สิ้นเสียงบอดี้การ์ด หญิงสาวที่เป็ประธานนักเรียนก็วิ่งเข้าสวมกอดคนที่ชื่อไทจิแบบที่ไม่สนใจสายตาคนรอบข้างสักนิด เด็กหนุ่มที่รุ่นราวคราวเดียวกันกับผม กับประธานที่ว่ากันว่าอยู่ปีที่สาม
“มันทำแบบนั้นได้หรือไง?! ไม่สนใจสายตาคนอื่น…” ผมที่ใและตั้งคำถามอยู่แบบนั้น ก็ได้มองไปรอบๆ กลับกลายเป็ว่าคนที่ใกับภาพตรงหน้านั้นมีแค่ผมคนเดียว…คนอื่นไม่ใกันบ้างเหรอไง?
“เฮ้! นายน่ะ นายเด็กใหม่” ผมหันไปต้นเสียงเรียกที่อยู่ข้างหลังผม
“นายช่วยเดินต่อได้ไหม! มันขวางทางฉันน่ะ”
เมื่อผมหันไปดูก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เด็กสาวเพื่อนร่วมห้องของผมเอง แล้วเธอชื่อ..
“นี่นาย นายเด็กใหม่ ฉันชื่อ ‘ฮิมาวาริ’ ลืมไปแล้วหรือไง?”
“เออ…คือ เมื่อวานเรา”
“ใช่! เมื่อวานฉันบอกไปแล้วไงว่าชื่อ ‘ฮิมาวาริ’ แล้วก็ช่วยเดินต่อสักที มันแต่ใเื่แค่นี้มันบ่งบอกว่านายน่ะยังเด็กนัก”
“เอ๋!?” ผมงงจนไม่รู้ว่าจะคัดค้านเื่ไหนดี ระหว่างเื่ที่เมื่อวานที่เพื่อนในห้องยังไม่ได้แนะนำตัวกันเพราะอาจารย์ประจำชั้นยังไม่มา กับเื่ที่เธอว่าผมเป็เด็กทั้งๆ ที่อายุเท่ากัน
“ก็ไทจิกับประธานเขาเป็คู่หมั้นกัน ั้แ่อยู่ประถมห้าแล้ว คู่หมั้นจะกอดกันก็ไม่เห็นจะแปลก”
“อ่ะ..เออ” แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงกันฟร๊ะ!
“เอาล่ะ เจอกันที่ห้องแล้วกัน เดี๋ยวก็จะถึงชั่วโมงเรียนแล้ว”
“อ่ะ…อืม…โอเค” ผมก็ได้แค่อ้ำอึ้งตอบไป และเดินเข้าโรงเรียนไปทั้งแบบนั้น
(-)
ผมเดินมานั่งประจำที่ ทั้งเตรียมอุปกรณ์การเรียนให้พร้อม และนั่งคิดถึงเื่เมื่อเช้า ตามจริงมันก็ไม่เห็นจะเป็เื่ใหญ่อะไรเลยนี่…ไม่ก็อาจจะเป็เื่ธรรมดาของที่นี่ก็ได้ ผมที่เป็ผู้ลี้ภัยอาจจะไม่คุ้นชินกับวัฒนธรรมของที่นี่ก็ได้ จะเื่ใหญ่แค่ไหนเชียว กับแค่เด็กอายุสิบหกกอดกันหน้าโรงเรียน…ช่างมันเถอะ
ระหว่างที่ผมกำลังจัดของไป คิดเื่ฟุ้งซ่านไป ประตูห้องเรียนก็เปิดออก ภายในห้องก็เงียบลง และคนที่ก้าวเข้ามาก็คือ…ไทจิ เ้าคนแปลกที่มาโรงเรียนพร้อมกับอุปกรณ์การนอน
เ้านั่นเดินเข้ามาด้วยอาการเหมือนง่วงนอน หรือจะเหมือนคนเพิ่งตื่น หรือละเมอดี แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังมุ่งหน้าตรงมาที่ผม…ไม่สิ ต้องบอกว่าตรงมาที่โต๊ะที่ว่างเปล่าข้างหลังผม หลังจากที่ฮิมาวาริบอกผมว่าที่นั่งตรงนี้สำหรับ “คนมีอำนาจที่สุดในประเทศ” เดี๋ยว!! เดี๋ยวๆๆๆๆ!!!! เ้านี่เนียนะคนมีอำนาจที่สุดในประเทศ!!!
ผมงงและตะลึงมากกว่าจะใ ทำไมเ้าคนนอนละเมอถึงได้เป็คนคนมีอำนาจที่สุดในประเทศกัน มันไม่สมเหตุสมผล มันไม่อะไรแสดงหรือสื่อออกมาถึงอำนาจจากนายคนนี้ มันเป็ไปได้หรือไง! หรือยัยฮิมาวาริจะหลอกผมเพราะผมเป็ด็กใหม่กันแน่!
ห้องเรียนเงียบสงัด ทุกคนมองมาที่เด็กหนุ่มคนนั้น หลังจากนั่งลงเขาก็ดึงหมอนออกมานอนอย่างเป็ธรรมชาติ ราวกับเื่แน่นอนอยู่แล้ว จนกระทั่งเสียงประตูเปิดออกอีกครั้ง
“ยินดีต้อนรับนักเรียกทุกคน ครูชื่อว่า ‘ชิโนบุ’ มาเป็อาจารย์ประจำชั้นของพวกเธอในปีนี้!!!”
อาจารย์สาวสวมชุดวอร์มเดิมเข้าแนะนำตัวอย่างสดใสพร้อมกับทำลายความเงียบลงอย่างสมบูรณ์ นักเรียนคนอื่นก็ยืนขึ้นทำความเคารพ จนกระทั่งอาจารย์สาวคนนี้เหลือบมาเห็น “ไทจิ” ที่นอนหนุนหมอนอยู่บนโต๊ะราวกับทอดทิ้งร่างกายและปล่อยจิติญญาไปหาพระเ้า
“ไทจิ!!!!!!!!!!!” เสียงคำรามก้องของอาจารย์สาวดังสนั่นไปทางเด็กหนุ่มขี้เซาด้วยความโกรธเกรียว พร้อมทั้งง้างมือขว้างสิ่งที่เรียกว่า "ชอร์ค" ออกไป
“ใครใช้ให้มานอนในเวลาเรียนกัน!!!!!” เสียงที่ดังของอาจารย์พร้อมกับชอร์คที่พุ่งตรงออกไปราวะุ พรุ่งตรงไปยังหัวของไทจิอย่าแม่ยำ แต่!!! บางอย่างก็เกิดขึ้น
ชอร์คที่กำลังลอยเข้าประทะกับกำแพงไฟที่ถูกสร้างขึ้นมาจากจิ้งจกสีแดงบนหัวของไทจิ ทำให้ชอร์คที่พุ่งผ่านลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ภาพที่อยู่ตรงหน้ามันช่างตื่นตา สมองและสายตาผมมองเป็ภาพช้าๆ ด้วยอลินาลีนที่กำลังพลุ่งพล่านด้วยความใ
"นี่มัน…'บาเรียไฟ???'" และมันจะสมบูรณ์แบบมากๆ ถ้าไม่ติดที่…ไฟมันป้องกันชอร์คไม่ได้
โป๊ก!!!!
“หา??”
“ไทจิ!!! คิดว่าบาเรียไฟจากไมน์ร่างปกติจะป้องกันชอร์คได้หรือไง!!!” อาจารย์สาวยังคงต่อว่าไทจิที่ยังคงสะลึมสะลือเพราะโดนชอร์คขว้างหัว
“อ่ะ…?…อืม"
“แม่หนู ช่วยเพลาๆ มือหน่อยสิ ข้าง่วงจะแย่ ปล่อยข้าสักครึ่งวันไม่ได้หรือ?”
ไทจิก็ยังคงพูดเพียงแค่คำว่า “อ่ะ” และ “อืม” แต่คนที่พูดแทนนั้น กลับเป็จิ้งจกสีแดงที่มีลักษณะการพูดเหมือนชายวัยกลางคน แถมยังเรียกอาจารย์ว่า “แม่หนู” อีก
“มันใช่ที่ๆ มานอนหรือไง??!!……”
ฮ่าๆๆๆๆ
หลังจากนั้นก็เข้าสู่มหกรรมของอาจารย์ด่าไทจิ และเสียงหัวเราะจากเพื่อนในห้อง ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็การปรับอารมณ์ที่เคร่งเครียดก่อนเริ่มเรียนในวันแรก
และสุดท้าย ผมก็ได้ถามฮิมาวาริว่า ทำไมห้องถึงเงียบตอนไทจิเข้าห้องมา ยัยฮิมาวาริก็บอกว่า “เพื่อนในห้องกำลังลุ้นนายจะทำหน้ายังต่างหาก ไม่เกี่ยวกับไทจิสักนิด”…อย่างั้นเหรอ!…ผมทำได้แค่ยิ้มแหยๆ