33 1-2
ตอนที่ 45 ภูมิหลังที่ลึกลับของบุรุษผู้นั้น
“นี่เจ้ามาจากที่ใดกันแน่?”
อ้าปากกล่าววาจาเพียงประโยคเดียวเท่านั้น ทำเอาเหนียวเหนี่ยวถึงกับตัวแข็งทื่อโดยพลัน นางเกาศีรษะแกรกๆ ครุ่นนึกเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่นาน
“ข้าเองก็จำไม่ได้แล้วเช่นกัน มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมายในอดีต”
หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต? สตรีน้อยตัวจิ๋วผู้นี้อยู่กับนางมานานเพียงใดกัน?
“นี่เจ้าอายุเท่าใดแล้ว?”
เหนียวเหนี่ยวเงยหน้าขึ้นสบมอง ปั้นหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยังขมวดคิ้วกล่าวอย่างฉงนใจขึ้นว่า
“เอ่อ...จะให้ระบุอายุที่แน่นอน ข้ากลับไม่ทราบเช่นกัน ข้ารู้เพียงว่าตัวข้าอยู่มานานมากโขแล้ว มีหรือจะยังสามารถจดจำได้?”
“ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าได้จำศีลไม่รู้เนื้อรู้ตัว กว่าจะตื่นขึ้นมาแต่ละคราก็ไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านไปนานเพียงใดแล้ว”
“....” อืม สตรีน้อยตัวจิ๋วผู้นี้อุปนิสัยค่อนข้างตรงไปตรงมาดี ไม่รู้นางก็บอกไม่รู้จริงๆ
“ตัวข้าขาดแคลนพลังวิญญาณมากเกินไป ที่ผ่านมา นายหญิงก็ไม่สามารถเสาะหาเสบียงใดๆมาเติมเต็มให้ได้เลย”
“....” เหลิงหยุนเจียวหรี่ตาลงหนึ่งส่วน จ้องมองและถามออกไปตามตรง
“เจ้ากระมังที่กินผลึกวิญญาณทั้งหมดในห้วงมิติไป?”
ภายในผลึกวิญญาณแต่ละชิ้น ล้วนอุดมไปด้วยพลังวิญญาณอัดแน่นไว้อยู่ ซึ่งหากในยามฉุกเฉิน มวลพลังวิญญาณเหล่านี้ที่ถูกกักเก็บอยู่ในผลึกวิญญาณ นักสู้ผู้ฝึกลมปราณสามารถดูดซับพลังจากมันได้โดยตรง และยิ่งผลึกวิญญาณเหล่านี้มีคุณภาพสูงมากเท่าใด ปริมาณและความบริสุทธิ์ของพลังวิญญาณที่ถูกกักเก็บภายใน ก็จะยิ่งทรงประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น
สัมผัสได้ถึงจิตสังหารปนขุ่นเคืองที่สะท้อนผ่านแววตาของเหลิงหยุนเจียว รอยยิ้มบนใบหน้าของเหนียวเหนี่ยวก็ยิ่งม้วนงอเสียรูปมากขึ้น
“อันที่จริงแล้ว คราแรกข้าก็ตั้งใจจะกินเพียงเล็กน้อย แต่เพราะพลังวิญญาณในตัวข้าขาดแคลนมานานแล้วจริงๆ...”
อืม...แต่ก็แค่ผลึกวิญญาณมิใช่รึ? ในคลังสมบัติตระกูลเหลิงเองก็ยังมีอยู่อีกมากมายพอควร หากมีโอกาส คงต้องหาข้ออ้างแวะเวียนไปขูดรีดทรัพย์ของพวกมันอีกรอบแล้วกระมัง
“แต่นายหญิง ชายสกุลโม่ผู้นั้น...ทางที่ดีอยู่ให้ห่างจากเขาไว้จะดีกว่า!”
“เพราะเมื่อครั้งที่ข้าสูบเอาพลังลมปราณของเขามา ได้ค้นพบว่า พลังลมปราณนั่นเป็นของเผ่าวิญญาณ เขาไม่ใช่มนุษย์อย่างที่ท่านเห็น!”
เหนียวเหนี่ยวยังกล่าวต่อด้วยความตื่นตระหนกอีกว่า
“แม้พลังลมปราณที่สูบมาได้จะน้อยนิดมาก แต่ข้าก็สัมผัสได้ชัดเจนว่า พลังลมปราณทุกหยดของเขาช่างบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งยวด! รัศมีแรงกดดันที่รับรู้ได้นั้น น่ากลัวเสียยิ่งกว่ามหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง! ไม่เคยมีบุคคลที่แกร่งกล้าปานนี้อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์บนทวีปปราณฟ้ามาก่อน ข้ากลับไม่ทราบเลยว่า เขามาจากที่ใดกันแน่!”
เหลิงหยุนเจียวค่อยๆปิดเปลือกตาลง สีหน้าที่ฉาบคลุมไปด้วยจิตสังหารเข้มข้นของโม่เฉินหยวนในครานั้น ฉายวาบผ่านเข้ามาในความคิดของนางทันที
แต่เริ่มเดิมที นางเพียงคิดว่า ภูมิหลังของเขาคงจะเป็นบุรุษมาจากตระกูลใหญ่โต จึงได้มีรากฐานพลังลมปราณสูงส่งถึงเพียงนั้น ทว่าในยามนี้กลับดูเหมือนจะมีบางอย่างซับซ้อนกว่าที่นางเคยคิดไว้
เผ่าวิญญาณอย่างนั้นรึ... เจ้ากำลังมาทำอะไรอยู่ในทวีปปราณฟ้ากันแน่?
นางนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์แรกสุดที่ทั้งสองได้พบเจอกัน โม่เฉินหยวนในเวลานั้น ดูเหมือนว่าเขากำลังหนีตายจากอะไรสักอย่างมา
“แล้วเจ้าพอจะรู้ข้อมูลของเผ่าวิญญาณบ้างหรือไม่?”
“เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ทราบ”
เหนียวเหนี่ยวส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง กำมือทั้งสองข้างบีบแน่น
แต่เสี้ยวอึดใจต่อมา เหนียวเหนี่ยวก็เงยหน้าขึ้นโดยไว แสยะยิ้มชั่วร้ายกล่าวว่า
“อย่างไรเสีย หากข้ามีโอกาสได้สูบพลังลมปราณของเขามากกว่านี้ คงจะทราบข้อมูลอะไรเพิ่มเติมได้”
“....” คงจะงั้นรึ? หากถึงยามนั้นจริง เกรงว่าตัวข้าเองคงไม่เหลือลมหายใจอยู่แล้วเช่นกัน
“เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าออกมาแล้วก็ดี ข้ามีบางสิ่งอย่างต้องการจะสอบถามเจ้า”
“เจ้าเองก็อยู่กับข้ามาตั้งแต่ครั้งโลกใบเก่า เจ้าจำอาวุธเหล่านั้นที่อยู่ในห้วงมิติห้องสมุดสีดำได้ใช่ไหม? พอจะมีวิธีดัดแปลงทำให้พวกมันกลายเป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณได้หรือไม่?”
“นายหญิง แต่ละคำถามของท่านดีๆทั้งนั้น!”
เหนียวเหนี่ยวถึงกับถอนหายใจเสียงดัง พลางยักไหล่ให้อย่างช่วยไม่ได้ อึดใจต่อมาค่อยเอ่ยตอบไปว่า
“วิถีการหลอมสร้างอาวุธยุทธภัณฑ์กลับหาใช่ศาสตร์ที่ข้าถนัดช่ำชองไม่ ลองเปลี่ยนเป็นคำถามอื่นที่ง่ายกว่านี้ดีหรือไม่?”
“เช่นนั้น เจ้าเชี่ยวชาญศาสตร์ใดบ้างล่ะ?”
“อืมมม...เรื่องห้วงมิติเก็บของกับการดูดซับพลังวิญญาณและลมปราณ ข้าสามารถดูดซับพลังแขนงนี้ได้เร็วมาก! เร็วกว่านักสู้ผู้ฝึกปรือทั่วไปหลายเท่า!”
“....” เหลิงหยุนเจียวอึ้งจนพูดไม่ออก แล้วผู้ใดจะโง่ให้เจ้าสูบผลึกวิญญาณให้เสียเปล่ากัน?
นางคร้านเกินจะฉีกปากบ่นแล้วเช่นกัน จึงลุกขึ้นจากอ่างน้ำยาโอสถแล้วนั่งลงกับพื้น
ยามนี้ ทั่วทั้งกายปราศจากรอยแผลเป็นใดๆ เพิ่งจะชำระเส้นเอ็นตัดแต่งไขกระดูกสำเร็จทั้งที เหลิงหยุนเจียวจึงอยากจะทดลองสัมผัสพลังวิญญาณรอบตัวดูบ้างเช่นกัน
นางปรับลมหายใจให้สงบนิ่งนั่งทำสมาธิทันที ในฐานะอดีตสายลับนักฆ่า ไม่เพียงทักษะทางร่างกายเท่านั้นที่ต้องฝึกฝน ทางด้านจิตใจเอง นางก็ได้รับการขัดเกลาศึกษามาเป็นอย่างดี ส่งผลให้ง่ายต่อเข้าสู่สภาวะญาณ จิตตั้งมั่นกลายเป็นสมาธิอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นไม่นาน นางก็เริ่มสังเกตเห็น กระแสความผันผวนของพลังวิญญาณที่อยู่รอบตัว
ในเวลาเดียวกัน คล้ายด้วยสัญชาตญาณบางอย่างทำงาน พลังวิญญาณเหล่านั้นจึงค่อยๆถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง คล้ายกระแสน้ำอุ่นที่โคจรผ่านเส้นลมปราณ และสุดท้ายได้ไหลลงไปรวมกันอยู่ที่จุดตันเถียนบริเวณท้องน้อย เพื่อขัดเกลาให้เป็นธาตุบริสุทธิ์หรือก็คือ ลมปราณ
“นายหญิง เท่านี้ก็สามารถดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินจากภายนอกเพื่อบำเพ็ญตบะได้แล้ว!”