ภารกิจพลิกฟื้นโรงน้ำชาเป็นคาเฟ่สุดปัง (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 38 สุสานไข่เน่า

            “เจ้าจะให้ข้าจัดการกับคนงานกลุ่มนั้นยังไง คำตอบที่ได้ก็รู้แค่ว่าเป็นฉินซีหลางกับฟู่วั่งเสียนที่จ้างพวกเขา” ซ่งอี้เซวียนพูดพร้อมกับจิบกาแฟไปด้วย “เมื่อก่อนข้ารู้สึกว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ขมยิ่งนัก แต่พอได้ดื่มนานวันเข้าก็เลิกดื่มไม่ได้เลย กลายเป็นรสขมที่ข้าชอบมาก”

            “ชอบยังไงก็ดื่มได้แค่วันละหนึ่งแก้วเท่านั้นเจ้าค่ะ ดื่มชาหรือกาแฟมากๆ จะทำให้ท่านนอนไม่หลับ” จูจื้อโหยวเตือน

            “คนงานพวกนั้นบอกเหตุผลหรือไม่ขอรับว่าสองคนนั้นทำไมถึงต้องการทำลายไข่ไก่ของอาเหว่ย” ฟู่ซีซวนถาม

            “ข้าไม่ได้คำตอบจากคนงานพวกนั้นมากนักหรอก แต่ข้าให้คนสะกดรอยตามฉินซีหลางกับฟู่วั่งเสียนอยู่หลายวัน จนได้รู้ว่าพวกเขาได้รับซื้อไข่จากชาวบ้านเก็บไว้เป็นจำนวนมาก” ซ่งอี้เซวียนมองจูจื้อโหยว “พวกเขารู้ว่าขนมของโหยวเอ๋อต้องใช้ไก่ไข่เป็นจำนวนมากเป็นส่วนผสม ทั้งยังมีจวนของผู้มีอำนาจมากมาย ไม่เว้นแม้แต่บรรดาตำหนักในก็ให้นางกำนัลออกมาสั่งจองขนมพวกนี้เช่นกัน”

            “พวกเขาคิดจะก่อกวนไม่ให้ข้าทำขนมส่งได้ตามกำหนด เพื่อหวังจะให้โรงน้ำชาของข้าผิดใจกับผู้มีอำนาจกลุ่มนั้นหรือเจ้าคะ”

            “ทำเช่นนั้นแล้วพวกเขาจะได้ประโยชน์อะไรหรือขอรับพี่ใหญ่” ฟู่ซีซวนถามอย่างสงสัย

            “สองคนนั้นสั่งให้คนทำลายไข่ไก่ในไร่ของสกุลจางทางหนึ่ง และอีกทางหนึ่งพวกเขาก็ไปกว้านซื้อไข่ไก่จากชาวบ้าน เพราะหากโหยวเอ๋อต้องการใช้ โหยวเอ๋อก็ต้องไปซื้อไข่ไก่จากพวกเขา จากนั้น...” ซ่งอี้เซวียนหุบยิ้มและพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ฉินซีหลางจะหาทางเจรจาการค้าครั้งนี้กับโหยวเอ๋อตามลำพัง”

            “พวกมันกล้าวางแผนถึงขนาดนี้เลยหรือขอรับ” ฟู่ซีซวนถามออกไปอย่างเดือดดาล ฉินซีหลางเป็นผู้ชายมักมากคนหนึ่ง และเขาก็สังเกตเห็นแววตาของอีกฝ่ายที่ใช้จ้องภรรยาของเขาอย่างหยาบคายมานานแล้ว การที่ฉินซีหลางต้องการเจรจาการค้ากับภรรยาของเขาเพียงลำพังเพื่อวัตถุประสงค์ใด เขายังต้องคิดอีกหรือ

            “เจ้าอย่าเพิ่งโมโหไป ถึงแม้เราจะจับคนงานกลุ่มนั้นมาสอบปากคำได้ แต่หลักฐานก็ยังไม่พอที่จะเอาผิดกับสองคนนั้นได้เหมือนกัน แต่ว่าข้าได้ส่งคนไปที่นั่นเพื่อเจาะไข่ให้แตกและทำให้ไข่บางส่วนเกิดรอยร้าวขึ้นแล้ว ทั้งยังให้คนเอาน้ำปฏิกูลไปรดไข่พวกนั้นไว้อีก ปล่อยไว้ไม่กี่วันไข่พวกนั้นคงเน่าหมดแล้ว” ซ่งอี้เซวียนยิ้มอย่างพอใจเมื่อนึกถึงแผนการของตนเอง “พวกเจ้าคงนึกไม่ถึงล่ะสิว่าเขาเอาไข่มากมายพวกนั้นไปเก็บไว้ที่ไหน”

            “แล้วเขาเอาไข่พวกนั้นไปเก็บไว้ที่ไหนหรือเจ้าคะ” จูจื้อโหยวถามอย่างสนใจ

            “เจ้าไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเอง แต่กลับสนใจว่าพวกเขาเอาไข่ไปเก็บไว้ที่ไหนเนี่ยนะ” ก่อนหน้านี้แม้ฟู่ซีซวนจะโกรธเมื่อรู้ถึงแผนชั่วของฉินซีหลางที่ต้องการวางกับดักภรรยาของตนเอง แต่พอเห็นท่าทางซุกซนของนาง เขากลับส่ายหน้ายิ้มขึ้นมาทันที

            “พวกเจ้ายังจำเรือนดอกเหมยของฉินซีหลางได้อยู่หรือไม่” ซ่งอี้เซวียนถาม เมื่อเห็นฟู่ซีซวนและจูจื้อโหยวพยักหน้ารับ เขาจึงพูดต่อ “เขาเอาไข่จำนวนมากไปเก็บไว้ที่นั่น  แล้วเจ้าลองนึกดูว่าถ้าไข่พวกนั้นเน่าเสียจนกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปหมด เรือนดอกเหมยที่แสนสวยงามและสตรีที่ฉินซีหลางซุกซ่อนเอาไว้เหล่านั้นจะเป็นยังไง เขายังจะใช้ชีวิตรื่นรมย์และเสพสุขอยู่ที่นั่นได้อีกหรือ”

            “น่าสงสารสตรีเหล่านั้นนะเจ้าคะ” แม้ปากจะบอกว่าสงสาร แต่จูจื้อโหยวก็นึกถึงภาพที่ไข่เน่าส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลไปทั่ว นางก็หัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ สาวงามเหล่านั้นคงต้องกล้ำกลืนฝืนทนกันน่าดู แต่พอนึกถึงภาพชัดๆ กลิ่นของไข่เน่าก็เหมือนจะลอยมาเข้าจมูกตัวเอง จูจื้อโหยวรีบสะบัดหน้าไล่ความคิดทิ้งไปทันที

            “แต่ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ข้าทำอย่างนั้น” ซ่งอี้เซวียนพูดขึ้นอย่างจริงจัง “ข้ารู้มาว่าที่เรือนดอกเหมย ฉินซีหลางซ่อนคนสำคัญไว้ที่นั่น หากไข่เน่าส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงจนทำให้ผู้คนพักอยู่ที่เรือนหลังนั้นไม่ได้ ข้าคิดว่าฉินซีหลางจะต้องพาคนๆ นั้นไปหาที่ซ่อนใหม่”

            “คนนั้นเป็นใครหรือขอรับ” ฟู่ซีซวนถาม

            “เป็นคนที่ปรักปรำท่านอาเจียวจิ้นและคนสกุลจู จนทำให้พวกเขาทั้งหมดต้องจบชีวิตไปอย่างไม่เป็นธรรม” ซ่งอี้เซวียนพูดจบก็หันไปมองจูจื้อโหยว

            “คนๆ นี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวของข้าต้องล่มสลายไปหรือเจ้าคะ” จูจื้อโหยวคิดในใจว่าคงเป็นเพราะเหตุผลนี้ที่ทำให้บางครั้งจิตใจของนางดูไม่สงบ คราวแรกนางคิดว่าดวงจิตของนางกับร่างกายนี้คงจะยังไม่สอดประสานกัน แต่ไม่คิดว่าจะเป็นความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิมที่ต้องการแก้แค้นให้กับคนในครอบครัว จูจื้อโหยวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “บุคคลนี้เป็นบุคคลอันตรายหรือไม่เจ้าคะ”

            “อันตรายไหมน่ะหรือ อืม...ไม่นับว่าอันตราย เพียงแต่เขาค่อนข้างเจ้าเล่ห์และรู้จักเอาตัวรอด ข้ากับท่านพ่อตามหาตัวเขามานานมากแล้ว แต่คนๆ นี้เหมือนปลาไหล จับได้เมื่อไหร่ก็คอยจะลื่นหลุดมือไปตลอด” ซ่งอี้เซวียนยิ้ม “เมื่อก่อนข้าคิดว่าเขาเป็นแค่คนไม่มีประโยชน์ เมื่อเจอก็จะฆ่าทิ้งทันที แต่ตอนนี้ข้ารู้สึกขอบคุณกับการมีอยู่ของเขาจริงๆ”

            “ทำไมหรือเจ้าคะ”

            “ก็เพราะเขาจะทำให้คนตระกูลฉินถูกตัดสินประหารชีวิตเก้าชั่วโคตรอย่างไรเล่า” ซ่งอี้เซวียนตอบอย่างอารมณ์ดี

            จูจื้อโหยวกับฟู่ซีซวนได้แต่มองดูพี่ใหญ่ของตนอย่างไม่เข้าใจ

     

            ‘ไปเร็ว! พวกเจ้าให้คนไปแจ้งทางการที บ้านหลังนี้ต้องมีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นแน่ๆ’

            ‘เจ้ารู้ได้ยังไง’

            ‘กลิ่นเหม็นของศพโชยออกมาขนาดนี้เจ้าไม่ได้กลิ่นเลยหรือไง’

            เสียงผู้คนตะโกนร้อง ทั้งบางคนยังล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดจมูกเพื่อป้องกันกลิ่นเหม็น แต่กลิ่นเหม็นเน่านั้นช่างรุนแรงเหลือเกิน บางคนถึงกับเป็นลมหมดสติ และบางคนถึงกับยืนอาเจียนอยู่อย่างไม่สนใจผู้ใด

            สักพักเจ้าหน้าที่ก็มาถึง พวกเขาเดินไปเคาะประตูเรือนหลังนั้นอยู่นาน แต่ก็ไม่มีใครออกมาเปิด สุดท้ายเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจพังประตูเข้าไป แต่พอพวกเขาเข้าไปด้านในก็พบกับสุสานไข่เน่าที่ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ ทั้งยังมีแมลงวันเต็มไปหมด ชวนให้รู้สึกคลื่นไส้ไม่น้อย 

            เจ้าหน้าที่รีบปลดผ้าผูกเอวมาคาดจมูกไว้ ก่อนจะเดินสำรวจไปรอบๆ บ้าน ก็พบว่าที่บ้านหลังนี้มีแม่นางน้อยอายุระหว่างสิบถึงสิบห้าปีนอนสลบไสลไม่ได้สติ อีกทั้งยังมีบ่าวรับใช้ชายหน้าตาดีจำนวนไม่น้อยที่นอนหมดสติอยู่ในสภาพเดียวกัน

            สภาพที่ชวนสะอิดสะเอียนนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งมือช่วยเหลือชายหญิงเหล่านั้นออกมาจากบ้านอย่างเร็วที่สุด ก่อนที่จะเริ่มสอบสวนหาเจ้าของบ้านหลังนั้นต่อไป

     

            “เจ้าว่าอะไรนะ! เรือนดอกเหมยถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นอย่างนั้นหรือ” ฉินซีหลางถามขึ้นด้วยความโมโห ช่วงนี้เขารู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจเป็นอย่างมาก เพราะเขารอแล้วรอเล่า แต่จูจื้อโหยวก็ไม่เห็นส่งลูกจ้างคนใดออกไปหาซื้อไข่ไก่เลยสักคน จากที่เขาเคยคิดฝันเอาไว้ว่าจะเอาเรื่องนี้มาเป็นข้อต่อรองให้จูจื้อโหยวยินยอมมาเป็นผู้หญิงของเขา แต่ความฝันของเขาก็พังทลาย นอกจากฉินซีหลางจะเสียเงินมากมายให้ตระกูลใหญ่โตเหล่านั้นไปหลอกจองขนม ทั้งยังใช้เงินจำนวนมากไปกว้านซื้อไข่ไก่มากักตุนไว้ พอมาวันนี้นอกจากแผนการจะไม่สำเร็จและไม่ได้หญิงสาวมาครอบครองแล้ว เรือนดอกเหมยของเขายังถูกทำลายเพราะสุสานไข่เน่านั้นอีก

            “ขอรับ” หลี่ซุยตอบรับเสียงเบา “แต่คุณชายไม่ต้องเป็นห่วงนะขอรับ ข้ากับวั่งเสียนได้พาบุคคลผู้นั้นไปซ่อนตัวอยู่สถานที่แห่งใหม่แล้ว”

            “คนผู้นั้นไม่ได้รับบาดเจ็บที่ใดขอรับ” ฟู่วั่งเสียนพูดเสริม

            “ไข่พวกนั้นเพิ่งเก็บไว้ได้ไม่ถึงสิบวัน ทำไมมันถึงเน่าเสียไปเร็วขนาดนี้” ฉินซีหลางถามอย่างคาดโทษ

            “อาจจะเป็นเพราะอากาศร้อน” หลี่ซุยตอบอย่างไม่คิดจนฟู่วั่งเสียนแทบจะกัดลิ้นตัวเองได้แล้ว นั่นก็เพราะช่วงนี้อากาศมันหนาวมาก หนาวจนพื้นเกือบจะกลายเป็นน้ำแข็งไปหมดแล้ว

            “หึ...อากาศร้อนเช่นนั้นหรือ เจ้ามองดูที่พื้นดินตอนนี้ เจ้ายังเรียกว่าอากาศร้อนอยู่อีกหรือ” ฉินซีหลางกระทืบไปบนพื้นอย่างโมโห

            หลี่ซุยถึงได้รู้ว่าคำตอบของตนเองนั้นมันช่าง... เขาพูดไม่ออกแล้วในเวลานี้

            “คนที่ถูกทางการพาตัวไปพวกเจ้าจัดการอย่างไร” ฉินซีหลางถามต่อ

            “ข้าส่งคนไปวางยาพวกเขาแล้ว ทั้งหมดไม่มีชีวิตรอดแล้วขอรับ” ฟู่วั่งเสียนตอบ ดีที่ในคุกหลวงแห่งนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของบิดา ทั้งคนที่เฝ้าอยู่ประตูหน้ายังเป็นคนที่คุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดี การที่จะส่งคนเข้าไปวางยาหญิงสาวกับบ่าวรับใช้ชายที่ถูกพาตัวไปจากเรือนดอกเหมยนั้นจึงเป็นเรื่องง่าย และด้วยความที่มีคนถูกวางยาจนเสียชีวิตในคุกของกรมอาญามากขนาดนั้น คนในกรมอาญาจึงไม่ปล่อยข่าวเรื่องนี้ให้เล็ดลอดออกไปได้แม้แต่นิดเดียว 

            “ทำได้ดี แล้วเรือนดอกเหมยหลังนั้นเจ้าจัดการอย่างไร”

            “ข้าคิดว่าบ่าวรับใช้ในเรือนคงหมดสติและปล่อยให้เทียนล้มไปติดผ้าม่านจนเกิดเป็นเพลิงลุกไหม้ขอรับ” ฟู่วั่งเสียนตอบหน้านิ่ง เรือนดอกเหมยไหม้ไปทั้งหลังนั้นเป็นเรื่องจริง แต่เป็นเขาที่จุดไฟเผามันเองกับมือ เพราะเรือนหลังนั้นมีความลับอยู่มากมาย จึงไม่ควรเหลือร่องรอยไว้ให้ใครมาตรวจสอบ การกระทำของเขาถูกใจฉินซีหลางเป็นอย่างมาก

            “ครั้งนี้เจ้าทำงานได้ดี” ฉินซีหลางทำท่าคิด “เจ้าคิดว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของใคร”

            “มีคนไม่มากที่รู้เรื่องเรือนดอกเหมยขอรับ” ฟู่วั่งเสียนตอบอย่างแฝงความนัย

            “ดี! ซ่งอี้เซวียน จวนอ๋องฉี พวกเจ้าสมควรตาย ในเมื่อเจ้าขัดขวางข้าทุกอย่าง รอดูว่าหากแผนการของข้าสำเร็จ พวกเจ้าก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดต่อไปอีกเลย หากเป็นชาย ข้าจะทรมานพวกมันจนกว่าจะตาย ส่วนผู้หญิงจะถูกส่งไปเป็นนางบำเรอในกองทัพของข้า” ฉินซีหลางพูดอย่างอาฆาต

            ฟู่วั่งเสียนและหลี่ซุยได้แต่ก้มหน้าฟังด้วยอาการสั่นเทิ้มไปทั้งตัว เป็นครั้งแรกที่พวกเขามองเห็นฉินซีหลางแสดงท่าทางน่ากลัวจนไม่อาจควบคุมได้เช่นนี้

    คล้ายกับเรื่องภารกิจพลิกฟื้นโรงน้ำชาเป็นคาเฟ่สุดปัง (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508