บทที่ 2
แรงมา ก็แรงตอบ
จิ่งหรงกลอกตาอย่างเย็นเยือก สีหน้านั้นแสดงอาการนึกรังเกียจ กระทั่งแค่นเสียง “อย่าได้เสแสร้งต่อหน้าเปิ่นหวาง มารยาของเ้าเปิ่นหวางทราบกระจ่างดี”
ขณะเขาได้เห็นเมิ่งอวิ๋นเสียงใช้มือกุมหน้าผาก สายตาจับจ้องมายังตนเอง ดวงตาประกายวาวโรจน์ดุร้าย สองเขี้ยวถึงกับแยกออก “ไท่จื่อกระทำได้วิเศษนัก ถึงกับทำลายรูปโฉมข้า!”
นางกล่าวตอบพร้อมพุ่งใส่ เสียง “โอ๊ย” ดังขึ้น พร้อมใช้ปากกัดที่แขนอีกฝ่าย ทำเอาฟันของนางได้ลิ้มรสเหงื่อและกลิ่นอันหอมหวาน
เมิ่งอวิ๋นเสียงมีปรัชญา แรงมา ก็แรงตอบ!
จิ่งหรงที่ถูกความเ็ปเข้าเล่นงาน ถึงกับสะบัดสุนัขป่าฟันคมผู้นี้ออกห่าง พร้อมทั้งกล่าวเตือน “เมิ่งอวิ๋นเสียง จงหยุดคลุ้มคลั่ง! เ้าจงอยู่เพียงแต่ในวังหลายวันเพื่อนึกทบทวน ภายหลังเปิ่นหวางเข้าพิธีเสกสมรส จึงยกเลิกการกักบริเวณเ้าได้”
สิ้นคำกล่าว เขาหันมองยังชิงหลัวที่ล้มกองอยู่ด้านข้าง พร้อมเผยถ้อยคำอันเ็า “ดูแลนายหญิงของเ้าให้ดี หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น เ้ารับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”
ชิงหลัวเร่งร้อนลุกขึ้น ก่อนจะคุกเข่าลงแนบเท้าอย่างนอบน้อม
จิ่งหรงเผยเสียงเย็นเยือกขึ้นจมูก ก่อนจะเดินจากไป
ภายหลังจิ่งหรงออกไปแล้ว ชิงหลัวจึงลุกขึ้น พร้อมเข้าดูแลหน้าผากของเมิ่งอวิ๋นเสียงด้วยความกังวล ผิวของนางที่เรียบเนียนเหมือนดังครีมสด เวลานี้หน้าผากอันหมดจดกลับปรากฏรอยเขียวช้ำเื
“นี่ต้องเจ็บมากแน่! ไฉนไท่จื่อจึงได้หนักมือถึงเพียงนี้?” ชิงหลัวกัดริมฝีปาก กระทั่งหลั่งน้ำตาออกมา
เมิ่งอวิ๋นเสียงพบเห็น นางเร่งร้อนคว้ามืออีกฝ่ายไว้พร้อมกล่าวปลอบ “ไม่เป็ไร ไม่เจ็บไม่คัน ไท่จื่อจึงเจ็บยิ่งกว่าข้า”
เมิ่งอวิ๋นเสียงใช้ปลายนิ้วเคาะยังาแของตน ก่อนจะขมวดคิ้วหน้าย่นร้อง “โอ๊ย” ดังออกมา
ร่างหนึ่งพุ่งรวดเร็วเข้ามาด้านในห้อง แต่งกายคล้ายดังชิงหลัว มวยผมขึ้นไว้เป็ซาลาเปาสองข้าง สวมใส่ชุดกระโปรงราบเรียบและมีเรือนร่างอันงดงาม
ทันทีที่พบเห็นเมิ่งอวิ๋นเสียง ดวงตานั้นทอประกาย ใบหน้าปรากฏความเย็นเยือก
“ไป๋เฉา...” ชิงหลัวร้องเรียก ไป๋เฉารีบพุ่งพรวดเข้ามา พร้อมนำขวดยาส่งให้ เพื่อใช้ผสมแป้งประคบยังหน้าผากของเมิ่งอวิ๋นเสียง
เมิ่งอวิ๋นเสียงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ทั้งยังกล่าวออกอย่างไม่ยินดี “เด็กน้อยคนนี้ เหตุใดท่าทีหยาบคายนัก?”
“ไท่จื่อเฟยกล่าวบอกว่าไม่เจ็บไม่ใช่หรือ?” ไป๋เฉามองลงด้วยท่าทีเย็นเยือก “ท่านที่ตายเพื่อเขาได้ ไฉนหวาดเกรงต่อความเ็ปกัน”
เมิ่งอวิ๋นเสียงเหม่อมองใบหน้าอีกฝ่าย พร้อมขยิบตา “ข้าไม่เข้าใจว่าเ้าพูดกล่าวถึงเื่ใด”
ไป๋เฉาขมวดคิ้ว ขวดยาถูกโยนเข้าอ้อมแขนของนาง พร้อมกล่าวอย่างไม่ยินดี “ไท่จื่อเฟยแสร้งทำเป็โง่งม ไป๋เฉาไม่ดูแลท่านแล้ว...”
นางกัดฟันและไม่เอ่ยถ้อยคำใดอีก ทั้งยังหันกลับพร้อมส่งเสียง “เฮอะ” และจากไป
“เด็กน้อยไฉนเ้าอารมณ์เช่นนี้กัน?” เมิ่งอวิ๋นเสียงหันมองตามเงียบงัน ก่อนจะหันมองชิงหลัวพลางเอ่ยถาม “มั่นใจหรือว่าข้าคือไท่จื่อเฟยของพวกเ้า?”
ชิงหลัวที่รับฟัง สีหน้ากลายเป็หมองหม่น ทั้งยังกล่าวคำเกลี้ยกล่อม “ไท่จื่อเฟย ขออย่าได้กล่าวโทษไป๋เฉา ไท่จื่อเพียงแต่งกับท่านเป็ฉากหน้า ขณะที่ฉากหลังนั้นรับนางสนมไว้มากมาย ภายหลังท่านทราบ จึงะโลงทะเลสาบ ไป๋เฉาแทบจมน้ำตายเพราะไปช่วยท่านขึ้นมา นางกล่าวโทษตนเอง เป็ ไป๋เฉาห่วงหาท่านมาก”
ได้รับคำอธิบาย เมิ่งอวิ๋นเสียงค่อยพอกระจ่างขึ้นมาบ้าง
กลายเป็ว่าไท่จื่อ้าพระสนม เมิ่งอวิ๋นเสียงทราบเื่จึงคิดฆ่าตัวตาย ดังนั้นไม่แปลกหากไท่จื่อพบเห็นนาง แล้วจะแสดงท่าทีปวดศีรษะเช่นนั้น
แม้ว่าเมิ่งอวิ๋นเสียงอารมณ์รุนแรงไปบ้าง แต่ก็เพราะไท่จื่อเป็ฝ่ายใจร้ายก่อน ทำให้นางเลือกจมทะเลสาบตาย
ขณะนี้ตัวนางได้ใช้ชีวิตในร่างของเมิ่งอวิ๋นเสียง พบเจอผู้ที่กระทำการสังหารเมิ่งอวิ๋นเสียงทางอ้อม นางมีหรือจะมัวมาใส่ใจรูปลักษณ์? ต่อให้ไท่จื่อดูดีหล่อเหลาไปบ้าง แต่การวางตัวอย่างเหนือกว่าของอีกฝ่าย เป็นางไม่นึกคิดชอบพอ!
เมิ่งอวิ๋นเสียงเกิดนึกอะไรขึ้นได้ จึงมุ่งตรงไปยังเตียงนอน
ชิงหลัวขมวดคิ้ว เห็นนางขยับศีรษะตรงหน้ากระจกทองแดง หันใบอันเรียบเนียนงดงามไปมา พร้อมทั้งเกิดนึกพึงพอใจ “ไม่เลว ผิวก็งาม ขาก็เรียวยาว”
สิ้นคำ นางจึงขยำหน้าอกตนเองพร้อมกล่าวคำชื่นชม “ซาลาเปาคู่นี้ก็ไม่เลว คัพซีเห็นจะได้”
ชิงหลัวหลั่งเหงื่อกาฬผุดจากหน้าผากพร้อมครุ่นคิดกับตนเอง ‘จบสิ้นแล้ว ไท่เจื่อเฟยสมองมีปัญหาแล้วกระมัง?’