณทะลวงการบ่มเพาะนั้นเป็สิ่งที่กระผมถนัดนัก...ถ้าคุณหนูสามารถรวบรวมสิ่งที่กระผม้ามาได้ครบอาหารระดับเซียนก็จะบังเกิดขึ้นให้คุณหนูได้ลิ้มลองแน่นอนว่าผู้ใดที่ได้กลืนลงคอจะต้องสำเร็จปราณยุทธขั้นสูงที่สุดในปฐี” เงาร่างอ้วนใหญ่ของพ่อครัวหัวป่ากล่าวสำทับสีหน้ามั่นอกมั่นใจจนเฟยหลงเริ่มจินตนาการตาม
‘ว้าว!แบบนี้ฉันก็ครองได้ทั้งโลกได้เลยน่ะสิ ถ้าหากหาวัตถุดิบพวกนี้ครบ’ ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวฉีกยิ้มมุมปาก เหมือนคิดแผนการอะไรบางอย่างภายในห้วงสมองออกสีหน้าแววตาเ้าเล่เปี่ยมไปด้วยเลศนัย
“แล้วจะไปหาวัตถุดิบที่ว่ามาให้พวกคุณได้ยังไงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าของเ่าั้มันอยู่ไหน?” หญิงสาวเกาศีรษะขณะที่ร่างชราหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ พลางยื่นส่งให้อย่างช้าๆ “รายชื่อสิ่งของ รวมถึงแผนที่อยู่ในกระดาษแผ่นนี้ทั้งหมดขอรับมันค่อนข้างจะแผ่นใหญ่สักหน่อย แต่รับรองว่ามีรายละเอียดครบ”
เฟยหลงรับแผ่นกระดาษจากตาแก่มาไว้ในมือั์ตาเบิกกว้างดูมีความหวังปรากฏบนใบหน้า “ทีนี้ก็ง่ายแล้วล่ะด้วยปราณระดับเทวะชีวิตที่หกของฉันในตอนนี้ล่ะก็ น่าจะทำภารกิจได้สำเร็จแค่กวาดล้างปีศาจกับจัดการหรานหนาน แล้วรวบรวมวัตถุดิบให้ครบ ไม่น่ายากนักหรอก”
ชายแก่ล้วงขวดอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงอีกครั้งเหงื่อกาฬไหลรินออกมาเล็กน้อย “ลองดื่มเ้าสิ่งนี้ดูขอรับเ้านี่ทำได้เพียงแค่ขวดเดียวในตอนนี้ เพราะวัตถุดิบหายากเสียเหลือเกิน แล้วก็ระดับเทวะนี่ เป็ระดับแถวล่างเลยขอรับ หากเทียบกับสาวกของหรานหนาน รวมถึงพวกปีศาจชั้นสูงที่คุณหนูยังไม่เคยเจอในทวีปอื่นถ้าให้เดาล่ะก็ พวกระดับสูงคงยังไม่บุกทวีปเฟิงหยู...คุณหนูจึงยังไม่รู้พิษสงของมัน”
เฟยหลงอ้าปากหวอหนึ่งมุมปากเหยเกออก เหงื่อแตกเต็มหน้าผาก “ว่าไงนะ”ความฝันที่คิดว่าทำได้ง่ายๆ ดับลงเพียงชั่ววูบ
“ระดับเทวะนี่ต่ำกว่าระดับะที่พวกผมเป็อยู่หลายขุมถ้าจะให้ลำดับล่ะก็...ต้องเป็ เทวะ ะ ิญญา และจิตภูติซึ่งหรานหนานตอนนี้น่าจะยังอยู่ที่ระดับ ิญญาเทียบเท่าท่านอาจารย์ถังไปหรงขอรับและอาจจะเป็ระดับิญญาชีวิตที่เก้าแล้วด้วยก็ได้”
เฟยหลงน่าถอดสี“ช่างห่างไกล อา... ความฝันในการครองโลกของฉัน”
จะอย่างไรก็แล้วแต่ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวก็หยิบขวดรูปทรงพิลึกจากชายแก่หนวดยาวขึ้นกระดกดื่ม
“รสชาติ...ห่วยมาก” สีหน้าเริ่มเขียวออกเหมือนอยากอาเจียนแต่ไม่นานสักเท่าไหร่ พลังงานรอบจุดตันเถียนก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ั์ตาของเฟยหลงเบิกกว้างออกราวกับตรัสรู้ถึงสัจธรรมแห่งพลังยุทธ
ปราณออร่าเริ่มแผ่ออกมิอาจควบคุมได้ ชายชราเ้าของโรงงานและพ่อครัวหัวป่าจ้องมองร่างระหงตาไม่กะพริบ
ฟู้มมมม!
แสงสีทองปรากฏจ้ารอบบริเวณโถงห้องประชุมอี้ ฟางเซียนสำเร็จปราณบ่มเพาะระดับะชีวิตที่สี่โดยง่าย
“ช่างเป็อัจฉริยะของแท้ข้ามระดับได้ในเวลาอันสั้นขนาดนี้ เห็นจะมีแต่คุณหนูเป็คนแรกนี่แหละ...กระผมคิดว่าแค่ก้าวข้ามระดับเทวะชีวิตที่เก้าพวกกระผมก็ดีใจแล้วแต่นี่ช่างเกินความคาดหมายของพวกกระผมยิ่งนัก”
เฟยหลงฉีกยิ้มกว้างสีหน้าเบิกบานใจ การกลับมาในมิติแห่งนี้คงไม่เสียเปล่าจากที่เขาคิดสักเท่าไหร่ “คิดไม่ถึงว่าในครั้งนี้จะได้อะไรดีๆ ติดไม้ติดมือกลับไปหลายอย่างทั้งทั้งที่คิดว่าจะหมกตัวฝึกวิชาให้ก้าวหน้าสักหน่อยก็คงจะดี... แต่ผลลัพธ์ที่ได้นี่...มันดีกว่าที่คิดเอาไว้มากจริงๆ”
“คุณหนูขอรับเื่การถ่ายทอดความรู้จากสำนักาเบื้องต้น เสี่ยวฟางและหวังไฉ่จะเป็ผู้ถ่ายทอดให้คุณหนูโดยตรงหากสำเร็จยุทธจากพวกเขาแล้ว จะมีครูฝึกท่านต่อไปเข้าถ่ายทอดวิชาต่อเรื่อยๆ โดยพวกเขาจะคอยถ่ายทอดวิชาแต่ละแขนงให้พวกคุณหนูอยู่สม่ำเสมอในทุกครั้งที่คุณหนูข้ามมิติมาฝึกวิชากับพวกเรา... จนกว่าพวกคุณจะแตกฉานวิชาของสำนักปราณา” ชายชราหนวดนาวเอ่ยบอก “หากเป็คุณหนูล่ะก็ จะต้องถล่มพวกปีศาจและหรานหนานลงได้เป็แน่จากนี้ไปขอฝากด้วยนะขอรับ”
เฟยหลงผงกหัวรับคำขณะที่บุคคลทั้งสองทำความเคารพกึ่งร่ำลาหญิงสาว... พลางเดินออกจากห้องประชุมไปแบบเงียบๆโดยเอื้อนเอ่ยทิ้งท้ายไว้ว่า “หากคุณหนู้าสิ่งใดสามารถติดต่อพวกเราได้เสมอนะขอรับพวกเราศิษย์สำนักาพร้อมช่วยเหลือคุณหนูเสมอ”
หลายนาทีต่อมา...
“ไม่เคยคิดเลยแฮะว่าจะมีเื่อะไรแบบนี้ด้วย คิดแล้วเครียดชะมัด ต้องหาอะไรทำเพื่อผ่อนคลายสักหน่อยล่ะ”ร่างระหงเอียงคอกอดอก หางตาเหลือบมองหนังสือการ์ตูน ‘ดราก้อนสตาร์เล่มสอง’ ที่วางอยู่บนโต๊ะประชุมตัวเขื่องก่อนจะะโเรียกกุ่ยเต๋อหวงที่นั่งรออยู่ด้านนอกเสียงสูง “พี่กุ่ย”
ชายจมูกบานถลาเข้ามาในโถงประชุมขณะที่หญิงสาวหยิบการ์ตูนขึ้นไว้ในอ้อมกอดเหมือนกลัวหาย
“วันนี้พาพวกหนูไปคลายเครียดหน่อยสิเพราะพรุ่งนี้พวกหนูจะเก็บตัวติวหนังสืออยู่ที่คฤหาสน์กันเลยอยากจะปล่อยผีสักหน่อย หวังว่าพี่กุ่ยคงจะพอมีเวลา”
ชายจมูกบานยิ้มกว้าง“น้องเซียนพูดกับพี่ถูกคนแล้วพี่ล่ะเชี่ยวชาญเื่แบบนี้เป็ที่สุด ไว้เป็หน้าที่ของพี่ชายเอง”
เฟยหลงยิ้มตอบ ั์ตายังคงจ้องมองหนังสือการ์ตูนค้างนิ่ง “เ้านี่แฝงนัยยุทธชั้นสูงจากปรมาจารย์ถังไป่หรงไว้จริงๆเหรอเนี่ย ให้ตายสิ!”
โปรดติดตามตอนต่อไป