ท่ามกลางเศษซากของเกราะหมื่นิญญาที่สลายไปทั่วทั้งหุบเขาหลงเซี่ยงเงียบสงัดจนน่าใจหายมีเพียงเสียงหอบหายใจที่ติดขัดของเด็กหนุ่มผู้สร้างปาฏิหาริย์
หนิงเจี่ย ในยามนี้สภาพน่าเวทนายิ่งนักพลังมหาศาลจากิญญาอสูรนับหมื่นที่เขาเพิ่งดูดกลืนเข้าไปนั้นรุนแรงและป่าเถื่อนเกินกว่าที่ร่างกายระดับเสินจวี้จะรับไหวพลังที่ย่อยสลายไม่ทันพยายามะเิออกมาจากภายใน ร่างของเขาบัดนี้มีรอยปริแตกสีทองสลับดำลามไปทั่วิัดูคล้ายกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่กำลังจะแตกสลายเพียงโดนััเบา ๆ
ในห้วงสติที่เลือนรางและพร่ามัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดอันแรงกล้าพลันกระซิบบอกทางรอดสุดท้าย...ทางรอดที่บ้าบิ่นที่สุด!
เขากำ ดาบอัสนีเผาผลาญ ที่สั่นสะท้านด้วยแรงวิวัฒน์จนมือสั่นเทิ้มชายหนุ่มโซซัดโซเซพุ่งกายเข้าหาขุนพลหงเฉินที่เหลือเพียงร่างกระดูกซึ่งกำลังขวัญหนีดีฝ่อ
"หวังว่าจะสำเร็จ...ยังไงก็ต้องเสี่ยงดูว่าจะสามารถยึดร่างเ้านี่ได้หรือไม่ พลังมันกำลังอ่อนลง"
หนิงเจี่ยรวบรวมปราณเฮือกสุดท้ายที่กำลังฉีกกระชากร่างกายตนเองเปลี่ยนมันให้กลายเป็เชื้อเพลิงแห่งการทำลายล้างและสร้างใหม่!
“ดาบอัสนีเพลิงเผาผลาญ เพลิงวิวัฒน์ิญญาอวตาร...ทำลายอสูร!!! "
เสียงะโสุดท้ายของหนิงเจี่ยแหบพร่าแต่ทรงพลังราวกับเสียงฟ้าผ่า!
เปลวเพลิงสีดำทมิฬที่มีประกายสายฟ้าสีม่วงวิ่งพล่านะเิออกจากร่างหนิงเจี่ยและตัวดาบมันไม่ใช่แค่เพลิงที่เผาไหม้ทางกายภาพ แต่เป็ เพลิงิญญา ที่สามารถหลอมละลายและผนึกเจตจำนงของคู่ต่อสู้!
เพลิงั์ม้วนตัวกลายเป็รูปอวตารเงาร่างทมิฬขนาดมหึมาซ้อนทับร่างของหนิงเจี่ยพุ่งเข้าโอบรัดร่างกระดูกของหงเฉินเอาไว้ในวงล้อมแห่งความร้อนแรงระดับรากเหง้า
เส้นใยโปร่งแสงสีชมพูครามที่เคยใช้ผนึกซินหยานบัดนี้ถูกเพลิงสีดำเคลือบจนกลายเป็โซ่ตรวนแห่งพันธสัญญาพุ่งทะลวงเข้าสู่กะโหลกของขุนพลหงเฉิน หมายจะกวาดล้างเจตจำนงเดิมและประทับตรา"ทาสิญญา" ลงไปในแก่นแท้ของขุนพลระดับปราณม่วง!
ขุนพลหงเฉิน กรีดร้องโหยหวนเมื่อเพลิงอวตารแทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูก"ม่ายยย! เ้าเด็กสารเลว! เ้าคิดจะยึดร่างข้า..."เสียงของมันขาดหายไปเมื่อแสงสีม่วงในดวงตาถูกแทนที่ด้วยวังวนสีดำของหนิงเจี่ย
ในขณะที่พลังทั้งสองฝ่ายกำลังหักล้างและหลอมรวมสติของหนิงเจี่ยก็มาถึงขีดสุด ภาพตรงหน้าดับวูบลง ร่างที่ปริแตกของเขาร่วงหล่นลงสู่พื้นดินพร้อมกับความเงียบงันมีเพียงเปลวเพลิงทมิฬที่ยังคงลุกโชนห่อหุ้มร่างของเขาและขุนพลหงเฉินเอาไว้ดุจดั่งดักแด้ที่รอเวลาลืมตาตื่น
ไม่ทราบว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรท่ามกลางความเงียบงันของหุบเขาที่เคยพินาศด้วยเพลิงอสูร หนิงเจี่ย ถูกกระชากออกจากห้วงนิทราด้วยความเ็ปที่แสนสาหัสราวกับมีเข็มนับล้านทิ่มแทงออกมาจากไขกระดูกพลังมหาศาลที่ยังย่อยสลายไม่หมดกำลังขยายร่างเขาจนแทบจะแตกเป็เสี่ยงๆชายหนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมเสียงหอบหายใจรุนแรง
ทว่า...ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าสายตาที่ยังพร่าเลือนเกือบทำให้เขาขวัญกระเจิง!
เงาร่างมหึมาของ ขุนพลหงเฉิน ในชุดเกราะกระดูกที่เหลือเพียงซากบัดนี้ไม่ได้ถือพุ่งง้าวเข้าใส่เขาอีกต่อไป แต่มันกลับ นั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นก้มศีรษะกะโหลกอันน่าเกรงขามลงต่อหน้าเด็กหนุ่มที่สภาพร่อแร่ ใกล้กันนั้น ม้าอสูรกระดูกตัวเขื่องก็นั่งหมอบกายลงอย่างเซื่องซึม ราวกับสัตว์เลี้ยงที่จงรักภักดี
เมื่อมันััได้ถึงไอชีวิตที่ตื่นขึ้นของหนิงเจี่ยหงเฉินค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาที่เคยโชติ่ด้วยแสงสีม่วงอำนาจบัดนี้หม่นแสงลงและเปลี่ยนเป็สีดำสนิทดุจดั่งดวงตาของหนิงเจี่ยมันกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นะเืถึงิญญา:
"หงเฉิน... คารวะนายท่าน"
ชายหนุ่มที่นอนหายใจรวยรินได้ยินดังนั้นความตึงเครียดทั้งหมดพลันมลายหายไป เขากระซิบในใจอย่างยินดี "สำ... สำเร็จ! ข้าทำได้จริง ๆ"
ทว่าร่างกายที่กำลังจะปริแตกทำให้เขาไม่อาจชื่นชมความสำเร็จได้นานหนิงเจี่ยรู้ดีว่าหากไม่ถ่ายเทพลังที่ล้นเกินนี้ออกไปร่างเขาคงะเิกลายเป็ผุยผงแน่ เขาจึงร้องเรียกหาปาฏิหาริย์สุดท้ายในใจ:
" ข้าสามารถนำพลังที่ชิงมานี้คืนกลับสู่ร่างของเ้าของเดิมได้หรือไม่?"
ความเงียบเข้าปกคลุมเพียงสามอึดใจก่อนที่เสียงที่คุ้นเคยจะดังขึ้นก้องในมโนสำนึก:
"ตรวจพบสภาวะวิกฤต: ร่างกายไม่สามารถรองรับพลังงานที่ล้นเกินได้...เริ่มต้นกระบวนการถ่ายเทพลังงานคืนสู่ร่างต้นิญญาเพื่อรักษาสมดุล!"
"วูมมมมมมมมมม!"
ฉับพลันนั้น ร่างของหนิงเจี่ยที่เคยมีรอยแตกเหมือนเครื่องลายครามพลันเปล่งแสงสีขาวทองนวลตาออกมารอยปริแตกเ่าั้ไม่ได้แตกสลาย แต่กลับกลายเป็ช่องทางให้ พลังเทพวิวัฒน์ไหลบ่าออกมาดุจน้ำป่าพุ่งเข้าหาขุนพลหงเฉิน!
ไอพลังสีดำทมิฬและสีทองที่พุ่งออกจากร่างหนิงเจี่ยหมุนวนรอบตัวขุนพลกระดูกราวกับพายุหมุนพลังเ่าั้ม้วนตัวเข้าสู่กะโหลกและโครงกระดูกทุกส่วนอย่างบ้าคลั่ง
เศษซากเกราะหมื่นิญญาที่เคยแหลกสลายพลันถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยพลังที่เหนือชั้นกว่าเดิม! คราวนี้มันไม่ใช่สีแดงหม่นแต่เป็ เกราะมหาอุปราชทมิฬ ที่ขลิบด้วยลวดลายดาราทองคำแผ่กลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามเกินจะพรรณนา
ดวงตาที่หม่นแสงของหงเฉินพลันลุกโชนขึ้นอีกครั้ง!แต่คราวนี้เป็ เปลวเพลิงสีม่วงเข้มข้นสลับทอง ที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจการทำลายล้างและความเป็ะ
ม้าอสูรกระดูกได้รับการวิวัฒน์เช่นกันิัที่เป็กระดูกถูกห่อหุ้มด้วยเพลิงนิลมืดมิดกีบเท้าทั้งสี่ะเิเปลวไฟออกมาจนพื้นดินที่มันเหยียบกลายเป็ลาวา! “ม้าศึกลาวาโลกันตร์”
"อากกกกกกกกกก!" หงเฉินคำรามลั่น ไม่ใช่ด้วยความเ็ปแต่เป็เพราะพลังฝึกปรือที่พุ่งทะยานกลับสู่จุดสูงสุด และดูเหมือนจะ ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมไปไกลลิบ!
เมื่อพายุพลังสงบลงหนิงเจี่ยรู้สึกว่าร่างกายเบาสบายและรอยแตกค่อย ๆสมานตัวด้วยพลังที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อย เขามองดูผลงานเบื้องหน้าด้วยความทึ่ง...
บัดนี้ เบื้องหน้าของเขามิใช่อสุรกายที่น่าหวาดกลัวอีกต่อไปแต่คือ ยอดขุนพลไร้พ่าย ที่ทรงพลังที่สุดที่เขาเคยเห็นมาและที่สำคัญที่สุด... มันจะเป็องค์รักษ์ที่แข็งแกร่งของเขา!!! ข้าขอตั้งชื่อเ้าใหม่ว่า “ขุนพลมหาอุปราชทมิฬ”เด็กหนุ่มกล่าวด้วยเสียงที่ตื่นเต้น