The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่143 บุกดันเจี้ยน46 (ดันเจี้ยนชั้นที่99)

              ย้อนไปก่อนหน้านี้ 1 วัน ณ ดันเจี้ยนชั้นที่ 99

              “อ้ามมมมม…"

              “ไม่เอาน่า..เซซิเลีย..เธอไม่ต้องป้อนฉันก็…”

              หงับ

              เอ่อ..แต่เนื้อนี่ก็อร่อยจริงๆแหะ…แต่ถึงแบบนั้นก็เถอะ!..แบบนี้มันไม่ใช่แล้วเว้ยยย!!

              "อ้ามมมมม..."

              “คะ..คะคือว่าแบบนี้มันน่าอายนะ..พวกเราก็อายุตั้ง15กันแล้วด้วย ไม่ใช่เด็กสักหน่อย ฉันใช้ช้อนกินเองได้น่าา!!”

              เรเวลเบือนหน้าหนีออกจากปลายช้อนที่กำลังจู่โจมเข้ามา

              เซซิเลีย..ซึ่งกำลังถือช้อนอยู่ในท่าป้อนอาหารขณะนี้..จึงกล่าวออกไป

              “โถ่..ไม่เอานะเรเวล...ไหนคุณรับปากกับฉันไงว่าจะเชื่อฟังฉันทุกอย่าง..แบบนี้มันไม่ดีเลยนะคะ”

              ว่ากันว่าการป้อนอาหารไปมาระหว่างคู่รักถือเป็นความโรแมนติกอย่างหนึ่ง..แต่ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะไม่ได้คิดแบบนั้น

              “งะ..”

              เรเวลทำท่าทีขัดขืน…จนเซซิเลียเริ่มทำสีหน้าเง้างอน

              เซเลน่าเห็นดังนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้

              “ฮ่ะๆๆเอาเถอะ…ถือว่าเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่งล่ะนะ”

              เซเลน่าใช้ช้อนตักเนื้ออัญมณีสีแดงจากผลเนื้อที่ย่างจนสุกแล้วเข้าปากอย่างมีมารยาท พร้อมกับมองดูเรเวลกับเซซิเลียหยอกล้อกันไปมาอย่างสนุกสนาน

              สารภาพตรงๆว่าถ้าตนเองเป็นเด็กหนุ่มผมขาวคนนั้นก็คงอายเหมือนกัน เมื่อคิดดังนั้นแล้วเด็กสาวผมแดงก็แอบหัวเราะต่อและผุดรอยยิ้มขึ้นตรงมุมปากเล็กน้อย ซึ่งเป็นสีหน้าที่หาได้ยากสำหรับเธอ

              ส่วนรูอันซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างริมกองไฟนั้น กำลังโซ้ยแหลกอย่างเดียว..ไม่สนโลกอะไรทั้งนั้น จนลืมแม้กระทั่งมารยาทการกินของขุนนาง ซึ่งนี่ก็ผิดไปจากบุคลิกปกติของเด็กหนุ่มตัวน้อยผู้วางตัวเรียบร้อยเสมอเช่นกัน

             “หะ..เห้ย..นี่นายค่อยๆกินก็ได้..เดี๋ยวก็ติดคอหรอก!..”

              เซเลน่าเห็นท่าทีของรูอันแบบนั้นก็อดตะลึงไม่ได้

             “อึก..ฮึก…ผะ…ผม..”

              รูอันพูดไปกินไปในสภาพติดๆขัดๆ..จนกระทั่งกลืนเนื้ออัญมณีจากผลเนื้อโปะด้วยชีสแสงจันทร์สีเหลืองนวลเยิ้มๆลงคอเป็นครั้งสุดท้าย

              “ในชีวิตของผม..ไม่เคยกินอะไรอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยครับ…ฮือๆๆๆ..”

              รูอันซึ่งดูเหมือนตอนนี้จะอิ่มแล้ว และประทับใจกับอาหารมื้อนี้เป็นพิเศษ เริ่มปล่อยโฮ ร้องไห้ออกมา

              “ฮึก..สารภาพตรงๆเลยว่าผมไม่คิดว่าตัวจะมีชีวิตรอดจนมาถึงตอนนี้ด้วยซ้ำ..”

              เมื่อกล่าวจบ รูอันก็ร้องไห้ต่อ

              “อะนี่..เอาไปซะ..”

              เซเลน่าหยิบกระดาษทิชชู่ในถุงย่ามเวทมนตร์แล้วส่งให้ ซึ่งรูอันก็รับไว้แล้วกล่าวขอบคุณ

              การตั้งแคมป์ในชั้นที่99นี้ถือว่าค่อนข้างสะดวก เพราะในถุงย่ามเวทมนตร์ที่ทางโรงเรียนเตรียมมาให้นั้นมีอุปกรณ์ตั้งแคมป์ทุกอย่างครบครันอยูู่แล้วซึ่งมีทั้งเสบียงอาหาร อุปกรณ์ทำอาหาร อุปกรณ์ก่อไฟ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีห้องน้ำแคปซูลกับถุงนอนมาให้อีก 

              สิ่งของจำเป็นเหล่านี้สามารถบรรจุลงในถุงย่ามใบเล็กกะทัดรัดขนาดเท่าฝ่ามือ ซึ่งข้างในถุงย่ามนี้มีมิติขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ ฉะนั้นถุงย่ามหรือถุงเวทมนตร์ใบเล็กนี้จึงจัดเป็นหนึ่งในอุปกรณ์เวทชิ้นสำคัญที่ราคาสูงมากๆ 

             และคงปฎิเสธไม่ได้ว่าในบรรดานักเรียนที่มาสำรวจดันเจี้ยนในครั้งนี้ ก็คงมีแค่พวกเราเท่านั้นที่ใช้อุปกรณ์แต่ละอย่างได้โคตรจะคุ้มสุดๆแล้ว แม้ว่าสาเหตุของมันจะไม่ค่อยน่าอภิรมย์สักเท่าไหร่ก็เถอะ แต่ถึงแบบนั้นการได้รอดชีวิตมาจนถึงชั้นเกือบสุดท้ายนี้ก็ถือว่าปาฎิหาริย์มากแล้ว          

              บรรยากาศข้างกองไฟ..มีเด็กหนุ่มสาวทั้ง4คนนั่งอยู่ โดยเหนือกองไฟมีผลไม้เปลือกสีดำกำลังโดนไฟย่างและมีตะแกรงรองไว้อยู่ นอกจากนี้ก็ยังมีวัตถุดิบอื่นๆอีกจำนวนมากขนาดพอดีกับ4คนวางเรียงรายกันอยู่บนจานข้างกองไฟ 

              หลังทุกคนกินกันจนอิ่มแล้วจึงเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างและนั่งคุยกันถึงแผนการขั้นถัดไปหลังออกไปจากดันเจี้ยน

              “เรื่องสมบัติที่ได้จากดันเจี้ยนแห่งนี้พอกลับไปถึงบนพื้นแล้วจะเอายังไงหรอ?” เซเลน่ากล่าวเปิดประเด็นขึ้นมา

              “เธอหมายถึงพวกวัตถุดิบหายากพวกนี้หรือหมายถึงคริสตัลมหาเวทมนตร์ที่อยู่ในชั้นถัดไปล่ะ?” เรเวลถามต่อเพื่อขยายความให้ชัดขึ้น

              “ก็ทั้งคู่นั่นแหละ” 

              “งั้นหรอ..ถ้าถามความเห็นของฉันละก็..สำหรับคริสตัลมหาเวทมนตร์ฉันคิดว่าเราควรจะส่งสิ่งนั้นให้อัศวินศักดิ์สิทธิ์ไปพร้อมกับบอกเรื่องราวทั้งหมด..ถ้าหากมีโอกาสได้เจอล่ะนะ และสำหรับวัตถุดิบอาหารถ้าหากเป็นไปได้ฉันอยากจะขอแบ่งส่วนหนึ่งเพื่อเอาไปให้คนรู้จักของฉันที่เนอัน”

              'ตอนนี้พี่เอเร่ากับคุณลุงคุณป้าจะสบายดีไหมนะ?' เรเวลคิดในใจ

              เมื่อเห็นสหายที่มาจากเขตการปกครองเดียวกันกล่าวแบบนั้นรูอันก็นึกขึ้นได้

              “นั่นสินะครับ..ผมเองก็เหมือนกัน..อยากให้ท่านพ่อท่านแม่ได้ลองทานดูบ้าง..รวมถึงท่านพี่ด้วยเช่นกันครับ”   

              “นั่นสินะคะ” 

              เซซิเลียเองก็อดคิดถึงครอบครัวของเธอไม่ได้เช่นกัน..สำหรับตอนนี้ตัวเธออยากจะกลับไปบนพื้นเต็มแก่อยู่แล้ว

              “อือ..”

              เซเลน่านั่งกอดเข้าซบหน้าลงบนเข่าตัวเองเพื่อซ่อนสีหน้า..แม้จะอยากกลับไปบนพื้นก็จริง แต่สำหรับตัวเธอคงไม่ได้อยากจะกลับไปในบ้านที่เรียกว่าปราสาทสักเท่าไหร่..

              หากฉันตายไป..ก็คงไม่มีใครมาเสียใจหรอกมั้ง..ก็ครอบครัวฉันเป็นแบบนั้นนี่เนอะ

              แต่ก็ช่างมันเถอะ...ตอนนี้จัดการปัจจุบันให้เรียบร้อยก่อน

              “สำหรับวัตถุดิบพวกนี้หากเรานำมันขึ้นไปเปิดเผยบนพื้นทั้งหมด คงได้เกิดความโกลาหลแน่ๆ” เซเลน่าออกความเห็นแบบนั้น

              “ถ้าหากว่าวัตถุดิบพวกนี้มันมีค่ามากขนาดนั้นตามที่เธอบอก ฉันคิดว่าบางทีการได้พ่อครัวหรือคนที่เชี่ยวชาญในการปรุงมาจัดการปรุงวัตถุดิบพวกนี้ มันอาจให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ามากกว่าพวกเรามาอุ๊บอิ้บไว้แล้วกินกันแบบหักดิบแบบนี้นะ”

              “เอางี้ไหมคะ..ตอนนี้พวกเราแบ่งกันเป็น4ส่วนเท่าๆกันก่อน พอกลับไปบนพื้นแล้วค่อยคิดอีกทีก็ได้ แต่ละคนจะจัดการมันอย่างไรก็ให้เป็นสิทธิ์ของคนๆนั้นเลย แถมเป็นการกระจายความเสี่ยงทางอ้อมด้วย”

              “เอ๋!?..จะดีหรอครับ..ถ้าตามที่ท่านเซซิเลียเคยบอก..วัตถุดิบพวกนี้มันมีค่ามากๆเลยไม่ใช่หรอครับ..ถ้ามาแบ่งให้ผมมากขนาดนี้..แม้จะบอกว่าแบ่งเท่ากันก็เถอะ..มันก็…”

              “อย่าคิดมากเลยค่ะคุณรูอัน..พวกเราทั้งหมดร่วมมือกันจนฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมาได้ถึงชั้นนี้..ทั้งหมดนี้นับว่าเป็นผลงานของเราทุกคน ฉะนั้นผลลัพธ์ที่ได้หากมีรางวัลก็ควรจะแบ่งเท่าๆกันสิคะถึงจะยุติธรรม ฉะนั้นตามหลักแล้วไม่ควรจะมีใครได้น้อยกว่าใครหรอก”

              “แต่ว่าผมแทบไม่ได้สู้เลยนะครับ คนที่เสี่ยงชีวิตจริงๆน่าจะเป็นท่านเซเลน่า ท่านเซซิเลีย และเรเวลมากกว่า ผมแค่เป็นตัวถ่วงของทุกคนเท่านั้น”

              “นายพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะรูอัน..ว่ากันตามตรงถ้าตามความเห็นของฉันละก็..นายน่าจะสำคัญที่สุดในทีมด้วยซ้ำ ลองคิดดูว่าต่อให้เพิ่มจำนวนพวกเราอีกเท่าตัว แต่ถ้าไม่มีคนคอยสนับสนุนคอยใช้สกิลฮีลลิ่งต่างๆคิดว่าพวกเราจะรอดกันมาได้งั้นหรอ อีกอย่างสำหรับวัตถุดิบพวกนี้นายเองก็เป็นคนเจอคนแรกด้วย” เรเวเลกล่าว

              “แต่ว่าต่อให้มีคนใช้อาร์ติเฟกซ์สายรักษาอย่างผมสัก100คนแต่ถ้ามีพวกคุณแค่คนเดียว ผมคิดว่าก็ไม่น่าจะรอดอยู่ดีนะครับ ส่วนเรื่องเจอคนแรก..ผมคิดว่าถ้าผมไม่ได้ไปหาฟืนหรือไม่ได้เจอมันคนแรก ก็ต้องมีคนอื่นที่เดินเล่นแล้วเจอมันคนแรกแทนผมอยู่ดีนั่นแหละครับ” 

              “เพราะงั้นตามที่เซซิเลียบอก แบ่งเท่ากันถึงยุติธรรมสุดแล้วยังไงล่ะ นายนี่อย่าทึ่มนักเลย” เซเลน่ากล่าว

              และแล้วว่าด้วยเรื่องการแบ่งสมบัติของดันเจี้ยนก็จบลงด้วยประการฉะนี้

              ….

              ตกดึกก่อนจะนอน..เรเวลได้นั่งวิเคราะห์สเตตัสกับสกิลตัวเองดู

              ณ ตอนนี้สเตตัสทั้งหมดของเขาอยู่ที่ LV50 แต่สกิลไม่สามารถใช้ได้เลย เพราะถูกผนึกไว้ด้วยผลข้างเคียงจากการใช้งาน [Holy Skill] นอกจากนี้ยังไม่สามารถใช้เวทมนตร์ที่เป็นบทร่ายแบบคาถาได้อีก 

              “กว่าจะใช้สกิลได้อีกครั้งยังเหลืออีก7ชม.สินะ”

              สิ่งที่ใช้ได้เพียงอย่างเดียวคงมีแค่ปล่อยกระแสมานาบริสุทธิ์ออกมาแล้วเปลี่ยนให้เป็นธาตุพื้นฐานประจำกายตนเองเท่านั้น ซึ่งก็คือเปลวเพลิงที่ใช้ก่อกองไฟก่อนหน้านี้ และที่สำคัญหากไม่ได้มี LV ถึง50 ก็คงไม่สามารถจุดไฟได้โดยไม่พึ่งพาคาถาเวทพื้นฐานแน่ๆ ดีสุดคงแค่ปล่อยกระแสมานาอุ่นๆเท่านั้น

              แต่ว่านะ..รายละเอียดของ Holy Skill มันไม่ได้บอกถึงผลข้างเคียงเลยว่าเราจะถูกผนึกสกิลและคาถาเวทนี่นา...ทำไมกันนะ?

              เมื่อครุ่นคิดไปสักพักเรเวลก็พอจะเดาสาเหตุได้

              อืม..แต่ทั้งนี้ก็พอเข้าใจได้แหละ บางทีการได้มาซึ่งพลังอันยิ่งใหญ่เกินตัว คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่จ่ายค่าตอบแทน หากสกิลนั้นสามารถใช้พิฆาตศัตรูได้ก็แล้วไป แต่ถ้าจัดการไม่ได้ หรือจัดการได้แต่ไม่จบงานนี้คงมีตายโหงกันแหงๆ

              นับว่าโชคดีที่หลังจากนั้นไม่ต้องเจอสัตว์ปีศาจอีกแล้ว ไม่งั้นต่อให้รอดจากชั้นที่92ไปได้ ตัวเราและคนอื่นๆก็คงไม่รอดกันชัวร์ เพราะลำพังแค่ Attacker 1คน(เซเลน่า) กับ Healer 1คน(รูอัน) คงยากที่ผ่านชั้นลึกหลายๆชั้นไปได้ แม้จะมี LV50 ก็ตามทีเถอะ 

              เมื่อเด็กหนุ่มเริ่มคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อย ก็รู้สึกง่วงนอนไปโดยปริยาย 

     

              

     

              

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271