“ยาย ไปคุยกับหลวงพ่อออดให้หน่อยสิ หนูอยากบริจาคเงินสร้างประตูกับหน้าต่างโบสถ์ทุกบาน”
สงกรานต์ปีนี้ทางวัดมีโครงการจะสร้างโบสถ์และมีการขนทรายเข้าวัดใน่เทศกาล
“ดีเหมือนกัน งั้นน้าร่วมบุญด้วย”บุญภาเห็นดีเห็นงาม
เมื่อได้ข้อมูลแล้วทุกคนในบ้านจึงพร้อมใจกันบริจาคเงินโดยให้ตากับยายเป็ตัวแทนถวายเงินแก่ท่านเ้าอาวาส
“อีเอิง ไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่วัดกัน”มธุรสกับเพื่อน ๆ มาะโเรียกอยู่หน้าบ้านเมื่อวันสงกรานต์มาถึง
“เออ ๆ รอกูแป๊บ!”ปิยะลักษณ์วิ่งกลับไปคว้ากล้องถ่ายรูปพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กใส่ลงถุง ก็อบแก๊บกันเปียกเก็บไว้ในกระเป๋าสะพายคู่ใจส่วนอีกมือก็คว้ากระป๋องอลูมิเนียมหูหิ้วใบน้อย
“เอิงจะไปวัดเลยหรือ?”เสียงบุญชัยะโถามมา
“อื้อ… น้า… เดี๋ยวหนูไปกับเพื่อน น้าก็พาน้อง ๆ ตามไปที่วัดแล้วกันนะ”เมื่อตอบเสร็จก็วิ่งจู๊ดออกไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์เพื่อนทันที
บุญชัยพึ่งถอยมอเตอร์ไซด์มาใหม่คู่กับจักรยานของบุญภาส่วนตาบ้วนลี่มีจักรยานคู่กายอยู่แล้วซึ่งเป็จักรยานโบราณที่เป็มรดกตกทอดมาจากตาทวดซื้อมาั้แ่สมัยเข้ามาอยู่เมืองไทยใหม่ๆ
“อีเอิง ทำไมตามึงไม่เหมือนเดิมเลยวะ?”สุภาณีทักอย่างพึ่งสังเกตเห็นขณะนั่งพักเล่นน้ำสงกรานต์กินขนมกัน
“ยังไงวะ ?ตากูก็แก่เหมือนเดิมนะไปไหนมาไหนก็ปั่นแต่จักรยานคู่ใจ” ปิยะลักษณ์ทำหน้าสงสัย…อยู่ ๆ มาถามถึงตาของเธอทำไม
“กูหมายถึงดวงตาของมึง ไม่ใช่ตาที่เป็พ่อของแม่ วุ๊ย! อินังหอยหลอดหนิ!” สุภาณีสบถอย่างมีอารมณ์ทำให้ทุกคนพากันหัวเราะ
ปิยะลักษณ์แกล้งแหกตาหลอกผีใส่“กูว่ามันก็ปกตินะ สุขภาพดีมีขี้ตาทุกวัน”
“ปกติยังไง กูว่ามึงตาโตกว่าเดิมแล้วเดี๋ยวนี้ตามึงก็ไม่เศร้าเหมือนเมื่อก่อน” พอสุภาณีทัก สุนันทาเลยพลอยสังเกตตาม
“แต่แม่กูเคยบอกว่าหน้าตาคนเราจะเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ จนกว่าจะโตเป็ผู้ใหญ่ถึงจะไม่ค่อยเปลี่ยนแล้ว ดูอย่างอีทาดิ แต่ก่อนผอมจะตายห่าเดี๋ยวนี้ยังอ้วนอย่างกะตุ่ม ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”มธุรสหันมาแซะสุนันทา ทำให้ทุกคนหัวเราะครืน
“อีนี่!ปากดีนะมึง!” สุนันทาค้อนขวับส่งเสียงแหวใส่เพื่อน
“ตาบ้วนลี่เคยบอกว่าดวงตาของกูเหมือนยายทวดเหมยที่เป็แม่ของแกเว้ย…” ปิยะลักษณ์นึกถึงรูปยายทวดสมัยสาว ๆที่เคยเห็นตอนไปถูบ้านทำความสะอาดให้แกเป็อาหมวยที่มีดวงตากลมโตสุกใสใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักมากซึ่งบ้านยายทวดเหมยอยู่ติดกับบ้านตายายของเธอนี่ล่ะ เธอกับน้อง ๆมักพากันไปช่วยทำความสะอาดให้อาทิตย์ละครั้งซึ่งยายทวดใจดีให้ค่าขนมตลอดถึงยายทวดเหมยจะแก่มากแล้วแต่ก็ยังแข็งแรงและมีสายตาที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนแกชอบอยู่คนเดียวมากกว่าไปอยู่กับลูกหลานระหว่างบ้านสองหลังจึงต้องมีประตูเล็กๆ เพื่อให้ไปมาหาสู่กันได้สะดวก
พออธิบายไปแบบนี้เพื่อนทุกคนก็เลยเชื่อ…
“พวกมึงรู้ป้ะ ว่าล็อตตารี่ขี่จักรยานได้?”อยู่ดี ๆ มธุรสก็ถามขึ้นมา
“ล็อตตารี่อะไรวะ ? ขี่จักรยานได้”สุภาณีขมวดคิ้วทำหน้างง
“เออดิ ล็อตตารี่อะไรวะ?”สุนันทาสงสัยเหมือนกัน
“นั่นไง ตาลี่ขี่จักรยานมาล่ะ” มธุรสชี้ไปที่คุณตาบ้วนลี่ของเธอที่กำลังปั่นจักรยานเข้าวัดมาซึ่งใคร ๆ ก็มักเรียกแกว่า ‘ตาลี่’
“ถุย! มึงนี่… มุกห้าบาทสิบบาทก็เอาเนอะ!”ทุกคนพากันอึ้งกับมุกตลกของมธุรส สุภาณีเลยเบิ๊ดกระโหลกเพื่อนไปทีนึงอย่างหมั่นไส้
“โน่น ๆ หนุ่มมึงเดินมาโน่นแล้วอีมิ้ม บอกให้มันพาพวกเราไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเลย…”สุนันทาตาไวรีบสะกิดบอกเพื่อนเมื่อเห็นประเดิมพงษ์ลูกครูใหญ่สุดหล่อประจำโรงเรียนเดินมาแต่ไกลพอเห็นผู้ชายที่กำลังตามจีบเธอมุ่งตรงมาหามธุรสถึงกับขวยเขินหน้าแดงจมูกแดงทำให้หน้าตาสวยหวานยิ่งดูน่ารักมากขึ้นไปอีก
“เออ เอิง เรามีการ์ตูนเื่ใหม่มาเยอะเลยเดี๋ยวเปิดเทอมเราเอามาให้เธอยืมอ่านนะ”ประเดิมพงษ์ทักทายปิยะลักษณ์แต่กลับส่งสายตาหวานฉ่ำไปทางมธุรส
ั้แ่ประเดิมพงษ์รู้ว่าปิยะลักษณ์ชอบอ่านการ์ตูนไทยเล่มละบาทก็มักหาโอกาสเอาหนังสือมาให้เธอยืมที่ห้องเรียนบ่อยๆ เพื่อจะได้มีโอกาสมาพบหน้าพูดคุยกับเด็กหญิงที่ตนเองหมายปองแม้ปิยะลักษณ์จะรู้ว่าเขาใช้เธอเป็สะพานเพื่อมาจีบสาวแต่เธอก็แฮปปี้เพราะว่าเด็กชายคนนี้เป็พ่อบุญทุ่มขนการ์ตูนมาให้อ่านทีเป็ร้อยเล่มอ่านจนตาแฉะไปหลายวัน
“ขอบใจนะหนุ่ย นั่งลงก่อนสิ”ปิยะลักษณ์เชิญนั่งอย่างมีน้ำใจแถมยังขยับให้มีที่ว่างข้างมธุรสอีกต่างหากเด็กชายรีบนั่งลงทันที
“เดี๋ยวหลังสงกรานต์เอิงมันจะเข้ากรุงเทพฯแล้วถึงหนุ่ยไม่มีข้ออ้างเอาการ์ตูนมาให้มันแต่ก็มาเลี้ยงหนมพวกเราได้ตลอดนะ”สุนันทาแนะนำอย่างเปิดโอกาส
“เอิงจะไปอยู่กรุงเทพฯนานเลยเหรอ”ประเดิมพงษ์หันมาถามเพื่อนที่คุ้นเคยสุดในกลุ่ม
“คงอยู่ยันโตยันเรียนจบเลยน่ะแหล่ะ”ชาติที่แล้วเธอก็อยู่กรุงเทพฯยาวยันแต่งงานมีลูก
“่เทศกาลมึงก็กลับมาเที่ยวบ้างนะมาเล่นน้ำสงกรานต์กับพวกกูเหมือนปีนี้ไง”สุนันทาไม่อยากให้เพื่อนรักหายหน้าหายตาไปเลย
“อืม กูหวังว่าถ้าได้กลับมากูจะไม่กลายเป็หมาหัวเน่าเพราะพวกมึงชิงมีแฟนกันไปเสียหมดนะ”คำพูดของปิยะลักษณ์ทำให้เพื่อน ๆ มีรอยยิ้ม
“เอ้า! อีมิ้มคนเขาอุตส่าห์มาหามึง ๆ ก็ชวนเขาคุยมั่งสิ อีนี่! นั่งอายม้วนหน้าแดงอยู่ได้!” สุภาณีบอกอย่างรำคาญเมื่อเห็นเพื่อนนั่งเขินบิดไปบิดมาประเดิมพงษ์เห็นกิริยาอันน่ารักของเด็กหญิงจึงหัวเราะออกมาเบา ๆ
“มิ้มอยากกินอะไรเดี๋ยวเราเลี้ยงพวกเธอเองคิดเสียว่าเลี้ยงส่งเอิงไปกรุงเทพฯ” เด็กชายถามอย่างใจป้ำ
“อาไรว๊า…ปากก็บอกเลี้ยงส่งเราแต่ดันถามว่ามิ้มอยากกินอะไร ? มิ้มมันชอบกินผัดซีอิ้วฝีมือป้าเชียรตอบแทนให้ก็ได้เอ้า!”ปิยะลักษณ์กลั้วหัวเราะทุกคนเลยพากันขำตาม
เด็กทั้งห้าจึงยกโขยงไปกินข้าวกลางวันที่บ้านลุงกำนันเมื่อกินเสร็จแล้วปิยะลักษณ์จึงบอกกับประเดิมพงษ์ว่า
“ถ้าเราล้างรูปเมื่อไหร่จะส่งมาให้ที่บ้านมิ้ม หนุ่ยก็มาเอารูปกับมิ้มแล้วกันนะ”
ประเดิมพงษ์ถูกใจคำพูดนี้ถึงกับยกนิ้วโป้งให้ออกจากร้านข้าวทุกคนต่างแยกย้ายกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะพิธีขนทรายเข้าวัดจะเริ่มขึ้นตอนหนึ่งทุ่มตรง
บรรยากาศงานวัดตอนกลางคืนคึกคักไม่แพ้ตอนกลางวันมัคนายกวัดเปิดเพลงบรรเลงดนตรีไทยเคล้าคลอเพิ่มบรรยากาศพร้อมกับแจ้งรายละเอียดว่าทางวัดมีการทำบุญอะไรบ้างและยังอธิบายอานิสงส์ของการทำบุญแต่ละประเภทด้วย
พวกผู้ชายต่างถือจอบมาจากบ้านเพื่อนำมากระทุ้งดินและทรายที่ถูกขนเข้ามาเทในโบสถ์ให้มีความหนาแน่นทั้งยังใช้เกลี่ยให้พื้นมีความเรียบเสมอกันก่อนเทปูนส่วนผู้หญิงจะยืนต่อแถวยาวจากกองทรายใหญ่ไปจนถึงภายในโบสถ์เพื่อรับส่งบุ้งกี๋ที่ใช้ขนทรายต่อจากกันและบางส่วนก็ทำหน้าที่เสิร์ฟน้ำให้กับทุกคนที่มาช่วยงานพิธีขนทรายเข้าวัดจะมียาวตลอดสามวันของ่เทศกาลสงกรานต์
•✡°・*.☆° .:*❅❀❅*:. °☆. *・°✡•
ฟินจิกหมอนก่อนใครไม่ต้องรอนาน!
กับ E-BOOK ที่ Meb
