หลังจากที่คณะเดินทางจากประเทศเกาหลีเข้าสู้แอร์พอร์ตของสนามบินสุวรรณภูมิ ยกเว้นแพทย์สองคนที่เดินทางกลับไปพร้อมกับเครื่องบินของกึนซอง สมาร์ท หมอมัทนาและแมงเม้าโบกมือไหวๆรอรับอยู่ และแล้วน้ำตาก็เริ่มทำงานอีกครั้ง บ่าวชายหญิงของกึนซองยืนคอยอย่างสงบ ชายหนุ่มคนดังต้องสวมหมวกแก็ป ใส่แว่นตาดำและมีแม๊สปิดปากเพื่ออำพรางใบหน้า บอร์ดี้การ์ดของเขาทำตัวสบายๆ เพราะไม่มีใครรู้หมายกำหนดการของเขา
สมาร์ทตรงเข้าไปจับมือกับกึนซองและคุยกันอยู่เป็ครู่เกี่ยวกับการเดินทาง เขารู้สึกใับอาการของมนต์ตรา แต่ตอนนี้เธอดูโอเคขึ้นมาก อาจเป็เพราะเธอได้พบคุณพ่อแล้วจากที่กึนซองเล่า ไม่อย่างนั้นนางคงกระปวกกระเปียกทำอะไรไม่ได้แน่นอน ทั้งหมดตัดสินใจไปรับศพคุณพ่อของมนต์ตราที่โรงพยาบาลซึ่งนายหล่อได้จัดการฝากห้องเย็นไว้ ผู้เป็ลูกจัดการอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ด้วยมือของตนเอง
“ มนต์..รู้ใช่มั๊ยว่าอย่าให้น้ำตาตกต้องตัวคุณพ่อ คนไทยถือว่าจะทำให้ิญญาเป็ห่วง ”แมงเม้าท์รีบบอกเมื่อทราบความจำนงค์ของเพื่อนรักว่าจะทำความสะอาดเองทั้งหมดโดยไม่ใช้บริการของพนักงานห้องดับจิต
“ ฉันพบคุณพ่อแล้ว และคุณพ่อกับคุณแม่ก็เจอกันแล้ว ท่านบอกอย่าอาลัยนี่คือซาก เพราะฉนั้นปล่อยฉันเถอะนะ ขอให้ฉันทำให้ท่านด้วยมือฉันเองเป็ครั้งสุดท้าย ”มนต์ตราพูดด้วยภาษาไทยเพราะคนส่วนใหญ่ที่รอรับศพอยู่เป็คนไทย สมาร์ทจึงแปลให้
กึนซองฟัง เขาจึงปราดเข้าไปหามนต์ตราทันที
“ ขอให้ผมช่วยคุณนะ ”
“ ไม่กลัวเหรอ ”
“ พ่อของคุณก็เหมือนพ่อของผม ถึงผมไม่เคยพบท่าน แต่ผมก็รู้ว่าท่านพูดอะไรกับคุณ ” มนต์ตราหันขวับมาจ้องหน้าเขาเขม็งทันที แต่ดวงตาก็อ่อนแสงลง
“ ใส่ถุงมือสิ ” เธอบอก แล้วทั้งสองก็ช่วยกันอาบน้ำแต่งตัวให้คุณพ่อใหม่ บรรดาญาติๆละเพื่อนๆทั้งนายหล่อ มัทนาละแมงเม้าท์ ด้วยจะกลัวติดตาหรืออะไรไม่ทราบต่างรอกันอยู่ข้างนอก อย่างว่าแหละนะ ศพใครๆก็กลัวยิ่งไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องของตัวเองด้วยแล้ว บางคนพ่อแม่ของตัวเองแท้ๆยังไม่ยอมแตะต้องเลย ห้องดับจิต..ซึ่งเป็ธรรมดาของคนที่มีสิทธิ์จะกลัว
มนต์ตราอาบน้ำพรมแป้งร่ำกลิ่นโปรดให้ท่าน บรรจงใส่สูทตัวโปรดสวมถุงน่องรองเท้าให้เรียบร้อย ปากก็พร่ำพรรณาพูดคุยเหมือนคุณพ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่ กึนซองรู้สึกซาบซึ้งทั้งที่ฟังไม่รู้เื่ แต่สำเนียง..พ่อขา..พ่อขา..ของเธอมันอ่อนหวานไพเราะเหลือเกิน เขาประทับใจในภาพที่เห็น
“ ถ้าถึงเวลาของพ่อแม่ผมบ้าง ผมจะทำอย่างนี้ให้ท่าน มันเป็ความรู้สึกที่ดีเหลือเกินสำหรัผมที่จะทำให้ท่านเป็ครั้งสุดท้าย”
“ ฉันจะไปช่วยคุณ ส่งข่าวถึงฉันเร็วๆด้วยนะ ”
“ มนต์ตรา..” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ
“ ถ้าคุณกับผมพบคุณพ่อเหมือนกัน คุณก็คงรู้แล้วสิว่าคุณพ่อฝากฝังให้ผมดูแลคุณ ในภาพนั้นเราแต่งงานกันด้วยนะ ”
“ คุณ! คุณ..เห็นด้วยเหรอ..เห็นจริงๆเหรอ? มนต์ระล่ำระลักถามตะกุกตะกัก ด้วยเหตุที่เธอบรรเทาความเศร้าได้อย่างรวดเร็วก็เพราะ เมื่อตอนที่เธอหลับลึกอยู่บนเครื่องบินระหว่างเดินทาง คุณพ่อกับคุณแม่แต่งตัวดีมากพ่อใส่สูทตัวนี้แหละแม่แต่งชุดไทย มาในงานมงคลสมรสของเธอ พ่อจับมือเธอกับกึนซองให้มาประสานกัน แม่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆพ่อ
“ กึนซอง ”ท่านเอ่ยนามว่าที่ลูกเขย
“ ครับผม ”น่าแปลกในมิติทับซ้อนทั้งสองคนพูดกันคนละภาษาแต่ก็สามารถเข้าใจกันได้
“ ด้วยสัจจะของลูกผู้ชาย บอกผมสิว่าคุณรักลูกสาวผมไหม?
“ รักเท่าชีวิตของผมครับคุณพ่อ ”
“ พ่อฝากด้วยนะ ”แล้วพ่อก็หันมาทางมนต์ตรา “ เมื่อเวลาที่พ่ออยู่กับแม่ เราสองคนไม่เคยทะเลาะกันเลย เพราะเหตุว่าเราต่างเกรงใจกัน ไม่ทำผิดต่อกัน แม่เป็สตรีที่เพียบพร้อมทั้งการบ้านการเรือน พ่อไม่ได้หวังว่าหนูจะทำได้ครึ่งหนึ่งของแม่ แต่หวังว่าลูกจะเป็ภรรยาที่รักสามีได้เท่าเทียมแม่ แล้วชีวิตหนูจะมีความสุข กึนซองคือคู่ชีวิตของหนูนะลูกเขาเป็คนดี ”
“ ค่ะคุณพ่อ ”ในความสะลึมสะลือนั้นเธอรับปากออกไป
หญิงสาวมองตาชายหนุ่มสะเทิ้นอาย ส่งยิ้มให้เขินๆ เป็ยิ้มที่เต็มไปด้วยความขอบคุณ ความรักความจริงใจอ่านได้จากดวงตาคู่นี้..ชีวิตฉันเริ่มต้นใหม่แล้วสินะ..เธอคิดในใจ
งานศพจัดขึ้นสามวัน เพราะพ่อบอกว่านั่นคือซาก อย่าได้อาลัยอาวรณ์ ตอนที่พ่อเกิด พ่อก็ทิ้งซากไว้อีกที่หนึ่งเหมือนกัน สุดแท้แต่ว่าเราจะตายจากอะไรแล้วมาเกิดเป็อะไร..เท่านั้นเอง
แฟนคลับกึนซองมารู้ข่าวจริงๆเต็มที่เื่เขามาเมืองไทยก็วันเผาพอดี สาเหตุก็มาจากการถ่ายรูปแล้วไปติดเขาเข้า ยังความสงสัยว่า เอ๊ะ! ใครกัน? ทำไมคล้ายเคป็อปคนดัง บ้างก็ไปลงไลน์ ลงเฟสบุ๊ค ต่างวิพากษ์วิจารณ์กัน ในที่สุดนักข่าวก็มา บอร์ดี้การ์ดทำงานหนักก็วันนี้เอง เขาไม่ยอมหลบตามคำขอร้องของมนต์ตรา แม้ว่าหล่อนจะดูเป็ปกติทุกประการแล้วก็ตาม เขากลับเคียงข้างเธอมากขึ้นโดยไม่สนใจนักข่าว หรือนายสมาร์ทว่าจะรู้สึกขวางเพียงไร ในวันเผาพ่อของสมาร์ทก็ยังอุตส่าห์มา
“ ไฮ! กึนซองพบกันอีกจนได้นะ ”ท่านทักทายซุปตาร์รูปหล่อด้วยภาษาอังกฤษ
“ สบายดีครับท่าน ท่านสบายดีนะครับดูท่านยังแข็งแรงเหมือนเดิม ”
“ ฮ่าๆๆ ท่านหัวเราะชอบใจ สบายดี..สบายดี แต่..แหม! คนแห่กันมาเยอะขนาดนี้น่ากลัววัดแตกจริงๆ ”ท่านว่า ชายหนุ่มหัวเราะ หึๆ รู้สึกขอบคุณแฟนคลับของเขาที่ตามมา แต่เขาก็นึกในใจอยากจะบอกว่า..มันใช่เวลามั๊ยน่ะ..
มนต์ตราเป็คนวางดอกไม้จันเป็คนสุดท้าย ชายหนุ่มประคองเธอไม่ห่าง หญิงสาวหันมาหาเขาน้ำตาปริ่มจวนจะหยด
“ ร้องเถอะ ถ้าอยากร้อง ร้องกับอกผมนี่ ”เท่านั้นแหละหล่อนโผเข้าหาเขาร้องไห้โฮอย่างไม่อายใคร เธออั้นไว้นานแล้วในที่สุดทำนบน้ำตาก็พังทะลายลงมา กึนซองลูบหลังลูบไหล่ให้เป็การปลอบโยน เพื่อนของเธอพากันเข้ามาโอบกอดและร้องไห้ไปด้วยกัน เลยกลายเป็กึนซองก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยกอดของสาวๆด้วยเช่นกัน นายหล่อรู้สึกเสียหน้าที่เขาไม่ใช่คนที่มนต์ตราโผเข้ากอด จึงกระซิบบอกกึนซองว่า
“ ส่งเธอมาให้ผมเถอะ ผมจะดูแลเธอเอง
“ เป็หน้าที่ของผมครับ..ขอบคุณ ” กึนซองกระซิบตอบเช่นกัน สมาร์ทถอยหลังมาสองสามเก้าหน้าซีดเผือด
“ เฮ้ย! หล่อเป็ไรรึป่าววะ? เพื่อนๆพากันร้องถาม เขายกมือขึ้นเป็เชิงบอกว่า..ไม่เป็ไร นี่เขาแพ้แล้วเหรอนี่ มนต์ตราให้ได้แค่ความเป็เพื่อนจริงๆหรือ? ยัง..ยังหรอก ยังไม่เสร็จศึกาเขายังไม่นับศพหรอก ที่เขาให้พ่อมาวันนี้ก็เพื่อจะให้พ่อมาช่วยพูดให้ เธอคงจะเกรงใจพ่อบ้าง
เผาจริงเสร็จเรียบร้อยเอาตอนสี่ทุ่ม ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ที่บ้านของเ้าภาพจึงคึกคักเป็พิเศษ เรียกว่าทุกห้องเต็มหมด บอร์ดี้การ์ด คุณแม่บ้านและแทอัน อยู่กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ในเมื่อกึนซองไม่ยอมแยกจากมนต์ตราไปพักโรงแรม ทุกคนก็ต้องอยู่กับเขาด้วยที่นี่ ชายหนุ่มดูจะถูกใจกับบ้านเรือนไทยของมนต์ตรามาก ร่มรื่นต้นไม้เยอะแยะเต็มไปหมด มีบึงใหญ่ปลูกดอกบัวไว้สะพรั่ง ห้า-หกวันที่อยู่เมืองไทยคุณแม่บ้านกับแทอันคุ้นเคยกับตลาดสดแล้ว เช้าเย็นต้องทำอาหารให้เหล่าบอร์ดี้การ์ดด้วย ทั้งสองชอบมากที่ได้ใส่เสื้อผ้าสบายๆ ไม่ต้องห่อหุ้มตัวด้วยเสื้อโค๊ชหนาเตอะ
“ คุณผู้หญิงคะ มีแขกมาจากวัดสองคนค่ะ ” คุณแม่บ้านเข้ามารายงาน มนต์ตราก็เพิ่งถึงบ้านเช่นกันยังไม่ทันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย
“ เอ๊ะ! ใครกัน? เธอสงสัยบอกคุณแม่บ้านว่า..เชิญเขาที่ห้องรับแขกก่อนจ้ะ เตรียมน้ำให้เขาด้วยนะ ”
“ ค่ะ คุณผู้หญิง ”
“ อ้าว!คุณลุงมีธุระอะไรด่วนหรือค่ะมาถึงบ้านด้วยตัวเองเลย ”เธอทักทายหลังจากทำความเคารพแล้ว และค่อนข้างใที่เห็นคุณพ่อของสมาร์ทมาถึงบ้าน
“ ก็ตามมาดูว่าอยู่กันยังไงมากันสองคนกับคนขับรถน่ะ คนเยอะแยะเต็มบ้านไปหมดเลยนะ ทำไมไม่ให้เขาพักโรงแรมล่ะสะดวกดี ค่าใช้จ่ายลุงจัดการให้ก็ได้ ”ชายสูงวัยเอื้อเฟื้อ
“ อ๋อ! ไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณลุง กึนซองมีแม่บ้านมาด้วยทำอาหารเก่งเลยไม่ลำบากอะไร ”
“ เอ้า..เอ้า..ถ้าอย่างนั้นลุงไม่อ้อมค้อมละนะ นี่ก็ดึกพอสมควรจะได้พักผ่อนกัน เ้าหล่อมันไปอ้อนวอน ให้มาพูดสู่ขอหนูให้แต่งงานกับมันและก็ให้ช่วยขอร้องว่าอย่ากลับไปเกาหลีอีกเลย มันจะใช้ทุนคืนให้เอง ด็อกเตอร์เรียนเมืองไทยก็ได้ มันว่าอย่างนั้นนะ ”
ในขณะเดียวกันกึนซองกำลังจะเข้ามาถามแม่บ้านว่ารถใครเข้ามาในบ้าน นางยกนิ้วจุ๊ปากทำนองอย่าเอ็ดไป ในขณะที่นางยืนแอบฟังอยู่ข้างประตูอยู่แม้จะไม่เข้าใจก็ตาม พอดีมีหญิงสาวใหญ่วัยสี่สิบต้นๆ ที่รับจ้างซักรีดเอาผ้ามาส่งให้ กึนซองจึงดึงชายเสื้อไว้ หญิงคนนี้อยู่ในซอยเดียวกับบ้านมนต์ตรา มีอาชีพซักรีดสี่ห้าวันมานี้นางรับเงินเป็กอบเป็กำจากการซักรีดให้ทุกๆคนที่พักอยู่ในบ้านนี้ นางเคยเป็ผู้หญิงบาร์มีลูกกับฝรั่งหนึ่งคนแต่ฝรั่งทิ้งกลับไปประเทศของตนแล้วไม่กลับมาอีกเลย นางพักอยู่กับแม่แก่ๆ ลูกสาวของนางโตแล้วและเจริญรอยตามแม่ไปเรียบร้อยแล้ว คือไปทำงานอยู่ที่พัทยา
“ ช่วยฟังให้หน่อยว่าเขาคุยอะไรกัน ” กึนซองบอกพร้อมกับชูแบ๊งค์ห้าร้อยให้ดู นางคว้าหมับมาทันที นางทำมือสัญญลักษณ์โอเค แล้วค่อยๆคลานเข้าไปให้ใกล้ประตูทึ่สุดเพื่อแอบฟังการสนทนาของชายหญิงต่างวัยในห้องรับแขก กึนซองกระซิบบอกคุณแม่บ้านว่าถ้าเขาคุยกันเสร็จแล้วให้ต้อนคุณผู้หญิงไปอาบน้ำพักผ่อนให้ได้ ส่วนตัวเขาจะรอคำแปลจากหญิงซักรีด
“ คุณลุงคะ หนูกับหล่อเป็เพื่อนกันคุณลุงก็ทราบ ”
“ ไอ้ลุงน่ะก็รู้อยู่เต็มอก แต่ไอ้ลูกลุงน่ะซี๊มันรักหนูหน้ามืดตามัวไม่ยอมมองใครเลย ลุงล่ะกลุ้มใจ มันบอกว่าถ้าลุงพูดให้หนูแต่งงานกับมันได้ มันจะลาออกจากอาชีพหมอมาทำธุรกิจให้ลุงเต็มตัวเลย มันว่างั้น ” หญิงสาวลงจากเก้าอี้ที่นั่งคลานเข่าไปหาชายสูงวัย แล้วก้มลงกราบที่ตักของเขา
“ หนูกราบขอบพระคุณ คุณลุงที่เมตตา และเป็ห่วงหนู อย่าห่วงเลยค่ะ หนูกับกึนซองแต่งงานกันแล้ว แต่งเงียบๆที่เกาหลีคุณพ่อก็บินไปทำพิธีให้เงียบๆ เรารักกันมากค่ะ เขาเป็สามีที่ดีเป็ทั้งพี่และกำลังจะเป็พ่อของลูกในท้องด้วยค่ะ สองเดือนแล้วค่ะคุณลุง ”หญิงสาวแสร้งเอามือลูกที่ท้องของตัวเองที่ออกกำลังเบ่งมันให้โตเต็มที่จนเสื้อแทบปลิ้น รู้ทั้งรู้ว่าผิดศีลข้อสี่ แต่เอาเถอะจะมีเธอกับคุณลุงสองคนเท่านั้นที่รู้ นายหล่อจะได้เลิกให้ผู้ใหญ่ที่เธอนับถือมาบีบเธอเสียที
“ ไฮ้! อะไรกัน ทำไมลุงไม่รู้เื่เลย ”ชายสูงวัยอุทานอย่างใ
“ หล่อก็ไม่รู้ค่ะคุณลุง หนูไม่ได้บอกใครเลยนอกจากคุณพ่อคนเดียว เพราะว่ากึนซองเขาเป็ดารากลัวว่าจะกระทบงานเขา หนูขอร้องคุณลุงช่วยปิดให้หนูด้วยนะคะ บอกหล่อได้แต่ก็ขอความกรุณากำชับเขาด้วยนะคะเพื่อเห็นแก่หลานในท้อง ”มนต์ตราว่าเข้าให้เป็คุ้งแคว
“ เออ..เอ้อ..เข้าใจๆ ว่าต้องปิดเพราะเป็อาชีพเขา แต่มองยังไง๊ ยังไงก็ไม่น่าจะเป็หนูนะที่แต่งงานกับกึนซอง มันไม่เข้ากันเลย ”
หญิงสาวก้มหน้านิ่ง เชื่อหนูเถอะคุณลุง เชื่อหนูสักครั้ง..นะ..คุณลุงนะ กลับสักทีเถอะ อย่าเรียกกึนซองมาแสดงความดีใจด้วยนะหนูยังไม่ได้เตี๊ยมกัน อย่าถามอะไรมากไปกว่านี้เลยหนูโกหกไม่ค่อยเนียน เธอคร่ำครวญอยู่ในใจ
“ เอาล่ะๆ ลุงไม่รบกวนละ จะได้ไปปะเหลาะให้ไอ้หล่อมันรับหมั้นกับลูกเ้าสัวเพื่อนกัน ขานั้นก็ทวงถามมาหลายหนแล้ว คราวนี้มันคงยอมแต่ง เสียดายนะลุงก็อยากได้หนูเป็ลูกสะใภ้จริงๆ ” หญิงสาวเดินไปส่งพ่อเพื่อนที่รถ คุณแม่บ้านกุลีกุจอช่วยเปิด-ปิดประตูรั้วให้
“ ดูเหมือนคุณผู้หญิงยังไม่ได้อาบน้ำเลย หิวไหมคะเดี๋ยวป้าทำอะไรร้อนๆขึ้นไปให้ ”
“ ไม่ล่ะจ้ะ เหนื่อยเหลือเกินอาบน้ำแล้วนอนเลยดีกว่า ”มนต์ตราพูดอย่างเพลียๆ ใจยังเต้นแรงอยู่เลยจากการโกหกผู้ใหญ่ เธอรู้สึกผิดจริงๆ แต่เธอก็ทำมันไปแล้ว
กึนซองรีบดึงมือหญิงซักผ้าเข้าในครัว
“ เล่าสิ เขาคุยอะไรกันบ้าง เล่าให้ละเอียดนะ ”ทั้งสองสนทนากันด้วยภาษาอังกฤษซึ่งหญิงซักผ้าคุยได้คล่องเลยทีเดียว
“ ก็..ตาแก่นั่นบอกว่าจะมาสู่ขอหมอมนต์ให้กับลูกชายเค้า บอกว่าถ้าพ่อพูดสำเร็จจะลาออกจากอาชีพหมอมาทำธุรกิจให้พ่อ
อะไรทำนองนั้นแหละ ” นางว่าสั้นๆ
“ อะไร? คุยกันตั้งนานแปลแค่นี้เองเหรอ ” กึนซองโวยวาย
“ ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่ ก็คุณกับคุณหมอก็แต่งงานกันแล้ว แถมตอนนี้คุณหมอก็ตั้งท้องสองเดือนแล้ว ขนาดนี้แล้วใครยังจะบ้ามาขอแต่งอีกล่ะ ” นางขึ้นเสียงให้บ้าง
“ ห๊า.า.า. อะไรนะ พูดใหม่ซิ ช้า..ช้านะ เอาดีๆ ”
“ นี่ก็ดีแล้วนะ จะให้ดีขนาดไหนอีกคุณพระเอกเกาหลีนี่ เซ๊าซี๊จริง ก็ภรรยาของคุณ หมอมนต์น่ะ เธอบอกกับตาแก่นั่นว่าแต่งงานกับคุณแล้ว แต่งเงียบๆที่เกาหลี คุณพ่อเธอก็ยังบินไปร่วมงานเลย เื่ที่ท้องคุณพ่อเธอก็ทราบแต่ท่านก็มาด่วนจากไปเสียก่อนเลยไม่ได้เห็นหน้าหลาน คราวนี้แปลละเอียดแล้วนะ ”กึนซองหันหลังให้หญิงซักรีดเอามือปิดปากกลั้นหัวเราะ นางจึงเอ่ยว่า
“ ฉันไปล่ะนะ แปลหมดแล้วนี่ ”
“ เชิญจ้ะไปได้เลย ”เขารีบบอก อะไรกันนี่มนต์ตรานึกอะไรของเธอขึ้นมา ตลกบริโภคสิ้นดีเลยงานนี้ ดูซิพรุ่งนี้เธอจะทำหน้ายังไง ขี้ตู่จังยัยคนนี้
ดึกแล้วมนต์ตรายังนอนไม่หลับ พลิกไปพลิกมา เครียดเลยถ้าไอ้หล่อมันมาขอคุยกับกึนซองสองต่อสองอย่างลูกผู้ชายขึ้นมาละก็ความแตกแน่ ไม่ได้การละเราจะไปเตี๊ยมกับเขาก่อนดีกว่า สารภาพไปเลยยอมรับผิดที่แอบอ้างชื่อเขา เพียงขอให้เขาอือออห่อหมกไปกับเรา เพราะไม่อย่างนั้นไอ้หล่อมันต้องไม่ให้เรากลับไปเรียนต่อแน่ เดี๋ยวมันเทียวไล้เที่ยวขื่อน่ารำคาญ สัญญากับเขาว่าเราจะกลับเมืองไทยทันทีที่เรียนจบ ไม่ผูกมัดเขาแน่นอน
“ ก๊อกๆๆ ” ยัยเตี้ยแน่เลยก่อเื่ไว้ นอนไม่หลับแน่ๆเครียดล่ะสิ เขาคิดในใจ แล้วจึงลุกเดินไปเปิดประตูทำท่างัวเงียอารมณ์เสียที่ถูกปลุก
“ เอ้า..คุณเองเหรอ..มีธุระอะไรทำไมยังไม่นอน ”เขาแสร้งพูดเสียงดังไม่พอใจ
“ ฉัน..เข้าไปได้มั๊ย ” เธอชี้เข้าไปในห้อง กึนซองมองตามมือที่เธอชี้
“ ห๊า.า.า ห้องผมเหรอ..ห้องนอนนะ..ไม่ดีม๊าง.ง.” เขายานคาง
“ ฮื่อ..แป๊ปเดียว นะๆ ”ว่าแล้วเธอก็เบียดร่างผ่านเข้าไปในห้องเขาทันที กึนซองตีหน้าเซ่อ
“ นี่เธอดึกแล้วนะมีอะไรไว้คุยกันพรุ่งนี้ ” แล้วแอบยิ้มในใจ
“ แป๊ปเดียวเองกึนซอง นะๆ เอ้อ..เอ้อ..! ไม่รู้จะเริ่มยังไงดีอ่ะ ”เธอยืนบิดมือไปมา พูดตะกุกตะกัก
“ ก็ค่อยๆลำดับความสำคัญก่อน-หลังสิ ว่าควรพูดหรือทำอะไรก่อน ”
“ คืองี๊นะ คุณมานั่งตรงนี้ก่อนสิ ”เธอตบปั๊บๆลงบนเตียงให้เขานั่งแล้วเธอก็คุกเข่าลงตรงหน้าเขา คว้ามือข้างหนึ่งของชายหนุ่มมาจับไว้ เขานึกในใจยัยเด็กคนนี้กำลังจะทำอะไรพิเรนอีกแล้ว
“ คือ..เมื่อสักพักใหญ่นี้คุณพ่อของนายหล่อมาหาฉัน ”เขาทำไขสือไม่รู้ไม่ชี้
“ อ้าว! มาเหรอทำไมไม่เรียกผม ”
“ ท่านมาพูดธุระส่วนตัวกันฉันน่ะ คุณฟังเฉยๆก่อนนะ อย่าเพิ่งขัดหรือโวยวาย ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณเดือดร้อน และจะหาทางออกที่ไม่ทำให้คุณเสียหายแน่นอน
“ ฮื่อ..ว่ามาจะตั้งใจฟัง ” เขาดึงมือมาจากการเกาะกุมของเธอ มากอดอกปั้นหน้าเฉื่อยชา
“ ท่านมาพูดสู่ขอฉันให้แต่งงานกับไอ้หล่อ ถ้าฉันปฎิเสธแบบธรรมดา เช่น ยังอยู่ในภาวะไว้ทุกข์, ยังเรียนไม่จบ, ยังไม่พร้อม, ไอ้หล่อมันก็จะต้องตามตื๊อฉันไปจนแก่ตายแน่ ๆ มันไม่จบน่ะ
กึนซองเข้าใจมั๊ย ”เขาแอบขำในใจพยายามกลั้นยิ้มไว้ตีหน้าตาย
“ ฮื่อ..” เขาตอบ
“ ฉัน้าให้มันจบ และขาดกันไปเลย เพราะฉันรักมันแบบแฟนไม่ได้จริงๆ ฉันก็เลยเอาชื่อคุณมาแอบอ้าง ”
“ อ้างว่าไง ”เขาทำหน้าซีเรียส หญิงสาวอึกอักพูดไม่ออก
“ อ้าง..อ้างว่า..” เธอติดอ่างขึ้นมากระทันหัน หน้าแดงถึงใบหู ทีพูดกับพ่อไอ้หล่อทำไมมันลื่นปรื๊ด ลื่นปรื๊ดวะ ชักโมโหตัวเอง
“ นี่..ว่าไง..หือ ? ”เขาแกล้งดุ
“ คุณสัญญาว่าจะไม่โวยวายแล้วนะ อย่าเสียงดังสิฉันอายคนอื่นนะ ”
“ ก่อนพูดทำไมไม่อาย ก่อนพูดทำไมไม่คิด”
“ เอ๊ะ! คุณรู้เหรอว่าฉันพูดอะไร ? ” เอ่าแล่ว.ว.ว เอาแล้วเกือบซวยแล้วมั๊ยล่ะกู เขาจึงรีบแก้ตัวว่า
“ ไม่รู้..ก็เห็นทีท่าของคุณแล้วต้องพูดเื่ไม่ดีแน่ๆเลย เอ้า..เล่า..เล่ามามัวพิรี๊พิไรอยู่นั่นแหละ ”เขาแก้เก้อด้วยการดุเธอ
“ คือ..ฉันบอกกับคุณลุงไปว่าฉันรักไอ้หล่ออย่างแฟนไม่ได้จริงๆ ถ้ารักได้ฉันรักไปนานแล้ว และคุณลุงก็ไม่ต้องห่วงว่าฉันจะอยู่ยังไง เพราะคนไทยนะคุณ ถ้าออกเรือนแต่งงานไปแล้วเขาก็จะหมดห่วง ถือว่าพ้นภาระไป ฉันก็เลยบอกว่าฉันแต่งงานกับคุณแล้ว แต่งกันเงียบๆที่เกาหลีคุณพ่อของฉันก็ทราบ แต่งแล้วไอ้หล่อมันก็ตามตื๊อให้หย่าได้ เลยบอกว่าท้องซะเลยสองเดือนแล้ว มันจะได้เลิกตอแยแบบเด็ดขาดไปเลย กึนซองๆ เธอเขย่ามือชายหนุ่มเพื่อให้สติคิดว่าเขาช็อค แต่เปล่าเลย..เขากำลังขำยัยด็อกเตอร์ในอนาคตนี่ต่างหาก ช่างเอาตัวรอดเก่งนัก เมื่อเห็นเขาเงียบ เธอก็เลยคิดว่าเขาเครียดเพราะเธอทำให้เขาเสียหาย
“ ฉันสัญญานะคุณ ว่า.ถ้าฉันเรียนจบ ฉันจะกลับเมืองไทยทันทีไม่วอแวกับคุณอีก และจะไม่ไปให้คุณเห็นหน้ารำคาญใจ” เธอยกมือขึ้นเชิงสัญญาแบบลูกเสือสามัญ
“ คิดเอง..เออเองทุกเื่ ยุ่งนักนะเธอ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ผมก็ต้องสวมบทบาทสามีของคุณเต็มตัวสินะ ”
“ ไม่ถึงกับต้องอย่างนั้นหรอก ทำตัวตามปกติ ที่ฉันต้องรีบมาบอกคุณก็เพราะกลัวว่า ถ้าไอ้หล่อมันเกิดคุ้มคลั่งขอคุยกับคุณตัวต่อตัว แล้วคุณไม่รู้เื่ฉันก็หน้าแตกสิ ”
“ เฮ้อ! ก็ได้ๆ ถ้างั้นเริ่มบทบาทสามีั้แ่ตอนนี้เลย มา..มา..kiss night ก่อนเร็วๆ ”เขาแกล้งเอียงแก้มให้เธอจุ๊บ แต่เตรียมเกร็งตัวเต็มที่แล้วถ้าจะโดนตบ แต่..เอ๊ะ..ผิดคาด มนต์ตรากลับใช้สองมือประคองใบหน้าชายหนุ่มไว้ พริ้มตาลงจุ๊บที่ริมฝีปากชายหนุ่มเบาๆ นาทีทองเช่นนี้ มีหรือที่กึนซองจะปล่อยให้มันผ่านไปอย่างง่ายๆ เขารวบตัวหล่อนเข้ามากอด เธออ้าปากจะร้อง แต่ขอโทษไม่ทันเสียแล้ว เพราะมันถูกปิดทับอย่างเหนียวแน่นด้วยปากของชายหนุ่ม เหมือนคนหิวน้ำกลางทะเลทรายที่ซมซานมาพบกับแหล่งโอเอซีสที่ทั้งหวานทั้งหอม ชายหนุ่มจูบเธออย่างหิวโหย หลังจากหายใมนต์ตราดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขน เงื้อง่าฝ่ามือจะตบ กึนซองรวบจับไพล่ไว้ข้างหลังทั้งสองข้าง ดิ้นจนหมดแรงอ่อนพับไปกับอกเขา หลับตาหายใจเหนื่อยหอบ ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆเขย่าตัวเรียก
“ น้องน้อย..น้องน้อย พี่ไม่รังแกละ กลับห้องเถอะ ” เขาคิดว่าเธอคงรีบลุกขึ้นแล้วชี้หน้าด่า หรือตรงเข้าทุบตีเขาแน่ๆ แต่ในคืนนี้มีอะไรมาเซอร์ไพร๊ตลอด เธอยกสองแขนขึ้นไม่ยอมลืมตา
“ อุ้ม..อุ้ม ไปส่ง ไปนอน ”
“ เอาแล้วไง ลูกเล่นเยอะนะเรา ”แต่เขาก็ช้อนร่างน้อยไว้ในอ้อมแขน เดินออกจากห้องเขาไปส่งเธอ แต่มันหาได้รอดพ้นไปจากสายตาของคนอีกสามคู่ไม่ คุณแม่บ้าน แทอัน และบอร์ดี้การ์ดอีกหนึ่งคนยืนมองอ้าปากหวอ ชายหนุ่มหาสนใจไม่ เขาอุ้มมนต์ตราไปวางอย่างแ่เบาบนเตียงของเธอ
“ ราตรีสวัสดิ์คนดี ฝันถึงผมนะ ” มนต์ตราพยักหน้าหงึกๆ ยังไม่ยอมปล่อยมือที่คล้องคอเขาอยู่
“ อะไรอีก..เธอนี่บทบาทเยอะเหลือเกิน ”หญิงสาวอมยิ้ม
“ หอมก่อน ”เธอว่า พร้อมทั้งเอียงแก้มให้ ชายหนุ่มแกล้งกดจมูกลงไปที่แก้มนวลเนียนนั้นแล้วสูดหายใจเข้ายาว.ว.ว.จนมนต์ตราร้องโอ๊ย แล้วพลิกตัวคว่ำหน้าหนี กึนซองหัวเราะหึๆสายหน้า แล้วจัดการห่มผ้าให้ ปิดไฟแล้วจึงเดินออกมาปิดล็อคประตูให้เรียบร้อย แทบจะชนกับคุณแม่บ้าน
“ เอ้อ..ป้าตามมาดู คิดว่าคุณผู้หญิงไม่สบายอีก เธอไม่ได้เป็อะไรใช่ไหมคะ ”
“ ป้าก็เห็นอยู่แล้วนี่ คุณผู้หญิงของป้าเ้าเล่ห์นัก” เขาว่าให้ เพราะตอนที่อุ้มมาส่งเขาเปิดประตูแล้วไม่ได้ปิด เพราะคิดว่าคงไม่มี “อะไร” ทำให้ยืดยาวออกไปอีก ที่ไหนได้ ยัยคนน้อยนี่ร้ายนัก แต่ห้ามเธอไปร้ายอย่างนี้กับใครเชียวนะฉันเอาเธอตายแน่ ชายหนุ่มเดินยิ้มอิ่มอกอิ่มใจกลับห้อง คงจะฝันดีทั้งคืนนะเรา
รุ่งเช้ามนต์ตราปิดมือถือไม่ติดต่อกับผู้ใด เพราะเสียงเรียกมีเข้ามาเป็สิบๆสาย หล่อนรู้ว่าเป็เพื่อนๆที่ไอ้หล่อไปโวยวายร้องแรกแหกกะเชอเอาไว้ หญิงสาวจัดการเก็บอัฐิของผู้เป็บิดาไปลอยอังคารที่แม่น้ำเ้าพระยาเรียบร้อยแล้ว อีกส่วนหนึ่งใสโกฏคู่ไว้กับคุณแม่ แล้วจัดการเดินทางกลับเกาหลีก่อนที่พรรคพวกของเธอจะยกขบวนแห่กันมาซักถามความจริง เธอยังไม่พร้อมที่จะโกหกต่อ การมีเครื่องบินส่วนตัวก็ดีอย่างนี้นี่เอง ไม่ต้องจอง ไม่ต้องรอ บินได้ทันทีที่พร้อม เธอสั่งเสียสองสามีภรรยาที่ทำหน้าที่เฝ้าบ้านและดูแลสวน ให้ช่วยทำความสะอาดทุกอย่างตามปกติเหมือนตอนที่คุณพ่อยังอยู่ จนวางใจได้ว่าจะไม่ถูกตัดน้ำตัดไฟ จึงบอกกึนซองว่า
“ เดินทางเถอะค่ะ เดี๋ยวพวกนั้นคงแห่กันมา ฉันโกหกไม่เนียนถูกซักไปซักมาความแตกกันพอดี ”
“ ไปสิ ” เขาตอบรับ
“ เปลี่ยนเบอร์ไปเลยนะ เดี๋ยวถึงเกาหลีผมจะจัดการให้ ไม่งั้นคุณก็ต้องปิดเครื่องอยู่ตลอดเวลาแล้วผมจะติดต่อคุณยังไง ”
“ เอางั้นเลยเหรอ ”เธอยังกังวล
“ เอางี๊แหละดีที่สุดแล้ว ทุกอย่างต่อไปนี้ผมจะตัดสินใจแทนคุณเอง ”
“ อะไร! นี่ยังไม่ทันไรเลยเตรียมเผด็จการแล้วเหรอ คุณลืมอะไรไปอย่างละมั๊งคุณสามีจำเป็ ”
“ ผมชอบแสดงบทเผด็จการ บทนี้ผมถนัด ผมได้รับรางวัลกับบทแบบนี้เสมอ”
“ เช๊อะ! หญิงสาวทำเสียงสูง
“ ลองดูกันสักตั้งมั๊ยล๊า.า.า.” นางลากเสียงยาว
“ เอาซี๊ ”กึนซองทำเสียงล้อเลียนบ้าง
“ บ้า ”คำนี้เป็ภาษาไทย กึนซองหันควับทันที
“ เดี๋ยวเถอะชอบพูดเสียงในฟิล์มอีกแล้ว ”