แม้จะกลัวความสูงและไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าต้องทำเื่แบบนี้แต่เตชินทร์คล้ายปรับตัวได้เร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ เขามองตามมือของหญิงสาวที่ชี้ไปทางข้างหน้าจึงได้เห็นภาพโรงแรมของตัวเองตั้งโดดเด่น บริเวณโดยรอบโอบล้อมด้วยต้นไม้เขียวชอุ่มและหาดทรายสีขาว
“ถ้าคุณอยากเห็นวิวโรงแรมแบบนี้อีก วันหลังผมพาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ได้นะครับ” น้ำเสียงของเขาจริงจัง หากเธอเลือกอย่างที่เขาบอกน่าจะปลอดภัยกว่าเล่นพาราเซลลิ่งเหินฟ้าตัวเปล่า
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะ ไม่อยากรบกวนรองประธานมากเกินไป” มนสิชากล่าวปฏิเสธทันควันเพราะกลัวว่าเขาจะทำอย่างที่พูดจริง ๆ
กิจกรรมเพียงแค่สองอย่างกินพลังของเตชินทร์ที่ไม่ค่อยทำอย่างอื่นนอกจากงานไปมาก เมื่อเท้าสองข้างััชายหาดหน้าโรงแรม ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนได้กลับมาจากการเดินทางแสนยาวนาน
ปกติรู้สึกไม่ค่อยหิวอาหารสักเท่าไหร่แต่ดูท่าวันนี้เขาคงได้กินทุกอย่างที่ขวางหน้า
พวกเขาทั้งคู่แยกย้ายกันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ระหว่างนั้น เตชินทร์สั่งให้พนักงานโรงแรมจัดโต๊ะบนห้องอาหารชั้นบนสุดไว้ให้ เลือกเมนูอาหารอย่างพิถีพิถันรอคอยเวลาดินเนอร์กับเธอเป็ครั้งที่สอง
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
มนสิชาสวมชุดเดรสเรียบง่ายสีน้ำเงินเข้ม มัดผมหางม้าเหมือนอย่างเคย ขณะที่อีกฝ่ายใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับกางเกงเข้าชุดกัน มองผิวเผินเหมือนเป็การมาเจอกันครั้งแรกผ่านนัดบอร์ดหาคู่
พนักงานห้องอาหารซุบซิบกันตามประสาเพราะไม่เคยเห็นรองประธานชวนใครมาทานอาหารเย็นสองต่อสองเลยสักครั้ง ยิ่งอยู่ด้วยกันบ่อยขึ้น สายตาทุกคู่ยิ่งจ้องมองอยากรู้ว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กันแบบไหน
ตลอดเวลาสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ชื่อของมนสิชาอยู่ในหัวข้อสนทนาทุกครั้งที่พนักงานเอ่ยปากพูด แม้ไม่ค่อยได้ประสานงานกับแผนกอื่น ๆ มากนักแต่ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ
หน้าผากของหญิงสาวแทบมีคำว่า คนพิเศษ ติดหราเพื่อบ่งบอกสถานะมากกว่าคำว่าพยาบาลประจำตัวผู้บริหารเสียอีก
เพียงแต่ว่ามนสิชาไม่ได้สนใจสิ่งที่คนอื่นพูดสักเท่าไหร่ เธอถือว่าความสัมพันธ์ที่มีเป็เพียงแค่เพื่อนร่วมงานที่พูดคุยถูกคอกันเท่านั้น ดีเสียอีกที่เตชินทร์ไม่ได้เป็อย่างที่คนเล่าลือว่าเขาเ็า จริงจังเคร่งเครียด บ้างาน เธอจึงสามารถทำงานร่วมกันกับเขาได้เป็อย่างดีทำให้โล่งใจว่าครั้งนี้คงได้ทำงานดี ๆ แบบนี้ไปอีกนาน
“คุณไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสินะครับ” เตชินทร์เอ่ยถามคนตรงหน้าพลางขยับเก้าอี้ให้เธอนั่งตามมารยาท
“วันนี้สนุกมากเลยค่ะ” เธอตอบไปตามตรงเพราะรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ไปเที่ยวสถานที่ธรรมชาติพลางคิดว่าวันหยุดสัปดาห์หน้าจะไปที่ไหนต่อหรือนอนตื่นสายพักผ่อนอยู่ที่หอพักทั้งวัน “รองประธานรู้สึกยังไงบ้างคะ เหนื่อยหรือเปล่า”
“นิดหน่อยครับ ผมไม่ค่อยได้ออกไปไหน” ชายหนุ่มบอกไปตามตรง “แต่ถึงอย่างนั้นไปเที่ยวกับคุณก็สนุกเหมือนกัน ครั้งหน้าวางแผนทำอะไรไว้ไหมครับ”
“ะโร่มไหมคะ” เธอแกล้งตอบโดยไม่คิดอะไรมากมายแต่ทำเอาเตชินทร์หน้าถอดสีอย่างรวดเร็ว
“...” เขานิ่งอึ้งเงียบงันชั่วขณะ
“แค่คิดไว้เฉย ๆ ค่ะ” มนสิชารีบเอ่ยปากกลัวว่าคนตรงหน้าจะช็อกจนลืมหายใจ “อาจจะเดินเล่นแถว ๆ โรงแรมก็ได้ค่ะ”
“ค่อยยังชั่ว” เ้าตัวพึมพำแล้วรีบเปลี่ยนเื่ทันที ่ที่อาหารจานแรกเข้ามาเสิร์ฟ “หวังว่าคุณจะชอบนะครับ”
“ฝีมือเชฟของโรงแรมห้าดาวจะไม่ชอบได้ยังไงล่ะคะ” รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าหญิงสาว สายตาเป็ประกายมองอาหารที่ทยอยจัดวางบนโต๊ะทีละจานอย่างมีความสุข
เตชินทร์คอยดูแลมนสิชาจนเธอรู้สึกประทับใจความเอาใจใส่ของเขา คิดในใจว่าคนรักของเขาช่างโชคดีจริง ๆ ที่จะมีคนคนนี้ดูแลตลอดชีวิต
หญิงสาวดื่มไวน์ได้เพียงสองแก้ว ใบหูทั้งสองข้างกลับแดงระเรื่อมากกว่าแก้มนวลหลายเท่า ถึงอย่างนั้นแล้วยังมีสติพูดโต้ตอบกับเตชินทร์ได้สบาย ๆ
“ปกติดื่มเยอะขนาดไหนครับ” เขาถามเธอเพราะความอยากรู้ ทั้งยังค่อย ๆ คุ้นเคยกับการกินของทุกอย่างที่วางบนโต๊ะราวกับกลัวคนทำจะเสียใจที่ทานไม่หมด
ชายหนุ่มอยากรู้เื่ของเธอมากขึ้นจึงมักแอบถามสิ่งที่สงสัยทีละนิด คอยระวังไม่ให้เธอรู้ตัวว่าเขาทำแบบนั้นเพราะกลัวว่าจะอึดอัดใจ
ทว่า มนสิชากลับกลายเป็คนเปิดเผยกว่าที่คิด นิสัยเรียบง่าย ไม่ซับซ้อนทำให้มองออกได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังเป็มิตรและไม่เคยต้องกังวลเื่อะไรในชีวิต
เธอสามารถจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้รวดเร็ว ลืมอะไรก็ตามที่บั่นทอนจิตใจโดยใช้เวลาไม่นานและรอยยิ้มมักปรากฏบนใบหน้าหญิงสาวอยู่เสมอ
เสียงเพลงคลาสสิกบรรเลงคลอบรรยากาศยามค่ำคืน แสงเทียนส่องสว่างระยิบระยับสวยงามไม่แพ้ดาวบนผืนฟ้า
ภาพของรองประธานโรงแรมกับพยาบาลประจำตัวถูกใครคนหนึ่งจับภาพไว้ได้ เขาส่งรูปทั้งหมดตลอดสามอาทิตย์ที่ผ่านมาให้ปลายทางพร้อมได้รับคำสั่งให้จับตาดูคนทั้งคู่อย่างเงียบ ๆ
หลังทานอาหารเรียบร้อย มนสิชาเอ่ยปากขอบคุณที่วันนี้เขาไปเที่ยวเป็เพื่อนตลอดทั้งวัน แม้ว่ากิจกรรมส่วนใหญ่จะทำให้เขาเหนื่อยมากกว่าเดิมก็ตาม
กระนั้น เตชินทร์กลับยิ้มมุมปากแล้วบอกเธอว่าตัวเขารู้สึกอย่างไร การไปเที่ยวกับเธอช่วยให้ชีวิตมีสีสันมากกว่าเดิม ชายหนุ่มจึงตั้งหน้าตั้งตารอวันหยุดครั้งหน้าให้มาถึงเร็ว ๆ
แม้หอพักพนักงานจะอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมแต่เตชินทร์คิดว่าควรเดินไปส่งหญิงสาวเพราะดึกมากแล้ว
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันกลับเองได้” มนสิชาส่ายหน้า ไม่กล้ารบกวนเขาไปมากกว่านี้
“ผมไม่ได้ไปส่งคุณอย่างเดียวสักหน่อย ต้องเดินตรวจโรงแรมตอนกลางคืนดูบ้าง เผื่อมีอะไรต้องปรับปรุงแก้ไข” เตชินทร์ไม่คิดเลยว่าเขาต้องหาเื่แก้ตัวเพื่อให้ได้ไปส่งเธอ เหตุผลที่ไม่ว่าใครคงมองออกว่าไม่ใช่เื่ที่รองประธานต้องทำเลยเพราะมีเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็สิบคนคอยเปลี่ยนเวรออกตรวจกันอยู่แล้ว
“อ๋อ อย่างนั้นเหรอคะ” มนสิชาพยักหน้าเข้าใจในทันทีจนอีกฝ่ายแปลกใจที่เธอเชื่อเหตุผลไร้สาระของเขา
“คุณเมาแล้วใช่ไหมครับ”
“ไม่เมาสักหน่อยค่ะ” หญิงสาวรีบตอบ ท่าทางการเดินยังปกติดีแต่น้ำเสียงค่อนข้างยืดยานเล็กน้อย
ทั้งคู่เดินเล่นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงหน้าหอพักพนักงาน เขาเอ่ยลาคนตรงหน้า รอจนแผ่นหลังของเธอลับสายตาจึงกลับเพนต์เฮาส์ของตัวเอง
ในใจนึกถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันจนอดยิ้มออกมาไม่ได้พลางคิดถึงใครบางคนที่อยู่ในใจของเขาเสมอมา จึงหยิบโทรศัพท์ส่งข้อความหาเธอคนนั้นเพื่อถามไถ่เหมือนอย่างเคย
ปลายทางยังคงนิ่งเงียบอาจเป็เพราะ่เวลาคาบเกี่ยวต่างประเทศ เขาส่ายหน้าไล่ความคาดหวังของตัวเองออกไป รู้ตัวดีว่าความสัมพันธ์อยู่ในระดับไหน
ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เขากลับไม่เคยลืมความรู้สึกที่มีต่อเธอคนนั้นเลยราวกับรอว่าสักวันหนึ่งเธอจะหันมามองเขาบ้าง
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าทำให้เขาดีใจไม่น้อย แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็คนส่งมารอยยิ้มกลับหายไปชั่วขณะ
มนสิชาพิมพ์ข้อความมาขอบคุณเตชินทร์ที่วันนี้ไปเที่ยวเป็เพื่อน ทั้งยังเลี้ยงอาหารเย็นอีก ทั้ง ๆ ที่เธอควรจะเป็ฝ่ายเลี้ยงเขาตอบแทน
ชายหนุ่มจึงพิมพ์ตอบกลับไปว่า ไม่เป็ไรครับ
แม้จะเมาเล็กน้อยแต่มนสิชาก็ไม่ลืมบอกเ้านายของตัวเองว่า รีบเข้านอนเร็ว ๆ นะคะเพราะการพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยซ่อมแซมร่างกายให้แข็งแรง ยิ่งนอนดึกจะยิ่งหิวเดี๋ยวรองประธานจะปวดท้องได้ แล้วก็ถ้าปวดท้องมาก ทานยาซองสีน้ำตาลที่อยู่ในลิ้นชักได้เลยนะคะ
เตชินทร์ส่ายหน้าเล็กน้อยรู้สึกว่าอีกฝ่ายทำงานได้คุ้มค่าจ้างจริง ๆ จึงตอบกลับไปว่า ครับ คุณพยาบาล
สายตามนสิชาเริ่มมัวเพราะง่วงนอน ก่อนจะหลับเลยพิมพ์ขอบคุณเขาไปอีกรอบเพราะซึ้งใจแต่ดันพิมพ์ผิดเพราะตาลายกลับกลายเป็ ชอบคุณมากจริง ๆ นะคะ