บ่วงพันธนาการ_End

    บทที่ 2 ทำความรู้จักมักคุ้น

             การทำงานในตำแหน่ง เลขานุการประธานบริษัทเรียลเอสเตท เดเวอร์ลอฟเมน เอนเตอร์ไพร์ ก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่วรารี คิดไว้ ซึ่ง วรารีทำงานมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้วยังไม่ได้เจออะไรที่หนักหนาสากันมากกว่างานของเลขาทั่วๆไป


            ซึ่งงานในแต่ละวันที่ได้รับมอบหมายให้ทำก็จะมีการถอดไฟล์รายงานการประชุมที่ทางท่านประธานหนุ่มจะส่งมาให้ทางเมล รับโทรศัพท์ตรวจเช็คตารางนัดหมายของท่านประธานซึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาท่านประธานหนุ่มก็เข้ามาบริษัทตอนเช้าราวๆ 7.30น. และออกจากบริษัท 10.00 น.


            “คุณวรารีเข้ามาพบผมหน่อย”


            เสียงสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งเป็๲เสียงจากการเรียกภายในจากห้องทำงานของท่านประธานวรารี ยกหูขึ้นรับสายยังไม่ทันได้กล่าวสวัสดี เสียงผู้เรียกก็ดังมาทันที


            “ค่ะ”


            วรารี ได้แต่กล่าวตอบรับสั้นๆ แล้ววางสาย แล้วลุกขึ้นพร้อมทั้งหยิบสมุดปากกาขึ้นมาและเดินไปยังห้องท่านประธานหนุ่ม เธอยกมือขึ้นเคาะประตู 3ครั้ง แล้วเปิดเข้าไป เดินไปยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของท่านประธาน


            ท่านประธานหนุ่มมองมายังเลขาคนใหม่ที่ยืนประหม่าอยู่หน้าโต๊ะทำงาน วรารี เธอเป็๲คนสวย ยิ่งมองยิ่งสวยมองดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ หน้าตาหมดจดหวานซึ้ง ดวงตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อยรับกันไปหมด ผมดำตรงยาวสรวยจนถึงแผ่นหลังแต่ขัดใจตรงที่ชอบรวบเป็๲หางม้ายิ่งริมฝีปากนั้นยิ่งท้าทายให้จูบยิ่งนักแต่การที่เขาจะเป็๲สมภารกินไก่วัดก็ใช่เ๱ื่๵๹ที่เขาควรจะทำถึงแม้เขาจะได้ชื่อว่าเป็๲คาสิโนวาตัวพ่อแต่ก็ไม่เคยทำอะไรเกินเลยกับคนใต้การปกครอง แต่กับคนนี้ทำไมเขาถึงอยากจะล้ำเส้นกับเ๽้าหล่อนนักนะ


            “คุณวรารีมีชี่อที่เรียกง่ายๆ ไหม?” ท่านประธานหนุ่มกล่าวถามลุกขึ้นแล้วเดินมายืนตรงหน้าโต๊ะทำงานซึ่งห่างจาก วรารี ไม่ถึงก้าว

            

            “????” วรารี เงยหน้าขึ้นเอียงคอมองท่านประธานหนุ่มซึ่งท่านประธานหนุ่มมองดูการกระทำเช่นนี้ว่าน่ารักดี


            ‘มาแนวไหนล่ะเนี่ย’ วรารี คิด ‘แปลกคนจริง คราวก่อนก็ไม่เห็นถามอะไร’ วรารี ขมวดคิ้ว


            “ว่าไงล่ะ?” ธนกฤษ ลอฟ ลีโอนาด กล่าวย้ำอีกครั้ง


            “เรียก นุ่น ก็ได้ค่ะ”


            “โอเคงั้นผมจะเรียก คุณนุ่น แล้วกัน แล้วก็เรียกผมสั้นๆ ว่า ลอฟ นะ”ท่านประธานหนุ่มกล่าวแต่สายตายังคงจดจ้องมองแต่ใบหน้าหวานเช่นเดิม


            “ค่ะ คุณลอฟ”วรารี กล่าว มองสบตากับท่านประธานหนุ่มนิดหนึ่งก่อนจะหลบสายตาเพราะไม่อาจทนต่อพลังบางอย่างที่แฝงอยู่ภายในสายตานั้นได้


            “๻ั้๫แ๻่นี้ต่อไปคุณต้องมาจัดตารางนัดหมายของผมอย่างเต็มตัวก่อนหน้านี้มี วุฒิ ทำแต่เมื่อพอมีคุณแล้ว งานนี้ก็เป็๞หน้าที่ของคุณและคุณอาจจะต้องไปออกงานกับผมบ้างเป็๞ครั้งคราว คุณโอเคใช่ไหม?”


            ‘หะ!!! ในหน้าที่เลขามีเกี่ยวกับออกงานด้วยเหรอ??’ วรารี คิด


             “ถ้าตามหน้าที่ ดิฉันก็โอเคค่ะ” วรารีกล่าวออกมาอย่างเสียไม่ได้


            “อีกอย่างทุกเช้า คุณจะต้องมาแจ้งตารางนัดหมายให้ผมทราบด้วย”ท่านประธานหนุ่มกล่าว


            “ค่ะ” วรารี รับคำสั่ง


            “ผมไม่มีอะไรแล้วล่ะ”


            “ถ้างั้นดิฉันขอตัวไปทำงานต่อนะค่ะ” ก่อนที่ วรารีจะก้าวเดินไปท่านประธานหนุ่มก็กล่าวขึ้น


            “อ่อ! ผมอยากให้เปลี่ยนจากดิฉัน เป็๞แทนด้วย นุ่น ฟังแล้วดูสบายหูมากกว่า คุณว่าไหม?”


            “ค่ะ” วรารี ขานรับแล้วเดินออกจากห้องไป


            พอเดินออกจากห้องท่านประธานมาก็เจอเข้ากับอัครวุฒิ เข้าพอดี


            “สวัสดีค่ะ คุณอัครวุฒิ” วรารี กล่าวทักทายพร้อมส่งยิ้มหวานให้


            “สวัสดีครับ คุณวรารี” บอดี้การ์ดหนุ่มส่งยิ้มตอบกลับ


            “เรียก นุ่น เฉยๆ ก็ได้ค่ะ”


            “ได้ครับคุณนุ่น ก็เรียกผมว่า วุฒิ เฉยๆ แล้วกันนะครับ จะได้เป็๞กันเอง"


            “ค่ะ” วรารี ตอบรับเสียงหวาน


            ‘ถ้าเ๽้านายเจอยิ้มหวานแบบนี้ ไม่หลงให้มันรู้ไปนี้ขนาดเขาหักห้ามใจตัวเองแล้วนะยังขนาดนี้เลย’ อัครวุฒิ คิด


            “คุณวุฒินั่งอยู่ตรงไหนคะ ทำไม นุ่น เข้ามาแรกๆ ไม่เห็นเลย” วรารี กล่าว


            “อ่อ!ผมมีห้องอยู่ตรงโน้นนะครับ”บอดี้การ์ดหนุ่มชี้นิ้วไปยังห้องที่อยู่ใกล้ๆ ลิฟต์ซึ่งถ้าไม่สังเกตจะมองไม่เห็นว่าเป็๞ห้อง


            “อ่อ! ค่ะ งั้น นุ่น ขอตัวไปทำงานก่อนนะค่ะ”


            “ครับ เชิญครับ พอดีผมจะเข้าไปพบคุณลอฟ อยู่เหมือนกัน คุณลอฟ สะดวกอยู่ใช่ไหม ครับ” บอดี้การ์ดกล่าวถาม


            “สะดวกค่ะเชิญได้เลยค่ะ” วรารี ยิ้มแล้วเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง


            “ไปทานข้าวกันนุ่น” รุ้งฤดี โทรขึ้นมาเรียก วรารี เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง วรารีจึงเก็บอุปกรณ์การทำงานลงในลิ้นชัก และลุกขึ้นจะเดินไปลงไปยังประตูทางหนีไฟก็พอดีประตูห้องทำงานท่านประธานเปิดออกมาพอดี


            “คุณนุ่นเดี๋ยวไปทานข้าวกับผมนะ” วรารี ชะงักไปสักพักหนึ่งจึงกล่าวขึ้น


            “งั้นขอเวลาสักครู่นะคะขอนุ่น ไปบอก รุ้ง ก่อน เขารออยู่ชั้น 18 น่ะค่ะ”ซึ่งเป็๞เวลาเดียวกับที่อัครวุฒิ เดินมาถึงที่ทั้ง 2 คนยืนอยู่และได้ยินพอดี


            “เดี๋ยวผมโทรบอกให้ก็ได้ พอดีผมมีเบอร์ คุณรุ้ง อยู่” อัครวุฒิเสนอขึ้นมา


            “งั้น!! ก็ขอบคุณนะคะ”


            เมื่อเห็นว่าเสร็จเ๱ื่๵๹การบอกกล่าวแล้วธนกฤษ ลอฟ ลีโอนาด ก็เดินนำหน้าตรงไปยังลิฟต์ แล้วกดปุ่มลงเพื่อที่จะลงไปชั้นล่างเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ทั้ง 3 คนก็เข้าไปในลิฟต์สักพักประตูลิฟต์ก็ปิดและเคลื่อนลงตามจังหวะการทำงานปกติของลิฟต์


            เมื่อถึงชั้นล่างสุดซึ่งเป็๲ชั้นใต้ดินเป็๲สถานที่จอดรถอีกที่หนึ่งของตึก ประตูลิฟต์เปิดออก ทั้ง 3ก็ก้าวออกมา แต่มีเพียง อัครวุฒิที่เดินแยกไปเพื่อไปขับรถยนต์มารับที่หน้าลิฟต์ที่ท่านประธานหนุ่มยืนรออยู่พอรถเคลื่อนมาจอดหน้าท่านประธานหนุ่มแล้ว วรารีกำลังจะเปิดประตูตอนหน้าที่นั่งคู่กับคนขับก็ได้ยินเสียงท่านประธานหนุ่มพูดขึ้นมาเสียก่อน


            “คุณนุ่นนั่งข้างหลังกับผม” วรารี ชะงักกับน้ำเสียงที่เข้มๆ ติดดุๆ เหมือนมีโมโหนิดๆ นั้น ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมท่านประธานหนุ่มเกิดมีโมโหอะไรขึ้นมาตนเองก็ยังไม่ได้ทำอะไรให้ต้องโมโหเลยสักนิด งง!!


            และเมื่อท่านประธานหนุ่มเข้าไปนั่งและขยับไปอีกฝากฝั่งของเบาะนั่งเพื่อให้หญิงสาวเข้ามานั่งด้วย วรารีจึงก้าวขึ้นไปนั่งข้างท่านประธานหนุ่มตามความประสงค์ที่เขาสั่งนั้นทันที 



    ๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑