บรรยากาศบนเขาเงียบกริบสีหน้าของทุกคนตึงเครียด แววตาวิตกกังวลปรากฏขึ้นแก่หลายต่อหลายคน และแล้วสายตาทุกคู่ก็หันไปที่หยางฉินเทียนเพื่อรอคอยความเห็นเขาเห็นอย่างนั้นจึงเดินไปยังก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งในบริเวณใกล้เคียงแล้วกำหมัดชกเข้าไปเต็มแรง
ตู้มม!!
ก้อนหินแตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยฝุ่นผงฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ‘พลัง พลัง ข้ามีพลัง! ข้าได้พลังจากพระเ้า ใครหน้าไหนในโลกจะมาต่อการกับข้าได้วันนี้แหละข้าจะสร้างชื่อ ให้ทุกคนในโลกใบนี้จดจำว่าข้า คือหยางฉินเทียนผู้กอบกู้โลกใบนี้!’ คิดดังนั้นจึงกล่าวออกมาว่า“พวกเ้าอย่างกังวลไปเลย เื่นี้ข้ารับมือเอง”
“ท่านผู้กล้า อย่าหาว่าข้าลบหลู่เลยนะขอรับแต่เหมือนพลังของท่านยังไม่เสถียร ข้าเกรงว่า...”
“หุบปาก!”หยางฉินเทียนขัดจังหวะการพูดของาุโที่พยายามจะอธิบายด้วยความเป็ห่วง“เป็เพราะพวกเ้าไม่มีพลังพอที่จะต่อต้านศัตรูไม่ใช่เหรอถึงได้อัญเชิญข้ามาเพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้ในเมื่อพวกเ้าไม่มีปัญญาแก้ปัญหา แต่ข้า..หยางฉินเทียนมี! ข้าจะทำให้ศัตรูแพ้พ่ายแตกดับเหมือนดั่งหินก้อนนี้พวกเ้าไม่ต้องพูดพร่ำอะไรให้มากความ เ้า! นำทาง!”
หยางฉินเทียนชี้ไปที่คนรายงาน
“ค..ครับท่าน โปรดตามข้ามา”
เขาเดินตามชายผู้นั้นลงจากยอดเขาไปจอมยุทธ์าุโทั้งหลายต่างมองหน้ากันแล้วถอนหายใจจากนั้นจึงวิ่งตามหยางฉินเทียนไปสู้รบกับกองทัพผีดิบ
ูเาแห่งนี้ฝั่งหนึ่งเป็หน้าผาทางขึ้นจึงมีเพียงด้านเดียว หยางฉินเทียนวิ่งตามผู้นำทางไปสักพักหนึ่งก็พบการต่อสู้ที่ชุลมุนระหว่างมนุษย์กับกองทัพผีดิบ แม้ผีดิบจะอ่อนกำลังลงไปมากกว่าตอนที่เป็มนุษย์แต่จำนวนมันมีมาก และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จากจอมยุทธ์ที่ล้มตายพวกมันไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย ผิดกับพวกมนุษย์เท่านั้นที่สีหน้าอิดโรยและเหนื่อยหอบ
“ข้าไม่ไหวแล้ว...” จอมยุทธ์คนหนึ่งหมดแรงล้มลงผีดิบที่กำลังต่อสู้อยู่ง้างกระบองเพื่อเตรียมฟาดศัตรูที่หมดทางสู้
ตู้มม!!
ศีรษะของผีดิบะเิ ซากศพล้มลงก่อนที่จะลงมือ
“ท..ท่านคือ...”ผู้รอดตายเอ่ยถามนามผู้ช่วยชีวิต
“ข้าคือหยางฉินเทียน!! พวกเ้าทั้งหลายจงฟัง!!! ผู้าุโทั้งหลายได้ทำพิธีอัญเชิญข้ามาจากมิติอื่นเพื่อมาช่วยกอบกู้โลกใบนี้พวกเ้าจงหนีไปบนเขา ที่เหลือข้าจัดการเอง!”เสียงอันทรงพลังดังกึกก้องไปทั่วทั้งเขาเสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้นตามมาเป็ระยะพร้อมกับการร่นถอยของจอมยุทธ์ตามคำสั่งของหยางฉินเทียนแม้ศัตรูจะเป็ผีดิบ แต่ก็สามารถรับรู้ถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปพวกมันจึงไม่ไล่ตามพวกที่หนี และมุ่งการโจมตีไปที่หยางฉินเทียนแต่เพียงผู้เดียว
“หึ! เ้าพวกสวะ”
แสงสีแดงลุกโชนขึ้นเป็เปลวไฟในมือ ตวัดเพียงครั้งเดียวกองทัพผีดิบเบื้องหน้าก็ติดประกายไฟะเิเป็เถ้าถ่านพื้นที่ด้านหน้าเป็แอ่งรูปพัดตามทิศทางการตวัดมือ แผ่นดินเสียหายไปไกลกว่าร้อยกิโลเมตรกองทัพผีดิบสลายหายไปเกือบครึ่งกลุ่มผู้าุโที่ยืนดูอยู่ไกลออกไปด้านหลังถึงกับอ้าปากค้างแววตาปรากฏให้เห็นความประหลาดใจปนปีติต่างรู้สึกในใจว่าการทำพิธีอัญเชิญของพวกเขานั้นเป็ความคิดที่ถูกต้องแล้ว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
หยางฉินเทียนหัวเราะเสียงดังเขาไม่เคยรู้สึกดีอย่างนี้มาก่อน เพราะเขาเคยเป็คนที่อ่อนแอ และไร้ความสามารถ แต่บัดนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้วเขาได้รับพลังจากผู้ที่เขาคิดว่าเป็พระเ้าพลังนี้มันเป็ชีวิตของเขาจากจุดต่ำสุดมาอยู่ที่จุดสูงสุดทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็ไปอย่างที่เขา้า โลกใบนี้จะอยู่ในการปกครองของเขาสมบัติ สตรี ความบันเทิงทั้งปวงที่เขาไม่เคยได้ มันจะเป็ของเขาทั้งหมดในไม่กี่วันนี้คิดอย่างนี้แล้ว เขาจึงอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
กองทัพผีดิบที่เหลือได้รับผลกระทบจากแรงะเิปลิวไปหลายกิโลเมตรหลังจากแรงลมสงบลงก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนเรียงแถวกันเป็ระเบียบดังเดิมจากนั้นไม่นานพวกมันก็ตบเท้าหันเข้าแนวกลางแล้วถอยหลังออกมาห้าก้าวเผยให้เห็นทางยาวไปจนถึงใจกลางกองทัพที่มีบุรุษผู้สวมเกราะสีดำขี่ม้าศึกอยู่
แสงสีแดงเปล่งออกมาจากดวงตาภายใต้หมวกเหล็กเขาค่อย ๆ ควบม้าเดินมาอย่างช้า ๆ ทุกสรรพสิ่งเงียบกริบ มีเพียงเสียงลมอ่อน ๆที่พัดผ่านให้ได้ยินเท่านั้น ศัตรูเคลื่อนที่เข้าอย่างไม่รีบร้อนจนทำให้หยางฉินเทียนรู้สึกรำคาญเขายืนรออยู่ครึ่งชั่วโมง แต่ขุนศึกพึ่งเดินทางได้เพียงไม่กี่กิโลเมตรเขาหมดความอดทนที่จะรอและเหาะไปหาเป้าหมายด้วยความเร็วสูง
เมื่อศัตรูเห็นดังนั้นจึงควบมาด้วยความเร็วเมื่อหยางฉินเทียนเข้าไปใกล้ก็เห็นว่ากองทัพผีดิบนั้นถอยกำลังไปหมดแล้วเห็นอย่างนั้นจึงเข้าใจทันทีว่าข้าศึกได้ประวิงเวลาเพื่อให้กองทัพที่เหลือหนีไปจากสนามรบแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะอย่างไรเสียศัตรูเหล่านี้ก็ไม่อาจรอดพ้นจากเงื้อมมือเขาไปได้ มันแค่ยืดเวลาออกไปช้าเร็วโลกก็ต้องมีสันติสุข
“เ้าอย่าชักช้าให้ข้าเสียเวลา รีบสู้รีบจบ”หยางฉินเทียนใช้พลังแบบเดิม เขาลอยอยู่บนอากาศชูกำปั้นเรืองแสงแล้วชกไปยังศัตรูเบื้องล่างกำปั้นเพลิงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงดิ่งไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
ตู้มม!!!
แรงะเิประทุราวกับนิวเคลียร์รังสีพลังกระจายไปไกลนับหมื่นลี้ผู้าุโทั้งหลายต้องช่วยกันป้องกันเศษเสี่ยวของหลังไม่ให้เล็ดลอดผ่านไปยังูเาเื้ัผู้นำฝ่ายธรรมะต่างกัดฟันทนแรงปะทะที่โหมกระหน่ำเข้ามา ท้องฟ้าแปรปรวนฝุ่นควันและก้อนเมฆรวมตัวกันเต็มท้องฟ้า ฝนเริ่มเทลงมาพร้อมกับสายฟ้าเปรี้ยงปร้าง
“หืม? เ้ายังไม่ตายอีกเรอะ”หยางฉินเทียนประหลาดใจเป็อย่างมากนอกจากศัตรูยังมีชีวิตอยู่แล้วยังไม่ได้รับาเ็เลยแม้แต่น้อยแม้รอยขีดข่วนที่ชุดเกราะก็ไม่ปรากฏ!
“หึหึแม้เ้าจะมีพลังมากมายก็ไม่อาจจะทำอะไรข้าได้ รู้ไหมว่าทำไม? ก็เพราะว่าเ้ามันโง่!!!เ้าออกมาสู้กับข้าโดยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับข้าเลยสักอย่าง คนโง่เขลาอย่างเ้าทำได้แค่รนหาที่ตาย!!”
“บังอาจนัก!”หยางฉินเทียนโกรธสุดขีด ‘มันเป็ไปไม่ได้ที่พลังของเขาจะทำอะไรมันไม่ได้ในเมื่อการโจมตีระยะไกลไม่ได้ผล ข้าจะเข้าโจมตีในระยะประชิด’
พรึ่บบบ
เปลวไฟลุกท่วมตัวหยางฉินเทียน
เขาเร่งพลังถึงขีดสุดแล้วพุ่งเข้าโจมตีด้วยความเร็วสูงสุด
เปรี๊ยง! เปรี๊ยง!เปรี๊ยง! เปรี๊ยง!
หยางฉินเทียนดวงตาแดงกล่ำกระหน่ำหมัดลงไปไม่ยั้งเขาคิดจะจัดการคู่ต่อสู้ให้เร็วที่สุด แต่ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะรับมือได้ทุกกระบวนท่าสิ่งที่เขาทำได้ก็เพียงฆ่าม้าศึกที่คู่ต่อสู้ใช้เป็ยานพาหนะเท่านั้นยิ่งนึกก็ยิ่งโมโห ‘ข้าเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่จะมาเสียหน้าเพราะลูกน้องตัวโกงไม่ได้!!’
“มีใครเคยบอกเ้ามั้ยว่าพลังของเ้ายังไม่เสถียร”
ผู้กล้าที่กำลังหัวร้อนได้ยินคำนี้ถึงกับชะงัก
“เหลวไหล!!ข้ามีพลังเต็มเปี่ยม ไร้เทียมทานในปฐี!”
“ห้า”
“??”
หยางฉินเทียนถึงกับฉงน ‘ทำไม่มันเ้านี่เลิกต่อปากต่อคำแล้วอะไรคือ ‘ห้า’ หรือว่ามันพยามยามทำให้ข้าสับสนเพื่อหาช่องโหว่?ต้องใช่แน่ ๆ มันเป็กลลวง’ เขากัดฟันแล้วโจมตีอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่เปิดช่องโหว่โดยไม่รู้เลยว่าดวงตาอันแดงกล่ำของเขาเริ่มมีเืซึมไหลออกมา
“สี่”
“สาม”
“สอง”
“หนึ่ง”
วูบบบ...
เปลวไฟที่ห้อมล้อมร่างกายของเขาดับลงความรู้สึกถึงพลังที่แผ่ไปทั่วร่างก่อนหน้านี้กลายเป็ความรู้สึกแห้งผากร่างกายหนักอึ้งไร้เรี่ยวแรงราวกับเฒ่าผู้ชรา
“น...นี่มันอะไรกัน”
“ข้าบอกแล้วว่าพลังของเ้ายังไม่เสถียรแล้วถ้ามีคนเคยทักท้วงแต่เ้ายังยืนยันที่จะปรากฏตัว นั่นก็แสดงว่าเ้านั้นโง่นัก คนอย่างเ้าไม่มีวันที่จะทำงานใหญ่ได้หรอก!!”
ฉั่วะ!!
ดาบทมิฬบั่นศีรษะขาดกระเด็น
ร่างที่ไร้ิญญาหมดเรี่ยวแรงและล้มลงอย่างอนาถา
“บัดซบบบบบบ!!!”
ผู้าุโผู้มีผมขาวโพลนะโอย่างเกรี้ยวกราดเขาไม่ได้โมโหขุนศึกเงาปีศาจที่ฆ่าหยางฉินเทียน แต่เขาโมโหหยางฉินเทียนที่ไม่ฟังคำทัดทานว่าเขายังใช้พลังได้ไม่สมบูรณ์จริงอยู่ว่าผู้กล้าที่อัญเชิญมาเป็ความหวังเดียวของโลกใบนี้แต่ด้วยความมัวเมาในพลังและความหยิ่งผยองของหยางฉินเทียนทำให้ความหวังทั้งหมดพลังทลายจนหมดสิ้นบัดซบที่สุด!!!