วันรุ่งขึ้น
“ลูกไก่ฉี”
“องครักษ์ฉีพ่ะย่ะค่ะ” รองแม่ทัพฉีหรือตอนนี้คือองครักษ์ฉีกล่าวแก้ไม่รู้เป็รอบที่เท่าไหร่แล้วแต่องค์หญิงอู๋ิดูเหมือนจะมิได้นำพา หากมีผู้ใดมาได้ยินเข้า เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด
"ข้าพอใจจะเรียกลูกไก่ฉี เ้ามีปัญหางั้นรึ" อู๋ิเท้าสะเอวมองหน้าเขาอย่างเอาเื่ นางเป็องค์หญิง เขาเป็องครักษ์ ตำแหน่งของนางสูงกว่าดังนั้นเขามีแต่ต้องทำตามเท่านั้น
"ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ" รองแม่ทัพฉีกัดฟันตอบ พยายามเตือนตนเองว่าคนตรงหน้าคือองค์หญิง จะลงมือไม่ได้เป็อันขาด หาไม่จะนำภัยพิบัติมาสู่ตนเองและจวนแม่ทัพได้
"ยอมแต่แรกก็จบ ไยต้องทำข้าเสียเวลาด้วย"
รองแม่ทัพฉีตวัดสายตามองหญิงสาวอีกครั้ง เหตุใดกลายเป็ความผิดของเขาไปเสียได้ เห็นได้ชัดว่าทรง้าแกล้งเขาเพื่อแก้แค้นส่วนตัว
"ได้ เป็กระหม่อมที่ผิดเองพ่ะย่ะค่ะ"
“ในเมื่อรู้ผิด เช่นนั้นท่านก็ไปชงชาไถ่โทษเสียสิ" อู๋ิยิ้มเ้าเล่ห์ ยิ่งเห็นท่าทีฮึดฮัดไม่พอใจก็ยิ่งรู้สึกสนุก เขาทำให้นางตกที่นั่งลำบากหลายครั้งดังนั้นขอเอาคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็แล้วกัน
"แต่กระหม่อมไม่เคยชง... ได้! กระหม่อมจะรีบไปชงชามาให้เดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ" รองแม่ทัพฉีรีบเดินออกมาด้านนอก เมื่อพ้นสายตาเหยี่ยวของหญิงสาว เขาก็เตะต่อยลมระบายความอัดอั้นในใจไม่หยุด
"ข้าเป็ถึงรองแม่ทัพ ออกรบสังหารศัตรูมาไม่น้อย ชงชาอะไรเทือกนั้นข้าทำเป็เสียที่ไหน ปัดโธ่เอ๊ย!”รองแม่ทัพฉีบ่นไปตลอดทางจนกระทั่งถึงครัว จู่ ๆ ก็นึกบางอย่างออก
“แค่ชงชา จะไปยากอะไร” รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าเ้าเล่ห์ มือหนาหยิบชาหลายชนิดมาผสมกันมั่ว ๆ ทั้งยังเทเกลือและน้ำตาลตามลงไปอีกจำนวนมาก
“ลาก่อนองครักษ์ฉี ข้าไม่เชื่อว่าจะไม่ถูกไล่กลับจวนแม่ทัพวันนี้ ฮ่า ๆ” รองแม่ทัพฉีหัวเราะก่อนจะเดินกลับไปพร้อมผลงานที่รังสรรค์อย่างตั้งใจ
"ชามาแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
"ขอบใจ" อู๋ิที่กำลังอ่านนิยายในยุคนี้รับถ้วยชาจรดริมฝีปากแต่นึกบางอย่างขึ้นได้จึงรีบเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยความอยากรู้
“วันนี้ข้าทำท่านเหนื่อยมากใช่หรือไม่”
รองแม่ทัพฉีชะงัก ประหลาดใจที่เ้านายคนใหม่ถามเขาคล้ายห่วงใย
“ตอบตามตรงเหนื่อยมากพ่ะย่ะค่ะ” รองแม่ทัพฉีตอบออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่แต่เขารู้สึกเหนื่อยใจมากกว่า
“ข้าทำท่านลำบากแล้ว” อู๋ิกล่าวเสียงเบาและลอบยิ้มเ้าเล่ห์ก่อนจะยื่นถ้วยชาไปตรงหน้าชายหนุ่มแทน
“ชาถ้วยนี้และทั้งกานี้ ข้าขอมอบให้ท่านทั้งหมด”
“ให้กระหม่อม! ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ” รองแม่ทัพฉีส่ายหน้าปฏิเสธและมองถ้วยชาตรงหน้าด้วยสีหน้าขลาดกลัว
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” อู๋ิถามเขาด้วยใบหน้าใสซื่อแต่ในใจกลับหัวเราะร่า
“ชานี้กระหม่อมตั้งใจชงมาถวายดังนั้นองค์หญิงโปรดดื่มมันเองเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“เพราะแบบนี้ ข้าจึงอยากตอบแทนท่านบ้างอย่างไรล่ะ ท่านจะต้องดื่มให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่หยดเดียวเชียว" อู๋ิยัดเยียดถ้วยชาไปที่ปากเขาอย่างยัดเยียด
"กระหม่อมเป็แค่องครักษ์ ไม่คู่ควรให้องค์หญิงต้องใส่พระทัยหรอกพ่ะย่ะค่ะ"
"ท่านเป็องครักษ์ที่ข้าเลือกมาเองกับมือ ข้าจะไม่ใส่ใจได้อย่างไร” มือหนึ่งจับไหล่หนาไว้ไม่ให้ขยับ อีกมือก็พยายามป้อนชาให้เขาดื่มมันโดยเร็ว
"ดื่มสิ ข้าบอกให้ดื่ม"
“ระวังพ่ะย่ะค่ะ" รองแม่ทัพฉีะโเสียงดัง อาศัยจังหวะเผลอผลักองค์หญิงอู๋ิล้มลงไปกองกับพื้นอย่างตั้งใจ ขณะที่อีกฝ่ายยังคงมึนงงเขาก็ฉวยโอกาสปัดกาน้ำชาตกแตกกระจายเต็มพื้น
"เ้า! ลูกไก่ฉี!" อู๋ิชี้หน้าเขาอย่างเอาเื่
"กระหม่อมบกพร่องต่อหน้าที่ ขอองค์หญิงทรงปลดกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ" รองแม่ทัพฉีคุกเข่าสำนึกผิดและหาทางปลดแอกตัวเองจากองค์หญิงผู้แสนร้ายกาจ
อู๋ิลุกขึ้นมากระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายเข้ามาหาทำให้ใบหน้าของทั้งสองใกล้กันเสียจนรองแม่ทัพฉีเริ่มทำตัวไม่ถูก
"ข้าไม่มีวันปล่อยเ้าไปลูกไก่ฉี ไม่มีวัน!"
“คิดแล้วหรือยังว่าจะทำการแสดงอะไร” องค์รัชทายาทหรงซิ่งสอบถามขณะทานอาหารค่ำร่วมกันกับหญิงสาวที่เอาแต่กินขนมด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย
“การแสดงอะไรหรือเพคะ นี่มันอร่อยมากจริง ๆ เ้าลองดูสิมู่หลาน” อู๋ิยื่นขนมไปให้มู่หลานลองชิมดูบ้าง ไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไรแต่รสชาติของมันถูกปากนางยิ่งนัก
องค์รัชทายาทหรงซิ่งถอนหายใจ กะแล้วว่าอู๋ิไม่ได้สนใจฟังสิ่งที่อาคันตุกะประกาศเมื่อคืนสักนิด เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะนางมัวแต่กินอย่างไรล่ะ มือหนาดึงขนมมาจากมือของหญิงสาว หาไม่คงสนทนากันไม่รู้เื่แน่
“อ๊ะ นั่นของหม่อมฉันนะเพคะ หากอยากทานก็รับสั่งให้ห้องครัวทำให้ใหม่สิเพคะ” อู๋ิไม่ยอม สองมือน้อยไขว่คว้าของกินคืนอย่างสุดความสามารถ
“นั่งลงตอบคำถามข้าก่อน แล้วจะคืนขนมให้เ้า”
อู๋ิจ้องหน้าอีกฝ่ายก่อนจะพยักหน้าและยอมนั่งลงแต่โดยดี
“ทรงถามมาได้เลยเพคะ”
“เ้าจะแสดงอะไรในงานพิธีปักปิ่น”
“พิธีปักปิ่น” อู๋ิทวนคำก่อนจะนึกออก มู่หลานเคยบอกนางอยู่เหมือนกันว่ามีพิธีการนี้อยู่และนางก็มีชื่ออยู่ในนั้นด้วย
“คืนนั้นเ้าจะแสดงอะไร คิดไว้แล้วหรือยัง”
“จริงสิ ต้องทำการแสดงด้วยนี่นา ร้องเพลง เล่นดนตรี วาดภาพ จัดดอกไม้ ร่ายรำ แต่งกลอน ข้าถนัดอะไรหรือมู่หลาน” อู๋ิหันไปถามนางกำนัลคนสนิทด้วยท่าทางอยากรู้ นางไม่มีความทรงจำใดในหัวเลยดังนั้นจะไปทราบได้อย่างไรว่าควรแสดงอะไรดีต่อหน้าธารกำนัล
องค์รัชทายาทหรงซิ่งยกมือกุมขมับ ตัวเองยังไม่ทราบเลยว่าถนัดสิ่งใด การแสดงครั้งนี้เขาคงคาดหวังสิ่งใดไม่ได้กระมัง หมดสิ้นแล้ว ชื่อเสียงของตำหนักอี้เทียนที่สั่งสมมานาน ถึงคราวพังทลายแล้วกระมัง
“เอ่อ... ดนตรี ดนตรีมั้งเพคะ” มู่หลานตอบเสียงเบาก่อนจะส่งยิ้มแหยไปให้ทั้งสองพระองค์
“ดี เช่นนั้นก็ไปฝึกซ้อมกันเลย” อู๋ิคว้าถ้วยขนมมาถือไว้จากนั้นก็เดินนำออกไปด้านนอกพร้อมกับสั่งให้คนเตรียมเครื่องดนตรีมาทั้งหมด
“เ้าแน่ใจนะว่าองค์หญิงทรงถนัดดนตรี” รองแม่ทัพฉีะโถามมู่หลานฝ่าเสียงพิณขององค์หญิงอู๋ิที่กำลังบรรเลงอย่างเมามัน
“ข้าก็ชักไม่แน่ใจ” มู่หลานะโตอบเสียงดังไม่แพ้กัน นางเห็นองค์หญิงทรงดนตรีครั้งหนึ่งเห็นจะได้แต่มันก็ไม่ได้แย่มากเท่านี้นี่นา
รองแม่ทัพฉีอยากยกมืออุดหูใจจะขาดแต่ทำไม่ได้เพราะต้องเปิดประสาททั้งห้าให้พร้อมอยู่เสมอ
อู๋ิหยุดมือ นิ่วหน้าด้วยความไม่เข้าใจ นางนึกว่าจะสามารถบรรเลงพิณด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยสง่างามเสียอีก นี่มันต่างจากที่จินตนาการมากเกินไปแล้ว
"ข้าอาจไม่ถนัดพิณ เช่นนั้นลองอย่างอื่นบ้างดีกว่า” อู๋ิละมือจากพิณและหันไปทดลองเครื่องดนตรีหน้าตาประหลาดที่เรียกว่าซวิน หลังหยิบมันขึ้นมาก็ให้รู้สึกคุ้นมืออย่างประหลาด ใบหน้าหงอยจึงแช่มชื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ปี๊ดดดดด ฟู่วววววววว ฟี้ดดดดดดด ฟู่วววววววววว
อู๋ิเป่าลมใส่ซวินอย่างเอาเป็เอาตาย นิ้วเล็ก ๆ ขยับไปมาทว่ามันไม่ช่วยอะไรเลย นานเข้าก็เริ่มหน้ามืดเดือดร้อนมู่หลานต้องควานหายาหอมมาให้อีก
“ข้าว่าดนตรีคงไม่ใช่ทางของข้า ขะ... ขอข้าพักสักครู่นะ เอิ๊ก!”
อู๋ินั่งกุมขมับอย่างคิดไม่ตก นางไม่ได้อยากชนะแต่ก็ไม่อยากแพ้ นางจะต้องทำการแสดงอะไรสักอย่างที่ไม่ทำให้ตัวเองและตำหนักอี้เทียนต้องขายหน้า
“นึกออกแล้ว! พวกเราไปจวนแม่ทัพกันเดี๋ยวนี้เลย”
“ฮูหยินเหมยฮวาก็ช่วยอะไรองค์หญิงไม่ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ ฮูหยินเหมยฮวาเล่นดนตรีแย่ยิ่งกว่าองค์หญิงเสียอีก งานฝีมือยิ่งแล้วใหญ่ ปักหงส์ยังกลายเป็เป็ดไปเสียเฉย ส่วนการร่ายรำก็แข็งเสียยิ่งกว่าท่อนไม้ ใบไม้ต้องลมยังจะพลิ้วเสียกว่าอีกพ่ะย่ะค่ะ” รองแม่ทัพฉีสาธยายความสามารถของฮูหยินจวนแม่ทัพให้องค์หญิงอู๋ิฟังอย่างสนุกปาก
“ข้าเป็สหายสนิท ไยจะไม่ทราบเื่นี้ ท่านเคยได้ยินเหมยฮวาร้องเพลงบ้างหรือไม่ เสียงของนางน่ะเพี้ยนสุด ๆ ไปเลย” อู๋ิหัวเราะคิกคักเมื่อนึกถึงบทเพลงกินดีดหลับ* ที่เหมยฮวามักร้องเป็ประจำ แม้ร้องไม่เคยถูกแต่ก็ขยันร้องอยู่นั่น
“แล้วยังจะไปที่นั่นอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“แน่นอนว่าต้องไป” ถึงความสามารถของทั้งสองจะพอกันแต่เหมยฮวามีสิ่งหนึ่งที่อู๋ิไม่มี นั่นคือความร่ำรวย
วันรุ่งขึ้น - จวนแม่ทัพหลี่
“หม่อมฉันทราบดีว่าทรงเสด็จมาที่นี่ทำไม ตรัสมาเถิดเพคะว่าจะให้หม่อมฉันช่วยอย่างไร” เหมยฮวาได้ยินสามีเอ่ยเื่นี้มาบ้างแล้ว เมื่อเห็นหน้าสหายจึงพอเดาได้ว่า้าความช่วยเหลือจากนางอย่างแน่นอน
"ข้ารักเ้าเหลือเกินเหมยฮวา คิดไม่ผิดที่มาหาเ้า" อู๋ิคว้าตัวเหมยฮวาเข้ามากอดอย่างซึ้งใจ
“ทราบแล้ว ๆ ปล่อยหม่อมฉันก่อนเถิดเพคะ”
“ข้าไม่ปล่อย” อู๋ิส่ายหน้าปฏิเสธ แต่แล้วจู่ ๆ ร่างของนางก็ถูกกระชากออกอย่างแรง โชคดีได้รองแม่ทัพฉีรับตัวไว้ทันมิเช่นนั้นนางคงได้ไปนอนกองกับพื้น
"หันหนีเจ็บตรงไหนหรือไม่" หลี่ไท่หยูหมุนตัวภรรยาเพื่อหาร่องรอยการาเ็ เมื่อไม่พบก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“โอ๊ยยย ฮูหยินเ้าตีข้าทำไม”
เหมยฮวาตีสามีหลายครั้งจนหนำใจก่อนจะรีบไปดูอาการของสหายด้วยความเป็ห่วง
อู๋ิตวัดสายตามองหลี่ไท่หยูแวบหนึ่งก่อนจะแสร้งบีบน้ำตาขอความเห็นใจจากเพื่อนรัก
“ข้าเจ็บมาก ๆ เลยเหมยฮวา กระดูกของข้าต้องหักแล้วแน่ ๆ แม่ทัพใหญ่แข็งแกร่งถึงเพียงนั้น ร่างกายบอบบางของข้าจะทนได้อย่างไร เจ็บจังเลย ฮือ ๆ”
“องค์หญิง! นี่ท่าน!” หลี่ไท่หยูชี้หน้าหญิงสาวที่กำลังใส่ร้ายตน เขาไม่เชื่อว่าเมื่อครู่จะลงมือหนักจนทำให้กระดูกของอีกฝ่ายหักได้
อู๋ิกระถดตัวหนีด้วยความหวาดกลัว เหมยฮวาที่เห็นดังนั้นก็โกรธสามีมากกว่าเดิมหลายเท่า
“ท่านแม่ทัพ! หากท่านยังกล้าเสียมารยาทกับองค์หญิงอีก ข้าจะพาลูกกลับสกุลฟาง ไม่มาให้ท่านเห็นหน้าอีกเลย” เหมยฮวาตวาดสามีก่อนจะหันไปสนใจอาการเจ็บขององค์หญิงอู๋ิอีกครั้ง ร้ายเต๋อคือผู้มีพระคุณที่ช่วยทุกชีวิตในสกุลฟางให้รอดพ้นจากความตายดังนั้นนางจะไม่ยอมให้ใครมารังแกเป็อันขาด แม้แต่สามีก็ไม่เว้น
หลี่ไท่หยูมึนงงสับสน ปกติเหมยฮวาไม่ชอบให้มีสตรีอื่นเข้ามาเพ่นพ่านในจวนแม่ทัพแต่เหตุใดกับองค์หญิงอู๋ิถึงเป็ข้อยกเว้น ทั้งยังสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานาน สตรีช่างเข้าใจยากเสียจริง
“แย่แล้วเหมยฮวา ไหล่ของข้าเจ็บมากจนขยับไม่ได้เลย แบบนี้ข้าจะทำการแสดงในราชพิธีปักปิ่นได้อย่างไร”
“เห็นหรือไม่ท่านแม่ทัพ เช่นนี้ท่านจะรับผิดชอบอย่างไรเพคะ” เหมยฮวากล่าวโทษตัวต้นเหตุด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ขะ... ขอเพียงองค์หญิงทรงเอ่ยปาก กระหม่อมยินดีช่วยเหลือทุกอย่างพ่ะย่ะค่ะ เ้าพอใจหรือไม่ฮูหยิน” เพราะกลัวภรรยาจะโกรธหลี่ไท่หยูจึงโพล่งสัญญาออกไปอย่างไม่คิด
รองแม่ทัพฉียกมือจะค้านแต่ไม่อาจทำได้เพราะถูกสายตาขององค์หญิงอู๋ิบังคับข่มขู่จนต้องลดมือลง
'โธ่! พวกท่านกำลังเสียรู้แก่องค์หญิงจอมเ้าเล่ห์แล้ว รู้ตัวหรือไม่'
หลังจากนั้นทั้งจวนแม่ทัพก็พากันไปรวมตัวที่ลานฝึกเพื่อรอฟังประกาศสำคัญจากหญิงสาวที่มีผ้าสีขาวช่วยดามไหล่บนเวที
"วันนี้ข้ามีเื่ขอร้องให้ทุกท่านช่วย ข้า้าสร้างละครเวทีเื่หนึ่งและ้าให้พวกท่านร่วมแสดงด้วย แน่นอนว่าข้าไม่ได้ใช้แรงงานพวกท่านฟรี ๆ แต่มีค่าตอบแทนให้” ในเมื่อองค์รัชทายาทซิ่งเฉิงอยากชมการแสดงอู๋ิก็จัดให้ เขาไม่ได้ระบุนี่นาว่าจะต้องแสดงด้วยตัวเอง อีกทั้งนางยังสามารถใช้อาการาเ็เป็ข้ออ้างได้อีกด้วย
“เอาล่ะ! พวกเรามาแบ่งบทกันเถอะ ไหนใครอยากเป็ตัวเอก ยกมือขึ้น” อู๋ิะโถามทว่าไม่มีใครตอบรับแม้แต่คนเดียวทั้งยังพากันส่ายหน้าถอยหลังหนีอีกด้วย
“กะไว้แล้วว่าต้องเป็เช่นนี้ เอาล่ะ ในเมื่อไม่มีใครเสนอตัว เช่นนั้นก็อาศัยดวงของพวกท่านก็แล้วกัน” อู๋ิส่งสัญญาณให้มู่หลานทำฉลาก เมื่อเสร็จสิ้นก็นำไปยื่นตรงหน้าทหารที่ถูกเกณฑ์มาทีละคน
“ครบแล้วหรือไม่” อู๋ิมองรอบ ๆ เพื่อดูว่ามีใครตกหล่นบ้าง
หลี่ไท่หยูถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง เขาผิดเองที่ตกปากรับคำองค์หญิงอู๋ิโดยที่มิทราบมาก่อนว่าตั้งใจจะทำสิ่งใด จะกลับตัวตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว
“กระหม่อมก็ต้องร่วมแสดงด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ” รองแม่ทัพฉีโอดครวญเพราะนึกว่าตัวเองจะรอดแต่กลับไม่
“งั้นสิ เอาล่ะ! ต่อไปก็นำฉลากมาเปิดต่อหน้าข้าทีละคนและรับบทของตนเองไป เริ่มจากท่านแม่ทัพหลี่ไท่หยูคนแรกก็แล้วกัน”
“แม่เลี้ยงใจร้าย” หลี่ไท่หยูอ่านกระดาษในมือก่อนจะเซเล็กน้อย เขาเป็ถึงแม่ทัพใหญ่แต่จะต้องแสดงละครเป็สตรีต่อหน้าธารกำนัล หมดกันความน่าเกรงขามที่สั่งสมมา ภาวนาขอให้บทแม่เลี้ยงใจร้ายไม่โดดเด่นจนเกินไป
“ยินดีด้วยท่านแม่ทัพ ตัวละครนี้โดดเด่นมาก บทพูดอาจจะเยอะสักหน่อยแต่ข้าเชื่อว่าด้วยความสามารถของท่านย่อมมิใช่ปัญหา” อู๋ิแสดงความยินดีกับตัวร้ายและยื่นบทปึกหนาไปให้
“สามีของข้าได้เป็พระเอกงั้นหรือ” เหมยฮวาปรบมือยินดีที่สามีได้รับบทสำคัญ หาใช่ตัวประกอบเช่นที่นางเคยเป็
"ไม่ใช่พระเอก แต่โดดเด่นไม่แพ้ใครแน่นอน" อู๋ิแก้ไขความเข้าใจผิดก่อนจะรีบลุกขึ้นด้วยความใเมื่อจู่ ๆ ตัวร้ายก็ล้มตึงไปกองกับพื้น
“ท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพ ตามหมอเร็วเข้า ท่านแม่ทัพเป็ลมไปแล้ว”
เหมยฮวารีบเข้าไปประคองสามี ปากก็พร่ำปลอบไม่หยุด
“ไม่เป็ไร ไม่ได้เป็พระเอกก็ไม่เป็ไรนะเ้าคะ องค์หญิงรับปากแล้ว บทนี้เด่นมาก อย่าห่วงไปเลยนะเ้าคะ”
หลี่ไท่หยูลืมตามองหน้าภรรยาอย่างะเืใจ ใครบอกนางว่าเขาอยากโดดเด่น เขาอยากเป็เพียงก้อนไม้หรือก้อนหินในฉากเสียมากกว่า
“เอาล่ะ คนต่อไป” เมื่อแม่ทัพใหญ่ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว อู๋ิจึงประกาศให้ดำเนินการต่อ
“กระหม่อมได้พี่สาวใจร้ายหมายเลขหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ” บีสองชูฉลากในมือด้วยความตื่นเต้นงานนี้มีค่าตอบแทนด้วย เช่นนี้หากได้รับบทเด่น ค่าตอบแทนก็จะมากขึ้นไปด้วยใช่หรือไม่
“ยินดีด้วยบีสอง บทของเ้าก็โดดเด่นไม่แพ้แม่ทัพใหญ่ แน่นอนค่าตอบแทนย่อมสูงตามไปด้วย” อู๋ิใช้จุดอ่อนของบีสองมาล่อและก็ได้ผลเมื่อชายหนุ่มรับบทไปด้วยท่าทางดีอกดีใจเป็อย่างมาก
บีสองกอดบทละครแนบอกอย่างหวงแหน เดิมพันเมื่อไหร่เขามักไม่มีโชค นี่นับเป็ครั้งแรกก็ว่าได้ที่โชคเข้าข้าง
“กระหม่อมได้พี่สาวใจร้ายหมายเลขสองพ่ะย่ะค่ะ เอ่อ...ขอบังอาจทูลขอองค์หญิงสักอย่างจะได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” บีหนึ่งมองข้อความในกระดาษด้วยสีหน้าไม่ใคร่จะพอใจนัก
“ได้สิ”
“กระหม่อมคือบีหนึ่ง เฟยลี่คือบีสอง ที่ผ่านมากระหม่อมเป็ที่หนึ่งมาตลอดดังนั้นขอสลับบทกับบีสองได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“นี่เ้า!” บีสองชี้หน้าสหายด้วยความโกรธ กว่าเขาจะมีโชคไม่ใช่เื่ง่าย จู่ ๆ บีหนึ่งจะมาอ้างเื่ลำดับไร้สาระเพื่อชิงบทของเขาไปได้อย่างไร เขาไม่มีทางยอม
“ข้าคือบีหนึ่งก็ต้องเป็พี่สาวใจร้ายหมายเลขหนึ่งสิ เ้าก็แค่สลับกับข้า เป็หมายเลขสองเหมือนเดิม มีอะไรไม่ถูกต้อง”
อู๋ิมองคนบุรุษตัวโตที่กำลังฮึ่มฮั่มใสกันอย่างปวดหัว อีกคนอยากได้เงินจนไม่คิดถึงสิ่งใด อีกคนก็คิดว่ากำลังถูกแย่งเบอร์หนึ่งไป หัวจะปวด!
“หยุด! พวกท่านอย่าเพิ่งทะเลาะกัน บทพี่สาวใจร้ายหมายเลขหนึ่งและสองโดดเด่นไม่แพ้กัน บทนี้ไม่มีใครคู่ควรไปกว่าพวกท่านสองคน พี่สาวทั้งสองต้องเข้าขาและรู้ใจกันสุด ๆ อีกอย่างครั้งนี้อาศัยเพียงดวงดังนั้นจะเปลี่ยนแปลงตามใจชอบไม่ได้ เข้าใจหรือไม่ท่านแม่ทัพ!”
หลี่ไท่หยูที่กำลังขอเปลี่ยนบทกับทหารที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับสะดุ้ง และรีบนำบทของแม่เลี้ยงใจร้ายมาถือไว้ดังเดิม
“เอาล่ะ ๆ มาต่อกันเถิด”
บทของตัวละครบนโต๊ะร่อยหรอลงเรื่อย ๆ ทว่ามีกระดาษกองหนึ่งที่ถูกวางแยกไว้ต่างหากและยังไม่มีใครได้มันไป รองแม่ทัพฉีมองฉลากในมือ จู่ ๆ หางตาก็กระตุกเป็ลาง ขออย่าให้เป็อย่างที่คิดเลย
“มองอะไรอยู่งั้นหรือ”
“มะ... ไม่มีอะไรพ่ะย่ะค่ะ"
"ว่ามา ท่านได้บทอะไร"
"เอ่อ... กระหม่อมได้ลูกเลี้ยงผู้น่าสงสารพ่ะย่ะค่ะ”
แปะ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“ยินดีด้วย! บทนางเอกเป็ของท่านลูกไก่ฉี” อู๋ิะโเสียงดังและหันไปหยิบบทละครที่หนากว่าใครยื่นไปตรงหน้ารองแม่ทัพฉี
“ข้าว่าแล้ว เอิ๊ก!”
“รองแม่ทัพฉีเป็ลมไปแล้ว ท่านหมอ ท่านหมอ รบกวนตรวจรองแม่ทัพด้วยขอรับ”
เหล่าทหาระโโหวกเหวกเมื่อร่างสูงของแม่ทัพร่วงไปกองกับพื้นอีกคน เกิดความชุลมุนวุ่นวายและท่านหมอก็ถูกเรียกมาทำหน้าที่อีกครั้ง ตรวจอยู่พักใหญ่ก็ไม่มีทีท่าว่าเขาจะฟื้น
"อ่อ ข้าคงลืมบอกไป ตัวละครนี้ได้ค่าตอบแทนถึงหนึ่งร้อยตำลึงเชียวนะ"
ได้ผลเมื่อคนหมดสติลุกขึ้นทันทีด้วยท่าทางสดใสแช่มชื่นและรีบเข้ามาคว้าบทละครมาถือไว้ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาแย่งเอาไป
"กระหม่อมจะทำอย่างสุดความสามารถ ไม่ทำให้องค์หญิงผิดหวังแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ"
.................................….........
กินดีดหลับ* = Kill Love ของศิลปิน Black pink