
ต้มข่าไก่ (2)
ปลายยามเว่ย (13.00-14.59) หยางอี้เวยก้าวลงจากรถม้าแล้วก็อุ้มร่างบางของน้องชายมุ่งตรงไปที่เรือนน้อยของเ้าตัวเล็ก เมื่อบ่าวคนสนิทเดินเข้ามากระซิบเสียงเบากับคุณชายรองว่าตอนนี้เ้านายทุกคนในบ้านยังคงรวมตัวกันอยู่ที่เรือนคุณชายสามยกเว้นภรรยาของพี่ใหญ่และหลานๆ ทั้งสองคนที่กลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของมารดา
หยางอี้เวยพยักหน้ารับรู้ก่อนจะกระชับอ้อมแขนให้น้องน้อยนอนอยู่ในท่าที่สบายมากที่สุด ก้าวเท้าอย่างไม่เร่งรีบเนื่องจากไม่้าปลุกเ้าเด็กขี้เซาที่ตอนนี้นอนซบหมดแรงอยู่กับอกกว้างของพี่ชาย ปลายหางตาแดงช้ำยังมีร่องรอยของน้ำตาเหลืออยู่เล็กน้อย
ตอนนี้นายท่านตระกูลหยางคนปัจจุบันเดินวนเวียนอยู่ภายในห้องรับแขกในเรือนของลูกชายสุดที่รักด้วยใบหน้าเป็กังวล ถึงจะรู้ว่าลูกน้อยปลอดภัยั้แ่คนของจวิ้นอ๋องมาส่งข่าว แต่ถ้ายังไม่เห็นลูกรักปลอดภัยด้วยตาตัวเองเขาคงยังทำใจให้สบายไม่ได้
ไม่ได้มีเพียงนายท่านหยางที่ใจไม่เป็สุขเท่านั้น นายหญิงหยางและคุณชายใหญ่ก็มีแววตากระวนกระวายเช่นกัน ส่วนอดีตนายหญิงตระกูลหยางหรือท่านย่าก็นั่งอยู่ในอ้อมกอดของสามีปล่อยให้อีกคนคอยใช้พัดพัดวีเพื่อไม่ให้เป็ลมเป็แล้งไปเสียก่อน
ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของหยางอี้เวยก้าวเข้ามาในห้องรับแขกพร้อมร่างไม่มีสติของดวงใจของทุกคนในจวนหยาง ทำให้คนที่อยู่ในห้องลุกขึ้นยืนอย่างตื่นตระหนกแล้วเข้าไปล้อมรอบตัวคุณชายรองทันที จนหยางอี้เวยพูดเสียงเบาบอกทุกคนว่าน้องแค่หลับก็พากันถอนหายใจลูบอกอย่างหมดห่วง
หลีกกายให้ร่างสูงอุ้มร่างเล็กเข้าไปนอนบนเตียงหนานุ่มอย่างเบามือ มือหนาของอี้เวยกระชับผ้าห่มที่อยู่บนกายน้องก่อนจะเอ่ยกับมารดารวมถึงบ่าวคนสนิทของน้องชายที่นั่งอยู่ข้างเตียงใหญ่
"ข้าฝากท่านแม่และอาจิงเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้องด้วยนะขอรับ วันนี้เ้าตัวซนออกไปวิ่งซนข้างนอกจนมอมแมมคงหลับไม่สบายนัก"
"ได้จ้ะเวยเอ๋อร์ เดี๋ยวแม่ดูแลน้องให้เองนะ เ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ"
"ขอรับท่านแม่ แต่ข้ามีเื่อยากพูดคุยกับทุกคนก่อน พวกเราที่เหลือออกไปคุยกันด้านนอกเถอะขอรับ"
ดวงตาคมที่ได้ที่รับการสืบทอดมาจากนายท่านตระกูลหยางคนปัจจุบันกวาดสายตามองคนในครอบครัวด้วยแววตาไม่สบายใจที่ฉายชัด
"เอาสิ ไปที่ห้องรับแขกกันเถอะขอรับท่านพ่อท่านแม่ เยี่ยนเอ๋อร์ด้วยลูก เ้ารองต้องคิดไม่ถึงแน่ๆว่าน้องเ้าแสบสันขนาดไหน"
นายท่านหยางเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าอ่อนใจระคนเอ็นดูแก้วตาดวงใจของตัวเองพร้อมเดินไปประคองแขนอีกด้านของท่านแม่ที่ตอนนี้อดีตนายท่านตระกูลหยางประคองไม่ห่างไปยังห้องรับแขก
ทางด้านสวีหว่านหว่าน นายหญิงตระกูลหยางคนปัจจุบัน ที่ตอนนี้กำลังทอดมองบุตรเกอคนเล็กด้วยแววตารักใครปนปวดใจ สองมือเล็กของสตรีลูบใบหน้างดงามของลูกชายอย่างแ่เบา เฝ้าพินิจดวงหน้ามนอย่างเอียดจนสังเกตเห็นความบวมช้ำรอบเปลือกตาของลูกกับน้ำตาเกล็ดเล็กบนแพรขนตางอนยาว ปลายจมูกสีแดงก่ำ รวมถึงปากจิ้มลิ้มที่คอยส่งรอยยิ้มออดอ้อนให้กันเสมอยามนี้กับเจ่อขึ้นอย่างน่ากังวล
หัวใจของคนเป็แม่ปวดหนึบขึ้นมาทันที อยากจะตีเ้าตัวเล็กที่หาเื่เล่นซนจนกลับมาในสภาพนี้ แต่ก็รู้ดีว่าคงไม่สามารถจะใจแข็งลงมือไม้กับลูกรักให้าเ็ได้ ั้แ่บุตรคนนี้เกิดมาเธอยังไม่เคยดุด่าให้เจ็บช้ำน้ำใจเลยซักคำ แค่ลูกรักของเธอไม่สามารถส่งเสียงพูดคุยได้ก็ทรมาณเ้าตัวเล็กมากพอแล้ว
ยามนั้นหลังได้รับรู้จากหมอหลวงว่าแก้วตาดวงใจของนางคนนี้จะไม่สามารถเปล่งเสียงฉอเลาะเจื้อยแจ้วเสียงหวานพูดคุยกับนางและครอบครัวได้อีก ใจคนเป็แม่แทบจะขาด หากสามารถแลกเปลี่ยนเป็นางแทนลูกได้ นางย่อมยินยอมอย่างยินดี
ไม่รู้ว่าตระกูลหยางของเราไปทำเวรกรรมอะไรไว้ ์ถึงได้ลงโทษกันถึงเพียงนี้ แม้จะมีทรัพย์สมบัติและอำนาจมากมายไม่ต้องเกรงกลัวผู้ใดกระทั่งฮ่องเต้ยังต้องไว้หน้าตระกูลหยางถึงหกส่วน แต่ภายในใจของคนในตระกูลกลับมีความทุกข์ตรมแทรกอยู่ภายในหัวใจทุกวัน
ยิ่งเห็นเกอน้อยที่รับรู้ว่าตนไม่สามารถพูดได้อีกมีท่าทีเสียใจและหวาดกลัวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนท่าทางเป็แย้มรอยยิ้มกว้างบนดวงหน้าซีดขาว โอบกอดคนในครอบครัวด้วยแขนเล็กๆ นั่น ปากเล็กขยับปากพูดอย่างช้าๆให้เพื่อให้ทุกคนรับรู้สิ่งที่ตน้าเอ่ยผ่านการอ่านปาก
'เฟิงเอ๋อร์ไม่เป็ไรขอรับ' แววตาของเกอวัยเจ็ดปียังคงเปล่งประกายราวกับดวงดาวแม้จะแฝงความเศร้าหมองก็ตาม
หลังจากวันนั้นทุกคนภายในตระกูลก็กลับมามีท่าทีแสดงออกว่ามีความสุขและรอยยิ้มบนใบหน้าเพื่อให้เกอน้อยสบายใจและร่าเริงมีความสุขได้ทุกวันราวกับการที่ตนพูดไม่ได้นั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่เป็เพียงไข้หวัดเล็กๆ เท่านั้น แม้เื้ัรอยยิ้มของทุกคนจะมีคราบน้ำตาอยู่ทุกคืนก็ตาม
สวีหว่านหว่านหยิบผ้าชุบน้ำกลิ่นดอกไม้บิดหมาดเช็ดที่ผิวกายบอบบางของลูกชายอย่างอ่อนโยน ก่อนจะช่วยกันกับบ่าวสาวเปลี่ยนเป็ชุดนอนเนื้อสบายให้คนที่หลับสนิท
จุมพิตลงบนกระหม่อมบางและแก้มนุ่มๆทั้งสองข้าง ดึงผ้าแพรห่มนอนจนคลุมถึงใต้คางเล็ก กล่าวกำชับกับบ่าวคนสนิทของลูกให้ดูแลผู้เป็นายอย่าให้คาดสายตาอีก หากเกอน้อยตื่นเมื่อไหร่ให้ส่งคนไปเรียกทันที จากนั้นก็รีบก้าวออกไปสมทบกับครอบครัวที่พูดคุยกันอยู่ด้านนอก
คุณชายใหญ่ที่เดิมตามหลังน้องชายคนรองมายังที่ห้องรับแขก รอจนทุกคนนั่งเรียบร้อยก็บอกเล่าเื่ราวที่คนทางนี้ได้รับรู้หลังอี้เวยออกไปรับตัวน้องคนเล็กที่เหลาอาหารอี๋นั่ว
หลังคุณชายรองขี่ม้านำรถม้าหรูของจวนหยางออกไปรับน้องชายอย่างเร่งรีบ ก็มีบ่าวชายคนนึงรีบวิ่งเข้ามาแจ้งพ่อบ้านใหญ่ของจวน ว่าเจอถุงเงินของคุณชายสามรวมถึงกระดาษและตลับชาดตกลงอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ชิดกำแพงท้ายสวนดอกไม้ของนายหญิง
พ่อบ้านใหญ่รีบเข้าไปรายงานเ้านายทุกคนที่เรือนเล็กของคุณชายสามที่ตอนนี้หายตัวไปกว่าชั่วยามแล้ว บ่าวไพร่ทุกคนละจากงานมาตามหาจนแทบจะใช้พลั่วขุดพลิกหน้าดิน ส่วนบ่าวที่ทำหน้าที่รับใช้คุณชายเล็กวันนี้ก็ถูกคาดโทษเอาไว้หากคุณชายเล็กได้รับาเ็กลับมาต้องรับโทษโบยรวมถึงตัดเบี้ยเลี้ยงที่ได้ลดลงไปอีกหลายปี
หลังนายท่านทั้งหลายได้ฟังข้อความจากพ่อบ้านก็ได้แต่เข่นเขี้ยวกับความแสบของเ้าตัวซนของจวนเพราะสามารถคาดเดาเื่ราวทั้งหมดได้ในทันที
หลอกล่อบ่าวไพร่ให้เล่นซ่อนแอบ ส่วนตัวต้นเื่เตรียมการอย่างดีทั้งหยิบถุงเงินและของจำเป็อย่างกระดาษส่วนชาดคงเอาไปใช้เขียนแทนพู่กัน
ส่วนบ่าวไพร่ที่น่าสงสารก็พากันหลบซ่อนตัวตามที่ต่างๆเพื่อแอบเ้านายตัวเล็ก ปล่อยให้เ้าแสบคนต้นคิดแผนการมีเวลาหนีออกนอกจวนได้อย่างสบายใจไม่ต้องหลบซ่อนลับๆ ล่อๆ
ไม่รู้ไปได้ความเ้าเล่ห์เพทุบายนี้มาจากไหน ถึงจะรู้แล้วว่าเ้าตัวแสบออกหนีไปเอง ไม่ได้ถูกลักพาตัวแต่อย่างใด ก็อดกังวลเป็ห่วงไม่ได้เพราะทั้งถุงเงินแล้วตัวช่วยสื่อสารตกหล่นอยู่ในสวนทั้งหมด เวลาที่ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามเ้าตัวจะออกไปเจออะไรด้านนอกบ้าง จะถูกใครหลอกลวงหรือถูกรังแกจนาเ็หรือไม่
หากเกิดเหตุร้ายขึ้นมา เด็กคนนั้นจะะโร้องขอความช่วยเหลือจากใครก็ไม่ได้ ใจของผู้เฝ้ารอเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม เวลาที่ผ่านไปทุกลมหายใจยาวนานและแสนทรมาณเหมือนอากาศหายใจกำลังลดน้อยลงทุกที...
กลับมาปัจจุบัน
หลังหยางอี้เวยได้ฟังเื่ราวที่พี่ใหญ่เล่าก็ได้แต่ลอบขบขันเ้าตัวเล็กในใจแม้จะพอคาดเดาเื่ราวมาจากท่าทางเ้าตัวเล็กได้บ้าง มุมปากแย้มรอยยิ้มหัวเราะขบขัน
"วางแผนอย่างดีแต่มาตกม้าตายตรงถุงเงินกับพวกกระดาษสินะขอรับ ฮ่าๆ"
ทุกคนในห้องพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย เมื่อเห็นตัวคนกลับมาอย่างปลอดภัยแล้วแม้จะมีสภาพมอมและเปื้อนน้ำตาหากแต่คนพามาไม่ได้มีทีท่าร้อนรนรีบบอกกล่าวเื่ราวก็โล่งใจเพราะแสดงว่าเ้าตัวซนคงไม่มีอะไรน่ากังวล
ส่วนสาเหตุที่หลับไหลร้องไห้ตาแดงกลับมาก็ต้องมาสอบถามความเป็มาอีกทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเ้าตัวเล็ก
หลังอี้เวยกล่าวว่าเื่ที่้าพูดอยากให้รอมารดาออกมาก่อน ทุกคนก็เปลี่ยนหัวข้อไปที่จะรับมือกับเ้าตัวแสบอย่างไรดีกับความซุกซนที่ทำเอาคนในจวนหัวใจตกลงไปถึงตาตุ่ม
ท่านปู่เสนอให้เพิ่มบ่าวรับใช้คอยดูแลสอดส่องตัวแสบอีกสิบคนรอบเรือน ส่วนท่านพ่อเสนอให้มีองครักษ์เงาคอยติดตามแทนดีกว่าเ้าตัวเล็กจะได้ไม่อึดอัด หากครั้งหน้าหลบหนีบ่าวไพร่ออกไปได้ก็ไม่ต้องเป็ห่วงเพราะมีองครักษ์เงาคอยดูแลอยู่
แน่นอนว่าองครักษ์เงาที่ว่าก็คงต้องไปรีดไถจากเพื่อนสนิทที่มีตำแหน่งเป็ฮ่องเต้อย่างไรล่ะ
ใช้งานข้าจนไม่มีเวลามาเล่นกับลูก ดูซิ ลูกข้าเลยน้อยใจหนีออกจากจวนไปเล่นข้างนอกเลยเห็นไหม!
หากฮ่องเต้รับรู้ความคิดของเพื่อนจอมงกของตนคงได้ล้มโต๊ะที่เต็มไปด้วยฎีกาแล้วะโใส่หน้า
'เ้าไม่มีเวลาเล่นกับลูก แต่งานข้าจะล้มทับหัวไม่มีเวลาแม้แต่จะกินหรือนอนเลยด้วยซ้ำเ้าจอมมารรีดไถหน้าเหม็นนี่!!'
หลังจากพูดคุยกันไปมาพยายามช่วยกันอุดช่องว่างคิดล่วงหน้าว่าเ้าตัวป่วนจะหาเื่ซนอะไรอีกในอนาคตเพื่อที่จะได้วางแผนดักทางคอยสนับสนุนเ้าตัวอีกทีก็ได้ข้อสรุปว่าคงต้องรู้เหตุผลจากเ้าตัวเล็กก่อนว่าทำไมถึงได้อยากหนีออกไปนอกจวน
ความจริงขอเพียงเ้าตัวมาทำหน้าออดอ้อนเขียนบอกกล่าวว่าอยากออกไปเที่ยวข้างนอก ท่านปู่ท่านย่าก็พร้อมจะจัดขบวนรถม้าพร้อมผู้ติดตามพาออกนอกจวนทันทีที่เอ่ยขอ พวกเขาตามใจเ้าตัวเล็กจะตาย อืม แต่พวกเขาไม่ไว้ใจเ้าพวกผู้ชายปากเหม็นด้านนอกนั่น!!
ยอดดวงใจของพวกเขางดงามออกปานนี้ หากออกไปด้านนอกบ่อยๆ คงโดนแทะโลมเป็แน่ เอาเป็ว่าถ้าเป็ไปได้ก็อยากเก็บเ้าคนงามนี้ไว้ในจวนไม่ให้ใครได้เห็นแม้ปลายผมเป็การดีที่สุดแค่นี้หัวกระไดก็ไม่เคยแห้งแล้ว
เป็ความจริงที่ว่าอาการป่วยจนไม่สามารถพูดได้ของหยางอี้เฟิงบุตรเกอของตระกูลหยางนั้นถูกรับรู้กันไปทั่วทั้งเมืองหลวง แต่ความงดงามละเอียดละออรวมถึงความสามารถด้านการวาดภาพก็เป็ที่โจษขานไปทั่วทั้งเมืองเช่นกัน
ดวงหน้าเล็กรูปหัวใจ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลหวานสุกใสสกาวราวกับดวงดารา คิ้วสีอ่อนโค้งเรียงตัวสวยรับกับรูปหน้า จมูกเล็กปลายเชิดรั้น ริมฝีปากเล็กพริ้มเพราที่ชอบแย้มรอยยิ้มหวาน ยามยิ้มเต็มแก้มก็จะเผยลักยิ้มน่ารักที่สองแก้มนุ่ม ร่างบอบบางระหงส์ผิวกายขาวซีดเล็กน้อยจากอาการป่วยยิ่งชวนให้น่าถนอม เอวคอดบาง สะโพกเล็กกลมมนผายออกเนื่องจากต้องรองรับการตั้งครรภ์ตามแบบฉบับของเกอ
ออกงานคราใดเป็ต้องได้รับเทียบหมั้นหมายหรือแม่สื่อมาคอยเคาะประตูจวนอยู่ทุกเมื่อ หากตระกูลใดเห็นแก่หน้าตระกูลหยางหน่อยก็หมายจะสู่ขอเป็ภรรยาเอกเมินเฉยอาการพูดไม่ได้ของเกอตะกูลหยาง ตระกูลหยางร่ำรวยและมีอำนาจทางการค้าเป็อันดับหนึ่งของเมืองหลวง หากสามารถผูกสัมพันธ์ชิดใกล้กันได้ อาการใบ้ของเกอรูปงามถือเป็เื่เพียงน้อยนิดเท่านั้น
แต่บางตระกูลก็ไม่เจียมตน เอาอาการใบ้ของเกอตระกูลหยางเป็ข้อต่อรองในการส่งเทียบสู่ขอเป็ภรรยารองแม้กระทั่งอนุภรรยาด้วยซ้ำ ซึ่งตระกูลเหล่านี้ล้วนถูกนายท่านและคนตระกูลหยางหมายหัวเอาไว้เรียบร้อย จนกว่าตระกูลหยางจะพินาศอย่าหวังว่าตระกูลชั้นต่ำเหล่านี้จะได้เจริญก้าวหน้าเลย!
ดวงใจของตระกูลหยางล้ำค่าขนาดที่ว่าฮ่องเต้ยังรู้ซึ้งดีที่สุด!
'ขนาดเครื่องนอนที่ห้องบรรทมข้ายังราคาแพงสู้ของเกอน้อยตระกูลหยางไม่ได้ด้วยซ้ำ!' คำพูดที่ฮ่องเต้อยากจะกล่าวให้ตระกูลถือดีพวกนั้นรับรู้...
แกร่ก
สวีหว่านหว่านปิดประตูห้องนอนของบุตรรักอย่างแ่เบาก่อนจะเดินเข้าไปนั่งเคียงข้างสามี ดวงตาสวยซึ้งต้นแบบของคนที่หลับในห้องนอนมองไปยังลูกชายคนรองอย่างรอคอย
หยางอี้เวยที่เห็นสายตาจากผู้เป็มารดาก็เล่าเื่ราวทั้งหมดที่ทั้งจากการคาดเดาของตัวเองและจากที่สหายเขียนในสารส่งแนบมาพร้อมกับเทียบยาชุดใหม่สำหรับน้องชายที่พึ่งได้รับจากบ่าวคนสนิทก่อนมารดาออกมาได้ครู่นึงทันที
สารในจดหมายบอกเล่ารายละเอียดที่จวิ้นอ๋องให้คนสนิทอย่างต้าลู่ตามหาร่องรอยทุกอย่างที่เกอน้อยพบเจอหรือทำลงไปหลังออกจากจวนกระทั่งไปนั่งร้องไห้เนื้อตัวเปื้อนฝุ่นตรงตรอกข้างซอยเหลาอาหารอี๋นั่วของตระกูลหยางได้
ตัวอักษรลื่นไหลสวยงามและหนักแน่นดั่งขุนเขาใหญ่ เนื้อความที่มีเพียงครึ่งหน้ากระดาษแต่กลับก่อให้เกิดอารมณ์หลากหลายกับคนตระกูหยางทั้งเอ็นดู ขบขัน อ่อนใจคละเคล้ากันจนเกิดเป็รอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆในห้องรับแขกแห่งนี้
ใครจะคิดว่าการออกไปผจญภัยนอกจวนคนเดียวของอี้เฟิงจะทำให้พวกเขาค้นพบว่าเ้าเด็กคนนี้เป็คนตะกละและดื้อดึงเพียงใด อะไรคือเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วทุกร้านอาหารในตลาดของเมืองหลวง
มือขวาของจวิ้นอ๋องพบว่าพ่อค้าแม่ค้าทุกร้านล้วนบอกเป็เสียงเดียวกันว่าสังเกตเห็นว่าเกอรูปร่างงดงามคนนี้มายืนจ้องอยู่ที่หน้าแผงอาหารของตน จ้องมองอย่างสนใจแต่ไม่ได้เข้ามาต่อแถวซื้ออาหารไปทานแต่อย่างใด จนกระทั่งเดินไปหยุดอยู่ที่เหลาอาหารอี๋นั่วนั่นเอง
เสี่ยวเอ้อที่เหลาอาหารอี๋นั่วเองก็ให้การว่าสังเกตเห็นเกอคนนี้เดินมุ่งตรงมาเหมือนจะเข้ามาสั่งอาหารทานที่ร้าน แต่หลังจากล้วงเข้าไปแขนเสื้อตัวเองท่าทางเมือนทำถุงเงินหล่นหายก็เดินวนไปวนมาหน้าเหลาอาหารหลายรอบก่อนที่เสี่ยวเอ้อชราจะเห็นร่างบางเดินไปทางตรอกข้างๆเหลาอาหาร หลังจากนั้นก็เป็จวิ้นอ๋องที่หิ้วเ้าตัวซนเข้าไปดูแลรอให้คนตระกูลหยางมารับ
ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือขำเ้าตัวเล็กที่ดวงไม่ดีก่อนดี หยางอี้เฟิงบุตรคนเล็กของตระกูลหยางเ้าของเหลาอาหารอี๋นั่วกลับไม่สามารถเข้าไปทานอาหารที่เหลาอาหารของตระกูลตัวเองได้
อาจจะเพราะคนในจวนไม่เคยพาร่างเล็กไปที่เหลาอาหารอี๋นั่วเลยซักครั้ง เวลาส่วนมากเ้าตัวก็มักจะใช้ในการวาดรูปเล่นอยู่ในจวนหรือนั่งฟังท่านย่าท่านแม่พูดคุยกันมากกว่ารับรู้เื่การค้าต่างๆของตระกูล อีกทั้งกิจการทั้งหลายของตระกูลหยางคนที่รับผิดชอบในการดูแลคือบุตรชายคนโตและบุตรชายคนรอง อี้เฟิงเลยไม่ได้รับรู้ว่ากิจการของตระกูลหยางมีอะไรบ้าง
หากอี้เฟยได้รู้ละก็ไม่รู้ว่าจะทำสีหน้าแบบไหน ฮ่าๆ
หยางอี้เวยที่ขำน้องรักของตัวอยู่นั้นก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่ามีเื่ของน้องชายที่อยากหารือกับครอบครัว ใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองท่านพ่อและท่านแม่ก่อนจะพูดเสียงอ่อน
"ท่านพ่อท่านแม่อย่าดุว่าน้องเื่ในวันนี้เลยนะขอรับ ที่น้องร้องไห้จนหลับไปข้าคิดว่าเป็เพราะเ้าแสบนี่กลัวพวกเราโกรธที่ทำตัวดื้อรั้นให้ทุกคนเป็ห่วง ตอนเ้าตัวเล็กร้องไห้ใจข้าจะขาดเสียให้ได้ น้องร้องไห้น่าสงสารมากนัก ขนาดเื่เมื่อตอนเจ็ดขวบข้ายังไม่เคยเห็นน้องร้องไห้เลยด้วยซ้ำ"
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความขบขันก่อนหน้าหยุดชะงักลง สีหน้าของทุกคนเงียบขรึมขึ้นทันที
หญิงสาวต่างวัยทั้งสองคนพากันหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตา ก่อนจุดรวมสายตาของทุกคนจะมองไปยังคนที่มีอำนาจสูงสุดในบ้านตอนนี้ นายท่านตระกูลหยางคนปัจจุบัน หยางชวี่ซิน
"พ่อก็ไม่อยากดุน้องเ้า แต่ยังไงก็ต้องเอ่ยปรามซักคำ หากพ่อใที่น้องเ้าหายไปจากเรือนจนไปพาลลงโทษบ่าวไพร่ทั้งเรือนจนาเ็ ก็จะเป็น้องเ้านั่นแหละที่เสียใจ" เสียงเข้มของผู้เป็พ่อเอ่ยขึ้น
สวีหว่านหว่านยืนมือไปเกาะกุมมือหนาของสามีอย่างให้กำลังใจ เพราะในเรือนนี้หากจะหาคนที่ตามใจและใจอ่อนให้ลูกคนเล็กมากที่สุดก็คือสามีของนาง ขนาดท่านแม่และท่านพ่อสามียังเทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ทั้งหวงแหนทั้งรักใคร่ลูกคนนี้มากเสียจนเวลานี้อี้เฟิงอายุ 18 แล้วถือว่าพร้อมยิ่งสำหรับการออกเรือน แต่สามีก็ปัดเทียบหมั้นหมายสู่ขอทั้งหมดทิ้ง ยังไม่รวมถึงสั่งให้บ่าวหน้าประตูปิดประตูใส่หน้าพวกแม่สื่อทั้งหลายอีก
สามียื่นคำขาดว่าจะขอเป็ผู้เลี้ยงดูบุตรเกอของตนไปตลอดชีวิตแทน เพราะเชื่อว่าไม่มีใครรักลูกได้เท่าคนในตระกูลอีกแล้ว ไปอยู่ที่อื่นก็กลัวจะถูกรังแกแล้วจะไม่สามารถยื่นมือเข้าช่วยเหลือได้ทัน
คนที่เหลือก็ได้แต่ลอบพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แต่ภายนอกก็ทำเป็เอ่ยติงเล็กน้อยว่าอี้เฟิงอาจจะถูกนินทา หลังจากครานั้นก็ไม่มีใครพูดถึงเื่การตบแต่งออกเรือนของหยางอี้เฟิงอีกเลย
กิจการการค้าตระกูลหยางที่เหล่าบุรุษของตระกูลพากันขยับขยายกิจการเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี หนึ่งในสามล้วนมีชื่อของหยางอี้เฟิงเป็เ้าของโดยที่เ้าตัวก็ไม่ได้รับรู้เื่นี้ เพราะพี่ชายทั้งสองคนขออาสาดูแลและขยับขยายกิจการภายใต้ชื่อของน้องชายอย่างยินดีสุดหัวใจ
ขอแค่น้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็พอ พวกเขาจะหาเงินมาให้น้องโปรยเล่นเอง
ในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้าหยางอี้เฟิงจะเป็บุคคลที่รวยเป็อันดับสองของแคว้นโจว แน่นอนว่าคงต้องเว้นอันดับหนึ่งไว้ให้ฮ่องเต้เสียหน่อยไม่งั้นผู้ปกครองแคว้นคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว แต่นั่นก็เป็เื่อนาคตวันข้างหน้า
"ข้าให้เ้าดุเฟิงเอ๋อร์ของข้าได้แค่นิดเดียวเท่านั้นนะอาซิน ถ้าเฟิงเอ๋อร์ร้องไห้เพราะเ้าล่ะก็ เ้าจะได้รู้ว่ามารดาแก่ๆ ของเ้าคนนี้ยังมีแรงวิ่งเอาไม้ไล่ตีเ้าได้อยู่หรือไม่"
หยางชวี่ซินผู้นำตระกูลหยางที่ทำหน้าเข้มว่าจะดุลูกเมื่อครู่ ถึงกับต้องดึงตัวภรรยาคนสวยมาบังตัวเองจากมารดา เขายังคงจำฤทธิ์ไม้เรียวของท่านแม่ได้ดีจนซึมเข้าไปในกระดูก
"ข้าโอ๋เฟิงเอ๋อร์กว่าท่านอีก จะกล้าทำลูกร้องไห้ได้อย่างไรกัน มีแต่ข้านี่สิท่านแม่ที่จะร้องไห้ตอนดุเฟิงเอ๋อร์" บุรุษวัยสี่สิบกว่าละล่ำละลักบอกมารดาของตนอยู่หลังแผ่นหลังเล็กของภรรยาคนงาม
เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนที่เหลือก็อดพยักหน้าอย่างเห็นด้วยไม่ได้ ท่านพ่อเ้าน้ำตาที่สุดแล้วเมื่อเป็เื่ของเฟิ่งเอ๋อ
ก็อกๆ
ก่อนที่หญิงชราและลูกชายจะได้ถกเถียงกันต่อตามประสาไม้เบื่อไม้เมา เสียงเคาะประตูห้องนอนที่ดังมาจากด้านในก็เกิดขึ้น สายตาของทุกคนจ้องมองไปทางที่มาของเสียงทันที
แอ๊ดดดด
ประตูที่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นร่างเล็กที่ยืนเกาะขอบประตูอย่างประหม่าอยู่ด้านหลัง
อี้เฟิงที่อยู่ด้านหลังประตูห้องนอน กำมือชื้นเหงื่อลงกับชายแขนเสื้อจนยับยู่ ใจดวงน้อยกำลังเต้นกระหน่ำวูบโหวงด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าเล็กที่โผล่เพียงดวงตาออกมานอกประตูกวาดสายตามองทุกคนตรงหน้าอย่างกังวลและทำอะไรไม่ถูก ปากเล็กเม้มแน่น พยายามรวบรวมความกล้าที่ตอนนี้เหมือนหดจิ๋วเหลือแค่หนึ่งนิ้วเผชิญกับผลของความดื้อรั้นของตนจนทำให้คนทั้งจวนเดือดร้อน
หลังจากลืมตาตื่นขึ้นมา อี้เฟิงก็พบว่าได้กลับมาอยู่ที่ห้องนอนของตนเสียแล้ว หันมองด้านข้างก็เจออาจิงนั่งตาแดงพร้อมกล่าวกับผู้นายว่าหลังจากนี้จะไม่ปล่อยให้คาดสายตาอีกเด็ดขาด ทั้งยังขู่ด้วยตาวาวๆ อีกว่าหากยังดื้อคิดจะทำอะไรโดยที่ไม่มีนางอยู่ด้วย บ่าวคนนี้จะโขกศีรษะลงโทษตัวเองจนตาย
ทำเอาเ้านายคนงามส่ายหน้ายิกๆ ทั้งทำหน้ารู้สึกผิด แววตาคู่สวยเต็มไปด้วยความเศร้าสลดที่ทำให้คนสนิทเสียใจจากความดื้อรั้นเห็นแก่ตัวของตน ยื่นมือเล็กไปกุมมือสากของสาวใช้เขย่าเบาๆ เพื่อให้สัญญาว่าจะไม่ดื้อไม่สนกับอาจิงอีกแล้ว ปากเล็กเบะลง ช้อนตามองอาจิงให้ยอมใจอ่อนยกโทษให้ตน เมื่อเห็นว่าบ่าวสาวยังคงตีหน้านิ่งก็แนบแก้มนุ่มลงกับมือของอีกคนที่กุมอยู่
อาจิงอยากจะบอกคุณชายน้อยของตนว่าใจอ่อนั้แ่อีกฝ่ายกุมมือแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่อยากให้เ้านายจอมดื้อตรงหน้าได้ใจจนเกินไป นางดูแลคุณชายมาั้แ่ยังเดินไม่คล่อง ความรักที่มีต่อเ้านายไม่ใช่เพียงแค่ความเป็นายบ่าว แต่ทั้งรักทั้งผูกพันดุจพี่น้องร่วมอุทร
แม้อยากจะใจแข็งแต่พอเห็นอีกฝ่ายซบดวงหน้างามกับมือของตนแถมยังขยับปากเรียกชื่อนางไม่ยอมหยุด ก็ต้องเผลอหลุดยิ้มอ่อนให้อีกคนเห็นจนได้ สุดท้ายก็ได้แต่ย้ำว่ากับอีกคนว่าจะดื้อซนเช่นไรก็ได้ แต่ต้องพานางไปด้วยทุกที่ ใบหน้าที่ยังซีดขาวพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน ขอแค่อาจิงไม่โกรธเขาแล้วเื่อะไรเขาก็ยอมรับปากคนที่เป็ทั้งพี่สาวและเพื่อนคนเดียวบนโลกใบนี้ทั้งสิ้น
หลังจากนั้นเกอตัวเล็กก็โดนบ่าวคนสนิทจับเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดสีฟ้าสดใสลายผีเสื้อตัวน้อยที่กำลังโบกสะบัดปีก ยิ่งช่วยเสริมให้ร่างเล็กดูน่ารักและบอบบางน่าเอ็นดูมากกว่าเดิม คนงามได้แต่งุนงงว่าทำไมถูกจับหมุนตัวแต่งกายใหม่ ก่อนจะหน้าซีดเผือดเมื่อรู้ว่าตอนนี้นายท่านของจวนทั้งหมดนั่งรอตนเองด้วยความห่วงใยอยู่ที่ห้องรับแขกด้านนอกที่ห่างกันเพียงประตูกั้น
อึก
น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงในลำคออย่างยากลำบาก แต่เมื่อกล้าก่อเื่ก็ต้องกล้ารับผิดชอบในสิ่งที่ทำ
ฮือออ หวังว่าพี่รองจะไม่พูดปลอบใจกันเฉยๆ หรอกใช่ไหม..นะ
ร่างเล็กสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะรวบรวมความกล้า เคาะแล้วเปิดประตูห้องนอนของตน
ใช่… แค่เคาะและเปิดประตูความกล้าทั้งหมดเมื่อกี้ก็เหลือแค่จิ๋วหลิวจนได้แต่โผล่นอกประตูเหลือแค่ลูกตานี่แหล่ะ แหะๆ
ดวงหน้าเล็กก้มหน้าลงหลบสายตาของทุกคนที่จ้องมองมา ก่อนจะเงยหน้าหันไปสบตากับตัวช่วยเดียวในตอนนี้
พี่รองงงงงง ไหนบอกทุกคนไม่โกรธน้องไง ทำไมถึงพากันจ้องหน้าน้องนิ่งอย่างงี้ล่ะ
ฮึบ เร็วอี้เฟิงง อ้อนและตื้อเท่านั้น! สู้เว้ย!
ปากเล็กเม้มแน่นอย่างตัดสินใจ มีมือบางของอาจิงคอยลูบหลังเล็กให้กำลังใจอยู่ด้างหลัง หัวสมองแล่นเร็วจี๋เพื่อหาทางแก้สถานการณ์ตรงหน้าก่อนที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาทำตามที่สมองประมวลผลออกมาทันที
ทุกสายตาในห้องได้แต่ชะงักนิ่งและหันมองสบกันอย่างงุนงง เมื่อเห็นร่างเล็กที่หลบหลังประตูห้องนอนอยู่นานราวกับลูกแมวที่หวาดกลัวไม่กล้าผชิญหน้ากับโลกภายนอก
ที่ทุกคนนิ่งเงียบเพราะอยากรู้ว่าเ้าตัวแสบจะตัดสินใจทำอย่างไร หลังจากทำจวนปั่นป่วนไปทั้งวัน
ใครจะคิดว่าไม่ใช่การเข้ามาออดอ้อนเกาะขาเพื่อขอลดโทษ แต่เ้าตัวเล็กนั่นวิ่งผ่านคนเป็พ่ออย่างเขาไปหลบอยู่ข้างหลังร่างสูงของลูกชายคนรองแทน
!!!!
ทำไมเขาถึงไม่ใช่คนแรกที่ลูกสุดที่รักนึกถึงกัน หัวใจคนเป็พ่อเจ็บแปลบ จ้องมองไปที่ลูกคนรองอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทำเอาคนที่เหลือได้แต่ลอบมองกันด้วยความขบขันทางสายตา
ส่วนหยางอี้เวยตอนนี้ได้รับจากความอิจฉาที่พุ่งมาจากผู้เป็พ่อรวมถึงพี่ชายคนโตอีกคนที่จ้องมาทางเขา ให้ตนได้ส่งรอยยิ้มอย่างเหนือกว่าส่งให้ นานๆ ครั้งเขาถึงจะเอาชนะพี่ชายได้สักที
ก่อนจะหันกลับมาสนใจร่างของน้องน้อยที่ตอนนี้นั่งทรุดตัวอยู่หลังเก้าอี้ของเขา มือเล็กเอื้อมมากำชายเสื้อของเขาแน่น บ่งบอกว่าตอนนี้เ้าตัวกำลังรู้สึกกังวลหวาดหวั่นกับการเผชิญหน้ากับคนในครอบครัวขนาดไหน ร่างสูงหมุนตัวหันหลังไปหาน้องชายจับกุมมือเล็กที่ขึ้นข้อขาวเพราะขยำชายเสื้อของเขาเต็มแรงเพื่อมอบความอบอุ่นและกำลังใจให้กับเ้าตัวน้อย
อี้เฟิงช้อนดวงตาที่กำลังสั่นไหวไปที่เ้าของมือหนา ความร้อนจากมือของพี่ชายพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจของเขาที่ตอนนี้หนาวเหน็บจนอุ่นขึ้น ใจดวงเล็กชื้นขึ้นมาทันที เมื่อสบกับดวงตาคู่คมที่ทอดมองมาอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มกว้างจากมุมปากทำให้คนตัวเล็กมั่นใจว่าทุกอย่างจะไม่เป็ไร พี่ชายคนนี้จะอยู่กับเขาเสมอ
ร่างเล็กส่งยิ้มให้คนเป็พี่ชาย ก่อนจะสะดุ้งเฮือกหัวใจตกไปยังตาตุ่มกับเสียงทุ้มเข้มของผู้เป็บิดาที่ดังขึ้น
"เ้าจะเงียบอีกนานไหมอี้เฟิง" หยางชวี่ซินแกล้งเอ่ยเสียงเข้มเล็กน้อยเพราะอยากเรียกร้องความสนใจให้เ้าตัวเล็กมาออดอ้อนตนเองบ้างซะที
แต่เหมือนจะเข้มเกินไปหน่อยรึเปล่านะ…
"อึก ฮึก " เสืยงสะอื้นสั่นเครือที่ดังมาจากลูกชายคนเล็กทำเอาหัวใจของผู้เป็พ่อปวดหน่วงอยู่ในอก
"ท่านพ่อ/ท่านพี่/อาซิน!!"
นายท่านตระกูลหยางลุกพรวดจากที่นั่งั้แ่ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของลูกชายคนเล็กโดยไม่สนเสียงะโเรียกตนเสียงเขียวจากทุกคน
"พ่อขอโทษลูก เฟิงเอ๋อร์ พ่อผิดเองๆ อย่าร้องไห้นะลูก"
มือหนาหยาบกร้านของผู้เป็บิดาโอบอุ้มร่างเล็กบางของผู้เป็ลูกชายที่ตอนนี้มีสีหน้าซีดสลด ดวงตาแดงรื้นจากน้ำตา หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลออกจากตาคู่สวยเข้ามาในอ้อมกอด พาลูกชายไปนั่งยังเก้าอี้ โดยประคองลูกรักไว้บนตักกว้าง
เกอน้อยที่ตอนนี้ยังตัวสั่นระริกด้วยใน้ำเสียงของผู้เป็พ่อ แขนเล็กกอดคอแกร่งและซุกซบใบหน้าเปื้อนน้ำตาลงกับไหล่หนา ซึบซับความอบอุ่นจากฝ่ามือที่ลูบปลอบบนแผ่นหลัง กระหม่อมเล็กถูกผู้เป็พ่อพรมจูบอยู่หลายครั้งพร้อมเสียงปลอบโยนเสียงทุ้มนุ่มอยู่ข้างใบหูขาว กายเล็กถูกอ้อมแขนหนาโยกไปมาขับกล่อมให้หยุดร้องไห้ราวกับกำลังปลอบโยนเด็กเล็กๆ ก็ไม่ปาน
ใจดวงน้อยที่วูบหล่นหายไปเมื่อสักครู่กลับมาฟูฟ่องเพราะคำกระซิบออดอ้อนเว้าวอนขอโทษเสียงเล็กเสียงน้อยของบิดาตัวสูง ทำให้อี้เฟิงหลุดหัวเราะคิกคักออกมา ความรักและความอบอุ่นของบิดาที่มอบให้ช่วยเติมเต็มจิตใจของอี้เฟิงจนความโดดเดี่ยวและหวาดกลัวที่แอบหลงเหลืออยู่เสี้ยวนึงของจิตใจสลายหายไปไม่มีเหลือ
แขนเล็กกระชับกอด ก่อนจะถูไถใบหน้าบนไหล่กว้างคลอเคลียแก้มใสซึมซับถ้อยคำที่ช่วยเยียวยาใจดวงน้อยให้หายหวาดกลัวและเสียใจ ดวงตาโตที่เจือไปด้วยความสุขและอิ่มเอมใจเลื่อนขึ้นเพื่อมองผู้เป็เป็พ่อ ก่อนจะอ้าปากเหวอ กระพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นคนที่กอดปลอบตนอยู่ตอนนี้น้ำตาไหลพรากเพราะกลัวลูกน้อยจะโกรธเกลียดตน ไม่เหลือเค้าบุรุษชาตรีผู้องอาจและเป็ที่หวาดเกรงของตระกูลน้อยใหญ่ในแคว้นโจวอีกแล้ว
เอ่อ… ท่านพ่อเป็อะไรอ่ะ
หลังจากนั้นก็กลายเป็ว่าผู้เป็ลูกชายต้องคอยกอดโอ๋ๆ ผู้เป็พ่อให้หยุดร้องไห้กระซิกๆ แทน
อ่า สรุปเื่นี้ใครผิดกันแน่นะ อี้เฟิงได้แต่เกาหัวอยู่ในใจก่อนจะยกชายแขนเสื้อช่วยซับน้ำตาให้ผู้เป็พ่อต่อไป...
----------------------------------------------------
ขอบคุณภาพประกอบค่ะ https://www.sanook.com/women/177437/
อี้เฟิงคือโพเด่กเร้กของทุกคนเสมอค่าาา
ตอนนี้กว่าจะเข็นออกมาได้คือนานมาก เพราะไม่มั่นใจในคำศัพท์ของตัวเองเท่าไหร่จนต้องไปอ่านคลังคำเพิ่ม อยากให้ทุกคนสนุกและมีอารมณ์ร่วมเหมือนนั่งจิบแดงโซดาอยู่บนเสื่อในเรือนอี้เฟิง 555555555