"คนของเราแทรกซึมเข้าไปได้มากขึ้นแล้ว เื่ที่ป่วยอยู่ ดูเหมือนจะแค่ป่วยการเมืองมาตลอด"
ซีห่าวเอ่ยรายงานข่าวที่ได้จากพี่น้องของพวกเขาที่ถูกส่งไปแฝงตัวอยู่ในวังหลวงของแค้นอิงั้แ่่แรกที่สามารถสร้างทัพเฮยหลงขึ้นมาได้ การเข้าถึงตัวจินป๋อฮ่องเต้ไม่ใช่เื่ง่าย โอรส์ผู้นี้ระแวดระวังตัวเองเป็ที่หนึ่ง ยิ่ง่หลังนอกจากคนสนิทก็แทบไม่มีใครได้เข้าใกล้บุรุษผู้นี้เลย เท่าที่พวกเขารู้มาแม้แต่ฮองเฮายังเข้าไม่ถึงตัวสามีของนางเช่นกัน หลายครั้งที่คนของแคว้นจ้านก็ถูกส่งไปแต่ก็คว้าน้ำเหลว ส่วนมากก็ไม่มีใครได้กลับมา การจะซื้อคนในมาเป็ไส้ศึกก็ยากยิ่งเพราะจินป๋อฮ่องเต้เลือกคนที่อยู่ข้างกายอย่างระมัดระวังเสมอ
"เอาแต่หลบซ่อนทำเหมือนว่าทุกอย่างปกติดีสินะ ช่างแสนขี้ขลาดอย่างที่เหว่ยหยางฮ่องเต้เคยว่าไว้จริง ๆ"
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยันแต่ทว่าดวงตากลับมีความไหววูบให้ได้เห็น ซีห่าวนึกสงสารน้องสาวอยู่ไม่น้อย
แคว๊ก แคว๊ก แคว๊ก!
เสียงร้องของพญาเหยี่ยวตัวใหญ่ที่บินมาวนอยู่เหนือบริเวณที่ทั้งคู่ยืนอยู่ทำให้เฟยหลงหลุดจากภวังค์ของตนเองและยกแขนข้างหนึ่งขึ้นเพื่อให้เ้าเหยี่ยวสัตว์เลี้ยงของนางได้ลงมาพำนักชั่วคราว เ้าเหยี่ยวตัวนี้เล่อซีฮันมอบให้นางเป็ของขวัญวันเกิด มันเป็เหยี่ยวที่แสนรู้แต่ขี้โมโหกับบุรุษไปเสียหน่อย นอกจากเล่อซีฮันเ้าตัวแสบนี่ก็ไม่ชอบให้บุรุษผู้ใดััตัวนางนัก หากสายตาของมันแลเห็นก็จะพุ่งมาจัดการทันที
"ไง จ้าวจ้าว เหนื่อยมากสินะ ลำบากเ้าแล้ว ขอบใจมาก"
มือบางลูบไปที่หัวของเ้านกตัวใหญ่อย่างอ่อนโยน มันเองก็ดูจะชอบใจจึงเอียงหัวตามมือนุ่มมาและหลับตาพริ้ม บนใบหน้างามมีรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนที่มือบางจะหยิบจดหมายเล็กๆ ที่เสียบอยู่บริเวณข้อเท้าออกมา
"มู่เกอส่งข่าวมา บอกว่าหาคนที่ทำเจอแล้ว"
คิ้วโก่งเป็คันสนแทบชิดติดกันเมื่อได้อ่านเนื้อความในจดหมาย
"ใคร?"
"แคว้นอิง!"
"ไม่มีทางที่คนฉลาดแบบนางจะไม่รู้ว่าเื่นี้มีลับลมคมใน แต่หากนางจะถือโอกาสเปิดศึกกับแคว้นอิงโดยใช้ข้ออ้างนี้ก็ถือว่ามีน้ำหนักไม่น้อย"
"หากนั่นคือสิ่งที่นางรอคอยมาตลอด"
ไท่หย่งอี้เอ่ยด้วยความเคร่งเครียดหลังจากที่เขาและคนของทัพเฮยหลงช่วยกันตรวจสอบจนได้หลักฐานที่มัดตัวผู้ทำผิดว่าเป็คนของแคว้นอิงที่แฝงตัวเข้ามาอยู่แถบชายแดนใต้การดูแลของบิดาตน
"แน่นอนว่านางไม่ได้โง่ แต่หากนางทำในสิ่งโง่งม นำพาแคว้นของเราและราษฎรสู่หายนะเมื่อไหร่ นั่นแหละคือความโง่เขลา"
น้ำเสียงแสนดุดันจากชายวัยกลางคนที่ได้ชื่อว่าเป็บิดาทำให้ไท่หย่งอี้ยิ่งกังวล ตอนนี้เหมือนสถานการณ์ถูกใครสักคนบีบรัดเข้ามา สร้างโอกาสให้องค์หญิงผู้ถูกลืมสามารถกลับไปเอาคืนผู้ที่เคยเหยียบย่ำนาง
ในขณะเดียวกันหากนางทำแบบนั้น นางย่อมรู้ดีว่าหลายคนในแคว้นจ้านโดยเฉพาะบิดาของเขาที่ถือว่ายังมีอำนาจอยู่ในมือพอตัว ต้องไม่ยอมให้นางทำแบบนั้นแน่
"แท้จริงแล้ว ฮ่องเต้จินป๋อหรือเป็ฝ่าากันแน่ที่เป็บิดาของนาง"
ดวงตาเรียวรีไหววูบอย่างเห็นได้ชัดทำให้แม่ทัพแดนใต้ต้องยกมือหยาบขึ้นััไหล่ของบุตรชายนอกสายเืเบาๆ
"ไม่สำคัญว่าแท้จริงสายเืของนางจะเป็ใคร ที่สำคัญคือเ้าต้องปกป้องราษฎรและแผ่นดินแคว้นจ้านให้พ้นจากภัยทั้งปวง นั่นคือภาระหน้าที่ของเ้า หย่งอี้!"
"ถึงยังไงข้าก็เป็ชายฉกรรจ์เืร้อน หากเ้ายังกอดข้าไว้แบบนี้แล้วข้าทำเื่ผิดต่อเ้าขึ้นมา เ้าจะโทษข้าไม่ได้นะ"
จ้าวแห่งทุ่งหญ้าที่ยืนรับลมเย็นถูกโอบกอดจากข้างหลังด้วยเนื้อนุ่มและกลิ่นหอมกรุ่นที่แสนคุ้นเคย แม้ปากจะพูดเย้าไปแบบนั้นแต่ทว่ามือแกร่งกลับเลื่อนไปเกาะกุมมือบางที่ประสานกันอยู่ที่หน้าท้องของเขาเพื่อมอบความอบอุ่นให้
"หนาว"
น้ำเสียงแ่เบาเอ่ยขึ้นก่อนที่ใบหน้างามจะซบลงบนแผ่นหลังกว้างอีกครั้งพร้อมกับกระชับอ้อมกอดของตนแน่นขึ้น
"เ้าไม่ได้หนาวกาย เ้ากำลังหนาวใจ แต่เอาเถอะ ข้าจะสงเคราะห์เ้าลูกัน้อยเสียหน่อย"
ถ้อยคำที่แฝงไปด้วยความหมาย เล่อซีฮันเข้าใจมันดีจึงหมุนตัวกลับไปแล้วกกกอดร่างอรชรไว้แน่นเป็การปลอบโยน เล่อซีฮันรู้ดีว่าการที่สตรีตรงหน้าเรียกร้องหาความอบอุ่นและอ้อมกอดจากเขาในตอนนี้มันเป็เพราะตัวนางกำลังรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอ น้อยครั้งที่นางจะยอมเปิดเผยด้านนี้ของตนเองให้คนอื่นได้เห็น ด้วยฐานะและภาระหน้าที่ ที่ไม่อนุญาตให้นางได้อ่อนแอแม้เพียงครู่เดียว
"ข้าเป็ลูกัน้อยตลอดไปได้หรือไม่?"
มือแกร่งยกขึ้นลูบแผ่นหลังบางเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นไปให้อีกฝ่ายได้คลายความหนาวเหน็บในหัวใจดวงน้อย
"เ้าเป็ลูกัน้อยของข้าเสมอ แต่สำหรับคนอื่น เ้าไม่ใช่"
เด็กน้อยกำลังสับสนกับเส้นทางที่นางต้องเลือกเดิน มีหลายอย่างที่เป็เหตุผลมากมายฉุดรั้งให้สตรีที่แสนเด็ดเดี่ยวต้องลังเล นางใช้เวลาทบทวนทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมาถึงห้าปีเต็ม แต่กระนั้นก็ไม่ได้ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปอย่างไร้ประโยชน์
บัดนี้เมล็ดพันธุ์ที่นางหว่านเอาไว้เริ่มออกดอกผลให้นางได้ใช้ประโยชน์แล้ว เหลือเพียงตัวนางเองจะเก็บเกี่ยวมันหรือไม่
"เ้าคือัผู้ยิ่งใหญ่.."
..
..
"ที่ของเ้าหาใช่เพียงแค่บนผืนดินแห่งนี้ไม่!"
"หากองค์หญิงเฟยหลงใช้โอกาสนี้บุกแคว้นอิง นางย่อมมีข้ออ้างอันชอบธรรม"
ในขณะที่ฝั่งแคว้นจ้านยังคงเป็น้ำนิ่ง รอการตัดสินใจขององค์หญิงผู้นำทัพเฮยหลงที่ได้รับมอบหมายจากเหว่ยหยางฮ่องเต้ให้จัดการเื่นี้โดยมอบอำนาจทั้งหมดให้นางเป็ผู้ตัดสินใจ ใน่ที่พระองค์กำลังพักรักษาอาการป่วย อีกฟากหนึ่งผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ารุกรานผู้อื่นด้วยวิธีสกปรกก็เริ่มร้อนรนอยู่ไม่ติด
"ทูลฮองเฮา กระหม่อมไม่ได้เป็คนสั่งการอย่างแน่นอน หม่อมฉันรักษาชายแดนมาหลายปี พยายามหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งมาตลอด"
"มิหนำซ้ำที่นั่นยังเป็เขตของแม่ทัพแดนใต้ของแคว้นจ้าน พวกเขามีกำลังคนที่แข็งแกร่งมาก ข้าคิดว่างานนี้อาจเป็พวกเขาเองที่สร้างสถานการณ์ขึ้นเพื่อเป็ข้ออ้างรุกรานเรา"
ท้องพระโรงวังหลวงเต็มไปด้วยเหล่าขุนนางและแม่ทัพทั้งหลายที่มาประชุมอย่างเร่งด่วนจากเหตุการณ์ลอบวางยาพิษที่เกิดขึ้นในเขตแคว้นจ้านที่ติดกับแคว้นอิง โดยมีฮองเฮาสำเร็จราชการแทนชั่วคราวเนื่องจากจินป๋อฮ่องเต้มีอาการประชวรและรัชทายาทก็ยังเยาว์นัก ไม่มีความสามารถมากพอ
"แคว้นจ้านไม่ได้มีวิสัยที่ต้องพยายามหาข้ออ้างด้วยวิธีสกปรก หากพวกเขา้าเปิดศึกย่อมทำได้โดยที่ไม่ต้องหาข้ออ้างด้วยซ้ำ"
ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่รู้จักแคว้นจ้านดีเอ่ยแย้งขึ้นด้วยไม่มั่นใจว่าสิ่งที่แม่ทัพแดนใต้พูดนั้นเป็จริงหรือเพียงแค่ไม่อยากรับผิดชอบในความผิดพลาดของตน
แม่ทัพแดนใต้ได้ชื่อว่าเป็บิดาของฮองเฮา การใช้อำนาจบาตรใหญ่ด้วยถือว่าบุตรเป็ถึงแม่ของแผ่นดินเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งจนขุนนางหลายคนเริ่มที่จะระอาสองพ่อลูกไม่น้อย แต่ทว่าก็ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะฮ่องเต้ของพวกตนนั้นประชวรจนว่าราชการเองไม่ได้มาหลายปีแล้ว
รัชทายาทที่เกิดจากฮองเฮาเฮาเพิ่งจะหกหนาว ยังคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการทำตามที่ฮองเฮาผู้เป็มารดาสั่งการ หากเกิดาในระหว่างนี้ ย่อมเป็ที่น่ากังวลไม่น้อยต่อการตัดสินใจของฮองเฮาที่ไม่ประสาเื่การา ซ้ำยังหลงละเลิงในอำนาจจนไม่ค่อยสนใจฟังคำตักเตือนหรือแนะนำของเหล่าขุนนางเท่าไหร่นัก
"ทูลฮองเฮา กระหม่อมเห็นด้วยในเื่นี้ เราควรตรวจสอบทุกอย่างให้ชัดแจ้ง ยามนี้แคว้นจ้านยังคงไม่มีความเคลื่อนไหว เราควรส่งทูตไปแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพื่อป้องกันาที่อาจเกิดขึ้นนะพ่ะย่ะค่ะ"
"พวกท่านพูดเหมือนกลัวแคว้นจ้านเสียเต็มประดา ถึงต้องลดศักดิ์ศรีไปหาพวกมันขนาดนั้น"
ไม่ผิดจากที่ขุนนางหลายคนคาดไว้ ฮองเฮาผู้นี้ช่างหยิ่งทะนงในอำนาจที่ตนมีเหลือเกิน อาจจะเพราะนางมาจากตระกูลแม่ทัพ มีแม่ทัพแดนเหนือที่กุมอำนาจไม่น้อยสนับสนุน ได้นั่งในตำแหน่งฮองเฮามีอำนาจเหนือวังหลัง ซ้ำตอนนี้ยังได้นั่งในตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนอีก
"หามิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพียงเป็ห่วงราษฎร ไฟานำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่ราษฎรเสมอ ในยามนี้บ้านเมืองของเราสงบสุขดี หากาเกิดขึ้น ผู้ที่จะได้รับผลกระทบเป็คนแรกก็คือราษฎรของเรา"
"หากจะมีามันก็เพราะพวกป่าเถื่อนนั่นที่อยากจะมี ต่อให้ท่านจะเห็นแก่ราษฎรแค่ไหน แต่หากพวกมัน้าาท่านก็ไม่อาจห้ามพวกมันได้หรอก"
"เอาล่ะ ไปเตรียมทหารให้พร้อม เปิ่นกงจะแต่งตั้งแม่ทัพแดนใต้เป็แม่ทัพใหญ่ ให้แม่ทัพแดนเหนือเป็รองแม่ทัพ ให้คนจองเราจับตาดูท่าทีของแคว้นจ้านให้ดี"
คำสั่งของผู้สำเร็จราชการแทนทำให้เหล่าขุนนางต่างก็เป็กังวล หากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
"ข้าจะขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ หากปล่อยไว้แบบนี้ เห็นทีคราวนี้แคว้นอิงคงเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้าเป็แน่!"
"หึ ช่างไม่เจียมกะลาหัวเสียจริง คิดว่าตัวเองเป็หงส์โดยไม่ได้มองดูเลยว่าตนเองต่ำต้อยแค่ไหน ครั้งนั้นที่สั่งโบยเ้าจนเนื้อแตก เ้าไม่คิดจะเอาคืนหน่อยเหรอหลงเอ๋อร์"
ซีห่าวเอ่ยอย่างเหยียดหยันเมื่อได้รับข่าวว่าฮองเฮาแคว้นอิงที่ขึ้นสำเร็จราชการแทนชั่วคราวดูพร้อมที่จะทำากับแคว้นจ้านโดยที่ไม่คำนึงแม้เพียงเสี้ยวว่าตนเองนั้นเป็รองเพียงใด
"นางกำลังหลงละเลิงกับอำนาจในมือ แต่ก็ถือเป็เื่ที่ดี ความหยิ่งทะนงและความหลงละเลิงในอำนาจของนางจะทำให้งานของเราง่ายขึ้น"
"แต่หากไม่ อย่างน้อยก็ได้บีบให้คนขี้ขลาดยอมโผล่หัวออกมาเสียที"
เฟิ่งหรั่นฮองเฮาผู้นี้ก็เป็หนึ่งในคนที่นางต้องกลับไปจัดการเช่นกัน บนตัวของนางยังมีรอยเนื้อที่แตกเพราะโดนฮองเฮาสวะผู้นั้นสั่งโบยด้วยแซ่เป็ร้อยครั้ง ทั้งๆ ที่นางออกจากจวนไปก็เพราะ้าไปตามหมอมารักษาแม่ของตนเอง
"นางเคยโบยเ้ากี่ครั้ง ข้าจะให้นางโดนมากกว่าเ้าสิบเท่า ไม่ให้ขาดแม้แต่ครั้งเดียว!"
เล่อซีฮันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดันบ่งบอกถึงความกรุ่นโกรธ ร่องรอยแผลเป็มากมายที่แม้จะจางหายไปบ้างแล้วบนร่างแสนบอบบางนี่ ที่แท้เป็เพราะสตรีต่ำต้อยผู้นั้น คิดแล้วเล่อซีฮันก็เหมือนมีไฟสุมอก อยากไปบดขยี้คนสวะพวกนั้นให้แหลกคามือให้สมกับที่พวกมันกล้าแตะต้องลูกัน้อยของเขา
"อย่าได้กังวล วันหนึ่งนางต้องชดใช้ให้ลูกัน้อยของท่าน"
รอยยิ้มแสนน่ามองถูกส่งออกมาเพื่อปลอบประโลมพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นในจ้าวแห่งทุ่งหญ้าผู้นี้
"ชีวิตที่อยู่ไม่สู้ตาย ข้าจะมอบมันให้แก่ทุกคนที่เคยกลบฝังศักดิ์ศรีของข้าและมารดาข้าอย่างสาสม!"
"ฝ่าา หากเป็เช่นนี้าระหว่างสองแคว้นต้องเกิดขึ้นเป็แน่ ขอพระองค์ทรงระงับภัยในครั้งนี้ด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
ขันทีคนสนิทเร่งร้อนรายงานนายเหนือหัวที่แกล้งป่วยอยู่ในตำหนักมาหลายปี ด้วยครั้งนี้ภัยกำลังจะมาเยือนแคว้นอิงเพียงเพราะความหยิ่งผยองและโอหังไม่เข้าเื่ของสตรีนางหนึ่ง
"ไอ้สารเลวนั่นจงใจให้นางกลับมาขยี้ข้าสินะ หึ!"
เสียงที่ลอดจากไรฟันบ่งบอกถึงอารมณ์แห่งความพิโรธ
"ถ่ายทอดราชโองการ เจิ้นจะกลับไปว่าราชการด้วยตนเอง เรียกประชุมขุนนางและแม่ทัพทั้งสี่ทิศ!"
น้ำเสียงเข้มเอ่ยสั่งก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะเดินกลับเข้าไปในตำหนักลับภายในตำหนักเทียนหลงอันเป็เขตหวงห้าม กระทั่งฮองเฮายังไม่มีสิทธิเข้า เพราะที่นี่ถูกใช้เป็ที่ซุกซ่อนใครบางคนที่ทุกคนต่างก็เข้าใจว่าตายเพราะตรอมใจตามลูกสาวไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน
พรึบ ขวับ!
"อ๊ะ!"
ชิงเหลียนฮวาที่กำลังลูบคลำผ้าเช็ดหน้าที่ลูกสาวเป็คนทำให้ด้วยแสนคิดถึง ถูกมือใหญ่ดึงจากข้างหลังอย่างรุนแรงจนร่างของนางลอยวืดไปปะทะกับอกแกร่งที่นางคุ้นเคยดี
"ไอ้ชู้รักตัวดีของเ้ามันกำลังจะส่งลูกสาวของเ้ามาบดขยี้แคว้นอิง มาบดขยี้ข้า"
ใบหน้าแสนหวานฉายแววใไม่น้อยเมื่อได้ฟังคำบอกเล่าของอีกฝ่าย หยางเกอของนางคิดจะส่งลูกสาวของนางกลับมาฆ่าพ่อของลูกสาวนางงั้นหรือ
ทำไมถึงได้เป็แบบนี้!
"ให้ข้าพบลูก"
ชิงเหลียนฮวานึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ลูกสาวของนางคงคิดว่านางตายไปแล้วจริงๆ จึงนึกแค้นเคืองบิดาของนาง หลงเอ๋อร์รักบิดาของนางมาก แม้จะไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากผู้เป็บิดาเลยก็ตาม เคยโดนผู้เป็พ่อสั่งโบยทั้งๆ ที่นางไม่ได้ทำผิดแต่นางก็ไม่เคยนึกโกรธ ชายผู้นี้ไม่ยอมให้นางเรียกว่าบิดานางก็พยายามเข้าใจ แต่คราวนี้อาจจะเป็เพราะเื่ของนาง ลูกสาวของนางถึงมีจิตโกรธแค้นต่อผู้เป็บิดา
"ข้าบอกแล้วว่าอย่าได้หวังว่าจะได้กลับไปเจอมัน!"
"ข้าเพียง้าพบลูกของข้า ไม่เกี่ยวอะไรกับหยางเกอ หลงเอ๋อร์คงคิดว่าข้าตายไปแล้วนางจึงโกรธแค้นท่าน"
ชิงเหลียนฮวาพยายามอธิบาย แม้เกลียดชายผู้นี้เพียงใดแต่นางก็ไม่อยากเห็นพ่อลูกต้องมาฆ่าฟันกันเอง
"ได้โปรด ให้ข้าได้พบลูก ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป!"
"อีกสามวันเปิ่นกงจะให้คำตอบต่อฮ่องเต้ของพวกท่าน"
น้ำเสียงราบเรียบจากริมฝีปากอิ่มของสตรีภายใต้อาภรณ์สีดำปักด้วยดิ้นทองเป็รูปัตัวใหญ่แสนสง่างามและน่าเกรงขามที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูงสุดแห่งแคว้นจ้านในฐานะผู้สำเร็จราชการแทน
การว่าราชการในวังหลวงวันนี้แตกต่างออกไปจากทุกวัน เพราะครั้งนี้กู้หลุนเฟยหลงกงจู่ขึ้นว่าราชการแทนฮ่องเต้ที่กำลังประชวรด้วยองค์เองและเป็คนมาฟังสาส์นเทียบเชิญจากฮ่องเต้แคว้นอิงด้วยองค์เองด้วย
แม้ปกติแล้วองค์หญิงเฟยหลงจะมีอำนาจเข้านั่งว่าราชการในวังหลวงอย่างที่สตรีอื่นไม่เคยได้มี แต่กระนั้นนางก็ไม่เคยย่างกรายมายุ่งกับงานในวังหลวงเลย น้อยครั้งที่จะมาด้วยตนเองเต็มยศแบบนี้
"ขอบพระทัยฝ่าา เช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลา"
ทูตจากแคว้นอิงที่ถูกส่งมาเพื่อถ่ายทอดสาส์นเทียบเชิญจากฮ่องเต้รีบถอยออกไปทันทีเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ
องค์หญิงผู้นี้เป็อย่างที่ผู้คนกล่าวขาน นางสุขุม เยือกเย็น สง่างาม ในขณะเดียวกันก็ดูดุดันทรงอำนาจและน่าเกรงขามไม่แพ้บิดาบุญธรรมของนางเลยทั้งที่นางเป็หญิงและอายุเพียงสิบเก้าหนาวเท่านั้น
"ทูลองค์หญิง ก่อนหน้านี้สายข่าวรายงานมาว่าแคว้นอิงแต่งทัพหลวงและเตรียมกำลังทหารแล้ว วันนี้กลับมาขอเจรจาให้เราแต่งคนไปตรวจสอบเื่ที่เกิดขึ้น กระหม่อมกลัวว่าจะมีจุดประสงค์ร้ายแอบแฝง"
เหล่าขุนนางบางส่วนก็พร้อมที่จะทำากับแคว้นอิงอยู่แล้วจึงพร้อมสนับสนุนการตัดสินใจขององค์หญิงผู้นี้อย่างเต็มที่
"ทูลองค์หญิง การตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่างก็เป็สิ่งที่ดี หากเราจะบดขยี้แคว้นอิง ก็ควรกระทำเพราะการกระทำของคนเ่าั้เอง รอสืบให้ได้ความชัดเจน ก็ไม่ได้เสียประโยชน์อันใดพ่ะย่ะค่ะ"
แน่นอนว่าอีกส่วนหนึ่งอย่างเช่นแม่ทัพแดนใต้ย่อมไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน ด้วยรู้ดีว่าาระหว่างสองแคว้นหากเกิดจากสตรีผู้นี้ย่อมต้องมีจุดประสงค์แอบแฝง
"เช่นนั้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของแคว้นจ้าน เปิ่นกงจะตอบรับสาส์นเชิญของฮ่องเต้แคว้นอิง"
คำตอบขององค์หญิงเฟยหลงสร้างความประหลาดใจให้แม่ทัพแดนใต้ไม่น้อย ทำไมนางถึงได้ยอมง่ายๆ ทั้งที่ดูเหมือนนางก็เตรียมพร้อมจะขยี้แคว้นอิงแล้ว แต่ประโยคต่อมาก็ทำให้แม่ทัพแดนใต้เข้าใจได้ทันทีว่าเขานึกประมาทัน้อยตนนี้เกินไปเสียแล้ว
"และเปิ่นกงจะเป็ผู้ไปตรวจสอบเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยตัวเอง!"
**********************************
น้องยังไม่รู้ว่าแม่ยังอยู่นะคะ อิพ่อมันร้ายขโมยแม่ไปซ่อน