ตอนที่ 11
“ข้าจะไปพูดคุยกับพวกเขาให้รู้เื่”
หลางกุ้ยตาน หยัดกายลุกขึ้นยืน หมุนตัวจะเดินไปหาคนพวกนั้นที่เรือนใหญ่ แต่เสียงเข้มดังออกมาจากห้องนอน ขัดจังหวะความตั้งใจของนางเสียก่อน
“ไม่ต้อง”
หญิงสาวไม่เข้าใจในตัวของสามีเลยแม้แต่น้อย นี่เขาจะยอมเป็ฝ่ายออกไป ทั้ง ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็บ้านหรือเงินที่คนพวกนั้นจับจ่ายใช้สอย ล้วนเป็เงินที่มาจากการเสียสละเืเนื้อของเขานะหรือ
“เสี่ยวฝู อยู่กับน้องก่อนนะ ข้าขอเข้าไปคุยอะไรกับพ่อของเ้าก่อน”
กล่าวจบสตรีร่างอวบอ้วน ก็เดินตรงเข้าไปในห้องนอนของชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็สามีของเ้าของร่าง ตั้งใจจะพูดคุยกับเขาให้รู้เื่
แต่พอเข้าไปเห็น สภาพของคนที่นอนบนเตียงแล้ว ทำให้คำพูด คำต่อว่าทั้งหลายถูกกลืนหายไปในลำคอ
“นี้ท่านร้องไห้หรือ”
“อย่ามายุ่งกับข้า”
หม่าหย่งเหรินรีบเบือนหน้าหันไปทางอื่น ไม่อยากให้ใครต้องมาเห็นหยดน้ำตาของเขา โดยเฉพาะสตรีที่ก่อเื่ก่อราว ทำให้เขากับลูกถูกขับออกจากบ้าน
“เป็อะไรหรือเปล่า บอกข้าได้นะ หรือว่าท่านเสียใจ ที่ถูกขับไล่ออกจากบ้าน ไม่ต้องห่วง ข้าจะไปพูดกับพวกเขา ข้าจะเป็ฝ่ายออกไปเอง ให้พวกท่านกับลูกได้อยู่ที่นี่ต่อ”
หลางกุ้ยตานขยับเก้าอี้ว่างมาข้างเตียง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่ง สีหน้าแววตาแสดงออกถึงความเห็นใจ หญิงสาวจึงพยายามพูดดีที่สุด เท่าที่คนกระด้างอย่างนางจะทำได้
“อย่ามาทำตัวเป็คนดี เสียสละหน่อยเลย เื่ทุกอย่างมันก็เป็เพราะเ้า ั้แ่เ้าเข้ามาวุ่นวายในชีวิต ชีวิตของข้ากับลูก ก็ตกต่ำ ย่ำแย่ลงทุกวัน...เ้ามันเป็ตัวซวย ได้ยินไหม ว่าเ้ามันเป็ตัวซวย”
ประโยคท้าย ๆ หม่าหย่งเหรินหันหน้ากลับมาะโใส่หน้าสตรีที่เขาชิงชังมาตลอด สตรีที่กล้าปีนขึ้นเตียงของเขา
หมดกัน อารมณ์ที่อยากจะปลอบใจให้ชายหนุ่มคลายความเศร้าหมอง หลางกุ้ยตานกลับมามีสีหน้าบึ้งตึง เกิดโทสะไม่แพ้คนบนเตียง ทำให้เสียงที่เอ่ยสวนกลับไปดังมากขึ้นไม่แพ้กัน
“เออ...ข้ามันตัวซวย แล้วจะเอาอย่างไร พอข้าจะเป็ฝ่ายไป จะไปพูดให้ท่านกับลูกได้อยู่ต่อ ท่านก็หาว่าข้าเสแสร้งทำตัวเป็คนดี
ข้าอาจจะเคยเป็คนนิสัยไม่ดีจริง แต่หลายวันมานี้ ข้าก็กำลังพยายามปรับตัว ชดใช้ความผิดที่เคยทำในอดีต
แล้วบิดามารดา คนในครอบครัวของท่านละ ดีไปกว่าข้านักหรือ ั้แ่ท่านพิการกลับมา พวกเขาเคยมาดูดำดูดีหรือไม่ เคยให้เงินมาซื้อยา หรือหาหมอมารักษาหรือไม่
ข้าตอบให้ก็ได้...ไม่เลย แล้วการที่เขาไล่ท่านกับลูกแบบไร้เยื่อใยแบบนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่า พวกเขาไม่เห็นท่านอยู่ในสายตา แม้แต่นับว่าเป็ลูก พวกเขาก็คงไม่อยากนับหรอก แล้วท่านยังจะโทษว่าเป็ความผิดของข้าฝ่ายเดียวหรือ”
หลางกุ้ยตานร่ายยาวด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้คนบนเตียง ได้เอ่ยปากโต้เถียง จนเด็กน้อยที่อยู่นอกห้องพากันรีบวิ่งเข้ามา กลัวว่าแม่เลี้ยงจะทำร้ายผู้ที่เป็บิดา
“ในสายตาพวกเ้า ทุกคนอาจจะยังมองว่าเป็สตรีใจั์ใจมารอยู่ แต่ข้าคิดจริง ๆ นะว่า คนเป็พ่อแม่ย่อมรักลูกไม่ใช่หรือ หากพวกเขาขับไล่ท่านกับลูกเพราะข้า ข้าก็จะเป็ฝ่ายไปเอง ข้าจะยื่นหนังสือหย่าให้ท่าน คราวนี้ท่านกับลูกก็จะไม่ต้องถูกขับไล่ออกจากบ้านแล้ว ให้ข้าไปพูดกับพวกเขาเถอะ”
พอเห็นเด็กน้อยทั้งสอง รีบเอาตัวเข้ามายืนกั้นกลางระหว่างนางกับเตียงนอน หลางกุ้ยตานจึงควบคุมอารมณ์ให้ใจเย็นขึ้น พูดคุยกับชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่เบาลง
“ถึงเ้ายอมหย่า ท่านพ่อก็ยังคงไล่ข้ากับลูกออกจากบ้านอยู่ดี”
หม่าหย่งเหรินกล่าวเสียงสั่นเครือ ความรู้สึกที่อัดแน่นในอก ไม่อาจจะอดกลั้นเอาไว้ได้อีกต่อไป หยาดน้ำตาหลั่งไหลออกจากดวงตาแดงก่ำไม่ขาดสาย ยิ่งคิดถึงคำพูดไล่เยื่อใยของบิดามารดา ที่เข้ามาเอ่ยปากขับไล่เขาออกจากบ้านด้วยแล้ว
.......... ‘เหรินเอ๋อร์ พวกเราปรึกษากันแล้ว ว่าจะไม่ให้ครอบครัวของเ้าอาศัยอยู่ในรั้วบ้านสกุลหม่าอีกต่อไป ข้าจะยกที่ดินรกร้างท้ายหมู่บ้านให้เ้า พากันย้ายออกไปเสียเถอะ ไปวันนี้ได้ยิ่งดี’ ตาเฒ่าหม่าเพ่ยจวินกล่าวเสียงเข้ม
‘นี้มันอะไรกัน ท่านพ่อ ท่านขับไล่ลูก ที่นอนเป็ผักปลา ทำอะไรก็ไม่ได้ แล้วหลานทั้งสองของท่านพ่อล่ะขอรับ ไม่ห่วงว่าพวกเขาจะตกระกำลำบากหรือ ที่ดินท้ายหมู่บ้านก็เป็เพียงที่ดินว่างเปล่า บ้านสักหลังก็ยังไม่ได้ก่อสร้าง’
ความดีใจที่เห็นบิดามารดาเข้ามาหาเป็ครั้งแรก นับั้แ่ที่เขาล้มเจ็บ มลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อได้ยินธุระที่พาพวกท่านทั้งสองมาในวันนี้
‘เ้าไม่ได้ยินที่หมอผีบอกหรือ ว่าภรรยาเ้ามีิญญาไล่เข้าสิง ข้าไม่ยอมให้นางมาทำอะไรคนในครอบครัวข้าหรอก’
‘ถ้าอย่างนั้น ลูกจะยื่นหนังสือหย่า แล้วขับไล่นางไป’ หม่าหย่าเหริน ไม่ได้ห่วงว่าตนเองจะลำบาก แต่เป็ห่วงลูกน้อยทั้งสอง หากถูกขับออกจากบ้านสกุลหม่าจริง ลูก ๆ จะทำอย่างไร จะเอาบ้านที่ไหนนอนหลบแดดหลบฝน จะหาอาหารที่ไหนมาประทังชีวิต
‘หึ...หย่างั้นหรือ ข้าเห็นเ้าอยากจะหย่าขาดจากนางไม่รู้สักกี่รอบ เคยทำได้หรือไม่ ออกไปเถอะ ออกไปเสียวันนี้ นี่ถือเป็คำขาดของข้า’ หม่าเพ่ยจวินยืนกรานคำเดิม น้ำเสียงเ็า
ชายหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง มองใบหน้าเหี่ยวย่นของบิดามารดาไม่อยากจะเชื่อ ทำไม เป็เพราะอะไร เื่ถึงดำเนินมาจุดนี้ได้...เป็เพราะเขา หาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนใช่หรือไม่
คำตอบก็คือใช่...ั้แ่เด็กจนโต บิดามารดาไม่เคยแม้จะโอบกอด มอบไออุ่นของความรักให้ เหมือนกับพี่ชาย น้องชาย หากทำผิดเข้าหน่อย ก็จะถูกเฆี่ยนตีอย่างไร้ความปรานี
แม้แต่เื่แต่งงานกับมารดาของเด็กทั้งสอง ยังเป็เขาที่ออกหน้าด้วยตนเอง โดยที่บิดามารดาไม่ยอมรับรู้อะไรเลย
หรือจะเป็ตอนเขานอนป่วยหนัก ขยับร่างกายไม่ได้ คนในครอบครัวสกุลหม่า ไม่แม้แต่จะย่างกรายเข้ามาสอบถามสารทุกข์สุกดิบเลยสักคำ
เขาก็ยังปิดหูปิดตา คิดว่าพวกเขาอาจจะยุ่งวุ่นวายอยู่ก็ได้
จนมาวันนี้ เขาหูตาสว่างขึ้นแล้ว ว่ายามที่เขาหาเงินไม่ได้ เขาก็เป็เพียงคนไร้ค่า ที่คนสกุลหม่าพร้อมจะเขี่ยทิ้งทันที
‘ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ที่ท่านพ่อท่านแม่ไล่ข้า ไม่ใช่เพราะเชื่อคำของหมอผี แต่เป็เพราะท่านหาโอกาสนี้มานานแล้ว ท่านไม่อยากให้ข้าอยู่ เปลืองข้าวเปลืองน้ำ หรือกลัวจะเปลืองค่ายาที่ใช้ในการรักษา ทั้ง ๆ ที่เงินทองที่พวกท่านได้ใช้กินดี อยู่ดี ล้วนเป็เงินของข้า ไม่ใช่เพราะข้าหรอกหรือ ครอบครัวเราถึงลืมตาอ้าปากได้ แล้วดูสิ่งที่พวกท่านตอบแทนสิ ท่านยังเห็นข้าเป็ลูกอยู่หรือเปล่า’ หม่าหย่งเหรินแผดเสียงลั่น
‘นี้เ้ากล้าทวงบุญคุณกับพวกข้าหรือ ทั้ง ๆ ที่ข้ากับสามีเป็คนเลี้ยงดูเ้าจนเติบใหญ่มาได้ทุกวันนี้ เปลืองข้าวเปลืองน้ำไปเท่าไร รู้อย่างนี้ ข้าไม่น่าเก็บเ้ามาจากข้างทางเลย’ เป็หลู่ซื่อ ที่ทนฟังบุตรชายกล่าวถึงเื่เงิน ๆ ทอง ๆ ไม่ไหว เลยกล่าวเสียงดังขึ้นมา
‘ท่านแม่หมายความว่าอย่างไร เก็บข้ามาจากข้างทาง’
‘ก็หมายความว่า เ้าไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของข้าอย่างไรละ ดังนั้นเงินทองที่เ้าได้มา ก็ถือเป็การทดแทนบุญคุณ ที่ข้ากับภรรยาชุบเลี้ยงเ้ามา เ้าจึงไม่มีสิทธิ์ในเงินทองนี้แม้แต่อีแปะเดียว’
หม่าเพ่ยจวินกล่าวจบ ก็เดินนำภรรยาออกจากห้องนอนของเรือนหลังเล็กไป ไม่สนใจอาการตกตะลึงของบุตรชายบุญธรรม ที่กลายมาเป็ตัวไร้ประโยชน์ไปแล้ว สำหรับครอบครัวสกุลหม่า..........
“ข้าไม่ใช่ลูกของพวกเขา เป็คนที่เขาเก็บมาเลี้ยงเท่านั้น เ้าเข้าใจหรือไม่”
หม่าหย่งเหรินบอกความจริงกับสตรีร่างใหญ่พลางร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังปานจะขาดใจไปพลาง เขาเจ็บ เจ็บจนเกินจะทนรับไหว แม้จะเคยสงสัยเื่ที่เขาอาจจะไม่ใช่ลูกของท่านพ่อท่านแม่อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยนึกว่ามันจะเป็เื่จริง
“ฮือ ๆ”
เสียงคร่ำครวญของชายหนุ่มดังก้องเข้าไปในโสตประสาทของหลางกุ้ยตาน ความขุ่นเคืองที่ถูกชายหนุ่มต่อว่า ว่าเป็ตัวซวยหายไปจนสิ้น...