ฝูงมนุษย์เริ่มที่จะกระสับกระส่ายเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หมุนตัวหันหน้าหนี วิ่งรักษาชีวิตกันเกือบทั้งหมด เหล่าสัตว์อสูรได้ฟังคำสั่ง ก็ร้องตะโกนกันออกมาอย่างบ้าคลั่ง พุ่งเข้าสังหารเหล่ามนุษย์ที่วิ่งหนีกันอย่างเมามันคล้ายว่าอดทนกันมาอย่างช้านาน
………
1 เดือนผ่านไป
ณ เมืองหลวง ราชวงศ์ฉิน
ยามเช้าตรู่ ผู้คนเริ่มที่จะตื่นเช้า เดินทางขวักไขว่กันไปมาอยู่ทั่วเต็มท้องถนน ในตรอกซอยที่ผู้คนมักน้อยที่จะเดินทางผ่าน กับปรากฎคนสวมชุดคลุมมิดชิดเดินเข้ามา เดินตรงเข้าไปยังประตูบ้านที่ค้นเคย เปิดประตูเข้าไป
อ-เอี๊ยดดด
“…นายท่านขอรับ…”
บุคคลผู้นั้นเดินตรงเข้าไปใกล้ชายชราที่อยู่เบื้องหน้า เปิดชุดคลุมหัวออก คุกเข้าคารวะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม
"ลาปาขาดการติดต่อไป เจ้าพอจะบอกข้าได้หรือไม่…ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…"
ต้าหงลู่อ้าปากกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เงียบสงบ แต่น้ำเสียงกับดูตรงกันข้ามมากนัก
"…นายท่านลาปาตายแล้วขอรับ…นายท่านถูกพรรคพวกของฉินอินลอบสังหาร ระหว่างที่กำลังตามล่าฉินอินอยู่ไม่ไกลออกไปจากเมืองกวางตุงมากนัก..เราพบของสิ่งนี้ระหว่างที่กำลังตรวจสอบพื้นที่ ณ บริเวณที่ท่านลาปาเสียชีวิต ขอรบกวนนายท่านเชิญตรวจสอบ"
ชายคนนั้นเผลอกลืนน้ำลายอึกหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว รีบกล่าวรายงานออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะยื่นเหรียญตราบางอย่างเข้าไปให้
"……"
ต้าหงลู่นั่งฟังเงียบๆไม่ได้กล่าวตอบสิ่งใด แต่กับยื่นมือไปรับเหรียญตรานั้น ก่อนที่จะลูบคลำและตรวจสอบมันอย่างละเอียด
"เหรียญตรานี่…เป็นของสมาคมเซียนถังงั้นหรือ?…ที่เจ้าต้องการจะบอกก็คือ ฉินอินร่วมมือกับสมาคมนี้ลอบสังหารลาปาใช่หรือไม่.."
ต้าหงลู่คลึงเหรียญตราเล่นไปมาอยู่บนมือสักพัก กล่าวออกมาในที่สุด
"…ข้าน้อยมิกล้าขอรับ ข้าน้อยเพียงแค่พบเจอกับของสิ่งนี้ระหว่างที่กำลังตรวจสอบ ก็เลยเก็บกลับมาให้นายท่านเพียงเท่านั้น…"
ชายคนนั้นรีบกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ขลาดเขลา เหงื่อปรากฎขึ้นมาอยู่บนใบหน้าหวาดกลัวอย่างสุดขีด
“ข้าได้ข่าวมาว่า ตระกูลหลงถูกลอบสังหาร สิ้นชีพสูญหายทั้งตระกูล แต่ทรัพย์สินกลับไม่ปรากฎให้พบเห็น เรื่องพวกนี้มีความเป็นมาอย่างไร…”
ต้าหงลู่กล่าวออกมาขณะที่คอยมองการกระทำของชายตรงหน้าอย่างละเอียด
“ตอนที่นายท่านลาปายังมีชีวิตอยู่ เมื่อท่านได้สืบทราบมาได้ว่าตระกูลหลงได้ให้ความช่วยเหลือฉินอินอย่างลับๆ ท่านก็เลยได้สั่งการให้คนของเราส่วนหนึ่งทำลายตระกูลหลงในสิ้น ตัวข้าก็มิอาจทราบได้ว่าเมื่อคนส่วนนั้นทำภารกิจเสร็จแล้ว หายสาบสูญไปไหนเช่นเดียวกันขอรับ…”
ชายคนนั้นรีบกล่าวออกมาในทันทีเมื่อได้รับฟังคำถาม เหมือนว่าสามารถรับรู้ได้ว่ามีคนกำลังเพ่งมองมาที่ตนอยู่
“อ่อ อย่างนั้นหรือ…ว่าแต่…ทำไมถึงได้มีแค่เจ้าเล่า…ที่สามารถรอดชีวิตกลับมา…พวกมันเกิดสงสารขึ้นมา…เลยยอมปล่อยเจ้ามาบอกข่าวคราวอย่างนั้นหรือ…”
ต้าหงลู่กล่าวออกมาอย่างติดตลก
"ร-เรียนนายท่าน!…เอ่อ…ย-ยามนั้น! ข้าเกิดรู้สึกปวดท้องอยากถ่ายหนักขึ้นมา ก็เลยขอตัวไปทำธุระส่วนตัวข้างนอกไม่ไกลออกไปมากนัก ข้าจากไปเพียงไม่นาน แต่เมื่อยามที่ข้ากลับมา….ตำหนักตระกูลหลงก็เกิดเปลวไฟที่ลุกไหม้ไปแล้วขอรับ…"
ชายคนนั้นกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่หวาดกลัวถึงขีดสุด กลัวว่าคำพูดของตนจะนำพามาซึ่งความตายในขณะนั้น
"โอ้วว สิ่งที่เจ้าต้องการจะบอกข้าก็คือ…เจ้าเป็นบุคคลเดียวที่รอดชีวิตกลับมาได้งั้นสินะ…เจ้าเป็นคนมีโชคไม่น้อยเลยทีเดียว…ว่าไหม?"
ต้าหงลู่ยกมือขึ้นมาลูบเคราเบาๆ ยากที่จะกล่าวได้ว่าเจ้าตัวกำลังนึกคิดอะไรอยู่
"ค-ค-ใครๆ เค้าก็ชอบพูดกันขอรับ ว่าข้าน้อยนั้นเป็นคนมีโชคเสมอๆ…แฮะ..แฮะ..แฮะ"
ชายคนนั้นใบหน้าเริ่มที่จะซีดขาวมากขึ้นเรื่อยๆ พยายามหัวเราะกลบเกลื่อนออกมา
"ทำไมหน้าเจ้าต้องปรากฎเหงื่อไคลขึ้นมาอยู่เต็มมากมายขนาดนั้นเล่า ที่นี่ร้อนมากงั้นหรือ"
ต้าหงลู่เพ่งมองไปที่ชายตรงหน้า เกิดรู้สึกความสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมแอบเดินพลังปราณใต้แขนเสื้อตนเองอย่างลับๆ
"ข-ข้าน้อย กำลังหวาดกลัวขอรับ กลัวว่านายท่านจะพยายามสังหารข้าน้อย…"
ชายคนนั้นกล่าวออกมาอย่างติดๆขัดๆ แต่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวเหมือนอย่างตอนแรก คล้ายว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
"ทำไมล่ะ เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดมิใช่หรือ เหตุใดข้าจะต้องสังหารฆ่าเจ้าด้วย"
ต้าหงลู่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจปนสงสัย แต่ก็ยังไม่ได้ลดความหวาดระแวงลงแม้แต่น้อย ยังคงแอบเดินพลังไปที่ฝ่ามืออย่างลับๆอยู่
"…ก็ตัวข้าน้อย เป็นสาเหตุที่รอดชีวิตกลับมาได้ด้วยตัวเพียงคนเดียว ต่อให้เป็นผู้อื่นก็คงจะรู้สึกไม่ต่างจากตัวข้าน้อยมากนัก…นายท่านจะสังหารข้าน้อย ก็เชิญเถอะขอรับ อย่างน้อยข้าน้อยก็จะได้ตายตามสหายคนสนิทคนอื่นๆ"
ชายตรงหน้ากล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งต่างจากแต่ก่อน พร้อมกับเสแสร้งทำหน้าตาคล้ายว่ากำลังคิดถึงมิตรสหาย
"….ขอบใจเจ้ามากสำหรับรายงาน…ต่อไปนี้เจ้าก็ทำหน้าที่แทนลาปาไปก่อนก็แล้วกัน…เอาล่ะ…งานต่อไปของเจ้า…จงพยายามสืบหาข่าวคราวจากสมาคมเซียนถังให้ได้มากที่สุด ข้าหวังรอชมผลงานของเจ้าอยู่นะ"
ต้าหงลู่เงียบไปสักพัก ก่อนที่จะลดความระแวดระวังลง ลดพลังที่ฝ่ามือคืนกลับ กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มแทนที่
“ข-ขอบคุณนายท่าน!! ขอบคุณนายท่านขอรับ!!!”
ชายตรงหน้าคืนกลับใบหน้ากลับกลายเป็นดีใจอย่างขีดสุด รีบกล่าวขอบคุณต้าหงลู่ ก่อนที่จะรีบเดินออกไปจากห้องนั้นอย่างว่องไว
‘ทุกๆอย่างมันดูราบรื่นจนเกินไป ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าฉินอินมันจะมีค่าถึงขนาดที่สมาคมเซียนถังต้องหันมาเลียวมองถึงเพียงนั้น…’
ต้าหงลู่ครุ่นคิดกล่าวกับตนเองเงียบๆ กระทำเพียงแค่นั่งมองชายคนนั้นเดินหายจากไปในที่สุด…
ชายคนนั้นเมื่อเดินออกมาจากห้องแห่งนั้นได้ ก็ยังไม่ได้ลดความหวาดระแวงลงเลยแม้แต่น้อย พยายามเร่งเดินเท้าออกมาจากเมืองหลวง ขึ้นขี่ม้าที่รับฝากเอาไว้ ควบออกมาจากเมืองหลวงเข้าสู่หัวเมืองถัดไปในทันที…
ย้า!
ฮี้!
เมื่อเข้าสู่หัวเมืองต่อไป ห่างไกลจากเมืองหลวงออกมาพอสมควรแล้ว ชายคนนั้นก็รีบตรงเข้าสู่โรงเตี้ยมเปิดห้องเพื่อหวังค้างคืนในทันที
เอี๊ยดดดด
เมื่อชายคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง พยายามเช็กสภาพห้องบวกกับเปิดหน้าต่างตรวจสอบบริเวณภายนอกอย่างละเอียดยิบ ก่อนที่จะตรงเข้านั่งลงบนเตียงไม้ ถอนหายออกมาอย่างโล่งอก..
เห้อ…..
พรึบ!
ชายคนนั้นสะบัดมือ เอาหินสื่อสารออกมาจากแหวนมิติ ไม่รอช้ารีบใช้งานมันติดต่อออกไปทันที…
ตระกูลเซียว
เซียวเย่กำลังนั่งอยู่บนม้านั่งที่ประจำของตนเอง พร้อมกับยกชาขึ้นมาจิบยามเช้า สูดหายใจเข้ารับบรรยากาศลมแดดที่เบื้องหน้า
ตู๊ด….ตู๊ด….ตู๊ด
เซียวเย่หันไปมองหินสื่อสารที่ตนเองวางไว้บนโต๊ะข้างๆ ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะหยิบขึ้นมารับสาย
“..ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าไอ่แก่นั้นมันไม่กล้าฆ่าเจ้าหรอก…”
เซียวเย่กล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า คล้ายว่าตนเองคาดการณ์เอาไว้แต่แรกอยู่แล้ว
“เจ้าจะทำให้ข้าใจหายวายป่วงไปถึงไหน รอดชีวิตจากเจ้ามาได้ก็ต้องมาเสี่ยงชีวิตแบบนี้ให้เจ้าอีกอย่างนั้นหรือ! รู้อย่างงี้ข้าให้เจ้าฆ่าข้าซะตั้งแต่ตอนนั้นเสียจะดีกว่า…..ข้ารู้สึก-…..”
ชายคนนั้นกล่าวระบายออกมายืดยาว โดยที่ไม่สนใจว่าเซียวเย่จะรับฟังหรือไม่…
เห้อ….
เมื่อระบายจนตนเองรู้สึกพอใจแล้ว ชายคนนั้นก็ถอนหายใจออกมายืดยาว พร้อมกับกล่าวเข้าเรื่องขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
"ข้ารอดกลับมาได้ก็จริง…แต่ข้าก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกๆอยู่ แถมมันยังให้ข้าทำหน้าที่แทนเจ้าลาปาที่เสียชีวิตไปแล้วอีกด้วย ข้าเดาใจมันไม่ออกเลยสักนิดเดียว…เอ่อ…เจ้าพอที่จะช่วยชี้แนะข้าบ้างได้หรือไม่…"
"…การปล่อยให้ตัวอันตรายแบบเจ้า เข้ามาอยู่ใกล้ตัว มันก็สมควรอยู่แล้วมิใช่หรือ เป็นธรรมดาที่มันจะยังไม่ไว้วางใจในตัวเจ้า…ต่อจากนี้ไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เจ้าจงติดต่อไปบอกมันว่า….เจ้าพบเจอเข้ากับคนของสมาคมเซียนถังใกล้กับบริเวณที่ตระกูลหลงถูกทำลายและพบเจอเข้ากับหลงซานจี่ที่นั่น ก่อนที่พวกนั้นจะค่อยๆหายตัวไปพร้อมกัน…เมื่อเจ้าบอกเรื่องนี้กับไอ่แก่นั้น มันก็จะลดความระแวงต่อเจ้าไปอีกหลายส่วน…กังเจียว..เจ้าวางใจเถอะ ตราบใดที่เจ้ายอมติดตามข้า ข้าย่อมไม่อาจปล่อยให้เจ้าตายได้อย่างแน่นอน อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้น่ะนะ…"
เซียวเย่ยกมือขึ้นมาจิบชาเบาๆ กล่าวออกด้วยท่าทางที่สบายๆ คล้ายว่าไม่ได้วิตกกังวลกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น
"ข้าควรที่จะดีใจงั้นสิ….อ่อ…ก่อนที่ข้าจะจากมา ต้าหงลู่ได้สั่งการให้ข้าคอยสืบข่าวเรื่องสมาคมเซียนถังด้วย แล้วข้าจะสืบเรื่องพวกนั้นได้อย่างไรล่ะ ในเมื่อตลอดมากลุ่มคนพวกนั้น มันก็เหมือนกับไม่เคยมีตัวตนมาตลอดอยู่แล้ว เจ้าจะสามารถช่วยข้าในเรื่องนี้ได้อย่างไร…"
กังเจียวเผลอทำหน้าหมดอาลัยออกมาไม่รู้ตัว ก่อนที่จะนึกอะไรขึ้นมาได้กล่าวสอบถามขึ้นมาอีกครั้ง
"วางใจเถอะ ตอนนี้เจ้าก็ใช้ชีวิตไปตามปกติของเจ้าไป เมื่อถึงเวลาหมายเลขเก้า…ไม่สิ…เมื่อถึงเวลาหลงซานจี่จะติดต่อกลับไปหาเจ้าเอง แต่ไม่ว่าจะได้ข่าวคราวเรื่องอะไร ก็จงแกล้งโง่กล่าวข่าวคราวให้ลดน้อยลงไปหลายส่วน แบบนี้มันก็จะดีกับเจ้าและคนอื่นๆด้วยเช่นเดียวกัน"
“อ่อ อย่างนี้นี่เอง ข้าเข้าใจแล้ว”
เซียวเย่กล่าวสั่งการเรื่องงานต่างๆกับกังเจียวอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะตัดการติดต่อไปในที่สุด
"หมายเลขศูนย์…รายงานสถานการณ์หน่อย..."
ฟรึบ!
"สถานการณ์เรื่องต่างในตอนนี้อยู่ในความควบคุมขอรับ ส่วนทรัพย์สินของตระกูลหลง ข้าได้มอบให้กับตระกูลเซียวตามคำสั่งของนายท่านแล้ว ส่วนเรื่องตระกูลอื่นๆในเมือง ท่านเซียวกังได้ขอจัดการด้วยตนเอง ท่านได้ขอให้พวกเราอย่าได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ขอรับ….ส่วนคนอื่นๆ ด้วยคำสั่งของนายท่าน พวกนั้นได้กระจายแยกย้ายกันออกไปแล้วขอรับ"
หมายเลขศูนย์ปรากฎตัวขึ้นที่ด้านหลังของเซียวเย่ ก้มหน้ากล่าวออกมาด้วยความเคารพนอบน้อม