เสียงเครื่องยนต์เริ่มทำงานและกงผิงก็พาฉินลู่ขับรถออกจากลานจอดรถไป
หม่าเสี่ยวเวยกลับขึ้นรถบีเอ็มดับเบิลยู เอ็กส์ไฟต์ ของตัวเองเขานั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับด้วยสีหน้างุนงง
เพราะเขาเดาไม่ออกเลยว่าฉินลู่เป็ใครกันแน่เป็เพียงหมอห้องพยาบาลธรรมดาจริงหรือเปล่า
ถ้าเป็หมอห้องพยาบาลธรรมดาๆ คนหนึ่งแล้วทำไมรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลถึงได้นอบน้อมต่อเขานัก มันเป็เพราะอะไรกันแน่
หม่าเสี่ยวเวยคิดยังไงก็คิดไม่ออก
ความคิดในหัวสับสนยุ่งเหยิงไปหมด...
ในขณะที่หม่าเสี่ยวเวยพยายามเดาว่าฉินลู่เป็ใครทางฝั่งของกงผิงกับฉินลู่ตอนนี้ ก็ไปถึงโรงพยาบาลอันดับสองของเมืองจิงเฉิงเรียบร้อยแล้วพวกเขาเดินเร่งฝีเท้าตรงดิ่งไปยังห้องไอซียูที่อยู่ชั้น 4 ทันที
กงผิงบอกอาการของเด็กหนุ่มที่าเ็บริเวณหน้าผากคนนั้นให้ฉินลู่ฟังอย่างละเอียดระหว่างทางมาเรียบร้อยแล้ว
“ผมเข้าใจแล้วหมอกง อาการของเขาไม่ได้แย่ขนาดนั้นฝังเข็มไม่กี่เข็มก็หยุดเืได้แล้วล่ะ” ฉินลู่เดินพลางพูดด้วยหน้ายิ้มๆ
“จริงเหรอ” กงผิงถอนหายใจพลางส่ายหน้า
ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลสิบกว่าคนพยายามหาวิธีมา 3-4 ชั่วโมงแล้วและให้การรักษาตามความฉุกเฉินของอาการมาได้เกือบจะสองวันแล้วด้วยแต่ก็ยังไม่สามารถห้ามเืคนไข้ได้เลย
พอเป็ฉินลู่ เขากลับพูดออกมาอย่างง่ายดายว่าฝังเข็มเพียงไม่กี่เข็มก็เอาอยู่แล้ว
กงผิงไม่ได้สงสัยในคำพูดของฉินลู่ว่าเขาจะทำได้จริงไหมเขาเพียงแค่ทอดถอนใจ เป็หมอเหมือนกันแท้ๆ ทำไมถึงได้ต่างกันขนาดนี้...
บทสนทนานี้จบลง ทั้งคู่ก็เดินมาถึงที่ชั้น 4 พอดี และเดินเข้าห้องหนึ่งในแผนกไอซียูไป ก็เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงผู้ป่วยอัตโนมัติที่ทันสมัย
ที่ด้านซ้ายของเตียง มีนางพยาบาลของโรงพยาบาลคนหนึ่งนั่งเฝ้าอยู่
ส่วนที่ด้านขวา ก็เป็ชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่ง
ผู้หญิงตัวบวมในชุดกี่เพ้า ฉินลู่เห็นแล้วก็ยังจำได้ดี
เธอก็คือคุณแม่คนเมื่อวานที่ถือตัวเอามากๆ
เสียงเปิดประตูของกงผิงทำให้คู่สามีภรรยาใ พวกเขารีบลุกขึ้นยืนและถามอย่างกังวลใจว่า “รองผอ.กง หมอที่คุณบอกว่าสามารถช่วยลูกชายของผมได้เขามาหรือยัง”
“ครับ มาแล้ว” กงผิงพยักหน้า เขาชี้ไปที่ฉินลู่และพูดแนะนำว่า“นี่ก็คือหมอฉินที่ผมบอก เขาชำนาญด้านการรักษาคนอย่างมากเป็หมอที่เก่งและน่าทึ่งที่สุดในบรรดาหมอที่ผมรู้จักเลย”
คู่สามีภรรยารีบหันหน้ามามองหญิงวัยกลางคนพูดออกมาด้วยความเซอร์ไพรส์ว่า “นายเองเหรอ!”
กงผิงกับชายวัยกลางคนต่างทำหน้างง และมองหญิงวัยกลางคนด้วยความสงสัย“เธอเคยเจอเขาเหรอ หรือเป็คนรู้จัก”
“ขะ...ขะ...เขาก็คือหมอห้องพยาบาลในมหาวิทยาลัยของลูกชายเราไง”หญิงวัยกลางคนยังคงรู้สึกงงอยู่
“หมอห้องพยาบาล” ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วขึ้นมา และพูดกับกงผิงว่า“เขาเป็แค่หมอห้องพยาบาลเหรอ จะรักษาลูกชายผมได้จริงหรือเปล่า”
กงผิงทำหน้าจริงจังพร้อมกับพูดว่า “หมอฉินเป็หมอห้องพยาบาลก็จริง แต่ความสามารถของหมอห้องพยาบาลจำเป็ต้องแย่อย่างเดียวเหรอและอย่างที่ผมเพิ่งบอกไปแล้วเมื่อครู่นี้ว่าหมอฉินเป็หมอที่เก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย”
ชายวัยกลางคนรีบพยักหน้าและไม่กล้าสงสัยความสามารถของฉินลู่อีก
เขาเป็นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งและพอมีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจอยู่บ้างแต่เมื่อเทียบกับกงผิงที่เป็แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คนทั้งประเทศรู้จักแล้วเขาก็แทบจะสู้ไม่ได้เลยล่ะ เพราะฉะนั้นคนอย่างกงผิงก็ไม่มีทางที่จะพูดอะไรที่ไม่น่าเชื่อถือออกมาเด็ดขาด
“ใช่แล้ว!”
หญิงวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ ตบมือพลางพูดว่า “ฉันนึกออกแล้วเขาเคยห้ามเืให้ลูกชายของเราได้ ตอนที่อยู่ในห้องพยาบาลมหาวิทยาลัย”
ชายวัยกลางคนได้ฟัง ก็รู้สึกมีหวัง เขารีบเดินเข้ามาจับมือฉินลู่ไว้พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “หมอฉิน รบกวนช่วยลูกชายของเราด้วย”
“ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ” ฉินลู่พูดปลอบใจชายวัยกลางคนจากนั้นก็หันไปพูดกับหญิงวัยกลางคนว่า“ถ้าเมื่อวานไม่ใช่เพราะคุณยืนยันให้ผมถอนเข็มออกลูกชายของคุณก็คงไม่ต้องมาทรมานแบบนี้หรอก”
“อะไรนะ” ชายวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นมา “หมอฉิน เมื่อกี้พูดว่าไงนะถอนเข็มอะไร”
“ฉัน...” หญิงวัยกลางคนถอยหลังไปก้าวหนึ่งและพูดเล่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ให้สามีฟังไปด้วยและร้องไห้ไปด้วย
“เธอนี่มัน!”ชายวัยกลางคนของขึ้นจึงตบหน้าภรรยาจนล้มลงไปนั่งที่พื้นแล้วพูดอย่างเกรี้ยวกราดว่า “เธอนี่มันมีสมองไว้คั่นหูจริงๆทั้งที่หมอฉินเขาสามารถช่วยลูกเราได้แล้วแท้ๆยังต้องมาเื่เยอะจนวุ่นวายกันไปหมดแบบนี้อีก”
“นี่ๆๆ ลงไม้ลงมือแบบนี้ก็ไม่ถูกนะครับ”ฉินลู่กับกงผิงรีบเข้ามาห้ามชายวัยกลางคนเอาไว้
“คุณยังอยากให้ลูกหายอยู่ไหม จะทะเลาะกันไปทำไม”กงผิงพูดด้วยใบหน้ากราดเกรี้ยว
คู่สามีภรรยาได้ฟังก็หยุดตีกัน อารมณ์สงบลงและหยุดร้องไห้
ฉินลู่แอบยกนิ้วโป้งให้กับกงผิงจากนั้นก็หยิบแผงเข็มออกมาจากกระเป๋าเป้
“ตอนนี้หยุดให้เืได้แล้ว”ฉินลู่พูดกับนางพยาบาลที่ดูความครื้นเครงอยู่ข้างๆ
“หยุดให้เืเหรอคะ” นางพยาบาลเอามือป้องปากไว้ด้วยความใ“คนไข้อยู่ในสภาวะที่มีเืออกจำนวนมาก ถ้าหยุดให้เืตอนนี้ก็อาจเป็อันตรายถึงชีวิตได้นะคะ”
“ถ้ายังให้เืต่อ การฝังเข็มของผมก็จะไร้ประโยชน์”ฉินลู่ยิ้มและพูดต่อว่า “ดังนั้น ช่วยหยุดให้เืก่อนเถอะครับ”
“เอ่อ...” นางพยาบาลมองไปที่กงผิงอย่างตัดสินใจไม่ถูก
“ทำตามที่เขาบอก”
“ค่ะ” นางพยาบาลหยุดการให้เืหลังจากได้รับคำสั่งจากกงผิง
ฉินลู่หยิบเข็มออกมา 2 เล่มอย่างไม่ลังเลและฝังลงไปที่บริเวณตำแหน่งจุดฝังเข็มบนหน้าผากของนักศึกษาที่นอนอยู่ทันที
“ฟึบๆ”
หลังจากเสียงลมที่เบาจนแทบไม่ได้ยินสองเสียงนี้เืที่ไหลออกมาจากปากแผลรูปร่างประหลาดที่หน้าผากของนักศึกษาที่นอนหมดสติอยู่ก็หยุดไหลแล้ว
“หะ...ห้ามเืได้แล้ว”นางพยาบาลคนนั้นพูดขึ้นมาอย่างไม่เชื่อตาตัวเอง
เพราะเธอรู้ดีว่าผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงมากมายหลายคนช่วยกันคิดหาวิธีห้ามเืให้กับคนไข้คนนี้แต่ก็ไม่มีใครสามารถทำได้เลยกลับเป็ชายหนุ่มที่ยังอายุไม่มากตรงหน้าคนนี้ที่ทำการห้ามเืเอาไว้ได้คาดไม่ถึงเลยจริงๆ...
“ห้ามเืได้แล้ว...ห้ามเืได้แล้ว...” หญิงวัยกลางคนเอามือปิดปากน้ำตาไหลพราก
“ดีจังเลย! เยี่ยมที่สุด!” ชายวัยกลางคนตื่นเต้นและอยากเข้าไปจับมือฉินลู่แต่ก็กลัวว่าจะเป็การรบกวนการรักษา จึงทำได้เพียงวิ่งวนอยู่กับที่
“ฝีมือสุดยอดจริงๆ...”
สายตาของกงผิงเต็มไปด้วยความทึ่งและอิจฉา
การรักษาด้วยวิธีฝังเข็มแบบนี้เคยเห็นก็แต่ในหนังสือบันทึกที่สืบทอดกันมาแต่โบราณเท่านั้น
ก่อนหน้านี้กงผิงเข้าใจมาตลอดว่าบันทึกพวกนั้นเป็เพียงเื่ที่คนโบราณแต่งขึ้น คงเป็แค่เื่เพ้อฝันเท่านั้นแต่ความเป็จริงตรงหน้าชนะทุกสิ่งเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้ได้พิสูจน์แล้วว่า ทุกอย่างในบันทึกเป็ความจริง!
ฉินลู่ไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของคนในห้อง และไม่คิดจะสนใจด้วยเขาหยิบเข็มออกมาอีกสองเล่มฝังลงไปที่ตำแหน่งจุดฝังเข็มบนหัวของนักศึกษาที่หมดสติอยู่
ฉินลู่เก็บแผงเข็มใส่กระเป๋า และหันมาพูดกับทุกคนว่า“ตอนนี้น่าจะโอเคแล้วครับ ผมทำการห้ามเืไว้แล้ว รออีกประมาณ 1 ชั่วโมง ก็น่าจะทำการเย็บปิดปากแผลได้แล้วครับ”
ชายวัยกลางคนเดินเข้ามากอดฉินลู่ “ขอบคุณมากนะหมอฉิน! ที่ช่วยชีวิตลูกชายผมไว้ และช่วยครอบครัวเราไว้ด้วย...”