ร้านยาเว่ยถิง
“ข้าอยากขอซื้อที่แปลงหนึ่งจากท่าน” เสียงหวานใสประกาศขึ้นทันทีที่ได้พบกับเ้าของร้าน
เมื่อครู่…เว่ยจงได้รับแจ้งว่ามีเด็กสาวและชายพิการจากแผงหมอยามาขอพบก็ดีดตัวลุกพรวด สีหน้าทั้งแตกตื่นและหวาดหวั่น
เพราะแผงหมอ/ยาของพวกเขาขายดี ทำให้รายได้ของร้านเว่ยถิงซบเซาลงมาก เว่ยจงจึงตั้งใจกลั่นแกล้งด้วยการหลอกผู้ป่วยโรคแผลศิลาให้ไปไล่ลูกค้าของพวกนาง… ใครจะรู้ว่าโรคแผลศิลาที่ไม่มีใครรักษาได้มาก่อนกลับถูกเด็กสาวอายุสิบหกรักษาจนหายดี… หากทราบมาก่อนว่านางมีความสามารถมากเพียงนี้… เขาคงไม่คิดหาเื่นางเด็ดขาด!
หาเื่ไม่ได้จนกลายเป็สร้างชื่อเสียงให้ฝ่ายตรงข้าม ทั้งยังกลายเป็ศัตรูกับหมอเทวดา … เื่โง่เง่าเช่นนี้มีผู้ใดจะอยากทำ!?
“ท่านหมอไป๋…” เถ้าแก่ร่างอ้วนประสานมือคารวะพลางฉีกยิ้มเอาใจนาง ใบหน้าบวมฉุมีเหงื่อไหลซึมจนชุ่ม ดวงตายิบหยีหลุกหลิกหวาดระแวง เหนือศีรษะสวมหมวกผ้าใบใหญ่ไว้ดูแปลกตา เพราะในยุคนี้บุรุษส่วนมากหากไม่สวมกวานก็นิยมมัดรวบสูงเป็ส่วนมาก
“เอ่อ…ไม่ทราบท่านหมอไป๋หมายถึงที่แปลงใดหรือ?”
“แปลงที่เชิงเขาอวิ๋น ใกล้กับสถานกักกันโรค”
ไป๋ซูเถียนไม่อยากเสียเวลาอ้อมไปอ้อมมา พี่ใหญ่ของนางมีความสามารถ ขาดแค่ทรัพยากรในการฝึกฝนเท่านั้น ในเมื่อเขาอยากเก็บเงินไว้ซื้อผลึกเวทย์ให้นาง… เช่นนั้นนางก็จะตอบแทนเขาด้วยเหมืองผลึกเวทย์เสียเลย!
หญิงสาวรู้ว่ามีเหมืองผลึกเวทย์ที่ยังไม่ถูกค้นพบซ่อนอยู่ไม่ห่างจากเมืองหลวงเท่าไหร่…. หรือก็คืออยู่ในที่ดินของเว่ยจงผืนนี้ ครั้งหนึ่งนางเอกหลันซีเซียนถูกนางมารร้ายหลอกไปปล่อยไว้ในสถานกักกันเพื่อหวังจะให้นางให้ติดโรคแผลศิลา… ผลคือนางเอกไม่เพียงไม่ติดโรคแต่กลับพบเหมืองหินเวทย์โดยบังเอิญ…
อย่างที่ทุกคนรู้..หลันซีเซียนคือสตรีผู้โชคดีที่สุดในแผ่นดินนี้
อย่างไรนางก็เป็องค์หญิงผู้ร่ำรวยสูงศักดิ์อยู่แล้ว ส่วนพระเอกและพระรองก็ประทับใจนางเอกั้แ่แรกเห็น ดังนั้นหากนางมารอย่างนางจะเหมืองหินเวทย์คงไม่กระทบต่อเส้นเื่หลักหรอกน่า…
ขอแค่พี่ใหญ่กับตัวนางไม่ตายเท่านั้น… หลันซีเซียนจะมีคนรุมรักเท่าไหร่ไป๋ซูเถียนก็พร้อมจะอวยพรให้นางโชคดี
อันว่าคติซื้อขายไม่อาจเปิดเผยจุดประสงค์มากจนเกินไป เด็กสาวพูดออกมาชัดเจนเช่นนี้เว่ยจงย่อมไม่อาจปล่อยโอกาสเอาเปรียบนางไป “ท่านหมอไป๋ ไม่ใช่ข้าไม่ให้ท่านแต่ที่ดินแปลงนั้นเป็ที่ดินเก่าแก่ ปลูกสมุนไพรจุนเจือให้ครอบครัวข้ามาหลายปี ทั้งดินยังอุดมสมบูรณ์ยิ่ง…. ข้าจึงผูกพันกับมันมาก”
“อ้อ…ที่แท้ข้าเข้าใจผิดไป ยังหลงนึกว่าท่านได้มาจากการขูดรีดญาติของคนในสถานกักกันเมื่อปีก่อนเสียอีก” เสียงใสเอ่ยด้วยรอยยิ้มดูไร้เดียงสา ท่าทางคล้ายกวางน้อยแสนซื่อของนางทำให้เว่ยจงชะงัก
เื่ที่นางเอ่ยมาแม้จะมีคนรู้ไม่มากแต่ก็เป็เื่จริง คนยากไร้พวกนั้นพยายามใช้เส้นสายให้ญาติของตนที่อยู่ในสถานกักกันได้รับการดูแลอย่างดี เขาแค่คิดค่าน้ำร้อนน้ำชาบวกไปในยาเ่าั้ ก็ไม่ได้แพงอะไรมากแต่ชาวบ้านยากจนไม่มีเงินก้อนจึงเอาที่ดินมาค้ำประกัน และสุดท้ายเมื่อจ่ายไม่ไหวก็ถูกเขายึดมา..
ท้ังหมดล้วนเป็ไปตามกฏหมาย… หากนางต่อว่าออกมาตรงๆ เขายังยืดหน้าถกเถียงได้ ทว่าสีหน้าเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเข้าใจผิดไปทำให้เว่ยจงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ได้แต่สูดหายใจลึกพลางหลอกตัวเองว่านางไม่ได้ตั้งใจว่าเขาเท่านั้น
“อะแฮ่ม...อย่างไรก็ตาม หากไม่มีหนึ่งหมื่นตำลึงคงไม่อาจพูดคุยกันได้” เว่ยจงเอ่ยเข้าประเด็น ไม่คิดอ้อมค้อมอีกเช่นกัน
“หมื่นตำลึง..!” ไป๋ซูเถียนแปลกใจกับความหน้าเืของคนผู้นี้ยิ่งนัก ที่แปลงนี้เขาได้มาถูกจนเหมือนให้เปล่ากลับคิดจะเอาเงินหมื่นตำลึงจากนาง จำได้ว่ายามหลันซีเซียนในนิยายเจรจาขอซื้อที่แปลงนี้ เว่ยจงก็ขายให้ในราคาเพียงห้าร้อยตำลึงเท่านั้น … คงเพราะฐานะองค์หญิงแคว้นหลัน..คนพวกนี้จึงไม่กล้าล่วงเกินนาง..ทว่ากับไป๋ซูเถียน พวกเขาย่อมอยากสูบเืให้หมดตัว
สีหน้าหนักหน่วงของเด็กสาวทำให้เว่ยจงลอบยิ้ม ขณะแสร้งเอ่ยด้วยสุ้มเสียงเห็นใจ “ข้ารู้ แพงมากใช่หรือไม่? ทว่าราคาที่ดินบริเวณเชิงเขาก็แพงอย่างนี้แหละ หากท่านจ่ายไม่ไหวข้าก็จนใจ”
ไป๋ซูเถียนยกยิ้มอยู่ในใจขณะแสร้งทำสีหน้าหม่นหมองออกมาเช่นกัน… ที่ดินแปลงนั้นอย่างไรนางก็ต้องได้มา… เวลานี้เหลือแค่รอเวลาให้คนตรงหน้าคายลิ้นไก่ของตัวเองออกมาเท่านั้น!
“แต่เอาเถิด เห็นแก่ความตั้งใจของท่าน หากท่านยอมเอาตำรับยารักษาโรคแผลศิลามาให้ข้า .. ข้าก็จะยินดีรับไว้แทนเงินหมื่นตำลึง”
…ว่าแล้ว…
“อ้อ.. ที่แท้พวกท่านอยากได้ตำรับยาของข้าหรือ?” ใบหน้าเล็กคลี่ยิ้มพลางเอียงคอถาม ดวงตาวาววับเป็ประกายใสซื่อของนาง ทำให้เว่ยจงยิ่งแสดงธาตุแท้ออกมาอย่างย่ามใจ
“ท่านก็รู้ว่าโรคแผลศิลาเป็ปัญหาใหญ่ระดับแคว้น ผู้มีกำลังย่อมไม่ควรนิ่งดูดาย ตำรับยาของท่านแม้จะแปลกใหม่ ทว่ามีจำนวนน้อยนัก ไม่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกลได้ … ต่างจากข้าและสมาพันธ์ยา พวกเรามีความสามารถผลิตได้จำนวนมาก อีกทั้งสนิทสนมแน่นแฟ้นกับราชสำนัก... วันหนึ่งตำรับยานี้ของท่านย่อมกระจายกว้างไปทั่วแคว้นสือหลง ชื่อเสียงของท่านก็จะขจรขจายเช่นกัน เช่นนี้ไม่ดีหรือ?”
‘เหอะ.. ไม่เพียงจะขายเอง ยังคิดจะบุกเบิกการค้าไปถึงในราชสำนักอีกด้วย เว่ยจงผู้นี้ช่างมองการณ์ไกลจริงๆ’
เื่การกระจายยา พวกเขาอาจทำได้ดีกว่า แต่คงไม่ใช่ในราคาที่สมเหตุสมผล เว่ยจงให้ความสำคัญกับเงินทองดุจผู้ให้กำเนิด หากคนโลภเหล่านี้ตำรับยาแผลศิลาจริง แคว้นสือหลงคงวอดวายเป็แน่
โชคดี.. ตำรับยานั่นไม่มีอยู่จริง!
เห็นหญิงสาวก้มหน้าไม่พูดจาเว่ยจงก็ร้อนใจขึ้นมา ทว่าภายนอกนั้น ใบหน้ากลมฉุยังคงสงบนิ่งอย่างมาก “เอาอย่างนี้ มอบตำรับยาให้ข้า ไม่เพียงข้าจะมอบที่ดินผืนนั้นให้ท่าน ข้ายังจะมอบเงินให้ท่านอีกสามร้อยตำลึง เพราเห็นแก่ที่ท่านเป็คนดีมีเมตตา”
เมื่อครู่เอาชื่อเสียงมาหลอกล่อ… คราวนี้ยังเอาคำว่ามีเมตตามายกยอนางอีก.. ลูกล่อลูกชนช่างแพรวพราวเสียจริง!
แม้จะรู้ทันทุกอย่าง ทว่าไป๋ซูเถียนกลับไม่แสดงท่าทางรู้มากออกมา ดวงตากวางยังคงฉายแววไร้เดียงสาเพียงแต่หม่นหมองลงบ้าง “อืมม...ตำรับยานั่นข้ารับปากท่านอาจารย์ไว้แล้ว คงไม่อาจมอบให้ใครได้ แต่หาเป็ตำรับอื่นข้ายังพอมอบให้ท่านได้…. นั่นเป็ตำรับยาที่เห็นไม่บ่อยนักทั้งยังเห็นผลดีมาก ไม่ทราบท่านสนใจหรือไม่?”
“หืมม.. ตำรับอะไรหรือ?”
“ยาปลูกผมเ้าค่ะ”
หนังศีรษะของเว่ยจงร้อนวาบ ความอับอายและร้อนตัวทำให้เขาอดไม่ได้ที่ยกมือขึ้นจับหมวกบนศีรษะ เมื่อเห็นยังอยู่ดีก็ค่อยดึงมือลงมาอย่างเก้ๆ กังๆ
‘นางรู้หรือ? เป็ไปไม่ได้!’
เส้นผมบนศีรษะคือเื่ที่เว่ยจงเก็บเป็ความลับสูงสุดในชีวิต ั้แ่อายุเพียงสิบกว่าปีผมกลางศีรษะของเขาก็เริ่มร่วงลงเรื่อยๆ อย่างน่าประหลาด ตรงข้ามกับเส้นผมทั้งข้างหู ขมับ ท้ายทอย ล้วนสมบูรณ์ดกหนาดีมาก เว่ยจงไม่อาจทนมองภาพพิลึกเช่นนี้ได้ สุดท้ายเขาจึงได้รวบเส้นผมทั้งหมดขึ้น้า และสวมหมวกใบใหญ่ปิดตรงกลางไว้ตลอดเวลา
ที่ผ่านมาไม่มีใครรู้มาก่อนว่าเขาหัวล้าน แม้แต่ภรรยาทั้งยี่สิบคนที่บ้านยังไม่ทราบ แล้วเด็กสาวนางนี้จะทราบได้อย่างไร?
‘น่าจะบังเอิญเท่านั้น’ เว่ยจงคิดสรุปอยู่ในใจ ขณะที่เสียงใสยังคงก็เจื้อยแจ้วโฆษณายาของตนต่อไปอย่างสดใส
ยิ่งฟังนางพูดดวงตาของเว่ยจงก็ยิ่งเปล่งประกายแสงแห่งความหวังออกมา
“ตำรับนี้เห็นผลมากเลยนะ … แต่ข้ายังไม่เคยขายใครมาก่อน เพียงให้ท่านลุงข้างบ้านลองเท่านั้น … ตอนแรกเขาก็ไม่เชื่อข้า จึงไม่ยอมใช้สุดท้ายยังไม่ระวังทำหกลงพื้น บังเอิญโดนแมวขนร่วงตัวหนึ่ง… สามวันถัดมา แมวตัวนั้นก็กลับมามีขนสวยงามอีกครั้ง.. ยังมีอีกนะเต่าตัวหนึ่งบังเอิญเดินผ่านมา.. โดนยานี้ของข้าเข้าไปยังมีขนขาขึ้นสองสามเส้น!
“ร้ายกาจเพียงนั้น!?” คนเราเมื่อพบเข้ากับจุดด่างพร้อยในใจไม่ว่าเล่ห์เหลี่ยมอะไรก็กลายเป็เพียงแผ่นกระดาษที่เรียบเนียนอ่านง่าย
“ใช่สิ … ทุกวันนี้ลุงผู้นั้นผมดกดำเต็มหัวจนคนข้างบ้านทักว่าเขาเป็ลูกชายไปแล้ว” ด้วยฐานะของหมอเทวดา เว่ยจงจึงฟังนางเล่าเื่ต่างๆ อย่างเชื่อมั่น
“แต่ว่า...” แม้ยาปลูกผมจะตรงใจเขาเท่าไหร่ ทั้งยังดูเหมือนจะทำเงินให้ได้ อย่างไรก็ไม่อาจเทียบกับตำรับยาโรคแผลศิลา
หลังลังเลครู่หนึ่ง เว่ยจงก็พยายามกลับมาเจรจาด้วยท่าทางน่าเชื่อถืออีกครั้ง “ข้ายินดีซื้อตำรับยาปลูกผมของท่านอีกหนึ่งพันตำลึง นี่มากที่สุดแล้ว แต่ราคาที่แปลงนั้นต้องแลกด้วยเงินหมื่นตำลึงหรือตำรับยารักษาแผลศิลาเท่านั้น”
“ไม่มีทางรอมชอมจริงหรือ?” ไป๋ซูเถียนเอ่ยยิ้มๆ มองเฒ่าเ้าเล่ห์ตีหน้าเศร้าส่ายหัวไปมา
“เช่นนั้นก็น่าเสียดายมาก ข้าคงต้องขอลา” หญิงสาวเอ่ยพลางทำท่าจะลุกขึ้น เว่ยจงลอบขบขันอยู่ในใจ นางคิดว่าเขาจะตกหลุมลูกไม้ตื้นๆ เช่นนี้?
“ไม่ส่งนะ”
ได้ยินชายร่างอ้วนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยชา หญิงสาวก็ถอนใจออกมาด้วยความเสียดาย “เฮ้อ.. ตอนแรกข้ายังคิดจะไปปลูกบ้าน และทำสถานรักษาด้านนอกเมือง แต่ในเมื่อเป็เช่นนี้คงได้แต่หาร้านเล็กๆ ในเมืองแทนแล้วล่ะ” ใบหน้าอ่อนใสมองไปรอบร้านเว่ยถิง “อ๊ะ.. ข้างๆ นี้ดูเหมือนจะมีที่ว่างนี่นา ข้ามาเปิดร้านแถวนี้ดีหรือไม่?”
“หาาา!!” เว่ยจงได้ฟังก็ไม่อาจแสดงสีหน้าสงบนิ่งได้อีกต่อไป “ด้านข้างหรือ? ไม่ดี ไม่ดีอย่างมาก!” หากให้นางมาเปิดติดกันเขาไม่เจ๊งหรือ?!
อย่าว่าแต่ชื่อเสียงหมอเทวดาของนาง.. ราคายาของนางยังถูกกว่าเขามาก ร้านหนึ่งขายสี่ห้าตำลึง ส่วนนางขายแค่สี่สิบอีแปะ เช่นนี้จะให้ร้านของเขาอยู่ต่อไปได้อย่างไร
“แม่นางเดี๋ยวก่อน... ร้านข้างๆ นี่ฮวงจุ๊ยไม่ดี เถ้าแก่ร้านป่วยกระเสาะกระแสะ…”
“อ้อ.. เช่นนี้ก็ดีเลย ข้ารักษาเขาได้ เขาอาจจะยอมขายที่ตรงนั้นให้ข้าถูกๆ”
‘จริงสิ นางเป็หมอเทวดา… จะกลัวโรคภัยได้อย่างไร?’ ถึงอย่างไรเว่ยจงก็ไม่อาจยอมให้นางมาเปิดร้านข้างๆ เขาได้ ให้นางออกไปนอกเมืองยิ่งไกลยิ่งดี
“ท่านหมอไป๋… ที่ดินนอกเมืองนั่น อย่างไรตำรับยาตำรับเดียวก็แลกไม่ได้ เอาอย่างนี้ข้าขอเงินสองพันตำลึง และตำรับยาสองตำรับ หากตำรับโรคแผลศิลาให้ไม่ได้ ก็ขอตำรับไข้เปลี่ยนอากาศ และตำรับยาปลูกผมแทน ดีหรือไม่?” เว่ยจงเอ่ยด้วยความคิดว่าตนถอยให้มากที่สุดแล้ว แต่สำหรับไป๋ซูเถียนนางไม่อยากเสียเงินให้คนเช่นนี้แม้แต่อีแปะเดียว
ส่วนเื่ตำรับยารักษาไข้เปลี่ยนอากาศ นั่นเป็โรคที่พบบ่อยมาก นางจะยอมให้เขาเอาไปขูดเืขูดเนื้อผู้อื่นได้อย่างไร … ไม่เหมือนยาปลูกผมที่หากแพงนักไม่จำเป็ต้องมีก็ได้
“ขออภัยด้วย… เงินข้าไม่มี ส่วนตำรับยาข้าก็ให้ได้แค่ยาปลูกผมเท่านั้น” เสียงใสเอ่ยเศร้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานให้เขาคล้ายปล่อยวางได้
“วางใจเถอะ...ข้าจะเป็เพื่อนบ้านที่ดี!”
นี่มัน..นี่มันปล้นกันชัดๆ ทั้งปล้นและขู่กรรโชกอีกด้วย….!
หญิงสาวเดินนำเกาเหลียงก้าวออกจากร้านเว่ยถิงอย่างร่าเริง ในมือนางถือโฉนดที่ดินผืนนั้นไว้.. คราวนี้นางจะช่วยให้พี่ชายบรรลุจอมเวทย์ได้แล้ว!
#…เสี่ยวเถียนให้ความรู้…# ไม่อ่านก็ได้นะคะ… ตอนหน้าไปพาพี่ชายไปเที่ยวเหมืองหินเวทย์กัน!!
“คุณหนู ท่านทราบได้อย่างไรว่าคนผู้นั้นหัวล้าน?” ตอนแรกเกาเหลียงยังไม่เอะใจกระทั่งเห็นท่าทางลูบศีรษะของเว่ยจงจึงค่อยสงสัยขึ้นมา
“คนผู้นั้นขนตามตัวเยอะ อ้วนฉุเหงื่อไหลโทรมร่าง นั่นคือลักษณะของคนหัวล้านอย่างไรล่ะ” ไป๋ซูเถียนพยายามอธิบายเพียงลักษณะ หากจะให้พูดว่าฮอร์โมนเพศชายเกิน คงต้องพูดกันยาวมาก เื่นี้นางเคยศึกษามาก่อนเห็นท่าทางของเว่ยจงประกอบกับหมวกใบนั้นจึงได้นึกสะกิดใจ
“เช่นนั้นสมุนไพรที่ท่านให้เขามีประสิทธิภาพหรือไม่?”
“ย่อมมีน่ะสิ.. แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง” นึกถึงเนื้อเื่ในนิยายที่เอ่ยถึงเว่ยจง ดูเหมือนคนผู้นั้นไม่เพียงชอบยึดที่ทาง ยังชอบนำบุตรสาวของคนป่วยมาเป็ภรรยาน้อยเพื่อแลกกับยารักษาอีกด้วย…
“ยาสูตรนี้เหมาะกับเขามาก.. นอกจากผมดกดำแล้วยังอาจทำให้นกเขาไม่ขันอีกด้วย”
เกาเหลียงตะลึงไป ไม่คิดว่าคุณหนูผู้หนึ่งจะกล้าเอ่ยเื่เช่นนี้ออกมา แต่เมื่อนึกถึงว่าต่างก็เป็ผู้ศึกษาวิชาแพทย์ เื่เหล่านี้ย่อมไม่ใช่เื่น่าอาย
“แล้วหากเว่ยจงนำตำรับยานี้ไปขายจะเดือดร้อนผู้อื่นหรือไม่?”
“วางใจเถอะ.. ตำรับนี้แค่เลิกกินก็หาย สุดท้ายผู้ป่วยก็แค่ต้องเลือกว่าอยากมีผมหรืออยากมีเมียเท่านั้น” บุรุษที่มีฮอร์โมนเพศชายเกินมักมีนิสัยเ้าชู้มากรัก …หากตำรับนี้แพร่ออกไปอาจเป็เื่ดีของสตรีทั้งหลายด้วยซ้ำ!